เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 งานที่ได้รับมอบหมาย

บทที่ 2 งานที่ได้รับมอบหมาย

บทที่ 2 งานที่ได้รับมอบหมาย


ไม่นานหลังจากที่คุณยายออกคำสั่งไปก็มีชายหนุ่มเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเขาคือหยูหมิงหรือที่คนในครอบครัวเรียกเขาว่านายน้อยสาม

"แม่ครับ ไม่ต้องให้คนไปตามผมแล้วผมอยู่นี่แล้วไง เมื่อคืนผมยุ่งมากๆเลย วันนี้มีอะไรอร่อยๆกินบ้างเนี่ย" ป้าสองเมื่อได้ยินก็หัวเราะเบาๆพร้อมกับคิดในใจ "เขาจะยุ่งไปกับอะไรได้นอกจาก จะอยู่ที่คาสิโนทั้งคืน และไม่ได้กลับบ้านจนถึงเช้า"

ในขณะที่นายน้อยสามกำลังจะกิน คุณยายก็หยิบตะเกียบขึ้นมาและตีไปที่มือนายน้อยสามกลางโต๊ะอาหาร

"กี่ครั้งแล้วเนี่ยที่ต้องให้แม่บอกเราจะเริ่มกินข้าวกันก็ต่อเมื่อทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วแกนี่มันไม่มีมารยาทเลยจริงๆ"คุณยายบ่นเสียงแข็ง

"แต่แม่ผมหิวนี้หน่า" หยูหมิงพูดขึ้นขณะที่มือลูบบริเวณท้องของตัวเอง

"แกนี่มัน.. อดทนหน่อย เดี๋ยวก้จะได้กินแล้ว" คุณยายมองไปที่หยูหมิงด้วยความอ่อนโยนแต่ก้ตอบกลับด้วยเสียงเหี้ยมโหดว่า

ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่คุณป้าแฟนของลุงสามได้พาเด็ก 4 ขวบ หน้าตาน่ารัก จิ๊มลิ้ม เข้ามาในห้อง เมื่อคุณยายเห็นหลานของเขาสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดก้ละลายลงทันที คุณยายยิ้มอย่างอบอุ่นในครอบครัวนี้ คุณยายชอบครอบครัวของลุงสามมากที่สุดป้าสามยิ้มตอบคุณยายแล้วมองไปที่ตาแพนด้าของลุงสามซึ่งดูเหมือนจะง่วงนอนมากป้าสามเตะลุงสามอย่างแรง ฟางซิงเจี้ยน รู้ว่าป้าสามซึ่งเป็นแฟนของลุงสามเป็นคนที่เข้มแข็ง เยือกเย็น เหมือนกันกับครอบครัวของป้าสามที่เป็นทหาร ป้าเลยเป็นแบบนั้นมีเหล่เหลี่ยม ฉลาดและไม่ใจดีนัก นอกจากนี้ หลังจากที่คุณป้ามีลูกชายน่ารัก 4 ขวบ คุณยายยิ่งชอบครอบครัวของลุงสาม มากขึ้นไปอีก กลับมาที่โต๊ะอาหาร ป้าสอง เริ่มไม่มีความสุขและ เธอชำเลืองมองด้วยสายตาที่ไม่พอใจไปที่ลุงสองที่เอาแต่หัวเราะอยู่นั่นแหละในที่สุด

คุณยายก้พูดว่า" กินข้าวได้ "

แม่บ้านเริ่มรินน้ำให้ทุกคนทันที และเริ่มจัดแจง พวกอุปกรณ์กินข้าว ช้อน ส้อม มีด บนโต๊ะอาหารพร้อมกับ เปิดฝาหม้อกับข้าว และ รินไวน์กับน้ำผลไม้ให้ทุกคน ด้วยคำพูดของคุณยาย ทุกคนในโต๊ะอาหารดูเหมือนจะรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นในทันที ฟางซิงเจี้ยน ทานอาหารที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างปราณีต ในขณะที่ลุงสองตักอาหารให้ภรรยาของเขาบ้าง ส่วนลุงสามรอไม่ไหวแล้ว เขาหยิบน่องไก่ขึ้นมากินด้สนความสุขพร้อมกับสายตาของภรรยาของเขาที่มองเขาด้วยความเอือม ทุกคนกินข้าวอย่างสุภาพ เป็นระเบียบเรียบร้อย และค่อนข้างเงียบ ไม่มีใครกล้าที่จะพูดออกมา เพราะมันคือกฎของคุณยาย ที่ห้ามใครพูดระหว่างกินข้าวและห้ามพูดคุยกันก่อนเข้านอน

