- หน้าแรก
- มายฮีโร่ ฉันคือเดอะแฟลช
- ตอนที่16 ทดสอบอัตลักษณ์
ตอนที่16 ทดสอบอัตลักษณ์
ตอนที่16 ทดสอบอัตลักษณ์
“ฉันดันอยู่ห้องเดียวกับพวกตัวปัญหาซะงั้น!” มิโดริยะ อิซึคุมองไปยังคนสองคนที่สะดุดตาที่สุดในห้องเรียนจากหน้าประตู
สีหน้าของเขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะห่อเหี่ยวลงทันที
หลังจากนั้นไม่นานคนสองคนที่มิโดริยะเรียกว่า“ตัวปัญหา”ก็สังเกตเห็นมิโดริยะที่ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกัน
คนหนึ่งจ้องมองเขาด้วยสายตาดุดัน ส่วนอีกคนรีบพุ่งเข้าไปหาและเริ่มพูดคุยกับมิโดริยะอย่างจริงจัง
เพิ่งคุยกันได้ไม่กี่ประโยคอุรารากะนักเรียนคนสุดท้ายของห้อง1-Aก็ปรากฏตัวที่หน้าประตูห้องเรียนเช่นกันทั้งสามคนก็ยืนคุยกันอยู่ตรงหน้าประตู
แต่…หลี่เทียนกลับกำลังสนใจใครอีกคนหนึ่ง
เขามองผ่านช่องประตูไปยังร่างหนึ่งที่ค่อยๆขยับเข้ามาในสายตาเขา เป็นเงาร่างที่ถูกห่ออยู่ในถุงนอนลายเส้นสีดำเต็มไปหมด
ถึงแม้หลี่เทียนจะรู้ว่าไอซาวะ โชตะดูเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากแต่จริงๆแล้วก็…หมดอาลัยตายอยากจริงๆนั่นแหละทว่ากลับเป็นคนที่ไว้ใจได้อย่างคาดไม่ถึง
แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า…จะไม่มีครูที่ดูปกติกว่านี้มาเป็นครูประจำชั้นเลยหรือไง?
หลี่เทียนอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นก่ายหน้าผากตัวเอง
โทรุที่อยู่ข้างๆเห็นท่าทางของหลี่เทียนก็รู้สึกสงสัยจึงมองตามสายตาของเขาไป
จากนั้นเธอก็เห็นก้อนอะไรบางอย่างสีเหลืองก้อนใหญ่ๆปรากฏอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียน มันหดไหล่ตัวสั่นดูเหมือน…หนอนผีเสื้อสีเหลืองขนาดใหญ่
ภาพนั้นดู…น่าขยะแขยงมาก
“อ๊ะ! นั่นมันอะไรน่ะ…”โทรุร้องออกมาทันที
เสียงอุทานของโทรุทำให้นักเรียนในห้องต่างพากันเงยหน้ามองไปทางประตูอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะสามคนที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างมิโดริยะ อิซึคุ,อุรารากะ โอชาโกะและอีดะ เท็นยะที่ตกใจจนสะดุ้งเมื่อจู่ๆของประหลาดนั้นก็โผล่มาอยู่ข้างตัวพวกเขา
ก้อนสีเหลืองนั้นพลิกตัวกลับ เผยให้เห็นใบหน้าที่มีหนวดเครา เขาหันหน้าเข้าหาห้องเรียนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า
“ถ้าอยากหาเพื่อนไปเล่น ก็ไปที่อื่น…ที่นี่คือแผนกฮีโร่”
ชายเครารุงรังอย่างไอซาวะ โชตะเหลือบมองหลี่เทียนในห้องเรียนอย่างไร้อารมณ์จากนั้นก็รูดซิปถุงนอนลุกขึ้นยืนดื่มนมในมือของเขาก่อนจะพูดต่อว่า
“ใช้เวลาเงียบตั้ง8วินาทีพวกเธอขาดวินัยมาก แต่ในเมื่อยังหาฉันเจอก็ถือว่ายังพอใช้ได้”
“ฉันคือไอซาวะ โชตะเป็นครูประจำชั้นฝากตัวด้วย”
“ครูประจำชั้นงั้นเหรอ!?”
