- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1371 กฎระเบียบเยอะจริงๆ
ตอนที่ 1371 กฎระเบียบเยอะจริงๆ
ตอนที่ 1371 กฎระเบียบเยอะจริงๆ
ภายในเมืองซาลุนเอ๋อ รถเทียมอสูรของราชวงศ์กำลังวิ่งฉิวไปตามท้องถนน
ภายในห้องโดยสาร ไป๋สวง ร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น
"ท่านพ่อ เร็วขึ้นอีกนิดสิคะ"
องค์กษัตริย์เอ่ยปรามอย่างใจเย็น
"ลูกสวง นี่ก็เร็วพอแล้วนะ"
วันนี้เป็นวันที่เมืองซ้อนเมืองเปิดให้คนภายนอกเข้าชม ไป๋สวงตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะอยากจะไปเดินเล่นกับท่านพ่อ
ผู้ที่ตามมาด้วยยังมีพี่ชายอีกสองคน คือเมยเท่อและไคปินส์
ไคปินส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ถ้าเร็วกว่านี้รถเทียมอสูรจะทรงตัวไม่อยู่นะ"
ไป๋สวงฟุบหน้าลงกับหน้าต่าง ทำแก้มป่องมองดูผู้คนสัญจรไปมานอกหน้าต่าง
"ก็ได้ค่ะ……. ทำไมยังไม่ถึงอีกเนี่ย"
องค์กษัตริย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ลูกสวง ใจเย็นๆ หน่อยสิ เมืองนั่นไม่มีขาหนีไปไหนได้หรอก"
แววตาของไป๋สวงฉายแววรำลึกความหลัง
"ก็ไม่แน่หรอกนะคะ ด้วยความแข็งแกร่งของมู่เหลียง การจะย้ายเมืองหนีเป็นเรื่องง่ายๆ เลย"
ตอนเกิดคืนภูติจันทรุปราคา มู่เหลียงใช้ดินและหินควบแน่นเป็นยักษ์ศิลา ซึ่งมีขนาดไม่ต่างจากเมืองซ้อนเมืองเท่าไหร่นัก
องค์กษัตริย์และโอรสทั้งสองสบตากัน ภายในใจของพวกเขาทั้งสามล้วนมีความหวาดหวั่นยำเกรงต่อมู่เหลียงอย่างลึกซึ้ง
สิบกว่านาทีต่อมา รถเทียมอสูรก็แล่นเข้ามาใกล้ประตูหมายเลขสองของเมืองซ้อนเมือง
ด้านนอกประตูหมายเลขสอง มีชาวเมืองซาลุนเอ๋อมารวมตัวกันมากมาย พวกเขากำลังยืนอ่านกฎหมายและข้อบังคับของเมืองเต่าทมิฬ ที่สลักอยู่บนกำแพง
ไคปินส์หันหน้าไปถาม
"พวกเราควรจะไปดูหน่อยไหม?"
ไป๋สวงโบกมือปฏิเสธ เอ่ยด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู
"ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันรู้ว่ากฎหมายของเมืองเต่าทมิฬมีอะไรบ้าง เข้าไปกันเลยดีกว่า"
องค์กษัตริย์พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต
"งั้นก็เข้าไปกันเลยเถอะ"
อสูรเขาเดียว ลากรถม้าแล่นเข้าไปในประตูหมายเลขสอง กองกำลังพิทักษ์เมืองที่เฝ้ายามอยู่ไม่ได้เข้ามาขัดขวาง จึงเข้าไปในเมืองได้อย่างราบรื่น
หลังจากเข้ามาในเมืองซ้อนเมือง สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาคือถนนสายกว้างขวาง สองข้างทางปลูกต้นไม้และดอกไม้เขียวขจีเต็มไปหมด ในอากาศยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้
เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเมืองซาลุนเอ๋อแล้ว เรียกได้ว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ซึ่งเมืองซาลุนเอ๋อนั้นก็คือเหว
ไป๋สวงเอ่ยเสนอ
"พวกเราลงไปเดินกันเถอะค่ะ"
องค์กษัตริย์พยักหน้าตามใจอย่างรักใคร่
"อืม ก็ดีเหมือนกัน"
รถเทียมอสูรจอดเทียบริมถนน ไป๋สวงและคนอื่นๆ ทยอยลงมาจากรถ โดยมีกองอัศวินพิทักษ์ ที่ติดตามมาคอยคุ้มกันพวกเขาอยู่ตรงกลาง
มีเสียงคนตะโกนดังมาจากที่ไม่ไกลนัก
"ตรงนี้จอดรถสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะครับ!"
ตึก ตึก ตึก
สายตรวจของเมืองซ้อนเมืองเดินจ้ำอ้าวเข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยขึ้นว่า
"รถเทียมอสูรต้องเอาไปจอดที่ลานจอดรถครับ อย่าจอดกีดขวางการจราจร"
ไคปินส์ขมวดคิ้ว มองตำรวจสายตรวจด้วยความไม่พอใจ
"แกรู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร?"
