เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 89 : วันของเว่ยหลาน

ตอนที่ 89 : วันของเว่ยหลาน

ตอนที่ 89 : วันของเว่ยหลาน


ตอนที่ 89 : วันของเว่ยหลาน

เว่ยหลานต้องยอมรับว่าเธอไม่เข้าใจการสนทนาระหว่างลู่หมิงและจางเฉิงเฉิงเลย

แต่เธอก็มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งคือเธอไม่ใช่คนพูดมาก

หากเป็นเพียงความสับสนเล็กน้อย เธอก็จะไม่ถามเกี่ยวกับมัน

จางเฉิงเฉิงพาเธอไปที่ครัว และเริ่มการทำอาหารโดยมีเว่ยหลานเป็นลูกมือในการหยิบจับสิ่งต่างๆ

ในขณะที่สองสาวช่วยกันทำอาหารนั้น จางเฉิงเฉิงก็พูดออกมา

“ก่อนที่เธอจะมา ด็อกเตอร์ฮั่วได้เล่าเกี่ยวกับนิสัยของพี่ลู่ให้ฟังบ้างไหม?”

เว่ยหลานดูจริงจังและกล่าวว่า “ไม่เลย ด็อกเตอร์ฮั่วแค่บอกว่าพี่ลู่เป็นคนดีมากเท่านั้นเอง”

จางเฉิงเฉิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ มุมปากของเธอยิ้มออกมา และเธอก็กล่าวว่า “ใช่แล้ว! ฉันไม่เคยเห็นใครที่จิตใจดี เป็นคนดี และแข็งแกร่งเท่ากับพี่ลู่อีกแล้ว!”

มันต้องไม่ขาดคำชมทุกวัน!

มันกลายเป็นความเชื่อของเฉิงเฉิงไปแล้ว

หลังจากถอนหายใจออกมา จางเฉิงเฉิงก็พูดต่อ “แต่เธอก็ต้องเข้าใจว่าแม้แต่คนดีก็นิสัยพิเศษเฉพาะตัวได้”

เว่ยหลานรีบพยักหน้า

เธอเข้าใจดีถึงหลักการที่ว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

จางเฉิงเฉิงพูดต่อ “นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงต้องบอกบางอย่างให้เธอรู้เอาไว้”

“พี่เฉิงเฉิงว่ามาได้เลย”

“เรื่องแรกคือบ้านของพี่ลู่ นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด! เธอห้ามเข้าไปในบ้านของพี่ลู่เด็ดขาด! อย่าแม้แต่จะคิด! นั่นคือพื้นที่ส่วนตัวของพี่ลู่ การก้าวเข้าไปในบ้านของพี่ลู่โดยไม่ได้รับอนุญาตเท่ากับเป็นการประกาศสงครามกับพี่ลู่ และฉันก็เชื่อว่าเธอเองก็คงจะรู้ถึงผลที่ตามมา”

เว่ยหลานรีบพยักหน้าและบอกว่าเธอจะไม่รนหาที่ตายเด็ดขาด

“เรื่องที่สองคือระยะห่างจากพี่ลู่ มันเป็นเรื่องยากมากที่พี่ลู่จะไว้ใจใคร วันนี้เป็นวันแรกของเธอ ดังนั้นเธอต้องระวังเรื่องการรักษาระยะห่างจากพี่ลู่ไว้ให้ดี ถ้าเธอเข้าใกล้พี่ลู่เกินไป เขาก็จะไม่ชอบแน่ๆ และถ้าพี่ลู่ไม่พอใจ คนอื่นๆ ในฐานที่มั่นก็จะไม่พอใจไปด้วย”

ด้วยเหตุนั้นเอง จางเฉิงเฉิงจึงจ้องมาที่เว่ยหลาน ดวงตาของเธอกวาดไปทั่วร่างของอีกฝ่ายในขณะที่เธอพูดออกมาอย่างจริงจังว่า “เข้าใจไหม?”

เว่ยหลานพยักหน้าซ้ำๆ “เข้าใจแล้วค่ะ”

จางเฉิงเฉิงยิ้มอย่างพึงพอใจและพูดต่อ “ข้อสุดท้าย พี่ลู่ไม่ชอบออกไปข้างนอก และเขาก็ไม่ชอบการถูกรบกวนเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นพวกเราที่เป็นผู้ช่วยของพี่ลู่ก็ต้องจัดการทุกอย่างที่พวกเราสามารถทำได้ ถ้าพวกเราไม่สามารถจัดการได้ พวกเราก็จะไปหาหวังซ่ง และถ้าหวังซ่งจัดการไม่ได้ พวกเราก็จะไปหาลั่วเซิงแทน กล่าวโดยสรุปแล้ว พวกเราห้ามรบกวนพี่ลู่เด็ดขาดถ้าทำได้”

เว่ยหลานพยักหน้าอีกครั้ง “ง่ายมากเลย ฉันไม่ใช่คนที่ชอบสร้างปัญหาอยู่แล้ว”

อาหารกำลังร้อนอยู่ในหม้อ

จางเฉิงเฉิงเงียบไปหลังจากอธิบายจนเสร็จแล้ว

เว่ยหลานสับสน “พี่เฉิงเฉิง มีแค่นี้เหรอ?”