ไม่มีใครสนใจ ฟางซิงเจี้ยน เขาเป็นคนเดียวที่อยู่เลเวล 9 ซึ่ง คุณยายอยู่ในเลเวลสูงมานานแล้วและเลเวลของเธอคือ 30 คุณยายมองไปที่หลายชายของตัวเอง ซึ่งมีคาบน้ำ เศษอาหาร เลอะเทอะอยู่รอบๆปากของเจ้าตัวน้อย คุณยายยิ้มพร้อมกับหยิบทิชชูขึ้นมา เช็ดคราบอาหารออกจากปากให้หนุ่มน้อย จากสีหน้าที่ดูเหมือนแข็งกระด้าง เย็นชา ของคุณยาย เธอกลายเป็น ดูยิ้มแย้มขึ้นมาทันที

"กินช้าๆหน่อย หนูควรกิน คำละน้อยๆนะหลานยาย"คุณยายพูดพร้อมสีหน้ายิ้มแย้ม

คุณยายรักลุงสามและครอบครัวของลุงสามมากจริงๆแต่คุณยายไม่ชอบป้าสองที่เป็นแฟนของลุงสองและค่อนข้างเกลียดการทำตัวที่ไม่มีประโยชน์ของลุงสองและ ฟางซิงเจี้ยน ซึ่งเป็นหลานชาย คุณยายก็รู้สึกไม่ชอบเหมือนกัน ซึ่งฟางซิงเจี้ยนเองก็สงสัยว่าทำไมคุณยายถึงไม่ชอบเค้า นั่นคือเหตุผลที่เขานั่งเงียบๆอยู่คนเดียวในโต๊ะอาหาร เค้าตักอาหารแค่เฉพาะจานที่อยู่หน้าเค้าเท่านั้น ไม่กล้าที่จะเอื้อมมือไปตักอาหารที่อยู่ถัดออกไป 20 นาทีต่อมา ทุกๆคนกินอิ่มกันถ้วนหน้า แม่บ้านมาเคลียร์อาหารบนโต๊ะ พร้อมกับเสริฟหม้อซุปอันใหญ่ลงบนโต๊ะ ในช่วงเวลานั้นเองทุกคนดูตื่นเต้นกับซุปนี้มากทั้งลุงสองและภรรยารวมถึงลุงสามและภรรยาของเค้า ซุปนี้ทำมาจากเนื้อของสัตว์ที่ดุร้าย มันชื่อ นกปีศาจ 9 หัว เลเวลของมันคือ 25 ซึ่งพวกทหาร ล่ามันและนำกลับมายังเมืองอสูรปีศาจแห่งนี้

เหล่านักปรุงยาและนักปรุงอาหารทั้งหลายร่วมกันทำซุปนี่ขึ้นมา โดยมีหัวใจของนกปีศาจ 9 หัว ตัวนี้เป็นวัตถุดิบหลัก และมีส่วนผสมของสมุนไพรอีก 81 ชนิดที่แตกต่างกัน ซุปนี้ไม่ได้แค่ ทำให้ท้องของเราอิ่มเท่านั้น แต่ยังมีผลช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและกระดูก เติมพลังงานและช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้นถึงยังช่วยขจัดสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ออกไป และปรับปรุงระบบต่างๆในร่างกายให้ดีขึ้น มันเป็นส่วนนึงที่ช่วยให้การฝึกฝนเร็วขึ้น นี่คืออำนาจทางการเงินของ ตระกูลฟาง หลังจากที่แม่บ้านได้เสริฟซุปลงบนโต๊ะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ ดื่มมันอย่างรวดเร็ว

