- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1389 สอนเธอวาดดอกเบญจมาศ
ตอนที่ 1389 สอนเธอวาดดอกเบญจมาศ
ตอนที่ 1389 สอนเธอวาดดอกเบญจมาศ
ภายในห้องหนังสือของพระราชวัง
มู่เหลียงนั่งอยู่บนบัลลังก์ของห้อง เขาโบกมือเก็บของบนโต๊ะเข้าไปในมิติเก็บของส่วนตัว เหลือเพียงพู่กันและกระดาษ
"นั่งลงสิ"
เขามองไปที่ซูจินซึ่งเดินตามเข้ามาในห้องหนังสือ พลางผายมือไปยังที่นั่งว่างหน้าโต๊ะ
"ตกลง"
ซูจินเม้มริมฝีปาก เหลือบมองที่นั่งว่างข้างกายมู่เหลียง ทว่าสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะนั่งฝั่งตรงข้ามเขา โดยมีโต๊ะทำงานคั่นกลางระหว่างทั้งสอง
มู่เหลียงคลี่กระดาษออก วางไว้ตรงกลางโต๊ะ จากนั้นจึงเตรียมฝนหมึก
"ฉันช่วยนะ"
ซูจินยื่นมือออกไปรับแท่นฝนหมึกที่ทำจากหินสลักมาอย่างเป็นธรรมชาติ
"ได้สิ"
มู่เหลียงไม่ได้ปฏิเสธ เขาหยิบแท่งหมึกส่งให้ซูจิน
แท่งหมึกนี้ผสมขึ้นจากผงถ่านและสีดำ... คุณภาพไม่อาจเรียกได้ว่าดีนัก แต่ก็พอถูไถใช้ได้
ซูจินหยดน้ำลงในแท่นฝนหมึกเล็กน้อย ก่อนจะใช้ปลายแท่งหมึกฝนวนบนแท่น
มู่เหลียงมีสีหน้าเรียบเฉย ขณะมองดูน้ำบนแท่นฝนหมึกที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำเข้มขึ้น
"คงต้องปรับปรุงหมึกสักหน่อยแล้ว"
เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางนึกถึงเขม่าก้นหม้อและวัสดุทำหมึกอื่นๆ เพื่อประเมินดูว่าสิ่งใดจะเหมาะสมกว่ากัน
ซูจินฝนหมึกอย่างตั้งใจ ท่วงท่าของเธอสง่างามเป็นธรรมชาติ ปราศจากความเสแสร้งใดๆ
"พอแล้วล่ะ"
มู่เหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ซูจินชะงักมือ วางแท่งหมึกลง แล้วช้อนตามองพร้อมกับเอ่ยถามเสียงเบา
"มู่เหลียง วันนี้จะสอนอะไรฉันเหรอ?"
มู่เหลียงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบพู่กันขึ้นมาแล้วกล่าว
"สอนเธอวาดดอกกล้วยไม้ก่อนก็แล้วกัน"
"ดอกกล้วยไม้คืออะไรเหรอ?"
ซูจินเอ่ยถามด้วยความสนใจ
"เป็นพืชสีเขียวชนิดหนึ่งน่ะ เป็นพืชจากบ้านเกิดของฉัน ที่นี่ไม่มีหรอก"
มู่เหลียงอธิบายอย่างไม่ใส่ใจนัก
"อืม"
ซูจินไม่ได้ซักไซ้ต่อ
มู่เหลียงยกพู่กันขึ้นจุ่มหมึก วาดใบกล้วยไม้ใบแรกลงบนกระดาษ ทิ้งรอยหมึกโค้งมนพลิ้วไหวเอาไว้
ซูจินกะพริบตา พยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ
มู่เหลียงจรดพู่กันอีกครั้ง ใบกล้วยไม้ใบที่สองก็ถูกวาดออกมา
สมัยเรียน วิชาเลือกของเขาคือศิลปะพู่กันจีนน้ำหมึก แม้จะวาดภาพทิวทัศน์ภูเขาและสายน้ำไม่ค่อยเก่งนัก แต่วาดพวกดอกเหมย กล้วยไม้ ไผ่ และเบญจมาศแบบง่ายๆ ก็ยังพอทำได้
ซูจินจ้องมองอย่างตั้งใจ จดจำทุกฝีแปรงที่มู่เหลียงตวัดลงไป
"ใกล้เสร็จแล้ว"
มู่เหลียงตวัดพู่กันอีกเพียงไม่กี่ครั้ง เขากดข้อมือลงเล็กน้อย แล้วเขียนตัวอักษรสี่ตัวไว้ที่มุมกระดาษ
"วิญญูชนดั่งกล้วยไม้?"
ซูจินอ่านออกเสียงตัวอักษรสี่ตัวนั้นเบาๆ แต่เธอกลับไม่เข้าใจความหมายของมัน
เธอช้อนตามองแล้วถามว่า
"มู่เหลียง มันหมายความว่ายังไงเหรอ?"
"หมายความว่าเปรียบเปรยวิญญูชนว่ามีคุณธรรมสูงส่งดุจดั่งดอกกล้วยไม้น่ะ"
มู่เหลียงตอบกลับไปง่ายๆ
คำว่าวิญญูชนดั่งกล้วยไม้ เป็นสิ่งที่เขาบังเอิญนึกขึ้นมาได้ จึงจรดพู่กันเขียนลงไปตามความเคยชิน
ซูจินถามด้วยความสงสัย
"ดอกกล้วยไม้ใช้เปรียบเปรยถึงคุณธรรมที่สูงส่งอย่างนั้นเหรอ?"
"ในบ้านเกิดของฉัน ความหมายก็ประมาณนั้นแหละ"
มู่เหลียงอธิบายอย่างผิวเผิน เขาไม่ต้องการพูดคุยกับซูจินให้ลึกซึ้งเกินไปนัก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เผยพิรุธออกมา
"อย่างนี้นี่เอง ดอกกล้วยไม้นี่น่าสนใจจังเลยนะ"
ดวงตาของซูจินเป็นประกายวิบวับ เธอเริ่มรู้สึกสนใจดอกกล้วยไม้ขึ้นมาแล้ว
"ฉันชอบดอกกล้วยไม้มากเลยล่ะ"
มู่เหลียงพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
เขาใช้ผลึกแก้วสร้างเป็นกรอบรูป จากนั้นใช้ใยแมงมุมติดภาพกล้วยไม้ที่วาดเสร็จแล้วลงบนกรอบ และใช้ผลึกแก้วครอบปิดไว้อีกชั้น
"เธอลองดูสิ"
มู่เหลียงยื่นพู่กันให้กับซูจิน
"อืม"
ซูจินพยักหน้ารับ
เธอปูกระดาษแผ่นใหม่ลงบนโต๊ะ ยกพู่กันจรดลงบนกระดาษ พลางนึกทบทวนท่วงท่าการวาดดอกกล้วยไม้ของมู่เหลียง
ไม่กี่วินาทีต่อมา เธอก็เริ่มลงมือวาด เลียนแบบภาพของมู่เหลียง วาดน้ำเต้าตามแบบกระบวย จนเสร็จสิ้นไปหนึ่งภาพ
"..."
มู่เหลียงขยับริมฝีปากเล็กน้อย
"ไม่สวยเหรอ?"
ซูจินสังเกตเห็นสีหน้าของมู่เหลียง
"ไม่จำเป็นต้องวาดให้เหมือนกับของฉันเป๊ะหรอกนะ"
มู่เหลียงยื่นมือออกไป และใช้ความสามารถ จิตสำนึกก่อรูป ที่เพิ่งได้รับมาเมื่อไม่กี่วันก่อน
วูบ
บนฝ่ามือของเขาปรากฏดอกกล้วยไม้ต้นหนึ่ง มันส่ายไหวไปมาตามสายลม เผยให้เห็นท่วงท่าอันหลากหลาย
เพียงมู่เหลียงขยับความคิด กล้วยไม้ในมือก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ใบของมันเพิ่มจำนวนขึ้น และพลิ้วไหวไปตามสายลมอีกครั้ง
เขาแสดงให้เห็นกล้วยไม้อีกหลายสายพันธุ์ เพื่อให้ซูจินได้ศึกษาอย่างละเอียด
"เข้าใจแล้วใช่ไหม?"
เขาเอ่ยปากถาม
"ฉันจะลองดูอีกครั้งนะ"
ซูจินสูดหายใจลึก หยิบพู่กันขึ้นมาแล้วตั้งสมาธิ
เธอนึกย้อนไปถึงกล้วยไม้หลายชนิดที่มู่เหลียงแสดงให้ดู จากนั้นจึงค่อยๆ จรดพู่กัน วาดใบกล้วยไม้ใบแรกออกมา
ห้องทำงานอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองเท่านั้น
ตอนที่ซูจินหยุดวาด เวลาล่วงเลยไปสามถึงสี่นาทีแล้ว หมึกบนกระดาษก็แห้งสนิท
"เป็นยังไงบ้าง?"
ซูจินมองไปที่มู่เหลียงด้วยความกระตือรือร้น
"พัฒนาขึ้นนะ"
มู่เหลียงมองดอกกล้วยไม้บนกระดาษ ถือว่าทำได้ดีมากแล้ว มีกลิ่นอายความมีชีวิตชีวาแฝงอยู่บ้าง
เขาช้อนตามองแล้วพูดต่อว่า
"ฝึกอีกหน่อยแล้วกัน"
"อืม"
ซูจินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แล้ววาดภาพลงบนกระดาษต่อไป
เธอวาดอีกเจ็ดถึงแปดภาพ แต่ละภาพล้วนงดงามขึ้นเรื่อยๆ
"พัฒนาขึ้นมากเลยล่ะ"
มู่เหลียงกล่าวชมเชย
"นายสอนเก่งต่างหาก"
ซูจินยิ้มบางๆ
"เดี๋ยวจะสอนเธอวาดดอกเบญจมาศต่อนะ"
มู่เหลียงรับพู่กันมา แล้วเริ่มตวัดหมึกลงบนกระดาษต่อ
"ได้เลย"
ซูจินกลับมาตั้งใจอีกครั้ง
เวลาค่อยๆ ผ่านไป ทั้งสองคนจดจ่ออยู่กับการแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องศิลปะพู่กันและภาพวาดหมึกจีน
ภายนอกประตู หยู่ฉินหลานมีสีหน้าแปลกประหลาด เมื่อได้ยินบทสนทนาในห้อง ความรู้สึกหนักอึ้งในใจก็พลันสลายหายไปอย่างน่าประหลาด
"คุยเรื่องศิลปะพู่กันกันจริงๆ หรอกเหรอเนี่ย?"
