เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่16 ทดสอบอัตลักษณ์

ตอนที่16 ทดสอบอัตลักษณ์

ตอนที่16 ทดสอบอัตลักษณ์


“ฉันดันอยู่ห้องเดียวกับพวกตัวปัญหาซะงั้น!” มิโดริยะ อิซึคุมองไปยังคนสองคนที่สะดุดตาที่สุดในห้องเรียนจากหน้าประตู

สีหน้าของเขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะห่อเหี่ยวลงทันที

หลังจากนั้นไม่นานคนสองคนที่มิโดริยะเรียกว่า“ตัวปัญหา”ก็สังเกตเห็นมิโดริยะที่ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกัน

คนหนึ่งจ้องมองเขาด้วยสายตาดุดัน ส่วนอีกคนรีบพุ่งเข้าไปหาและเริ่มพูดคุยกับมิโดริยะอย่างจริงจัง

เพิ่งคุยกันได้ไม่กี่ประโยคอุรารากะนักเรียนคนสุดท้ายของห้อง1-Aก็ปรากฏตัวที่หน้าประตูห้องเรียนเช่นกันทั้งสามคนก็ยืนคุยกันอยู่ตรงหน้าประตู

แต่…หลี่เทียนกลับกำลังสนใจใครอีกคนหนึ่ง

เขามองผ่านช่องประตูไปยังร่างหนึ่งที่ค่อยๆขยับเข้ามาในสายตาเขา เป็นเงาร่างที่ถูกห่ออยู่ในถุงนอนลายเส้นสีดำเต็มไปหมด

ถึงแม้หลี่เทียนจะรู้ว่าไอซาวะ โชตะดูเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากแต่จริงๆแล้วก็…หมดอาลัยตายอยากจริงๆนั่นแหละทว่ากลับเป็นคนที่ไว้ใจได้อย่างคาดไม่ถึง

แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า…จะไม่มีครูที่ดูปกติกว่านี้มาเป็นครูประจำชั้นเลยหรือไง?

หลี่เทียนอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นก่ายหน้าผากตัวเอง

โทรุที่อยู่ข้างๆเห็นท่าทางของหลี่เทียนก็รู้สึกสงสัยจึงมองตามสายตาของเขาไป

จากนั้นเธอก็เห็นก้อนอะไรบางอย่างสีเหลืองก้อนใหญ่ๆปรากฏอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียน มันหดไหล่ตัวสั่นดูเหมือน…หนอนผีเสื้อสีเหลืองขนาดใหญ่

ภาพนั้นดู…น่าขยะแขยงมาก

“อ๊ะ! นั่นมันอะไรน่ะ…”โทรุร้องออกมาทันที

เสียงอุทานของโทรุทำให้นักเรียนในห้องต่างพากันเงยหน้ามองไปทางประตูอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะสามคนที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างมิโดริยะ อิซึคุ,อุรารากะ โอชาโกะและอีดะ เท็นยะที่ตกใจจนสะดุ้งเมื่อจู่ๆของประหลาดนั้นก็โผล่มาอยู่ข้างตัวพวกเขา

ก้อนสีเหลืองนั้นพลิกตัวกลับ เผยให้เห็นใบหน้าที่มีหนวดเครา เขาหันหน้าเข้าหาห้องเรียนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า

“ถ้าอยากหาเพื่อนไปเล่น ก็ไปที่อื่น…ที่นี่คือแผนกฮีโร่”

ชายเครารุงรังอย่างไอซาวะ โชตะเหลือบมองหลี่เทียนในห้องเรียนอย่างไร้อารมณ์จากนั้นก็รูดซิปถุงนอนลุกขึ้นยืนดื่มนมในมือของเขาก่อนจะพูดต่อว่า

“ใช้เวลาเงียบตั้ง8วินาทีพวกเธอขาดวินัยมาก แต่ในเมื่อยังหาฉันเจอก็ถือว่ายังพอใช้ได้”

“ฉันคือไอซาวะ โชตะเป็นครูประจำชั้นฝากตัวด้วย”

“ครูประจำชั้นงั้นเหรอ!?”