สายตรวจยังคงตีหน้าขรึม เอ่ยตอบ
"ไม่ว่าพวกคุณจะเป็นใคร ก็จอดรถเทียมอสูรมั่วซั่วไม่ได้ครับ นี่เป็นข้อกำหนดตามกฎจราจร"
ไป๋สวงคว้าแขนเสื้อของพี่ชายเอาไว้แน่น
"ท่านพี่ อย่ามีเรื่องเลยค่ะ"
เธอหันไปมองตำรวจสายตรวจ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ลานจอดรถอยู่ที่ไหนคะ?"
ตำรวจสายตรวจแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ยกมือชี้ไปยังลานจอดรถที่อยู่ไม่ไกล
"อยู่ทางด้านโน้นครับ"
เขาเป็นสายตรวจที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ วันนี้เพิ่งจะออกลาดตระเวนตามท้องถนนเป็นครั้งแรก ภายในใจจึงยังคงรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
ไป๋สวงหันขวับไปมอง สิ่งที่เรียกว่าลานจอดรถก็คือลานดินกว้างๆ ผืนหนึ่ง บนพื้นมีการขีดเส้นสีขาวเอาไว้เป็นช่องๆ
เธอพยักหน้ารับ สั่งให้คนขับรถนำรถเทียมอสูรไปจอดที่ลานจอดรถ
"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ"
สายตรวจยกมือขึ้นทำวันทยหัตถ์ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
"ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ"
เขาเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เห็นคนกำลังจะถอดกางเกงอยู่ริมถนน สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปทันที
สายตรวจรีบคว้ากระบองยางแล้ววิ่งเข้าไปหาทันที พร้อมกับวิ่งไปตะโกนไป
"รีบใส่กางเกงเดี๋ยวนี้เลยนะ! ที่นี่ห้ามขับถ่ายเรี่ยราด ฝ่าฝืนมีโทษปรับ!"
ชายคนนั้นดึงกางเกงขึ้นแล้วยืนขึ้น มองตำรวจสายตรวจด้วยใบหน้าแดงก่ำ
"อ้าว แล้วจะให้ผมไปขี้ที่ไหนล่ะ?"
เสียงตะโกนของตำรวจสายตรวจดึงดูดความสนใจของคนจำนวนมากให้มามุงดู พวกเขาพากันชี้ไม้ชี้มือไปที่ชายคนนั้น
ตำรวจสายตรวจเอ่ยด้วยใบหน้าดำทะมึน
"ไปที่ห้องน้ำสิ ก็ไอ้บ้านหลังเล็กๆ ริมถนนนั่นไง"
ชายคนนั้นหันมองตามไป ก็เห็นบ้านหลังเล็กๆ สองสามหลังอยู่ริมถนนจริงๆ ด้านบนมีป้ายแขวนบอกเอาไว้ด้วย
สายตรวจเอ่ยตำหนิด้วยสีหน้าจริงจัง
"วันหลังจะฉี่จะขี้ก็ต้องไปจัดการข้างในนั้นให้เรียบร้อย การขับถ่ายเรี่ยราดไปทั่วน่ะ มันเป็นพฤติกรรมของสัตว์ต่างหาก"
ชายคนนั้นก้มหน้าด้วยความอับอาย นิ้วเท้าจิกพื้นรองเท้าจนแทบจะทะลุ
"ครับๆ เข้าใจแล้ว"
สายตรวจเอ่ยด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"รีบไปซะสิ"
ชายคนนั้นลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดึงกางเกงรวบไว้พร้อมกับหนีบขา วิ่งถ่างขาพุ่งตรงไปยังห้องน้ำ ดูท่าทางคงจะอั้นไว้ไม่ไหวแล้วจริงๆ
ปู้ดดด
ที่หน้าประตูห้องน้ำ ชายคนนั้นกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน
"อ๊าก!"
เขาหันขวับกลับมามองสายตรวจด้วยสายตาตัดพ้อ อีกแค่สองก้าวก็จะถึงห้องน้ำอยู่แล้วเชียว
"..."
สายตรวจกระตุกมุมปาก เกือบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่
เขาเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
"ที่เขตธุรกิจมีร้านขายเสื้อผ้าอยู่นะ คุณลองไปดูสิ"
เขตธุรกิจใจกลางเมืองได้เปิดให้บริการแก่บุคคลภายนอกแล้ว ร้านค้าหลายแห่งก็เริ่มเปิดทำการแล้วเช่นกัน
ไป๋สวง องค์กษัตริย์ และคนอื่นๆ ต่างก็เป็นประจักษ์พยานให้กับเหตุการณ์ทั้งหมดนี้
ไคปินส์กระตุกมุมปาก
"กฎระเบียบเยอะจริงๆ เลยแฮะ"
ไป๋สวงเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
"ก็เพราะมีกฎเยอะนี่แหละค่ะ ที่นี่ถึงได้สะอาดสะอ้านแถมยังไม่มีกลิ่นเหม็นแบบนี้"
องค์กษัตริย์พยักหน้าเห็นด้วย
"มีเหตุผล"
เมยเท่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ก็ดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยตอนเดินก็ไม่ต้องคอยพะวงว่าจะเหยียบขี้"
ปกติแล้วหากไม่มีธุระอะไรเขาจะไม่ชอบออกไปไหนมาไหนนอกพระราชวังเลย นั่นก็เป็นเพราะว่าภายในเมืองซาลุนเอ๋อนั้นสกปรกมาก เวลาออกไปเดินข้างนอกต้องมีสติระแวดระวังเต็มร้อย ไม่อย่างนั้นโอกาสที่จะเดินเหยียบอุจจาระหรือปัสสาวะก็มีสูงมาก
ภายในเมืองซาลุนเอ๋อไม่มีห้องน้ำ เวลาที่ชาวเมืองอยู่ข้างนอกแล้วเกิดปวดท้องขึ้นมา พวกเขามักจะไปจัดการทำธุระกันในตรอกซอกซอยหรือปลดทุกข์เรี่ยราดตามพื้น
ส่วนเวลาอยู่ข้างในบ้านก็จะใช้ถังไม้ จากนั้นก็ค่อยนำออกไปเททิ้งข้างนอก บางคนถึงขั้นสาดอุจจาระและปัสสาวะทิ้งทางหน้าต่างเลยก็มี
ไป๋สวงเอ่ยเสนอ
"ท่านพ่อ พวกเราก็สร้างห้องน้ำในเมืองบ้างได้ไหมคะ?"
องค์กษัตริย์ส่ายหน้าช้าๆ
"คงจะยากนะ"
ไป๋สวงอ้าปากค้าง เอ่ยด้วยความท้อแท้
"นั่นสิคะ เมืองซาลุนเอ๋อคนเยอะขนาดนั้น พวกเราคงควบคุมไม่ไหวหรอก"
เมืองเต่าทมิฬถือเป็นกรณีพิเศษ เป็นเรื่องยากที่เมืองซาลุนเอ๋อจะเลียนแบบรูปแบบของเมืองซ้อนเมืองได้
องค์กษัตริย์ตบไหล่บุตรสาวเบาๆ แล้วก้าวเดินไปข้างหน้า
"ไปดูข้างหน้ากันเถอะ"
ไป๋สวงเรียกความสดใสกลับคืนมา ก้าวเท้าเดินตามไป ตลอดทางเธอจ้องมองรอบด้านด้วยความอยากรู้อยากเห็น และสังเกตเห็นว่ามีตำรวจสายตรวจหลายคนคอยรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่
ริมถนนมีป้ายเตือนตั้งอยู่มากมาย ด้านบนเขียนคำเตือนเอาไว้เต็มไปหมด
อย่างเช่น ห้ามขับถ่ายเรี่ยราด ห้ามทิ้งขยะไม่เป็นที่ ห้ามใช้กำลัง...
ไป๋สวงเอ่ยชมไม่ขาดปาก
"สะอาดมากจริงๆ เหมือนกับเมืองเต่าทมิฬเลย"
หลังจากเดินชมทั่วทั้งย่านถนน องค์กษัตริย์ เมยเท่อ และไคปินส์ต่างก็มีสีหน้าตกตะลึงเช่นเดียวกัน
ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อครึ่งเดือนกว่าๆ ที่แล้ว ที่นี่ยังคงเป็นพื้นที่ที่รกร้างวุ่นวาย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสถานที่ที่สะอาดสะอ้านงดงามจนยากจะเชื่อสายตา
องค์กษัตริย์ถอนหายใจออกมา
"ไม่รู้จริงๆ ว่ามู่เหลียงทำได้ยังไง..."
แววตาของไป๋สวงฉายแววเลื่อมใสศรัทธา ใบหน้างดงามแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย
"มู่เหลียงคือคนที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้นี่คะ"
ไคปินส์กับเมยเท่อสบตากัน ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ หัวใจของน้องสาวถูกมู่เหลียงขโมยไปจนหมดสิ้นแล้ว
ไป๋สวงแย้มยิ้มหวาน เอ่ยเสียงใส
"ท่านพ่อ พวกเราไปดูข้างหน้ากันเถอะค่ะ ตรงนั้นน่าจะเป็นเขตธุรกิจ"
องค์กษัตริย์ระงับความตื่นตะลึงในใจ แล้วเดินตามบุตรสาวไปข้างหน้า
"เอาสิ"
สองชั่วโมงกว่าต่อมา
พวกเขามองเห็นตึกสูงระฟ้าเรียงรายอยู่ในเขตธุรกิจใจกลางเมือง ก็พลันยืนอึ้งตะลึงงันอยู่กับที่อีกครั้ง
เมยเท่ออ้าปากค้าง เริ่มรู้สึกสงสัยในชีวิตขึ้นมานิดๆ แล้ว
"ตึกสูงเยอะขนาดนี้ สร้างเสร็จภายในครึ่งเดือนเองงั้นเหรอ?"
ไป๋สวงเอ่ยชมออกมา
"สมแล้วที่เป็นมู่เหลียง"