" ฉิงเชน จ้ะเดี๋ยวยายแบ่งซุปให้หนูเพิ่มอีกนะ " คุณยายดูเหมือนจะมีความสุขมากมากกับหลานชายตัวน้อยวัย 4 ขวบที่กำลังดื่มซุปในถ้วยใบใหญ่

"ขออีก 1 ถ้วยพอแล้วครับคุณยายมักจะดูยุ่งๆอยู่กับงานตลอดเวลา และเป็นเสาหลักของตระกูล ฟาง มันจะดีกว่านะครับ ถ้าคุณยายดื่มซุปนั้นให้หมด"ฉิงเชนตอบกลับคุณยายอย่างสุภาพซึ่งแสดงให้เห็นถึงความกัตญญู

"ไม่เป็นไรจ้ะ ซุปนี้ไม่มีผลอะไรกับยายแล้วไม่ว่ายายจะดื่มหรือไม่ดื่มก็ตามแต่ว่าตอนนี้ร่างกายของหนูกำลังเติบโตหลานควรที่จะดื่มมันเยอะๆนะ"คุณยายยิ้มและพูดตอบด้วยความเอ็นดูหลานชายสุดที่รักของตนเอง

"ขอบคุณครับคุณยาย" ฟางฉิงเชน รับถ้วยน้ำซุปมาด้วยความเคารพ

ในทางกลับกันเห็นได้ชัดเลยว่า ฟางซิงเจี้ยน คือคนสุดท้ายที่ได้รับซุป เค้ามองซุปนี้ด้วยความสงสัย เขารีบดื่มซุปนี้อย่างเร็ว รู้สึกถึงความอุ่นที่ไหลลงไปในลำคอ ผ่านร่างกาย ราวกับว่ามันกำลังเดินทางไปทั่วๆทุกที่ในร่างกาย พร้อมกับเติมพลังให้ทุกชิ้นส่วนของร่างกาย เมื่อเขาดื่มเสร็จเขาก็คิดในใจว่า ถ้าเค้าอยากได้เพิ่มอีกสักถ้วยได้มั้ยพร้อมมองไปที่ฉิงเชนด้วยความอิจฉาอย่างไรก้ตามเค้ารู้ว่ามันไม่มีหวังหรอกที่เค้าจะได้รับความรักจากคุณยายเหมือนกับที่ฉิงเชนได้รับ

ในขณะที่อาหารทุกอย่างได้เสริฟไปหมดแล้ว แม่บ้านเคลียร์อาหารบนโต๊ะและเริ่มเสริฟน้ำชากับขนมคบเคี้ยว ทุกคนรู้ในทันทีว่าต่อไปมันคือเวลาที่คุณยายจะคุยเรื่องธุรกิจครอบครัวและตรวจสอบความก้าวหน้าของงานที่ได้มอบหมายให้ไปหลังจากที่จิปน้ำชาไปแล้ว

"ทุกวันนี้มีปัญหาอะไรมั้ยกับสิ่งของ สิ่งจำเป็นในบ้าน?"คุณยายก็ถามขึ้นมา

ป้าสองลุกขึ้นยืนทันที เพราะว่าเธอคือคนที่ต้องตรวจสิ่งของและของใช้จำเป็นและทำบัญชีให้กับตระกูล

"ที่มีอยู่ยังพออยู่ค่ะ คุณแม่อยากดูรายการบัญชีไหมค่ะ"เธอตอบคุณยายกลับไป

"อื้มม มันก้ดีแล้วที่ทุกอย่างเพียงพอ ฉันไม่ต้องการดูรายการบัญชีหรอก"

"แล้วเธอละมีปัญหาอะไรที่เผชิญอยู่ไหม"คุณยายมองไปที่ป้าสองและถามต่อ

"คุณแม่ค่ะ หยูวี (สามี) ได้รับการฝึกฝนที่หนักมาตลอดและในที่สุดเขาก็สามารถพัฒนาตัวเองจนมาถึงระดับ 19 แล้ว เขาพร้อมที่จะได้รับงานใหม่แล้วค่ะ "ป้าสองพูดอย่างมั่นใจ