นักเรียนทุกคนตกตะลึงมองไปยังร่างของไอซาวะ โชตะที่ดูเฉื่อยชาแทบทุกคนมีความสงสัยอยู่ในสายตาพวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าคนตรงหน้าจะเป็นครูประจำชั้นของพวกเขา
อย่างไรก็ตามในฐานะนักเรียนไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม
ไอซาวะ โชตะไม่สนใจความสงสัยของเหล่านักเรียนเขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเดิมว่า
“การเคลื่อนไหวต้องรวดเร็วทุกคนไปเปลี่ยนเป็นชุดพละ แล้วไปที่สนามกีฬา”
พูดจบไอซาวะ โชตะก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของนักเรียนหันหลังแล้วเดินตรงไปยังสนามกีฬา
ทุกคนมองแผ่นหลังของไอซาวะ โชตะลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันตัวเดินไปทางห้องล็อกเกอร์
แผนที่ของโรงเรียนU.A ทางโรงเรียนได้แจกให้พวกเขาแล้วและนักเรียนทุกคนก็จำแผนที่นั้นได้ขึ้นใจตั้งแต่แรกแล้ว
――――――――――――――――――――――
“การทดสอบการควบคุมอัตลักษณ์งั้นเหรอ?”
เหล่านักเรียนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จอย่างรวดเร็วต่างก็มารวมตัวกันที่สนามอย่างที่คาดไว้นี่ก็คือการทดสอบแบบเดียวกับในเนื้อเรื่องเดิมและยังเป็นก้าวแรกที่ทำให้นักเรียนแต่ละคนรู้ว่าพวกเขาสามารถใช้อัตลักษณ์ของตัวเองทำอะไรได้บ้าง
แต่ในเวลานี้คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันตั้งตัวเมื่อได้ยินคำพูดของไอซาวะพวกเขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจและเริ่มถามถึงกิจกรรมปกติอย่างการแนะนำโรงเรียนในพิธีเปิด
อย่างไรก็ตามไอซาวะเพียงพูดไม่กี่คำก็ทำลายความคาดหวังเกี่ยวกับกิจกรรมโรงเรียนแบบปกติของนักเรียนทั้งหมดและทำให้พวกเขาเริ่มเข้าใจแนวคิดของ“เสรีภาพของโรงเรียน”แบบที่โรงเรียนมัธยมปลายU.A.ภาคภูมิใจ
“เอาล่ะ เริ่มกันได้แล้ว” ไอซาวะ โชตะหันมามองนักเรียน
“พวกเธอคงเคยทำกันตอนมัธยมต้นแล้วอย่างการขว้างซอฟต์บอล/กระโดดไกลอยู่กับที่/วิ่ง 50 เมตร/วิ่งระยะไกล/วัดแรงบีบมือ/กระโดดด้านข้างซ้ำๆ/ซิทอัพและก้มตัวแตะปลายเท้ารวมทั้งหมด8รายการทดสอบสมรรถภาพร่างกายที่ห้ามใช้อัตลักษณ์”
“มาตรฐานการทดสอบที่ไร้เหตุผลและไม่เคยเปลี่ยนแปลงนี้ ถูกใช้มาจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นความสะเพร่าของกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”
“แต่ที่โรงเรียนมัธยมปลายU.A. มันไม่เหมือนกัน” ไอซาวะ โชตะพูดอย่างเรียบเฉย
นักเรียนทุกคนชะงักไปครู่หนึ่ง
“หลี่เทียน คนที่ได้อันดับหนึ่งในการสอบภาคปฏิบัติคือเธอ” ไอซาวะหันมามองหลี่เทียนกะทันหัน
“ตอนมัธยมต้น เธอขว้างซอฟต์บอลได้กี่เมตร?”
“ใครจะไปสนเรื่องแบบนั้นกัน” หลี่เทียนยักไหล่ทำปากเบ้เขาไม่เคยสนใจผลการเรียนในอดีตเลย
“คุณครูค่ะ ผลการขว้างซอฟต์บอลม.ต้นของหลี่เทียนคือ 82 เมตร”
เห็นสายตาที่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรของไอซาวะ โชตะ โทรุก็ยกมือขึ้นแล้วพูด
“82 เมตรงั้นเหรอ?”
จริงๆแล้วโทรุคิดมากเกินไปเพราะไอซาวะ โชตะไม่ได้เป็นคนใจแคบขนาดนั้น
“ออกมาลองใช้อัตลักษณ์ของเธอให้เต็มที่ ขอแค่อย่าออกนอกวงก็พอจะเล่นยังไงก็ได้”
ไอซาวะ โชตะพูดพลางขยับตัวออกจากจุดที่ใช้ทดสอบการขว้างซอฟต์บอล
“ใช้เต็มที่งั้นเหรอ?” หลี่เทียนยิ้มกว้าง
พูดตามตรงถ้าให้เขาทำเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเขาอาจจะทำเรื่องน่าอายจริงๆแต่ตอนนี้น่ะเหรอ?
หลี่เทียนก้าวไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว แล้วเดินเข้าไปในวงสำหรับการขว้างซอฟต์บอล
“เขาคืออันดับหนึ่งงั้นเหรอ?”
“ได้ยินมาว่าตอนสอบเขาเอาหัวของหุ่นยนต์ศัตรูจำลองหมายเลข0มาเล่นเหมือนลูกข่างเลยนะ”
นักเรียนหลายคนที่อยู่ตรงนั้นมองดูหลี่เทียนเดินออกมาแล้วเริ่มกระซิบคุยกันเบา ๆ
มีเพียงมิโนรุ มิเนตะกับโอจิโร่ มาชิราโอะที่มองหลี่เทียนด้วยสายตาแตกต่างออกไปเล็กน้อย
ในฐานะผู้เข้าสอบที่อยู่สนามเดียวกับหลี่เทียนพวกเขาเห็นภาพน่ากลัวที่หัวหุ่นยนต์ยักษ์ถูกทำให้หมุนเหมือนลูกข่างด้วยตาของตัวเอง
“หมอนั่นงั้นเหรอ…” บาคุโก คัตสึกิจ้องมองหลี่เทียนดวงตาเต็มไปด้วยความกระหายในการต่อสู้
หลี่เทียนไม่ได้สนใจคำพูดวิจารณ์ของเหล่านักเรียนมากนักเขายืนอยู่ในวงขณะที่ถือซอฟต์บอลไว้ในมือและจ้องมองไปข้างหน้า
“ตอนนี้ก็ลองทำให้เต็มที่ก็พอ”หลี่เทียนคิดในใจพลางแกว่งมือขวาที่ถือซอฟต์บอลไปมา
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ~
สายฟ้าสีทองเต้นระยิบระยับก่อนจะปกคลุมร่างของหลี่เทียนทั้งตัวในพริบตา
“บูม!”
ไม่มีใครเห็นการเคลื่อนไหวของหลี่เทียนเมื่อครู่เลยพวกเขาเพียงรู้สึกเหมือนภาพตรงหน้าพร่าไปชั่วขณะและมีเสียงคำรามดังขึ้นในหู แล้วซอฟต์บอลในมือของหลี่เทียนก็หายไป
“อะ… อะไรเกิดขึ้นกัน?”
“เมื่อกี้มันอะไรกัน?”
นักเรียนต่างพากันตะลึงแต่ครูอย่างไอซาวะ โชตะไม่ได้เป็นเช่นนั้นเขาจ้องมองหลี่เทียนดวงตาวูบไหวเล็กน้อยจากนั้นก็มองโทรศัพท์ในมือก่อนจะยกขึ้นให้เหล่านักเรียนดู
“ถ้าอยากก้าวข้ามขีดจำกัด ก่อนอื่นก็ต้องรู้ก่อนว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ตรงไหนนี่แหละคือเหตุผลของการมีอยู่ของฮีโร่”ไอซาวะ โชตะพูดอย่างเรียบเฉย
“2,352 เมตร! จริงหรือเปล่า!?”
“ตัวเลขอะไรเวอร์ขนาดนั้น!”