นักเรียนทุกคนตกตะลึงมองไปยังร่างของไอซาวะ โชตะที่ดูเฉื่อยชาแทบทุกคนมีความสงสัยอยู่ในสายตาพวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าคนตรงหน้าจะเป็นครูประจำชั้นของพวกเขา

อย่างไรก็ตามในฐานะนักเรียนไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม

ไอซาวะ โชตะไม่สนใจความสงสัยของเหล่านักเรียนเขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเดิมว่า

“การเคลื่อนไหวต้องรวดเร็วทุกคนไปเปลี่ยนเป็นชุดพละ แล้วไปที่สนามกีฬา”

พูดจบไอซาวะ โชตะก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของนักเรียนหันหลังแล้วเดินตรงไปยังสนามกีฬา

ทุกคนมองแผ่นหลังของไอซาวะ โชตะลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันตัวเดินไปทางห้องล็อกเกอร์

แผนที่ของโรงเรียนU.A ทางโรงเรียนได้แจกให้พวกเขาแล้วและนักเรียนทุกคนก็จำแผนที่นั้นได้ขึ้นใจตั้งแต่แรกแล้ว

――――――――――――――――――――――

“การทดสอบการควบคุมอัตลักษณ์งั้นเหรอ?”

เหล่านักเรียนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จอย่างรวดเร็วต่างก็มารวมตัวกันที่สนามอย่างที่คาดไว้นี่ก็คือการทดสอบแบบเดียวกับในเนื้อเรื่องเดิมและยังเป็นก้าวแรกที่ทำให้นักเรียนแต่ละคนรู้ว่าพวกเขาสามารถใช้อัตลักษณ์ของตัวเองทำอะไรได้บ้าง

แต่ในเวลานี้คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันตั้งตัวเมื่อได้ยินคำพูดของไอซาวะพวกเขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจและเริ่มถามถึงกิจกรรมปกติอย่างการแนะนำโรงเรียนในพิธีเปิด

อย่างไรก็ตามไอซาวะเพียงพูดไม่กี่คำก็ทำลายความคาดหวังเกี่ยวกับกิจกรรมโรงเรียนแบบปกติของนักเรียนทั้งหมดและทำให้พวกเขาเริ่มเข้าใจแนวคิดของ“เสรีภาพของโรงเรียน”แบบที่โรงเรียนมัธยมปลายU.A.ภาคภูมิใจ

“เอาล่ะ เริ่มกันได้แล้ว” ไอซาวะ โชตะหันมามองนักเรียน

“พวกเธอคงเคยทำกันตอนมัธยมต้นแล้วอย่างการขว้างซอฟต์บอล/กระโดดไกลอยู่กับที่/วิ่ง 50 เมตร/วิ่งระยะไกล/วัดแรงบีบมือ/กระโดดด้านข้างซ้ำๆ/ซิทอัพและก้มตัวแตะปลายเท้ารวมทั้งหมด8รายการทดสอบสมรรถภาพร่างกายที่ห้ามใช้อัตลักษณ์”

“มาตรฐานการทดสอบที่ไร้เหตุผลและไม่เคยเปลี่ยนแปลงนี้ ถูกใช้มาจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นความสะเพร่าของกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”

“แต่ที่โรงเรียนมัธยมปลายU.A. มันไม่เหมือนกัน” ไอซาวะ โชตะพูดอย่างเรียบเฉย

นักเรียนทุกคนชะงักไปครู่หนึ่ง

“หลี่เทียน คนที่ได้อันดับหนึ่งในการสอบภาคปฏิบัติคือเธอ” ไอซาวะหันมามองหลี่เทียนกะทันหัน

“ตอนมัธยมต้น เธอขว้างซอฟต์บอลได้กี่เมตร?”

“ใครจะไปสนเรื่องแบบนั้นกัน” หลี่เทียนยักไหล่ทำปากเบ้เขาไม่เคยสนใจผลการเรียนในอดีตเลย

“คุณครูค่ะ ผลการขว้างซอฟต์บอลม.ต้นของหลี่เทียนคือ 82 เมตร”

เห็นสายตาที่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรของไอซาวะ โชตะ โทรุก็ยกมือขึ้นแล้วพูด

“82 เมตรงั้นเหรอ?”

จริงๆแล้วโทรุคิดมากเกินไปเพราะไอซาวะ โชตะไม่ได้เป็นคนใจแคบขนาดนั้น

“ออกมาลองใช้อัตลักษณ์ของเธอให้เต็มที่ ขอแค่อย่าออกนอกวงก็พอจะเล่นยังไงก็ได้”

ไอซาวะ โชตะพูดพลางขยับตัวออกจากจุดที่ใช้ทดสอบการขว้างซอฟต์บอล

“ใช้เต็มที่งั้นเหรอ?” หลี่เทียนยิ้มกว้าง

พูดตามตรงถ้าให้เขาทำเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเขาอาจจะทำเรื่องน่าอายจริงๆแต่ตอนนี้น่ะเหรอ?

