เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 : ความโลภและความมุ่งมั่น

ตอนที่ 30 : ความโลภและความมุ่งมั่น

ตอนที่ 30 : ความโลภและความมุ่งมั่น


ตอนที่ 30 : ความโลภและความมุ่งมั่น

ในเรื่องของการหลบหนี หวังซ่งค่อนข้างมีประสบการณ์แล้วหลังจากได้ผ่านมันมาครั้งหนึ่ง

เขานำคนที่เหลือทั้งแปดคนซอกแซกไปตามมุมต่างๆ และหาโอกาสที่จะหลบหนีผ่านหน้าต่างและอาคาร ซึ่งมันก็ได้แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์อันเหลือล้นของเขาเลย

แม้ว่าจางหลี่ซิน เมิ่งเจีย และคนอื่นๆ จะไม่ใช่ผู้ตื่น แต่หวังซ่งก็คอยคุ้มกันความปลอดภัยของพวกเขาเอาไว้ได้ ซึ่งนี่ก็เกี่ยวข้องกับการที่จางเย่เป็นเป้าหมายหลักของนักล่าด้วย

หลังจากผ่านไปประมาณ 20 นาที

เสียงกรีดร้องที่บีบคั้นหัวใจของจางเย่ก็ดังมาจากระยะไกล

นี่ทำให้หวังซ่งสั่นสะท้าน และจางเฉิงเฉิงก็ทรุดตัวลงและหลั่งน้ำตาออกมา

มันไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจางเย่

อย่างไรก็ตาม โศกนาฏกรรมครั้งนี้ก็ทำให้หวังซ่งสงบนิ่งมากยิ่งขึ้น

“ทางเข้าหมู่บ้าน รถหุ้มเกราะ อาวุธ หลบหนี ที่พังพิงกลางเมือง!”

“และยังมีพี่ลู่หมิง”

คำนามหลายๆ คำเชื่อมโยงกันในเวลานั้นเอง

“ก่อนอื่นต้องไปที่บ้านของพี่ลู่หมิงและพาเขาไปกับพวกเราด้วย! ตอนนี้มันมีซอมบี้ระดับสองปรากฏตัวขึ้นในหมู่บ้านกู๊ดโฮปแล้ว พวกเราไม่อาจรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปได้แล้ว”

หวังซ่งพูดในขณะที่พวกเขาหลบหนี

ข้อเสนอแนะนี้ได้รับความเห็นชอบจากผู้อื่นอย่างเป็นเอกฉันท์

ระยะทางจากหมู่บ้านกู๊ดโฮปไปถึงที่พักพิงในตัวเมืองคือ 13 กิโลเมตร แม้ว่าพวกเขาจะมีรถหุ้มเกราะ แต่มันก็เป็นเรื่องท้าทายสำหรับพวกเขาที่จะไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยโดยมีซอมบี้อยู่เต็มถนน

ลู่หมิงคือผู้ตื่น การพาลู่หมิงไปด้วยคงจะช่วยเพิ่มปลอดภัยในการเดินทางได้อีกขั้น

นอกจากนี้ เนื่องจากจางเย่ตายไปแล้ว การปล่อยลู่หมิงให้อยู่ที่นี่คนเดียวย่อมไม่ต่างอะไรกับการทิ้งให้เขาตายอยู่ที่นี่

การพาเขาไปด้วยจะเป็นการช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ มันเป็นประโยชน์ต่อเขาเอง

มันไม่มีอะไรผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย!

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จริงก็ทำให้หวังซ่งทั้งประหลาดใจและงุนงงอีกครั้ง

“ฉันไม่ไป”

เมื่อได้ยินการปฏิเสธอันเย็นชาจากด้านหลังประตู ดวงตาของหวังซ่งจึงค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น

“พี่ นั่นคือซอมบี้ระดับสองนะ! ระดับสอง!”

“ฉันรู้ นายเพิ่งพูดเองหนิ”

“งั้นทำไมพี่—”

ก่อนที่หวังซ่งจะทันได้พูดจบ ลู่หมิงที่อยู่ด้านในก็แค่นเสียงออกมา

“มันมีซอมบี้ระดับสองปรากฏขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆ เช่นนี้แล้ว งั้นไม่ใช่ว่ามันจะมีซอมบี้ระดับสูงกว่านี้อยู่ที่ด้านนอกเหรอ?”

เมื่อฉันอยู่ภายในบ้าน ฉันก็อาจจะสามารถจัดการกับซอมบี้ได้ แต่เมื่อฉันออกไป ถ้าไม่มีที่กำบัง ฉันจะสามารถต่อสู้กับซอมบี้ได้ยังไง?!