เธอกะพริบตาสีฟ้าน้ำทะเล หันหลังและเดินด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบามุ่งหน้าไปยังโถงใหญ่
"เอ๊ะ พี่ฉินหลาน พี่ไม่ได้กำลังยุ่งอยู่เหรอ?"
ฮู่เตียนปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน และขวางทางหยู่ฉินหลานเอาไว้
"กำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"
หยู่ฉินหลานกลอกตาอย่างงดงาม ก่อนจะเดินออกไปด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อย
งานประมูลจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องจัดการ
ฮู่เตียนยิ้มแย้มที่มุมปากและหางตา หมุนตัวเดินส่ายเอวคอดกิ่วตรงไปยังห้องทำงาน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เธอเคาะประตูห้องหนังสือ
"มู่เหลียง ฉันเข้าไปได้ไหม?"
ฮู่เตียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวน
"เข้ามาสิ"
เสียงกังวานใสของมู่เหลียงดังลอดออกมา
ฮู่เตียนได้ยินดังนั้นจึงผลักประตูเข้าไป เมื่อเห็นซูจินนั่งอยู่ตรงข้ามกับมู่เหลียง ประกายความประหลาดใจก็พาดผ่านดวงตาของเธอ
เธอเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึงข้างกายมู่เหลียง นั่งลงบนที่นั่งว่างทางฝั่งซ้ายของเขา โดยเว้นระยะห่างระหว่างทั้งสองเพียงแค่หนึ่งถึงสองกำปั้นเท่านั้น
ฮู่เตียนกะพริบตาสีแดงกุหลาบ ยิ้มยั่วยวนพลางกล่าว
"ฉันเบื่อเกินไปน่ะ เลยมาดูพวกนายเขียนหนังสือวาดรูป คงไม่ได้รบกวนหรอกใช่ไหม?"
"ไม่หรอก"
มู่เหลียงแย้มยิ้มบางๆ
ฮู่เตียนถึงเพิ่งเบนความสนใจไปที่ภาพวาดพู่กันจีน ปึกกระดาษหนาเตอะเห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนวาดไปไม่น้อยเลยทีเดียว
เธอหยิบภาพวาดแผ่นหนึ่งขึ้นมาสุ่มๆ แล้วเอ่ยปากชม
"ภาพนี้ใครวาดเหรอ สวยจังเลย"
มู่เหลียงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ซูจินวาดน่ะ"
"พี่สาวเก่งจังเลยนะ"
ฮู่เตียนอุทานด้วยความทึ่ง
"ไม่หรอก ยังห่างชั้นจากมู่เหลียงอีกเยอะเลย"
ซูจินยิ้มบางๆ
"นั่นก็ใช่นะ"
ฮู่เตียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"..."
มู่เหลียงถึงกับหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ถูก ฮู่เตียนนี่กำลังชมคนอยู่จริงๆ เหรอ?
ใบหน้าของซูจินก็แสดงความตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่งเช่นกัน แต่ไม่นานเธอก็กลับมามีสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม
"ฉันมีธุระต้องไปทำก่อนแล้วล่ะ"
ฮู่เตียนพูดพลางลุกขึ้นยืน
"..."
ซูจินถึงกับพูดไม่ออก เมื่อกี้ไม่ได้บอกว่าไม่มีอะไรทำหรอกเหรอ?
"ไปเถอะ"
มู่เหลียงพยักหน้า
"อ้อ จริงสิ"
ฮู่เตียนชะงักฝีเท้า หันกลับมาเตือนว่า
"มู่เหลียง งานประมูลพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้านะ คืนนี้นายอย่าลืมเข้านอนเร็วๆ ล่ะ"
"รู้แล้วน่า"
มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเล็กน้อย ประโยคนี้ต่างหากที่เป็นจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาของฮู่เตียนสินะ
"รู้ก็ดีแล้ว"
ฮู่เตียนไม่พูดอะไรให้มากความ หันหลังเดินจากไป
"มู่เหลียง พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า งั้นฉันกลับก่อนดีกว่า"
ซูจินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม
"ตกลง"
มู่เหลียงส่งยิ้มตอบ
ซูจินถอนหายใจเงียบๆ ในใจ ก่อนจะก้าวเดินจากไป