หลี่เทียนก้าวไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว แล้วเดินเข้าไปในวงสำหรับการขว้างซอฟต์บอล

“เขาคืออันดับหนึ่งงั้นเหรอ?”

“ได้ยินมาว่าตอนสอบเขาเอาหัวของหุ่นยนต์ศัตรูจำลองหมายเลข0มาเล่นเหมือนลูกข่างเลยนะ”

นักเรียนหลายคนที่อยู่ตรงนั้นมองดูหลี่เทียนเดินออกมาแล้วเริ่มกระซิบคุยกันเบา ๆ

มีเพียงมิโนรุ มิเนตะกับโอจิโร่ มาชิราโอะที่มองหลี่เทียนด้วยสายตาแตกต่างออกไปเล็กน้อย

ในฐานะผู้เข้าสอบที่อยู่สนามเดียวกับหลี่เทียนพวกเขาเห็นภาพน่ากลัวที่หัวหุ่นยนต์ยักษ์ถูกทำให้หมุนเหมือนลูกข่างด้วยตาของตัวเอง

“หมอนั่นงั้นเหรอ…” บาคุโก คัตสึกิจ้องมองหลี่เทียนดวงตาเต็มไปด้วยความกระหายในการต่อสู้

หลี่เทียนไม่ได้สนใจคำพูดวิจารณ์ของเหล่านักเรียนมากนักเขายืนอยู่ในวงขณะที่ถือซอฟต์บอลไว้ในมือและจ้องมองไปข้างหน้า

“ตอนนี้ก็ลองทำให้เต็มที่ก็พอ”หลี่เทียนคิดในใจพลางแกว่งมือขวาที่ถือซอฟต์บอลไปมา

เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ~

สายฟ้าสีทองเต้นระยิบระยับก่อนจะปกคลุมร่างของหลี่เทียนทั้งตัวในพริบตา

“บูม!”

ไม่มีใครเห็นการเคลื่อนไหวของหลี่เทียนเมื่อครู่เลยพวกเขาเพียงรู้สึกเหมือนภาพตรงหน้าพร่าไปชั่วขณะและมีเสียงคำรามดังขึ้นในหู แล้วซอฟต์บอลในมือของหลี่เทียนก็หายไป

“อะ… อะไรเกิดขึ้นกัน?”

“เมื่อกี้มันอะไรกัน?”

นักเรียนต่างพากันตะลึงแต่ครูอย่างไอซาวะ โชตะไม่ได้เป็นเช่นนั้นเขาจ้องมองหลี่เทียนดวงตาวูบไหวเล็กน้อยจากนั้นก็มองโทรศัพท์ในมือก่อนจะยกขึ้นให้เหล่านักเรียนดู

“ถ้าอยากก้าวข้ามขีดจำกัด ก่อนอื่นก็ต้องรู้ก่อนว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ตรงไหนนี่แหละคือเหตุผลของการมีอยู่ของฮีโร่”ไอซาวะ โชตะพูดอย่างเรียบเฉย

“2,352 เมตร! จริงหรือเปล่า!?”

“ตัวเลขอะไรเวอร์ขนาดนั้น!”

“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”

แม้ว่ากลุ่มผู้สมัครเป็นฮีโร่เหล่านี้จะไม่รู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นแต่เมื่อเห็นตัวเลขที่เกินจริงขนาดนี้ก็ยังอดอุทานด้วยความตกตะลึงไม่ได้

“สมแล้วที่เป็นอันดับหนึ่งของการสอบภาคปฏิบัติ”

ยาโอโยโรสุ โมโมะนักเรียนที่ถูกแนะนำตัวเข้ามาเรียนก็อุทานออกมาเช่นกัน

ส่วนนักเรียนที่ถูกแนะนำตัวมาอีกคนโทโดโรกิ โชโตะก็เปลี่ยนสายตาที่มองหลี่เทียนเล็กน้อยเขาจ้องไปที่ร่างของหลี่เทียนอย่างตั้งใจ

“2,352 เมตร…” หลี่เทียนที่หยุดความเร็วของตัวเองไปตั้งแต่จังหวะที่ลูกบอลกำลังจะถูกปล่อยออกจากมือ

เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อมองไปยังจุดดำเล็กๆที่พร่าเลือนอยู่ไกลลิบ