จากการสำรวจและศึกษามนุษย์หลังจากเหตูการณ์ระเบิดเมื่อ 16 ปีก่อน เริ่มจากคนเราสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ระดับ 1 จนถึงไปถึงระดับ 30 อย่างไรก้ตาม เมื่อถึงระดับ 9ไป 10 และ 19 ไป 20 ปละ 29ไป 30 มันจะมีอุปสรรคสำหรับการเลื่อนระดับ เพื่อขึ้นไปเลเวลถัดไป ในอีกโลกอื่นพวกเขาใช้วิธีทางธรรมชาติในการเลื่อนระดับแต่ในขณะที่คนบนโลกมนุษย์ไม่ได้สืบทอดวิธีเหล่านี้เลย โดยงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก และความช่วยเหลือจากอีกโลกนึง ในการ เลื่อนระดับนั้น จะทำได้โดยการคัดเลือกส่วนสำคัญของสัตว์ที่ดุร้าและใช้มันเพื่อร่ายเวทย์มนต์ลงไปบนร่างการมนุษย์

หลังจากการเลื่อนระดับครั้งแรก จากระดับ 9 ไประดับถัดไปจนถึง 19 ทุกๆ 1 ระดับที่เพิ่มขึ้นพวกเขาจะได้รับ 1 แต้มสำหรับความว่องไว 1 แต้มสำหรับความเเข็งแกร่งและ 1 แต้ม สำหรับเลือกว่าจะอัพลักษณะพิเศษแบบไหนเพิ่ม ในพลังของทุกๆคนจะมี 3 อย่างเป็นหลัก คือ ทักษะ, เทคนิค และ ความสามารถพิเศษ

จากที่ได้ยินคำพูดของป้าสองสีหน้าของคุณยายดูพอใ และมีความสุขมาก

จากนั้นป้าสามก้พูดขึ้นมาว่า " โอ้ว พี่ชายสอง กำลังจะได้เลื่อนงระดับแล้วเหรอนี่ งั้นแสดงว่าที่ผ่านมาคงต้องฆ่ามอนสเตอร์มากมายเลยใช่ไหม"

การที่เลเวลจะขึ้นได้จะต้องใช้ค่าประสบการณ์และ มี 3 อย่างในการสะสมประสบการณ์

1 ฆ่ามอนสเตอร์หรือคนที่ชั่วร้าย

2 อ่านหนังสือและเรียนรู้

3 เรียนรู้เพิ่มทักษะทางกายภาพ

สำหรับคนทั่วๆไปแล้ว การฆ่ามอนสเตอร์ถือว่าเป็นอะไรที่ยากมากๆอย่างไรก้ตาม ตระกูลใหญ่ เช่น ตระกูลฟาง มีความสามารถในการซื้อสัตว์ดุร้ายที่กำลังจะตาย เพื่อที่จะฆ่ามัน ดังนั้นพวกเขาจึงเลื่อนเลเวลได้เร็วขึ้นวิธีนี้อาจทำให้เขาด้อยกว่าคนที่อยู่ในเลเวลเดียวกัน ถ้าคนๆนั้นไม่ได้เรียนรู้ ฝึกฝน หรือทำให้ทักษะตัวเองดีขึ้น คนๆนั้นก้จะไม่ได้รับ ทักษะ เทคนิค และ ความสามารถพิเศษที่มากมายเหมือนคนอื่น ซึ่งมันเป็นอะไรที่คุณยายไม่ชอบเลยและเกลียดมาก

พอได้ยินป้าสามพูด

ป้าสองก็ ค่อนข้างที่จะโมโหขึ้นมาแต่เพราะอยู่ต่อหน้าคุณยาย

"มันไม่ใช่ความจริงนะคะคุณแม่ หยูวี (ลุงสอง) เขาใช้ความพยายามของเขาทั้งหมด ในการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมาก! พี่ชายคนโตของฉันได้ชี้แนะแนวทางเขา ในเรื่องของการฟันดาบให้และเขาก็พัฒนาขึ้นเยอะมาก จนตอนนี้เขาได้ไปถึงเลเวล19 แล้ว"เธอเลยพูดขึ้นมาด้วยความสัตย์จริง

