เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 : ย้าย

ตอนที่ 25 : ย้าย

ตอนที่ 25 : ย้าย


ตอนที่ 25 : ย้าย

หวังซ่งอยู่ในบ้านตระกูลจางจนถึงตอนบ่าย

เขาได้เดินสำรวจบ้านตระกูลจางจนทั่ว

นอกจากสถานที่แห่งนี้แล้ว หวังซ่งก็ได้ทำความเข้าใจคร่าวๆ เกี่ยวกับจางเย่ด้วย

ก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึง จางเย่ได้มีบริษัทเป็นของตัวเอง

เดิมทีจางเย่ได้กลับมาที่หมู่บ้านกู๊ดโฮปเพื่อมาไหว้บรรพบุรุษ อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าหายนะเช่นนี้จะปะทุขึ้นอย่างกะทันหันและเขาก็ต้องติดอยู่ที่นี่

โชคดีที่เมื่อซอมบี้ปรากฏตัว มันก็ไม่ค่อยมีคนแก่อยู่ในบ้านตระกูลจาง และมีวัยรุ่นกับผู้ชายที่แข็งแรงอยู่กันเยอะ

ด้วยเหตุนี้ จางเย่จึงตัดสินใจใช้ที่นี่เป็นที่หลบภัยทันที

สมาชิกหลักย่อมเป็นชายหนุ่มของตระกูลจาง แต่ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็ต้องออกไปข้างนอกเพื่อช่วยผู้คนและเพิ่มจำนวนสมาชิกด้วย

มันเป็นวันที่สิบเจ็ดของวันสิ้นโลกแล้ว

เดิมทีมันมีคนแค่ประมาณ 30 คนอาศัยอยู่ในที่พักพิงแห่งนี้เท่านั้น แต่ในตอนนี้มันก็มีคนมากกว่าหนึ่งร้อยคนแล้ว

ในเวลาเดียวกัน มันก็มีคนถึงสามคน รวมจางเย่ด้วยที่กลายเป็นผู้ตื่น นี่จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ที่พักพิงได้เป็นอย่างมาก และมันก็ไม่ได้ยากอะไรที่จะออกไปหาเสบียง

หลังจากออกมาจากบ้านของตระกูลจาง หวังซ่งก็ครุ่นคิดในขณะที่เขากำลังเดินทางกลับ

เขาสามารถบอกได้ว่าแม้จางเย่จะไม่ได้เป็นมิตรขนาดนั้น แต่เขาก็เป็นคนดี

นอกจากนี้ เขายังเป็นคนมีความสามารถมาก บ้านตระกูลจางได้รับการจัดการเป็นอย่างดีโดยเขา การป้องกันของเขาค่อนข้างดี และเขาก็มีเสบียงเพียงพอด้วย

ในเวลาเดียวกัน จางเย่ก็ยังได้ชวนหวังซ่งให้เข้าร่วมกับเขาด้วย

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหวังซ่งจึงตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ทางฝั่งของเขาก็มีที่พักพิงที่มีคนมากกว่า 10 คนแล้ว

อีกด้านหนึ่ง ที่พักพิงของตระกูลจางก็มีเสบียงเพียงพอและการป้องกันที่โดดเด่น

จนกระทั่งถึงตอนเย็นที่หวังซ่งกลับมาถึงเซฟเฮาส์ เขาจึงตัดสินใจได้

“ผมคิดว่าพวกเราควรย้ายกันนะ”

เขาพูดกับจางหลี่ซิน เมิ่งเจีย และคนอื่นๆ

มันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ที่จะอยู่ร่วมกันในวันสิ้นโลก

ทุกคนเข้าใจหลักการเรื่องความแข็งแกร่งของจำนวนดี

มันมีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นอย่างลู่หมิง คนส่วนใหญ่มักจะมีแนวโน้มที่จะอยากอยู่ร่วมกันมากกว่า

สิ่งนี้ไม่เกี่ยวอะไรไม่ว่าเขาจะเป็นผู้ตื่นหรือไม่

“ผมได้ตรวจสอบที่นั่นดูแล้ว สิ่งที่ผมมั่นใจก็คือมันไม่มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับที่พักพิงและจางเย่”

หวังซ่งตัดความเป็นไปได้ที่จะเผชิญหน้ากับคนไม่ดีก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง

เขามองเห็นศพของซอมบี้ที่ถูกเก็บกวาดออกไปจากถนนนอกหน้าต่างแล้ว… แต่นั่นก็เท่านั้น

มันมีหลายสิ่งที่ต้องทำจริงๆ เพื่อเปลี่ยนให้ที่พักพิงแห่งนี้กลายเป็นเขตปลอดภัยที่ใช้งานได้จริง… และที่นี่ก็มีคนไม่พอเลย