“ดูเหมือนว่าจังหวะปล่อยจะจับได้ไม่ดี การทะลุกำแพงเสียงในเสี้ยววินาทีทำให้ความเร็วลดลงไปมาก”

“สมแล้วที่จังหวะแบบละเอียดขนาดนี้ควบคุมยากจริง ๆ” หลี่เทียนพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินกลับไปยังกลุ่มนักเรียน

“นายแข็งแกร่งจริงๆ! สมแล้วที่เป็นอันดับหนึ่งของการสอบภาคปฏิบัติ…” คิริชิมะ เอจิโร่พูดขึ้นอย่างเปิดเผย

“ก็ไม่เลวหรอก! จริงๆแล้วอัตลักษณ์ของฉันไม่ได้ถนัดด้านพละกำลังเท่าไหร่” หลี่เทียนพูดพร้อมรอยยิ้มถ่อมตัว

“ไม่ได้ถนัดด้านพละกำลัง…” มุมปากของหลายคนที่อยู่ใกล้หลี่เทียนกระตุกเล็กน้อย

เมื่อมองไปยังตัวเลขเด่นชัดบนโทรศัพท์ของไอซาวะ โชตะ พวกเขาแทบอยากกระอักเลือดออกมา

นี่เรียกว่าไม่ถนัดด้านพละกำลังงั้นเหรอ!

การอวดเก่งมันไม่ใช่แบบนี้สิ!

อีกด้านหนึ่งบาคุโก คัตสึกิจ้องมองหลี่เทียนดวงตาของเขาเต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้

ขณะที่โทโดโรกิ โชโตะ เองก็มองไปที่หลี่เทียนเป็นระยะสายตาของเขาก็เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เช่นกัน

“แต่โรงเรียนมัธยมปลาย U.A. ก็น่าสนใจดีนะการสอบไม่ได้ห้ามใช้อัตลักษณ์”

“สมแล้วที่เป็นแผนกฮีโร่ของโรงเรียนมัธยมระดับแนวหน้าของประเทศ”

หลังจากคุยกันสักพักนักเรียนก็เริ่มตื่นเต้นกันอีกครั้งแต่มีเพียงมิโดริยะ อิซึคุที่สีหน้าค่อยๆเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก

การทดสอบที่ใช้อัตลักษณ์แบบนี้สำหรับคนอย่างเขาที่อัตลักษณ์เหมือนของใช้แล้วทิ้ง หากใช้ครั้งหนึ่งก็แทบจะพังทั้งร่างมันไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายเลย

“น่าสนุกงั้นเหรอ?” ไอซาวะ โชตะเหลือบมองเหล่านักเรียนที่กำลังหัวเราะหยอกล้อกันอยู่

จู่ๆเขาก็ยิ้มบางๆแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหม่น “ถ้าอย่างนั้นคนที่ได้อันดับสุดท้ายของชั้น จะถูกตัดสินว่าอ่อนแอและถูกไล่ออก”

“ไล่ออก?”

“อันดับสุดท้ายงั้นเหรอ…”

เมื่อเทียบกับเสียงหัวเราะเมื่อครู่คำพูดของไอซาวะ โชตะทำให้นักเรียนทุกคนเหมือนถูกสาดน้ำเย็นใส่ทันที

แม้แต่คนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมก็ยังไม่มั่นใจว่าจะไม่กลายเป็นคนสุดท้าย สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยและมองไปที่ไอซาวะ โชตะด้วยความตกตะลึงเพราะเขาดูเหมือนจะไม่ได้ล้อเล่นเลย

“แต่ว่าวันนี้มันเพิ่งเป็นวันเปิดเรียนวันแรกไม่ใช่เหรอ?” อาชิโดะ มินะอดถามออกมาไม่ได้

“ใช่แล้ว! จะไล่ออกก่อนเรียนครบวันมันรีบเกินไปหรือเปล่า?” โทรุก็พูดเสริมขึ้น

“ต่อให้ไม่ใช่วันแรก การไล่ออกแบบนี้ก็ไม่สมเหตุสมผลอยู่ดี!”อุรารากะ โอชาโกะก็รีบพูดตามทันที

เมื่อเทียบกับเด็กผู้ชายแล้วเด็กผู้หญิงมักจะใช้อารมณ์มากกว่าเล็กน้อยพวกเธอจึงยิ่งไม่เห็นด้วยกับเรื่องแบบนี้