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
แม้ว่ากลุ่มผู้สมัครเป็นฮีโร่เหล่านี้จะไม่รู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นแต่เมื่อเห็นตัวเลขที่เกินจริงขนาดนี้ก็ยังอดอุทานด้วยความตกตะลึงไม่ได้
“สมแล้วที่เป็นอันดับหนึ่งของการสอบภาคปฏิบัติ”
ยาโอโยโรสุ โมโมะนักเรียนที่ถูกแนะนำตัวเข้ามาเรียนก็อุทานออกมาเช่นกัน
ส่วนนักเรียนที่ถูกแนะนำตัวมาอีกคนโทโดโรกิ โชโตะก็เปลี่ยนสายตาที่มองหลี่เทียนเล็กน้อยเขาจ้องไปที่ร่างของหลี่เทียนอย่างตั้งใจ
“2,352 เมตร…” หลี่เทียนที่หยุดความเร็วของตัวเองไปตั้งแต่จังหวะที่ลูกบอลกำลังจะถูกปล่อยออกจากมือ
เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อมองไปยังจุดดำเล็กๆที่พร่าเลือนอยู่ไกลลิบ
“ดูเหมือนว่าจังหวะปล่อยจะจับได้ไม่ดี การทะลุกำแพงเสียงในเสี้ยววินาทีทำให้ความเร็วลดลงไปมาก”
“สมแล้วที่จังหวะแบบละเอียดขนาดนี้ควบคุมยากจริง ๆ” หลี่เทียนพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินกลับไปยังกลุ่มนักเรียน
“นายแข็งแกร่งจริงๆ! สมแล้วที่เป็นอันดับหนึ่งของการสอบภาคปฏิบัติ…” คิริชิมะ เอจิโร่พูดขึ้นอย่างเปิดเผย
“ก็ไม่เลวหรอก! จริงๆแล้วอัตลักษณ์ของฉันไม่ได้ถนัดด้านพละกำลังเท่าไหร่” หลี่เทียนพูดพร้อมรอยยิ้มถ่อมตัว
“ไม่ได้ถนัดด้านพละกำลัง…” มุมปากของหลายคนที่อยู่ใกล้หลี่เทียนกระตุกเล็กน้อย
เมื่อมองไปยังตัวเลขเด่นชัดบนโทรศัพท์ของไอซาวะ โชตะ พวกเขาแทบอยากกระอักเลือดออกมา
นี่เรียกว่าไม่ถนัดด้านพละกำลังงั้นเหรอ!
การอวดเก่งมันไม่ใช่แบบนี้สิ!
อีกด้านหนึ่งบาคุโก คัตสึกิจ้องมองหลี่เทียนดวงตาของเขาเต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้
ขณะที่โทโดโรกิ โชโตะ เองก็มองไปที่หลี่เทียนเป็นระยะสายตาของเขาก็เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เช่นกัน
“แต่โรงเรียนมัธยมปลาย U.A. ก็น่าสนใจดีนะการสอบไม่ได้ห้ามใช้อัตลักษณ์”
“สมแล้วที่เป็นแผนกฮีโร่ของโรงเรียนมัธยมระดับแนวหน้าของประเทศ”
หลังจากคุยกันสักพักนักเรียนก็เริ่มตื่นเต้นกันอีกครั้งแต่มีเพียงมิโดริยะ อิซึคุที่สีหน้าค่อยๆเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก
การทดสอบที่ใช้อัตลักษณ์แบบนี้สำหรับคนอย่างเขาที่อัตลักษณ์เหมือนของใช้แล้วทิ้ง หากใช้ครั้งหนึ่งก็แทบจะพังทั้งร่างมันไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายเลย
“น่าสนุกงั้นเหรอ?” ไอซาวะ โชตะเหลือบมองเหล่านักเรียนที่กำลังหัวเราะหยอกล้อกันอยู่
จู่ๆเขาก็ยิ้มบางๆแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหม่น “ถ้าอย่างนั้นคนที่ได้อันดับสุดท้ายของชั้น จะถูกตัดสินว่าอ่อนแอและถูกไล่ออก”
“ไล่ออก?”
“อันดับสุดท้ายงั้นเหรอ…”
เมื่อเทียบกับเสียงหัวเราะเมื่อครู่คำพูดของไอซาวะ โชตะทำให้นักเรียนทุกคนเหมือนถูกสาดน้ำเย็นใส่ทันที
แม้แต่คนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมก็ยังไม่มั่นใจว่าจะไม่กลายเป็นคนสุดท้าย สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยและมองไปที่ไอซาวะ โชตะด้วยความตกตะลึงเพราะเขาดูเหมือนจะไม่ได้ล้อเล่นเลย
“แต่ว่าวันนี้มันเพิ่งเป็นวันเปิดเรียนวันแรกไม่ใช่เหรอ?” อาชิโดะ มินะอดถามออกมาไม่ได้
“ใช่แล้ว! จะไล่ออกก่อนเรียนครบวันมันรีบเกินไปหรือเปล่า?” โทรุก็พูดเสริมขึ้น
