เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 ฟิกเกอร์อันนี้แพงเกินไป...

ตอนที่ 39 ฟิกเกอร์อันนี้แพงเกินไป...

ตอนที่ 39 ฟิกเกอร์อันนี้แพงเกินไป...


ตำรวจหวังรู้สึกงุนงง

สายตานี้หมายความว่ายังไงกัน?

ซู่ซวนถอนหายใจ ส่ายหน้าอย่างเสียใจและพูดว่า "คุณตำรวจหวัง ผมเกรงว่าคุณคงต้องหาที่อื่นซ่อนเงินส่วนตัวของคุณใหม่แล้วล่ะครับ"

ตำรวจหวังตกใจ: "ทำไมล่ะครับ?"

ไม่...คงไม่ใช่หรอกมั้ง...

ซู่ซวนยิ้มพลางพูดว่า "แนะนำให้คุณรับโทรศัพท์ดีกว่าครับ"

ตำรวจหวังมองไปที่เขา กดรับโทรศัพท์ จากนั้นเปิดลำโพง

"ฮัลโหล เมียจ๋าเหรอ?"

เสียงผู้หญิงที่อ่อนโยนดังมาจากโทรศัพท์: "คุณสามีคะ วันนี้คุณเลิกงานกี่โมงคะ?"

ตำรวจหวังถอนหายใจโล่งอก "อีกสักพัก วันนี้ผมไม่ทำงานล่วงเวลา"

"อืม งั้นรีบกลับมานะ เดี๋ยวจะทำให้ทานอาหารอร่อยๆ หนึ่งโต๊ะเลย"

"จ๋าเมียสุดที่รัก"

ตำรวจหวังเหลือบมองซู่ซวนอย่างเงียบๆ รอยยิ้มผ่อนคลายปรากฏบนริมฝีปากของเขา

ทันใดนั้น ผู้หญิงบนโทรศัพท์ก็พูดขึ้นว่า "คุณสามีคะ คุณไม่ถามหน่อยเหรอว่าทำไมทำอาหารอร่อยๆ เยอะขนาดนี้"

ตำรวจหวังตกตะลึง "ทำไมล่ะ?"

ผู้หญิงพูดเสียงเบาๆ "เพราะว่าวันนี้ฉันมีความสุขไงคะ~"

"แล้วคุณไม่ถามหน่อยเหรอว่าทำไมฉันถึงมีความสุข?"

ตำรวจหวังรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันใด "เมียจ๋า...ทำไมคุณถึงมีความสุขล่ะ?"

น้ำเสียงของผู้หญิงยิ่งอ่อนโยนลง "ตอนที่ฉันกำลังจัดของอยู่ เจอเงินก้อนโตในตู้เสื้อผ้าที่บ้าน คุณจะไม่ดีใจเหรอ?"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของตำรวจหวังก็หดลงทันที!

จบกัน!

ตำรวจโจวที่อยู่ข้างๆ เขาก็แสดงท่าทางเห็นอกเห็นใจบนใบหน้า

โอ้ เจ้าหน้าที่คนนี้คงจะหนาวแน่ๆ!

น้ำเสียงของผู้หญิงบนโทรศัพท์เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

น้ำเสียงเปลี่ยนจากอ่อนโยนกลายเป็นโกรธจัดในทันที

"ฮึฮึ เยี่ยมไปเลยคุณสามี โตขึ้นแล้วนะ ถึงกับซุกเงินส่วนตัวไว้เยอะขนาดนี้ แถมยังไม่บอกฉันอีก!"

"บอกเลยนะ คราวหน้าเตรียมตัวไว้ คุกเข่าบนคีย์บอร์ดได้เลย!"

พูดจบวางสายโทรศัพท์ทันที

ในห้องให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนั่งเงียบกริบ

ตอนนี้พวกเขาได้ประจักษ์ถึงความสามารถของซู่ซวนแล้ว

การดูไลฟ์สดของซู่ซวนนั้นไม่มีทางจะเข้าใจได้ลึกซึ้งเท่ากับการมาประสบด้วยตัวเอง

ท้ายที่สุด ซู่ซวนยังหักหน้าพวกเขาให้ทั้งคู่ต้องนั่งทำหน้าโศกเศร้าซะอีก

อันที่จริงแล้ว วันนี้ทั้งสองคนมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ที่สำคัญยิ่งกว่าการมาจดบันทึกคดีฆาตกรรมด้วยโพแทสเซียมไซยาไนด์เสียอีก

นั่นคือ การมาทดสอบความสามารถของซู่ซวนในนามตัวแทนของกรมตำรวจ

ซึ่งตอนนี้ภายในกรมตำรวจเองก็มีความเห็นสองด้านเกี่ยวกับตัวซู่ซวน

ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าซู่ซวนเป็นบุคคลที่มีความสามารถพิเศษ

ส่วนอีกฝ่ายเห็นด้วยกับคำกล่าวหาของนักสืบชื่อดัง "เสี่ยวหวู่หลาง" มากกว่า

นั่นก็คือ ซู่ซวนมีทีมแฮกเกอร์ที่ช่วยในการรวบรวมข้อมูลให้กับเขา

แล้วซู่ซวนก็แกล้งทำเป็นมีญาณทิพย์ติดต่อกับวิญญาณ

ด้วยเหตุนี้ ทางตำรวจจึงติดต่อไปยังฝ่ายบริหารของแอปพลิเคชันดังกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้มีการจัดฉากให้ซู่ซวนแต่อย่างใด

ก็นะ ความสามารถของซู่ซวนมันขัดกับหลักการวิทยาศาสตร์เกินไปจริงๆ!