ไอซาวะ โชตะทำหน้ามืดมนเขายกมือขึ้นปัดผมยาวที่ปิดดวงตาออกแล้วใช้ดวงตาแดงก่ำกวาดมองเหล่านักเรียน (นะ...นี่มันพวกอุจิวะ)

ทุกที่ที่สายตาของเขามองไป เสียงก็เงียบลงท้ายที่สุดก็ไม่มีนักเรียนคนไหนยังพูดอะไรอีก

ไอซาวะ โชตะจึงแสยะยิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุร้ายแรง วิลเลินที่ไม่ทำตามกฎเกณฑ์และภัยพิบัติที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไร”

“โลกทั้งใบในตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่สมเหตุสมผลแบบนั้นและหน้าที่ของฮีโร่ก็คือการล้มล้างความไม่สมเหตุสมผลเหล่านั้น”

“ถ้าพวกเธอคิดว่าจะเรียนเสร็จแล้วไปกินอาหารจานด่วน หัวเราะเล่นกันสบายๆหลังเลิกเรียนงั้นพวกเธอก็มาผิดที่แล้ว”

“โรงเรียนมัธยมปลายU.A.คือสถานที่ที่จะมอบบททดสอบอันโหดร้ายให้กับพวกเธอตลอดสามปีข้างหน้ามีแต่ต้องพุ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลังเท่านั้นถึงจะฝ่าคลื่นลมไปได้”

“อีกอย่างฉันบอกพวกเธอไปแล้วว่าจิตวิญญาณของโรงเรียนU.A.คือ‘เสรีภาพ’”

“และการปฏิบัติต่อนักเรียนแบบนี้…ก็คือเสรีภาพของพวกครูเหมือนกัน”

“ยินดีต้อนรับ ที่นี่คือ…แผนกฮีโร่ของโรงเรียนมัธยมปลายU.A.!!!”

ไอซาวะ โชตะมองทุกคนสายตาของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันแบบเดียวกับที่โปรฮีโร่มี

หลังจากถูกคำพูดหนักแน่นของไอซาวะ โชตะถาโถมใส่แม้ว่านักเรียนห้องAจะยังรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้างแต่ทุกคนก็เริ่มสงบลงและตกอยู่ในห้วงความคิด

ในขณะเดียวกันทัศนคติของพวกเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆและเริ่มยอมรับแนวคิดนั้น

แม้แต่มิโดริยะ อิซึคุที่ยังคงกังวลอยู่ตอนนี้ก็ไม่มีความคิดจะโต้แย้งแล้ว

ในความคิดของเขาอาจารย์ไอซาวะพูดถูก!

ส่วนหลี่เทียนนั้นต่างออกไป เขาไม่เหมือนเด็กพวกนี้ที่ยังสร้างค่านิยมชีวิตไม่สมบูรณ์

หลี่เทียนมีค่านิยมของตัวเองที่ค่อนข้างสมบูรณ์อยู่แล้วแม้ตอนนี้จะยังมีส่วนที่ไม่ชัดเจนอยู่บ้างแต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่คำพูดไม่กี่ประโยคของไอซาวะ โชตะจะเปลี่ยนแปลงได้

แม้ว่าเขาเองก็คิดเหมือนกันว่าสิ่งที่ไอซาวะ โชตะพูดนั้นมีเหตุผลอยู่ไม่น้อยก็ตาม

ท่ามกลางฝูงนักเรียนหลี่เทียนมองไปที่ไอซาวะ โชตะซึ่งกำลังยิ้มอย่างมืดมนและอดไม่ได้ที่จะมีประกายขบขันปรากฏในดวงตา

แม้เขาจะพูดว่าจะไล่ออกคนที่ได้อันดับสุดท้ายแต่หลี่เทียนจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าตั้งแต่ต้นจนจบสายตาของไอซาวะ โชตะจับจ้องอยู่ที่ตัวมิโดริยะ อิซึคุตลอดเวลา

“เป็นเพราะไม่พอใจที่มิโดริยะใช้One For Allในการสอบภาคปฏิบัติครั้งก่อนจนบาดเจ็บสาหัสแล้วล้มลงกับพื้นเลยคิดว่าแบบนั้นไม่คู่ควรจะเป็นฮีโร่งั้นเหรอ?”

หลี่เทียนอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แล้วตั้งนานแต่การได้เห็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีเย็นชาหยิ่งผยองแบบนี้ด้วยตาตัวเอง มันก็น่าสนใจจริงๆ

จบบทที่ ตอนที่16 ทดสอบอัตลักษณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว