เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: ความอับอายและความโกรธของหวังตง

บทที่ 8: ความอับอายและความโกรธของหวังตง

บทที่ 8: ความอับอายและความโกรธของหวังตง


"นายนั่นแหละที่เป็นนักแสดงกายกรรม!" หวังตงตะโกนออกมาด้วยความอับอายและหงุดหงิด

ทันใดนั้น เขาก็รีบใช้มือยันพื้นและดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว หวังตงจ้องเขม็งไปที่ฮั่วอวี่ห่าวด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน เขารู้สึกเหมือนถูกหลอก เพราะเมื่อครู่เขาอุตส่าห์กังวลว่าจะทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ แต่ฮั่วอวี่ห่าวกลับจัดการเขาด้วยวิธีแบบนี้

"ยังไม่จบหรอกนะ มาต่อกันอีกรอบ! คราวนี้ฉันจะไม่ยั้งมือแล้ว"

ขณะที่หวังตงเอ๋อร์พูด วงแหวนวิญญาณสีเหลืองหนึ่งวงและสีม่วงหนึ่งวงก็ลอยขึ้นมาจากใต้เท้าของเธอ

เมื่อเห็นหวังตงกำลังจะปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ มุมปากของฮั่วอวี่ห่าวก็กระตุกยิ้ม เขาจะไม่ยอมให้หวังตงมีโอกาสนั้น ถึงแม้เขาจะสามารถเอาชนะหวังตงในร่างสถิตวิญญาณยุทธ์ได้ด้วยพลังจิต แต่เขาไม่อยากเปิดเผยความสามารถมากเกินไปภายใต้สายตาของมู่เอิน

มู่เอินอาจไม่ใช่คนเลวร้าย ตราบใดที่ไม่เป็นภัยต่อโรงเรียนสื่อไหลเค่อ เขาก็คงไม่ลงมือทำอะไร แต่ฮั่วอวี่ห่าวมีคสามลับมากเกินไป เขาไม่อยากถูกเปิดโปงต่อหน้าพรหมยุทธ์สุดขีดจำกัดอย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้

เนตรวิญญาณของฮั่วอวี่ห่าวทอแสงสีทอง เขาไม่ได้ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมา แต่กลับส่งคลื่นพลังจิตที่ดูเหมือนจะอ่อนแรงสายหนึ่งพุ่งตรงไปที่หวังตงในขณะที่เธอกำลังสถิตร่างวิญญาณยุทธ์

เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีทางจิต วิญญาณจารย์สายโจมตีอย่างหวังตงย่อมไม่มีทางป้องกันได้ ในชั่วพริบตา หวังตงก็ลืมสิ้นถึงกระบวนการสถิตร่างวิญญาณยุทธ์ แววตาของเธอว่างเปล่า และวงแหวนวิญญาณสองวงที่เพิ่งปรากฏก็หดหายกลับไป

ฮั่วอวี่ห่าวฉวยโอกาสนี้พุ่งเข้าหาหวังตงอย่างรวดเร็ว

เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย พุ่งไปด้านหลังและจับแขนทั้งสองข้างของหวังตงเอ๋อร์ไพล่หลังไว้ทันที จากนั้นเขาก็ใช้ฝ่ามือประดุจใบมีดจ่อเข้าที่ลำคอของเธอ

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงห้าวินาที เมื่อหวังตงได้สติกลับมาในอีกห้าวินาทีต่อมา เธอก็ถูกฮั่วอวี่ห่าวสะกดไว้จนขยับไม่ได้เสียแล้ว

ในท่าทางนี้ ร่างของหวังตงแนบชิดกับฮั่วอวี่ห่าวโดยสมบูรณ์ เขาได้กลิ่นหอมจางๆ โชยมาจากเส้นผมของเธอ เมื่อหวังตงรู้ตัวว่าถูกกอดรัดจนแนบชิด แก้มใสและลามไปถึงลำคอก็กลายเป็นสีแดงก่ำ ร่างกายของเธอเริ่มดิ้นรนโดยสัญชาตญาณ

"ปล่อยฉันนะ นายมันขี้โกง! ฉันยังไม่ได้ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์เลย" หวังตงตะโกนอย่างไม่ยอมรับ

"เหอะ นายคิดว่าในการต่อสู้จริง คนอื่นเขาจะให้เวลานายปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์หรือไง?"

"นายแพ้แล้ว ยอมรับความพ่ายแพ้ซะ" ฮั่วอวี่ห่าวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ปล่อยฉันได้แล้ว..."

เดิมทีหวังตงอยากจะโวยวายมากกว่านี้ แต่ในตอนนี้การดวลของพวกเขากลับดึงดูดความสนใจของนักเรียนใหม่จำนวนมากให้เข้ามามุงดู การถูกเห็นในท่าทางที่แนบชิดกับฮั่วอวี่ห่าวต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ ทำให้ใบหน้าของหวังตงแดงยิ่งกว่าเดิมด้วยความอับอายจนตัวร้อนผ่าว

"ฉันยอมแพ้แล้ว ปล่อยฉันสักที" หวังตงหลับตาลงแล้วพูดเสียงดัง

"ยอมแพ้ก็ดีแล้ว" ฮั่วอวี่ห่าวปล่อยตัวเธอ

"ถ้านายยังจะอยู่ในหอพักนี้ต่อไป เราจะแบ่งหน้าที่ทำความสะอาดกัน ฉันจะไม่เอาเปรียบนาย ส่วนเงื่อนไขที่นายบอกมา ฉันจะทำตามเฉพาะข้อที่สมเหตุสมผล แต่ฉันหวังว่าคราวหน้าถ้านายจะคุยเรื่องพวกนี้ นายควรใช้ท่าทีที่เสมอภาคกันมากกว่านี้"

พูดจบ ฮั่วอวี่ห่าวก็ไม่สนใจสีหน้าของหวังตง เขาเดินตรงกลับเข้าหอพัก หยิบเสื้อผ้าแล้วออกไปอาบน้ำทันที

มู่เอินมองตามหลังฮั่วอวี่ห่าวที่เดินจากไป แววตาคมปลาบวาบขึ้นแวบหนึ่งก่อนจะหลับตาลงตามเดิม แม้ว่าฮั่วอวี่ห่าวในตอนนี้จะมีจุดที่น่าสนใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่เขาจะต้องให้ความสนใจอย่างเต็มที่

หลังจากฮั่วอวี่ห่าวจากไป หวังตงยืนเหม่อลอยอยู่ที่ลานกว้างเกือบสองนาที ก่อนจะรีบวิ่งกลับเข้าหอพักด้วยความอาย

เมื่ออาบน้ำเสร็จ ฮั่วอวี่ห่าวก็กลับมาที่ห้อง เขาเหลือบมองเตียงของหวังตงที่ปูเครื่องนอนไว้เรียบร้อยและดูหรูหรามาก ตัดกับเตียงไม้กระดานของเขาที่ดูแสนจะธรรมดา

หวังตงกำลังนอนคลุมโปงอยู่ แต่เมื่อฟังจากเสียงลมหายใจ ฮั่วอวี่ห่าวก็รู้ว่าเธอแกล้งหลับ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้สนใจและขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้เพื่อเริ่มการฝึกรวมจิตและพลังวิญญาณ

หลังจากฝึกเพลงหมัดไปห้ารอบในวันนี้ ฮั่วอวี่ห่าวรู้สึกได้ชัดเจนว่าร่างกายของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว หากฝืนต่อจะเกิดผลเสีย เขาจึงเลือกฝึกรวมจิตเพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้าและป้องกันอาการบาดเจ็บภายในจากการหักโหม

เหตุผลที่เขายังไม่เริ่มการฝึกจิตในขั้นที่สองที่เรียกว่า "หลอมวิญญาณ"ก็เพราะมันอันตรายอย่างยิ่ง หากผิดพลาดเพียงนิดจิตวิญญาณอาจสูญสลายได้ การหลอมวิญญาณต้องการรากฐานจิตที่มั่นคงกว่านี้ เขาจึงวางแผนจะฝึกรวมจิตต่อไปอีกสักพักเพื่อให้จิตวิญญาณเข้มข้นขึ้นก่อน

ขณะที่ฮั่วอวี่ห่าวหลับตาฝึกฝน หวังตงที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มก็ค่อยๆ โผล่ตาออกมาข้างหนึ่งแอบมองเขา เมื่อเห็นว่าเขากำลังตั้งใจฝึก เธอก็ทำเสียง "หึ" เบาๆ แล้วมุดหัวกลับเข้าใต้ผ้าห่มตามเดิม

ตลอดสองวันที่ผ่านมา ฮั่วอวี่ห่าวจะแอบไปฝึกหมัดที่มุมเงียบๆ ของโรงเรียนในตอนกลางวัน และกลับมาฝึกรวมจิตที่ห้องในตอนกลางคืน สองวันนี้ทำให้เขาเชี่ยวชาญเพลงหมัดหุนหยวนมากขึ้น และการฝึกรวมจิตก็ทำให้จิตวิญญาณของเขาหนาแน่นขึ้นเช่นกัน

วันนี้ ฮั่วอวี่ห่าวไม่ได้ไปฝึกหมัดเหมือนเคย เพราะงานรับสมัครนักเรียนใหม่สิ้นสุดลงแล้ว และวันนี้คือวันที่โรงเรียนสื่อไหลเค่อเปิดภาคเรียนอย่างเป็นทางการ

หวังตงเอ๋อร์เพิ่งจะลืมตาตื่นและมองไปยังฮั่วอวี่ห่าวตามความเคยชิน เธอเผยสีหน้าแปลกใจทันทีที่เห็นเขายังอยู่ในห้อง

ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามา เธอแทบจะไม่เคยเห็นเขาในช่วงเช้าเลย ทุกครั้งที่เจอเขา เขาจะกลับมาพร้อมเหยื่อท่วมตัวเพื่ออาบน้ำ จากนั้นก็จะเห็นเขาฝึกพลังวิญญาณอยู่ตลอดเวลา เธอไม่เคยเห็นเขาพักผ่อนเลยสักครั้ง

หมอนี่ขยันมากจริงๆ แต่น่าเสียดายที่พลังวิญญาณอ่อนแอเกินไป

หวังตงสัมผัสได้ถึงระดับพลังวิญญาณของฮั่วอวี่ห่าวขณะที่เขาฝึกฝน การแพ้ให้กับคนที่มีพลังห่างชั้นกันขนาดนี้ทำให้เธอรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้าง แต่พอเห็นความพยายามของเขา ความขุ่นเคืองนั้นก็มลายหายไป ความรู้สึกที่เธอมีต่อฮั่วอวี่ห่าวในตอนนี้จึงซับซ้อนมาก

ฮั่วอวี่ห่าวไวต่ออารมณ์ความรู้สึกมาก เมื่อเห็นหวังตงมองมาด้วยสายตาที่ผสมปนเประหว่างความโกรธและความโล่งใจ เขาก็รู้สึกงุนงง

หรือว่าวันนั้นฉันจะพูดแรงไปจนเธอฝังใจ? ไม่น่าใช่นะ หวังตงเอ๋อร์เปราะบางขนาดนั้นเลยเหรอ?

เมื่อเห็นเธอนิ่งไปแบบนั้น ฮั่วอวี่ห่าวก็ดูเวลาแล้วเดินเข้าไปโบกมือตรงหน้าเธอ

"ทำอะไรของนายน่ะ?" หวังตงถามด้วยหน้าตาย

"เห็นนายเหม่อเลยจะมาเตือนว่าใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว อย่าไปสายล่ะ" ฮั่วอวี่ห่าวยิ้มตอบโดยไม่สนสีหน้าบึ้งตึงของเธอ เขาพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไปทันที

"เหอะ ใครต้องการความหวังดีจอมปลอมของนายกัน"

น้ำเสียงของหวังตงเต็มไปด้วยความดูแคลน แต่พอฮั่วอวี่ห่าวเดินไปได้สักพัก เธอก็รีบวิ่งตามเขาไปที่ห้องเรียนด้วยเช่นกัน

ฮั่วอวี่ห่าวเดินอย่างรวดเร็วและมาถึงห้อง 1 ในไม่ช้า เขาพบว่าในห้องเกือบจะเต็มแล้ว จึงหาที่นั่งว่างและนั่งลง โดยมีเพื่อนร่วมโต๊ะเป็นเด็กชายที่ดูรูปร่างบึกบึนและท่าทางซื่อๆ

หลังจากเขานั่งได้ไม่นาน หวังตงก็เดินตามเข้ามา รูปลักษณ์ที่โดดเด่นของเธอสะดุดตาคนทั้งห้องในทันที

จบบทที่ บทที่ 8: ความอับอายและความโกรธของหวังตง

คัดลอกลิงก์แล้ว