จางเฉิงเฉิงพยักหน้า “ใช่ แค่สามข้อนี้แหละ”

ดังนั้นเธอก็แค่ไม่ต้องเข้าไปในบ้านของพี่ลู่ รักษาระยะห่างจากเขา และไม่รบกวนเขาโดยไม่จำเป็น

เว่ยหลานคิดดูและอดพูดออกมาไม่ได้ “มันดูง่ายจัง…”

จางเฉิงเฉิงพยักหน้าเบาๆ “เพราะพี่ลู่เป็นคนง่ายๆ เป็นผู้แสวงหาเส้นทางยังไงล่ะ!”

“ผู้แสวงหาเส้นทาง?”

“ใช่ ผู้แสวงหาเส้นทางแห่งความแข็งแกร่ง!”

จางเฉิงเฉิงและเว่ยหลานใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการปรุงอาหารสำหรับคนสามคนจนเสร็จ ใช่แล้ว ตามกฎของลู่หมิง นับจากวันนี้เป็นต้นไป ลู่หมิงก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเสบียงอาหารของเว่ยหลาน

นี่คือสิ่งที่ลู่หมิงควรจะทำอยู่แล้ว

เมื่อวางอาหารจนเต็มโต๊ะแล้ว ลู่หมิงก็เดินเข้ามา

ในขณะที่ลู่หมิงนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ เขาก็พูดออกมาเบาๆ ว่า “มาเริ่มกินกันเถอะ” จากนั้นอาหารก็ถูกผู้ตื่นทั้งสามคนสวาปามเข้าไปราวกับพายุ

มื้ออาหารกินเวลาประมาณ 40 นาที!

หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว ลู่หมิงก็กล่าวว่า “ฉันขอไปงีบก่อนนะ” และเขาก็ออกไปจากห้อง เหลือเพียงแค่จางเฉิงเฉิงและเว่ยหลานเท่านั้นที่คอยเก็บกวาดจานอาหาร

มันใช้เวลาไม่นานในการเก็บกวาด

หลังจากทำหน้าที่เสร็จแล้ว จางเฉิงเฉิงก็พาเว่ยหลานไปที่ห้อง

“นี่คือห้องนอนของเธอนะ โอเคไหม?”

เมื่อมองไปที่อพาร์ทเมนต์หนึ่งห้องนอนที่เรียบง่าย เว่ยหลานก็พยักหน้าซ้ำๆ “พอใจค่ะ”

สภาพความเป็นอยู่ของที่นี่ดีกว่า ณ ที่พักพิงอย่างแน่นอน เพราะมันมีผู้รอดชีวิตอยู่ที่นี่ไม่มากเท่าไร

จางเฉิงเฉิงยิ้มออกมา “ดีเลย”

หลังจากพูดจบ เธอก็เตรียมที่จะเดินออกไปจากห้อง แต่เว่ยหลานก็หยุดเธอไว้ก่อน “ว่าแต่พี่เฉิงเฉิง ตอนบ่ายล่ะ? ฉันต้องทำอะไรในตอนบ่าย?”

จางเฉิงเฉิงตอบ “ตอนบ่ายพวกเราก็ไม่มีโปรแกรมอะไรเป็นพิเศษ มันเป็นการฝึกของพี่ลู่ และเขาก็ไม่ต้องการความช่วยเหลือของพวกเราในตอนบ่าย อย่างไรก็ตาม พวกเราก็คอยเตรียมตัวไว้จะดีกว่า เผื่อพี่ลู่เรียก พวกเราจะได้ลงมือได้ทันที”

เว่ยหลานพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ”

“แล้วก็ไปที่ครัวตอนสี่โมงเย็นเพื่อเตรียมมื้อเย็นด้วยล่ะ อย่าลืมนะ”

เว่ยเหลียนยิ้มและพยักหน้า “ค่ะพี่เฉิงเฉิง”

หลังจากจางเฉิงเฉิงจากไปแล้ว เว่ยหลานก็เดินไปรอบๆ ห้องของเธอ

ห้องค่อนข้างสะอาดและเป็นระเบียบ ซึ่งเหมาะกับรสนิยมของเว่ยหลานพอดี

เว่ยหลานที่รู้สึกเหนื่อยได้นอนลงไปบนเตียงและหลับไปอย่างรวดเร็ว

เว่ยหลานนอนหลับไปจนถึงตอนสี่โมงเย็น

หลังจากถูกปลุกโดยนาฬิกาปลุกแล้ว เว่ยหลานก็รีบลุกขึ้นมาและไปที่ครัวทันที เธอเห็นว่าจางเฉิงเฉิงได้เริ่มเตรียมวัตถุดิบแล้ว

หลังจากล้างมือ เว่ยหลานก็เดินเข้าไปช่วยพร้อมกับขอโทษขอโพย “ขอโทษทีนะพี่เฉิงเฉิง ฉันเผลอหลับยาวไปหน่อย”

จางเฉิงเฉิงยิ้มและกล่าวว่า “ไม่ต้องขอโทษหรอก ตอนเช้ามันเหนื่อยมากจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่สามารถใช้คริสตัลศพระดับสามได้ตามอำเภอใจอีกแล้ว แต่งานในตอนบ่ายก็เบากว่าเยอะเลย”

สองสาวคุยกันไปเรื่อยในขณะที่พวกเธอทำอาหาร

หลังจากพวกเธอเตรียมมื้อเย็นเสร็จแล้ว พวกเธอก็ตัดสินใจไปเดินเล่นรอบๆ เมื่ออาหารถูกเสิร์ฟแล้ว และลู่หมิงก็เข้ามาในห้องรับประทานอาหารแล้ว

ในคืนนั้น หลังจากเดินเล่นไปรอบๆ หมู่บ้านกู๊ดโฮปพร้อมกับจางเฉิงเฉิงอยู่เกือบสองชั่วโมงแล้ว เว่ยหลานก็กลับมาที่ห้องของเธอ

วันสิ้นโลกไม่ค่อยมีสถานบันเทิงยามค่ำคืนมากนัก และเว่ยหลานก็ไม่ใช่คนที่ชอบเที่ยวกลางคืนอยู่แล้ว

เมื่อเห็นว่ามันเป็นเวลาสองทุ่มแล้ว และรู้ว่าเธอต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมมื้อเช้าให้กับลู่หมิงในวันพรุ่งนี้ เว่ยหลานจึงรีบเข้านอน อย่างไรก็ตาม เธอก็นอนไม่หลับ

เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ เว่ยหลานก็พบว่านับจากวันนี้เป็นต้นไป ชะตากรรมของเธอก็คงต้องผูกพันกับลู่หมิงไม่มากก็น้อย

เธอต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่ง ซึ่งก็คือลู่หมิงเป็นคนน่าเบื่อและไม่น่าสนใจเอาซะเลย

ดังนั้นการเป็นผู้ช่วยของลู่หมิงจึงเป็นงานที่น่าเบื่อมาก

งานนี้ไม่ได้ท้าทายอะไรเลย และก็ไม่ได้มีความน่าสนใจอะไรด้วย

แค่ต้องช่วยในการฝึกของเขา และเตรียมอาหารกับเก็บกวาด

นอกจากนี้ ด้วยนิสัยและความแข็งแกร่งของลู่หมิง เว่ยหลานก็รู้ว่างานของเธอคงจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน

แต่เว่ยหลานก็ไม่คิดจะบ่นอะไร

ในวันสิ้นโลกเช่นนี้ มันถือเป็นพรข้อใหญ่แล้วที่ทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตอย่างมั่นคงเช่นนี้ได้

เมื่อนึกถึงการประเมินลู่หมิงของจางเฉิงเฉิงในตอนเช้าแล้ว…

“ใช่แล้ว ผู้แสวงหาเส้นทางแห่งความแข็งแกร่ง!”

มันถือว่าเหมาะสมมากเลย

เขาเป็นคนเรียบง่าย แต่ก็มุ่งมั่นและแน่วแน่

เขาเป็นคนระมัดระวังและรอบคอบ เขาไม่เคยคิดเสี่ยงอันตรายอะไร แต่เขาก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

เขาอดทนต่อความเบื่อหน่ายและความน่าเบื่อหน่ายเพียงเพื่อไล่ตามความแข็งแกร่งเท่านั้น

เขาเป็นเหมือนลูกไฟ แม้ว่ามันจะดูเหมือนกับการเผาไหม้ตัวเอง แต่เขาก็สามารถให้ความอบอุ่นและแสงสว่างแก่คนที่อยู่รอบๆ ได้โดยไม่รู้ตัวด้วย

“เขาอาจจะไม่ใช่ฮีโร่ แต่เขาก็ทำในสิ่งที่แม้แต่เหล่าฮีโร่ก็ยังไม่อาจทำได้”

“เขาแสวงหาความแข็งแกร่งอย่างแน่วแน่อยู่เสมอ แต่เขาก็มีอิทธิพลต่อคนอื่นๆ ไปด้วยโดยไม่รู้ตัว”

ดังนั้นหากแม้แต่ผู้กอบกู้ผู้นี้ยังสามารถอดทนต่อกิจวัตรประจำวันนี้ได้ งั้นมันจะมีเหตุผลอะไรให้เว่ยหลานไม่พอใจ?

จากนั้นเว่ยหลานก็ผล็อยหลับไปพร้อมกับอารมณ์เหล่านี้ที่อยู่ภายในใจ

จบบทที่ ตอนที่ 89 : วันของเว่ยหลาน

คัดลอกลิงก์แล้ว