และคนคนนี้ยังยืนกรานที่จะบรรจุตัวเองให้ดูคล้ายหลักวิทยาศาสตร์

ฟังดูก็รู้แล้วว่ามันเหลวไหลชัดๆ !

ซู่ซวนยิ้มและพูดว่า "คุณตำรวจทั้งสองท่าน มีอะไรจะถามอีกไหมครับ?"

"เอ่อ ไม่มีแล้วครับ"

ทั้งสองมองหน้ากันและส่ายหน้า

ตอนนี้ความสามารถของซู่ซวนได้รับการยืนยันแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป

การจดบันทึกหรืออะไรพวกนั้นเป็นเพียงแค่พิธีการเท่านั้น

ตอนนักสืบชื่อดัง "เสี่ยวหวู่หลาง" เขาได้อธิบายคดีและไขรายละเอียดต่างๆ ไว้ครบถ้วนแล้ว จึงไม่จำเป็นที่ซู่ซวนจะต้องพูดอะไรอีก

ในตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังเหลือบมองไปรอบๆ ก่อนเอ่ยขึ้น "คุณหมอซู่ ผมขอเดินเล่นกับคุณหน่อยได้ไหมครับ?"

ซู่ซวนยิ้มตอบว่า "ได้ครับ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังก็ลุกขึ้นยืนและเริ่มเดินวนไปวนมาในห้องให้คำปรึกษา

เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคนที่ชื่อว่า โจว ก็มองไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน

"เอ่อ คุณหมอซู่ คุณสะสมฟิกเกอร์ไว้เยอะมากเลยนะครับ เอ่อ..."

ตำรวจโจวมองไปที่ฟิกเกอร์หลายตัวบนชั้นวางของ รู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก

ฟิกเกอร์พวกนี้ประณีตมาก แต่มีเพียงวัสดุที่ใช้ผลิตที่แปลกประหลาดไปหน่อย

โดยทั่วไปแล้วฟิกเกอร์จะทำจากพลาสติก

ส่วนใหญ่จะเป็นส่วนฐานและตัวแบบ และมีโลหะแทรกอยู่เล็กน้อย

ด้วยวิธีนี้ จะทำให้ง่ายต่อการลงสีและคืนค่าสีเดิมของตัวละครในอนิเมะ

แต่ฟิกเกอร์ของซู่ซวนที่นี่กลับทำจากหยก ไม้ ทองเหลือง และอื่นๆ

ไม่มีการลงสีใดๆ ทั้งสิ้น เป็นสีของวัสดุธรรมชาติทั้งหมด

มันช่างชวนให้นึกถึงเหล่าเจ้าสัวรุ่นเก่าในวัย 40 หรือ 50 ที่วาง "พระศรีอริยเมตไตรย" และ "กวนอู" ไว้บนโต๊ะทำงาน

พูดสั้นๆ ก็คือ มันดูไม่เข้ากันอย่างแรง!

โดยเฉพาะตอนที่มองไปเห็น อุลตร้าแมนหยกที่มีร่างกายท่อนบนสีเขียว และท่อนล่างสีขาว เขาแทบจะกระอักเลือดเก่าออกมาเป็นลิตร

ถ้าไม่สังเกตดีๆ นึกว่าเป็นเจ้าแม่กวนอิมไปแล้ว!

เป็นครั้งแรกที่เขาค้นพบว่าท่าทางสง่าของเจ้าแม่กวนอิมนั้นช่างคล้ายกับลำแสงของอุลตร้าแมนเหลือเกิน...                                                        [คนแปล : 55555]

ตำรวจโจวบ่นในใจอย่างเงียบๆ

ซู่ซวนนี่ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ นี่มันรสนิยมเฉพาะทางนะเนี่ย มันดู...พิลึกไปหน่อย

ซู่ซวนยิ้มและพูดว่า "ผมไม่ได้สะสมครับ อันนั้นเอาไว้ตั้งโชว์เพื่อขายให้คนไข้"

"ขายด้วยเหรอครับ?"

ตอนนั้นเองที่ตำรวจโจวเพิ่งสังเกตเห็นป้ายราคาที่ติดอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เห็น

เขาจ้องมองอย่างพินิจพิเคราะห์ ใบหน้าของเขาซีดเผือดขึ้นทันที

เขามองซู่ซวนด้วยความงุนงงอีกครั้ง

"คุณหมอซู่ ของพวกนี้คุณนำเข้ามาทั้งแพ็กเกจเลยเหรอครับ?"

"ราคาที่ติดไว้นี่ยังไม่แกะออกใช่มั้ยครับ เยนญี่ปุ่น หรือว่า วอนเกาหลี?"

ซู่ซวนยิ้มและส่ายหัว: "ไม่ใช่ครับ เป็นหยวนจีนนี่แหละ"

เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองคนถึงกับตะลึงงัน

ฟิกเกอร์ตัวนึงราคาตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักล้าน...

จะมีใครซื้อของแบบนี้จริงๆเหรอ?

ทันใดนั้น ตำรวจหวังก็รู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นอะไรบางอย่าง ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว

เขาเอ่ยถามอย่างครุ่นคิด: "คุณหมอซู่ครับ เครื่องประดับพวกนี้... มีอะไรพิเศษหรือเปล่าครับ?"

---

กลุ่มที่ 1 พิเศษลดเหลือ 50 แล้วนะเอ้อ! 0_< [กระพริบตา]

เพจ :  แมวหยิบมาแปล

จบบทที่ ตอนที่ 39 ฟิกเกอร์อันนี้แพงเกินไป...

คัดลอกลิงก์แล้ว