ไม่มีอะไรผิดกับสิ่งที่เขาพูดเลย

มันยังไม่ทราบเส้นทางข้างหน้า และอะไรก็เกิดขึ้นได้ระหว่างทาง

ไม่มีใครสามารถคาดการณ์อนาคตได้ ซึ่งหมายความว่าใครๆ ก็พลาดได้ทั้งนั้น

หวังซ่งไม่เก่งในการโน้มน้าวผู้คนด้วยเหตุผล

เมื่อเห็นว่าลู่หมิงยังรั้นเช่นนี้ หวังซ่งก็เริ่มเป็นกังวลขึ้นมา

ด้านหลังเขา จางหลี่ซินได้ดึงคอเสื้อของหวังซ่งมา

นี่ทำให้หวังซ่งต้องหันไป

เขาเห็นสหายทั้งหกคนด้านหลังเขาตัวแข็งทื่อ และจ้องมองออกไปในระยะไกล

เขามองตามสายตาของคนพวกนี้

เขาเห็นซอมบี้สี่ขาที่ดูน่าขนลุกคล้ายกับสุนัขล่าสัตว์ค่อยๆ เดินเข้ามาจากปลายถนนที่ห่างไกล

และในปากของมันก็มีร่างของจางเย่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งพร้อมกับมีเลือดไหลลงมา ร่างของเขาขาดวิ่น ศีรษะของเขายังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และดวงตาสีเทาของเขาก็จ้องตรงมาที่หวังซ่ง ราวกับว่าเขาตายไปพร้อมกับความคับข้องใจที่เหลืออยู่

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที

นักล่าวางศพของจางเย่ลงกับพื้น

มันหมอบลงเหมือนกับสุนัขล่าเนื้อจริงๆ และเงยหน้าขึ้นเมื่อมองมายังหวังซ่งและคนอื่นๆ

มุมปากของมันโค้งขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกๆ

ราวกับว่ามันกำลังเยาะเย้ยพวกเขา

ความฉลาดของซอมบี้ยักษ์นั้นไม่ได้ต่ำเลยจริงๆ

และสถานการณ์นี้ก็ดูเหมือนว่าจะยืนยันได้ถึงหนึ่งสิ่ง คือเมื่อระดับของซอมบี้เพิ่มขึ้น ระดับสติปัญญาของพวกมันก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

อย่างน้อยหวังซ่งก็สามารถมองเห็นการเยาะเย้ยแปลกๆ และความดุร้ายที่ซ่อนอยู่ในสายตาของนักล่า

“มันกำลังเล็งเป้ามาที่พวกเรา…”

เมิ่งเจียพึมพำด้วยความสิ้นหวัง

นั่นมันชัดเจนเกินไปแล้ว

สำหรับนักล่า ผู้ตื่นระดับสองอย่างจางเย่ถือเป็นอาหารชั้นเลิศเลย แต่หวังซ่งและจางเฉิงเฉิงที่เป็นผู้ตื่นระดับหนึ่งก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเท่าไร

ในตอนนี้ หลังจากที่มันจัดการกับจางเย่ได้แล้ว และกินอีกฝ่ายเข้าไปแล้ว นักล่าก็ได้ให้พวกซอมบี้แยกย้ายกันไปและไล่ตามพวกเขามาเพียงลำพังตามร่องรอยที่หวังซ่งและคนอื่นๆ ทิ้งเอาไว้

มันเหมือนกับสุนัขล่าเนื้อจริงๆ

ทั้งโลภและดื้อดึง

ถนนทั้งสายกลายเป็นแรงกดดันเนื่องจากการปรากฏตัวของนักล่า

แต่นักล่ากลับไม่เคลื่อนไหวต่อไป

มันแค่มองคนทั้งเจ็ดที่อยู่ในระยะไกล และเหมือนจะสัมผัสได้ว่ายังมีคนธรรมดาอีกคนอยู่ภายในนั้น

ดังนั้นมันจึงมีเหยื่อทั้งหมดแปดคน

หลังจากล็อกเป้าหมายและจดจำกลิ่นได้ นักล่าก็ก้มศีรษะของมันลง ฉีกแขนข้างหนึ่งของจางเย่ และเริ่มเคี้ยวมันอย่างตะกละตะกลาม

“ปล่อยเขานะ!”

จางเฉิงเฉิงกรีดร้องออกมา เธอไม่อาจทนเห็นพี่ชายของเธอถูกกระทำเช่นนั้นได้แม้ว่าเขาจะตายไปแล้ว โชคดีที่หวังซ่งคว้าตัวของเธอเอาไว้ได้ทัน

“อย่าบุ่มบ่าม…”

หลังจากพูดออกมาเบาๆ หวังซ่งก็เห็นจางเฉิงเฉิงหันมามองเขาด้วยความสิ้นหวัง

“ไม่บุ่มบ่ามแล้วมันจะมีอะไรดีขึ้นเหรอ?”

ความใจร้อนย่อมนำไปสู่ความตาย และการไม่ใจร้อนก็นำไปสู่ความตายเช่นกัน

ในทันทีที่นักล่าปรากฏตัว โชคชะตาของทุกคนก็ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว

หวังซ่งพูดไม่ออก

เขาไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของจางเฉิงเฉิงยังไงเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้ยินเสียงเอี๊ยดเบาๆ ดังมาจากหน้าต่างด้านบน

เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นว่าหน้าต่างบนชั้นที่สองได้ถูกเปิดออก ลู่หมิงยืนอยู่ด้านหลังของหน้าต่าง และมองไปยังนักล่าอย่างใจเย็น

หวังซ่งอดถอนหายใจออกมาไม่ได้

“พี่ มันเป็นความผิดของผมเอง ผมสร้างปัญหาให้กับพี่ซะแล้ว”

เขารู้สึกเสียใจกับลู่หมิงอย่างแท้จริง

ในระหว่างการไล่ล่าของซอมบี้ยักษ์ก่อนหน้านี้ มันก็เป็นลู่หมิงที่ช่วยพวกเขาไว้

และในตอนนี้ เขาก็ได้นำซอมบี้ระดับสองมาที่บ้านของลู่หมิงอีก

คราวนี้มันคงจะไม่ลงเอยเหมือนครั้งก่อนอีก

ความโศกเศร้าเอ่อล้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจของเขา หวังซ่งอดพูดไม่ได้ว่า “ชาตินี้ผมติดหนี้พี่ ชาติหน้าผมจะใช้คืนให้อย่างแน่นอนครับ”

จากนั้นเขาก็เห็นลู่หมิงมองเขาอย่างเย็นชาและยกหนังสติ๊กขึ้นมา

ลู่หมิงรู้สึกว่าหวังซ่งมีปัญหาบางอย่างอยู่ในหัวของตัวเอง

ก่อนหน้านี้หวังซ่งได้แนะนำให้เขาย้ายออกไป

เมื่อครู่ หวังซ่งก็ได้มาชวนเขามุ่งหน้าไปยังกลางเมืองด้วยอีก

และตอนนี้เขาก็ได้ดราม่าขึ้นมาอีก ซึ่งลู่หมิงก็เกลียดเรื่องแบบนี้เป็นที่สุด

ประเด็นสำคัญคือการตัดสินใจของผู้ชายคนนี้ไม่เคยจบลงด้วยดีเลย เขาวุ่นวายอยู่ทั้งวัน และไม่เคยลงเอยด้วยดีเลย

คนผู้นี้แปลกมาก เขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการทำร้ายตัวเองชัดๆ

หลังจากเหลือบมองหวังซ่งแล้ว ลู่หมิงก็ไม่ได้สนใจเขาอีกและมองไปยังซอมบี้ที่อยู่ไกลออกไป

ซอมบี้ระดับสอง

นักล่า!

มันดูเหมือนกับสิ่งที่ไม่ควรล้อเล่นด้วยเลย

แต่พูดตามตรง แรงกดดันจากนักล่าก็ไม่ได้รุนแรงอะไรขนาดนั้น

อย่างน้อย มันก็ไม่ได้รู้สึกกดดันเหมือนกับเมื่อตอนที่เขาเจอซอมบี้ยักษ์เป็นครั้งแรก

“บางทีอาจจะเป็นเพราะรูปร่างของมัน… แม้ว่ามันจะดูแข็งแกร่ง แต่มันก็ยังดูผอมไปหน่อย ความแข็งแกร่งของมันไม่น่าจะมากมายอะไร และพลังป้องกันของมันก็น่าจะไม่ได้สูงมากด้วย”

อย่างไรก็ตาม มันก็ยังเป็นสัตว์ประหลาดกินคน! มันเป็นภัยคุกคามต่อฉัน!

ถ้ามันเป็นภัยคุกคาม เขาก็ต้องกำจัดมัน

ถ้าเขาไม่สามารถกำจัดมันได้ ลู่หมิงก็พร้อมที่จะล่าถอยเข้าไปในห้องใต้ดิน

เขายกแขนขึ้นแล้วดึงหนังสติ๊ก

สายหนังสติ๊กส่งเสียงดัง

แม้ว่านักล่าจะไม่ได้แผ่ความรู้สึกกดดันอันรุนแรงออกมา แต่มันก็ยังเป็นซอมบี้ระดับสอง

ลู่หมิงตัดสินใจว่าจะทุ่มสุดตัว

สายหนังสติ๊กถูกยืดขึ้นเรื่อยๆ

ลู่หมิงออกแรงอย่างบ้าคลั่ง!

พร้อมกับเสียงดังปัง ลู่หมิงก็ได้ทำให้หนักสติ๊กของเขาหัก

จบบทที่ ตอนที่ 30 : ความโลภและความมุ่งมั่น

คัดลอกลิงก์แล้ว