" ฉันเคยได้ยินชื่อเสียงของ ซาน ชางโด (พี่ชายคนโตของป้าสอง) เจ้าลูกชาย มันเป็นโอกาสที่หายากมาก จงไปเรียนรู้ทุกอย่างจากเขา"คุณยายพยักหน้าหลังจากที่ได้ยินป้าพูดและยังพูดส่งเสริมแนวทางที่ดี

"รับทราบครับ" ลุงสองตอบรับอย่างอ่อนน้อม

คุณยายมีความพอใจและพูดขึ้น "เจ้าเป็นลูกชายของฉันและคือลูกชายคนที่สองของตระกูลฟาง ในเมื่อเจ้ากำลังจะเลื่อนระดับ ตระกูลของเราก็พร้อมที่จะช่วยเหลือทักษะของเจ้าละ"คุณยายกล่าวต่อ

"ขอบคุณคับคุณยาย ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะเลือกอะไรดีครับระหว่าง ทักษะ ราชันเลือดนรก กับ ภัยพิบัติสวรรค์ ระดับกลาง ครับ"ลุงสองพูด

"อื้มม ฟังดูดี แต่ทั้งสองอย่างนี้ต้องใช้เงินค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว" คุณยายพูดขึ้น

"งั้น เดี๋ยวจะมีคนโอนเงินให้เจ้า 50ล้านบาท เจ้าสามารถเลือก เวทมนต์สำหรับเจ้าได้เลยแล้วแต่เจ้า" พอป้าสองกับลุงสองได้ยินดังนั้นแล้ว เขาทั้งคู่รู้สึกแปลกใจมากๆและรีบขอบคุณ คุณยายกันอย่างยกใหญ่

สำหรับลุงสามแล้วเขาไม่ได้ว่าอะไร เขาแสดงความยินดีกับพี่ชายของเขาไป แต่ป้าสามมีสีหน้าบึ้งตึงและไม่ค่อยพอใจนัก ป้าสองมองที่ป้าสามและพูดว่า "อ้าว น้องสามเองก้ออกจากบ้านแต่เช้า แล้วก้กลับบ้านดึกทุกคืนเลย เขาต้องฝึกฝนอย่างหนักแน่ๆเลยใช่มั้ย และการที่ได้รับงานจากบุคคลที่ยิ่งใหญ่ (แม่ของป้าสาม) เขาต้องมีความก้าวหน้ามากๆแน่ๆเลย และก้จะได้เลื่อนระดับครั้งที่ 2 ตามหยุนวีไปแน่ๆใช่ไหม"

ป้าสามรู้จักสามีของตัวเองค่อนข้างดีถึงแม้ว่าเธอจะเชิญครูผู้สอนมาจากกรมทหารมันก้ไม่มีประโยชน์อยู่ดี ลืมเรื่องการฝึกไปเลย มันจะดีมากถ้าสามีของเธอไม่ได้ไปคาสิโนทุกคืนแบบนี้!!! เขายังคงอยู่ที่เลเวล 14 ทั้งๆที่อายุจะ 30 ปี แล้วจากที่ได้ฟังป้าสองพูดแบบนั้น

ป้าสามก้ยิ้มแบบฝืนๆ และพูดว่า "ยังหรอก มันน่าจะเร็วไปนะ "

"หยูหมิง (ลุงสาม) มีแผนที่จะเพิ่มความแข่งแกร่งในส่วนเทคนิคก่อน" จากการสนทนาในครั้งนี้ คุณยายได้เชคความคืบหน้าของลูกชายทั้งคู่และจากนั้นคุณยายได้ให้คำแนะนำกลับไป

ป้าสองรู้สึกหน้าบานกลับไปพร้อมรอยยิ้มที่เริงร่าส่วนป้าสาม รู้สึกค่อนข้างฉุนเฉียว โมโห และเกียดความไม่ได้เรื่องของสามีตัวเอง

จบบทที่ บทที่ 2 งานที่ได้รับมอบหมาย

คัดลอกลิงก์แล้ว