“ต่อให้ไม่ใช่วันแรก การไล่ออกแบบนี้ก็ไม่สมเหตุสมผลอยู่ดี!”อุรารากะ โอชาโกะก็รีบพูดตามทันที
เมื่อเทียบกับเด็กผู้ชายแล้วเด็กผู้หญิงมักจะใช้อารมณ์มากกว่าเล็กน้อยพวกเธอจึงยิ่งไม่เห็นด้วยกับเรื่องแบบนี้
ไอซาวะ โชตะทำหน้ามืดมนเขายกมือขึ้นปัดผมยาวที่ปิดดวงตาออกแล้วใช้ดวงตาแดงก่ำกวาดมองเหล่านักเรียน (นะ...นี่มันพวกอุจิวะ)
ทุกที่ที่สายตาของเขามองไป เสียงก็เงียบลงท้ายที่สุดก็ไม่มีนักเรียนคนไหนยังพูดอะไรอีก
ไอซาวะ โชตะจึงแสยะยิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุร้ายแรง วิลเลินที่ไม่ทำตามกฎเกณฑ์และภัยพิบัติที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไร”
“โลกทั้งใบในตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่สมเหตุสมผลแบบนั้นและหน้าที่ของฮีโร่ก็คือการล้มล้างความไม่สมเหตุสมผลเหล่านั้น”
“ถ้าพวกเธอคิดว่าจะเรียนเสร็จแล้วไปกินอาหารจานด่วน หัวเราะเล่นกันสบายๆหลังเลิกเรียนงั้นพวกเธอก็มาผิดที่แล้ว”
“โรงเรียนมัธยมปลายU.A.คือสถานที่ที่จะมอบบททดสอบอันโหดร้ายให้กับพวกเธอตลอดสามปีข้างหน้ามีแต่ต้องพุ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลังเท่านั้นถึงจะฝ่าคลื่นลมไปได้”
“อีกอย่างฉันบอกพวกเธอไปแล้วว่าจิตวิญญาณของโรงเรียนU.A.คือ‘เสรีภาพ’”
“และการปฏิบัติต่อนักเรียนแบบนี้…ก็คือเสรีภาพของพวกครูเหมือนกัน”
“ยินดีต้อนรับ ที่นี่คือ…แผนกฮีโร่ของโรงเรียนมัธยมปลายU.A.!!!”
ไอซาวะ โชตะมองทุกคนสายตาของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันแบบเดียวกับที่โปรฮีโร่มี
หลังจากถูกคำพูดหนักแน่นของไอซาวะ โชตะถาโถมใส่แม้ว่านักเรียนห้องAจะยังรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้างแต่ทุกคนก็เริ่มสงบลงและตกอยู่ในห้วงความคิด
ในขณะเดียวกันทัศนคติของพวกเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆและเริ่มยอมรับแนวคิดนั้น
แม้แต่มิโดริยะ อิซึคุที่ยังคงกังวลอยู่ตอนนี้ก็ไม่มีความคิดจะโต้แย้งแล้ว
ในความคิดของเขาอาจารย์ไอซาวะพูดถูก!
ส่วนหลี่เทียนนั้นต่างออกไป เขาไม่เหมือนเด็กพวกนี้ที่ยังสร้างค่านิยมชีวิตไม่สมบูรณ์
หลี่เทียนมีค่านิยมของตัวเองที่ค่อนข้างสมบูรณ์อยู่แล้วแม้ตอนนี้จะยังมีส่วนที่ไม่ชัดเจนอยู่บ้างแต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่คำพูดไม่กี่ประโยคของไอซาวะ โชตะจะเปลี่ยนแปลงได้
แม้ว่าเขาเองก็คิดเหมือนกันว่าสิ่งที่ไอซาวะ โชตะพูดนั้นมีเหตุผลอยู่ไม่น้อยก็ตาม
ท่ามกลางฝูงนักเรียนหลี่เทียนมองไปที่ไอซาวะ โชตะซึ่งกำลังยิ้มอย่างมืดมนและอดไม่ได้ที่จะมีประกายขบขันปรากฏในดวงตา
แม้เขาจะพูดว่าจะไล่ออกคนที่ได้อันดับสุดท้ายแต่หลี่เทียนจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าตั้งแต่ต้นจนจบสายตาของไอซาวะ โชตะจับจ้องอยู่ที่ตัวมิโดริยะ อิซึคุตลอดเวลา
“เป็นเพราะไม่พอใจที่มิโดริยะใช้One For Allในการสอบภาคปฏิบัติครั้งก่อนจนบาดเจ็บสาหัสแล้วล้มลงกับพื้นเลยคิดว่าแบบนั้นไม่คู่ควรจะเป็นฮีโร่งั้นเหรอ?”
หลี่เทียนอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แล้วตั้งนานแต่การได้เห็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีเย็นชาหยิ่งผยองแบบนี้ด้วยตาตัวเอง มันก็น่าสนใจจริงๆ