ในแง่ของสภาพโดยรวม ถนนสายนี้เทียบไม่ได้กับบ้านตระกูลจางเลย

“นอกจากนี้พวกเขายังมีคนมากกว่าและมีผู้ตื่นมากกว่าด้วย แม้แต่เสบียงและกำแพงก็มีเพียงพอด้วย ผมเลยคิดว่ามันน่าจะดีกว่าที่จะย้ายไปที่นั่น”

สำหรับสถานะและอำนาจของเขาหลังจากย้ายไปที่นั่นแล้ว หวังซ่งก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลย

เขาช่วยผู้คนและก่อตั้งพื้นที่ปลอดภัยขึ้นมาไม่ใช่เพราะเขาอยากเป็นผู้นำ เขาแค่ทำอย่างนั้นเพราะการช่วยชีวิตผู้คนเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ควรจะทำเท่านั้น

มันไม่มีใครคัดค้านการตัดสินใจของหวังซ่งเลย

อันที่จริง หวังซ่ง ในฐานะผู้พิทักษ์ เขาจึงได้กลายเป็นผู้นำโดยพฤตินัยของกลุ่มมานานแล้ว

เมื่อเห็นทุกคนพยักหน้า หวังซ่งก็พูดต่อ

“งั้นก็ตามนั้นละกัน เดี๋ยวผมไปคุยกับพี่ลู่หมิงเอง”

หวังซ่งย่อมต้องการพาลู่หมิงไปกับเขาด้วย

ในใจของเขา เขาคิดว่าลู่หมิงจะต้องตามพวกเขาไปด้วยแน่นอน

อย่างไรก็ตาม การสื่อสารระหว่างหวังซ่งและลู่หมิงก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คาดไว้

“ย้ายเหรอ? ฉันไม่ย้าย!”

เสียงของลู่หมิงจากปลายสายฟังดูเด็ดขาดมาก

สิ่งนี้ทำให้หวังซ่งรู้สึกสับสน…

“พี่ เห็นได้ชัดว่าที่นั่นปลอดภัยกว่า… ถ้ารวมพี่กับผมเข้าไปด้วย มันก็จะมีผู้ตื่นถึงห้าคน นอกจากนี้มันยังมีคนธรรมดาและเสบียงอยู่เป็นจำนวนมากด้วย”

ลู่หมิงที่อยู่ในบ้านอดแค่นเสียงไม่ได้

นายอยากให้ฉันออกไปจากบ้านเหรอ? ฝันไปเถอะ!

แน่นอนว่าเขาก็เริ่มสนิทกับหวังซ่งขึ้นมาแล้วในช่วงนี้ ดังนั้นลู่หมิงจึงไม่พูดอะไรที่รุนแรงเกินไป

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่หมิงก็กล่าวว่า

“บ้านของฉันก็ปลอดภัยอยู่แล้วก่อนที่พวกนายจะย้ายมาแถวนี้”

หวังซ่ง: “...”

เจ็บจังพี่

งั้นเขาก็หมายความว่าพวกเราเป็นส่วนเกินงั้นเหรอ?

หลังจากจากคิดดูแล้ว หวังซ่งก็ไม่มีเหตุผลอะไรมาโต้แย้ง

ก็จริง…

ก่อนที่พวกเขาจะมา ลู่หมิงก็อยู่ในบ้านได้แบบสบายๆ แล้ว ในระหว่างช่วงที่ผ่านมา พวกเขาก็ไม่ได้เห็นลู่หมิงออกมาหาเสบียงเลย ซึ่งมันก็บ่งชี้ได้แล้วว่าเขาไม่ได้ขาดแคลนเสบียง

หลังจากเงียบไปนาน หวังซ่งก็ถอนหายใจและกล่าวว่า

“พวกเราจะย้ายกันนะครับ แม้ว่าพี่จะไม่ย้าย แต่พวกเราก็จะย้าย”

“เดินทางปลอดภัยนะ”

หวังซ่ง: “...”

เขาอยากจะลองโน้มน้าวลู่หมิงอีกครั้ง

แต่นิสัยที่ดื้อรั้นของลู่หมิงก็ทำให้หวังซ่งพูดไม่ออก

สุดท้าย เขาก็ทำได้เพียงพึมพำด้วยสีหน้าซับซ้อน “พี่ชาย ดูแลตัวเองด้วยนะครับ”

“อื้อ”

เมื่อมองดูหวังซ่งเดินจากไปผ่านหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ สีหน้าของลู่หมิงก็ยังเป็นปกติ แต่แววตาของเขาก็มีความปั่นป่วนอยู่บ้าง

แม้ว่าหวังซ่งจะจู้จี้จุกจิกและน่ารำคาญเล็กน้อย แต่เขาก็เป็นคนดี

ด้วยการมีหวังซ่งอยู่ ลู่หมิงจึงได้รับทราบสถานการณ์ของโลกภายนอก

แต่ในตอนนี้ หว่งซ่งก็กำลังจากไป…

ลึกๆ แล้ว ลู่หมิงรู้สึกลังเลเล็กน้อยจริงๆ

ใช่ แค่เล็กน้อยเท่านั้น…

หลังจากชกกระสอบทรายในตอนเย็นไปแล้ว ลู่หมิงก็ลืมเรื่องนี้ไป

หลังจากตื่นจากการนอนแล้ว เมื่อเขามองออกไปนอกหน้าต่างในตอนเช้า ลู่หมิงก็เห็นหวังซ่งกำลังนำคนประมาณสิบคนเดินออกไปจากหมู่บ้านกู๊ดโฮป เมื่อนั้นลู่หมิงจึงจำบทสนทนาเมื่อวานได้

ในไม่ช้า ถนนก็กลายเป็นว่างเปล่า มันไม่มีทั้งซอมบี้และคนเป็นเลย

ลู่หมิงปิดช่องสังเกตการณ์และเริ่มการฝึกในวันนี้

หวังซ่งได้เคลียร์เส้นทางไปยังบ้านตระกูลจางแล้วเมื่อวานนี้

พวกเขาออกเดินทางในตอนเช้าและไม่พบกับอันตรายอะไรระหว่างทางเลย

ในช่วงสาย หวังซ่งก็ได้พาผู้รอดชีวิต 13 คน รวมทั้งจางหลี่ซินและเมิ่งเจียมาถึงบ้านตระกูลจาง และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากจางเย่

ในช่วงพักเที่ยง จางเย่ก็ได้นำไวน์และไก่ย่างที่เก็บไว้ออกมา หวังซ่งและคนอื่นๆ แย่งกันกินอาหารในทันที ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็มั่นใจว่าพวกเขาตัดสินใจถูกต้องแล้วที่มาที่นี่!

ที่พักพิงที่ปลอดภัยกว่า ใหญ่กว่า และมีทรัพยากรที่มากกว่า

ท่ามกลางวันสิ้นโลก นี่ย่อมเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างแท้จริง

หลังจากกินกันจนเต็มอิ่มแล้ว มันก็ได้เวลาพูดคุยกัน

ผู้รอดชีวิตทั่วไปถูกนำตัวไปที่หอพัก ส่วนทางนี้ จางเย่ก็เสิร์ฟผลไม้แห้งให้ในระหว่างการพูดคุยกันระหว่างผู้ตื่นจากตระกูลจาง หวังซ่ง จางหลี่ซิน และเมิ่งเจีย

“กองทัพมีแผนการช่วยเหลือไหม?”

จางเย่ได้ทราบแล้วว่าจางหลี่ซินเป็นทหาร ตัวตนเช่นนี้ย่อมมาพร้อมกับออร่าบางอย่าง และเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะพอมีน้ำหนักอยู่บ้าง ดังนั้นเหล่าคนธรรมดาจึงมักจะศรัทธาในตัวของทหาร

จางหลี่ซินส่ายหัวเบาๆ “การปะทุขึ้นของวันสิ้นโลกทำให้พวกเราไม่ทันได้ระวังตัว และกองทัพก็ไม่ได้เตรียมพร้อมเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น การสื่อสารในตอนนี้ยังถูกตัดขาดด้วย ดังนั้นฉันจึงไม่รู้สถานการณ์ด้วยเหมือนกัน”

หลังจากพูดคุยกันในหัวข้อนี้สั้นๆ ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ เมิ่งเจียก็หันไปหาเมิ่งเจียและพูดขึ้นมาว่า

“พี่เมิ่ง ผมได้ยินว่าพี่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยา พี่มีการวิจัยหรือข้อมูลเชิงลึกอะไรเกี่ยวกับซอมบี้หรือผู้ตื่นไหมครับ?”

ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่าหลี่ซีถง หนึ่งในสามผู้ตื่นจากที่พักพิงของตระกูลจาง

เมื่อได้ยินคำถามของหลี่ซีถง เมิ่งเจียก็ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะและเริ่มแบ่งปันข้อมูลของเธอ

จบบทที่ ตอนที่ 25 : ย้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว