เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: การเช่าบ้าน

บทที่ 22: การเช่าบ้าน

บทที่ 22: การเช่าบ้าน


เมื่อเขากลับมาถึง อาหารเย็นก็เตรียมพร้อมไว้แล้ว

หลัวเจียเจียนั่งอยู่ที่โต๊ะ กำลังอ่านหนังสือเรียนของเด็กปีหนึ่ง

มีกระเป๋าเดินทางวางรออยู่ใกล้ๆ ประตู

เมื่อหลัวเฟยนั่งลง เธอก็ปิดหนังสือ "ฉันเช่าห้องได้แล้วนะ กินข้าวเสร็จก็เก็บของแล้วย้ายกันคืนนี้เลย"

"เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ ห้องใหญ่ไหม ค่าเช่าเท่าไหร่ล่ะ"

เธอหยิบตะเกียบขึ้นมากินข้าว ไม่ตอบคำถาม

เขามองดูเธอ แล้วก็เริ่มกินข้าวเช่นกัน

หลังอาหารเย็น เขาก็เริ่มเก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้

อยู่มาหกปี ถึงเสื้อผ้าจะไม่เยอะ แต่ข้าวของอย่างอื่นก็มีไม่น้อยเลย

ไม่มีรถ ก็แปลว่าต้องเดินขนของกันหลายรอบ

"ไกลไหม"

เขามีกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบกับกระเป๋าเป้อีกสองใบ

หลัวเจียเจียมีกระเป๋าเดินทางสองใบ กระเป๋าเป้สามใบ และกล่องโลหะทรงยาวอีกหนึ่งกล่อง

"ไม่ไกลหรอก"

เธอสะพายกล่องโลหะและหิ้วกระเป๋าเดินทางสองใบ

"นั่นกล่องอะไรน่ะ ให้ผมช่วยถือไหม"

เธอหันมามอง "จัดการของตัวเองไปเถอะ"

เขารู้นิสัยเธอดี จึงยอมหิ้วกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าเป้ของตัวเองแต่โดยดี

พวกเขาเดินอุ้ยอ้ายราวกับหอยทากลงบันไดแคบๆ ไปทีละก้าว

เวลาอาหารค่ำแบบนี้ ไม่มีใครอยู่ข้างล่างมาคอยถามนู่นถามนี่ให้รำคาญใจ

พวกเขาเดินออกจากเขตหมู่บ้าน

แม้สายลมฤดูใบไม้ร่วงจะพัดพากลมหนาวมา แต่ไม่นานทั้งสองคนก็เหงื่อท่วมตัว

'จะนั่งรถเมล์ไหม'

หลัวเฟยมองดูเธอที่กำลังกระเตงกระเป๋าเดินทางใบหนักอึ้งด้วยมือข้างเดียว แถมยังแบกกล่องโลหะเทอะทะไว้บนหลังอีก

'ไม่ล่ะ'

หลัวเจียเจียยังคงก้าวเดินต่อไป

ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหลีกทางให้ พลางมองพวกเขาด้วยสายตาแปลกๆ แต่ทันทีที่เห็นใบหน้าของหลัวเจียเจีย ทั้งชายและหญิงต่างก็ต้องชะงักงัน ตกตะลึงในความงดงามของเธอ

ทั้งสองเดินตามกันข้ามถนนสองเส้น และเลี้ยวเข้าซอยแคบๆ

เดินต่อไปอีกราวร้อยเมตร พวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านเก่าๆ ทรุดโทรมแห่งหนึ่ง

หลัวเจียเจียเดินนำเขาเข้าไปในหมู่บ้านและตรงไปยังอาคารที่สอง

แฟลตหกชั้นแห่งนี้ไม่มีลิฟต์

เธอพาเขาเดินขึ้นบันไดไปจนถึงชั้นหก

พวกเขาเอนตัวพิงกำแพงตรงมุมทางเดิน ปาดเหงื่อและหอบหายใจ

'ผมชอบชั้นบนสุดนะ'

หลัวเฟยอารมณ์ดี ชวนคุยเรื่อยเปื่อย ในที่สุดพวกเขาก็จะได้มีบ้านใหม่สักที

หลัวเจียเจียไม่สนใจเขา เธอกระเป๋าเดินทางลง ล้วงกุญแจออกจากกระเป๋าเสื้อ—และจังหวะนั้นเอง ประตูก็ถูกเปิดเแง้มออกมาจากข้างใน

ผู้หญิงวัยสี่สิบกว่าๆ คนหนึ่งชะโงกหน้าออกมา ปรายตามองเธอ ก่อนจะฉีกยิ้มแหยๆ "อ้าว มากันเร็วจัง! ป้ากำลังจะโทรหาพอดีเลย ขอโทษจริงๆ นะจ๊ะ พอดีมีธุระด่วนเข้ามาน่ะ... ห้องนี้—เอ่อ ป้าคงปล่อยเช่าให้พวกเธอไม่ได้แล้วล่ะ"

เธอหยิบปึกเงินสดออกมาแล้วยื่นให้ "นี่เงินค่าเช่ากับค่ามัดจำคืนนะจ๊ะ ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้พวกเธอต้องเดินมาตั้งไกล เอ้านี่ ป้าให้ค่ารถเพิ่มอีกร้อยนึงละกันนะ"

เธอสอดธนบัตรอีกใบเข้าไปในปึกเงินหนาเตอะ พลางยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน

บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

หลัวเจียเจียมองดูเธอ—ไม่โกรธ ไม่ต่อว่า สีหน้าไร้อารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

หยาดเหงื่อไหลรินลงมาตามพวงแก้มเนียนใส หยดแหมะลงมาจากปลายคางขาวผ่อง ทอประกายระยิบระยับราวกับคริสตัลภายใต้แสงไฟในห้อง

ปอยผมที่ขมับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

แก้มของเธอแดงระเรื่อจากการเดินขึ้นบันได หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจถี่รัว

กุญแจยังคงกำแน่นอยู่ในมือขวา ท่าทางพร้อมที่จะไขประตูเข้าไปทุกเมื่อ

ผู้หญิงคนนั้นที่ตอนแรกก็ตกตะลึงในความสวยของเธออยู่แล้ว ตอนนี้กลับยิ่งรู้สึกว่าความงามของเด็กสาวคนนี้น่าทึ่งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

"อืม"

กับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันนี้ หลัวเจียเจียเพียงแค่ตอบรับสั้นๆ เธอคืนกุญแจ รับเงินมา และส่งเงินร้อยหยวนที่ให้เกินมาคืนไป

"ไปกันเถอะ"

เธอหันไปพูดกับหลัวเฟย

เขาปรายตามองเธอ ยกกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าเป้ขึ้นมาเงียบๆ แล้วเริ่มเดินลงบันได

หลัวเจียเจียขยับกล่องโลหะบนหลังให้เข้าที่ หิ้วกระเป๋าเดินทาง แล้วเดินตามลงไป

ทั้งสองแบกสัมภาระพะรุงพะรัง เดินเรียงเดี่ยวลงบันไดแคบๆ ไปอย่างเงียบเชียบ

ตรงชานพักบันไดชั้นห้า หลัวเฟยได้ยินเสียงประตูปิดดังปังมาจากชั้นบน ตามด้วยเสียงพึมพำของผู้หญิงคนนั้น: "แหม เสี่ยเนี่ย รสนิยมคุณนี่มัน..."

ประตูเหล็กดัดถูกปิดลง

แม้ว่าการได้ยินของเขาจะดีขึ้นนิดหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้ยินบทสนทนาข้างในอีกต่อไป

'เสี่ยเนี่ย—ผู้ชายที่ชื่อเนี่ยหยวนกวงคนนั้นน่ะเหรอ'

เมื่อได้ยินเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงดังมาจากข้างหลัง และนึกถึงความหวังที่พังทลายของเธอ หลัวเฟยก็กำหูหิ้วกระเป๋าเดินทางแน่น แววตาของเขาเย็นเยียบและแข็งกร้าว

พวกเขาเดินออกจากเขตหมู่บ้านและมุ่งหน้าไปตามถนนที่ว่างเปล่าอย่างเงียบๆ

ดวงจันทร์สว่างไสวส่องแสงลอดผ่านกิ่งไม้ ราวกับกำลังแอบดูสภาพอันทุลักทุเลของพวกเขาสองคน

กลับมาถึงบ้าน

แต่ละคนก็แยกย้ายกลับเข้าห้องของตัวเอง ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นข้างเตียง เหงื่อท่วมตัวในความมืดมิด หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอด

ไม่เปิดไฟ ไม่พูดจา

พวกเขาเพียงแค่นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น

ปัง! ปัง! ปัง!

ผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

หลัวเฟยลุกขึ้นและเดินไปเปิดประตู

จากในความมืด เสียงของหลัวเจียเจียดังก้องขึ้นมา: "อย่าเปิด"

แต่คราวนี้เขาไม่ฟังเธอและเปิดประตูออกไป

แสงไฟจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามา ชายหนุ่มในชุดสูทสวมแว่นตากรอบทองยืนอยู่ข้างนอก ยิ้มอย่างสุภาพ "คุณคือหลัวเฟยใช่ไหมครับ คุณโจวซินเหมยเล่าเรื่องคุณให้ผมฟังแล้ว"

เขายื่นมือออกมาอย่างมีมารยาท "สวัสดีครับ ผมเนี่ยหยวนกวง ผมซื้อบ้านหลังนี้ไว้แล้ว แต่ไม่ต้องห่วงนะ คุณยังสามารถ—เอ๊ะ"

หลัวเฟยจับมือเขาอย่างสุภาพ ก่อนจะกระชากคอเสื้อเขาลากเข้ามาในบ้านแล้วกระแทกปิดประตูเสียงดังปัง

ประตูห้องของหลัวเจียเจียเปิดผางออก

แต่กำปั้นของหลัวเฟยก็ซัดเปรี้ยงเข้าที่หน้าผู้ชายคนนั้นไปเรียบร้อยแล้ว

ด้วยความไม่ทันตั้งตัว เนี่ยหยวนกวงจึงกระเด็นไปชนมุมกำแพงอย่างจัง "นี่แกทำอะไร—"

ปัง!

หมัดที่สองซัดเข้าที่ปากเต็มๆ ทำให้เขาต้องหุบปากลงทันที

"หลัวเฟย!"

หลัวเจียเจียยืนอยู่ที่ประตูห้อง มองเขาด้วยความตกตะลึง

"ไม่ต้องมายุ่ง! กลับเข้าห้องไปซะ!"

หลัวเฟยตะคอกใส่ แล้วซัดหมัดเข้าที่หัวผู้ชายคนนั้นอีกทีดัง 'ปัง'

จากนั้นเขาก็กระชากผมที่ชโลมเจลจนมันเยิ้มของชายคนนั้น แล้วลากเขาตรงไปที่ห้องครัว

ชายคนนั้นที่ปากเต็มไปด้วยเลือด ร้องโวยวาย "แกจะทำอะไร แกจะทำอะไร นี่มันผิดกฎหมายนะโว้ย แกต้องติดคุกแน่!"

สีหน้าของหลัวเจียเจียเปลี่ยนไป และเตรียมจะเข้าไปห้าม

หลัวเฟยลากเขาไปพลางพูดว่า "ตามกฎหมายคุ้มครองเคหสถาน และกฎหมายสิทธิในการป้องกันตัว ที่เพิ่งประกาศใช้ ในฐานะผู้เช่าบ้านที่สัญญาเช่ายังเหลืออีกหลายวัน ผมมีสิทธิ์ใช้มาตรการตอบโต้ผู้บุกรุกทุกรูปแบบ! ต่อให้เป็นเจ้าของบ้านก็ไม่มีข้อยกเว้น!"

หลัวเจียเจียชะงักไปครู่หนึ่งและหยุดอยู่กับที่

หลัวเฟยลากผู้ชายคนนั้นเข้าไปในครัวอย่างไม่ปรานี จากนั้นก็ใช้สองมือกดหน้าและหัวของเขาลงไปในอ่างล้างผักแคบๆ ตรงมุมห้องอย่างแรง เขากระทืบเท้าลงบนท้ายทอยของชายคนนั้นอย่างเหี้ยมเกรียม แล้วใช้มือข้างหนึ่งเปิดก๊อกน้ำ

"ซ่า!"

"ซ่า!"

น้ำพุ่งรดใบหน้าและเส้นผมที่เคยมันเยิ้มแต่ตอนนี้ยุ่งเหยิงของชายคนนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า

ชายคนนั้นดิ้นรนอย่างสุดชีวิตแต่ก็สลัดไม่หลุด

เวลานี้ หลัวเฟยแข็งแรงเป็นพิเศษ ความโกรธแค้นทั้งหมดในอกแปรเปลี่ยนเป็นพละกำลัง กดหัวชายคนนั้นไว้แน่นจนขยับไม่ได้

"หลัวเฟย พอได้แล้ว"

หลัวเจียเจียยืนอยู่หน้าประตู สายตาของเธอเย็นชาและค่อนข้างซับซ้อนขณะมองดูเขา

ในที่สุดหลัวเฟยก็ยอมยกเท้าออก คว้าคอเสื้อผู้ชายคนนั้นแล้วลากออกไป

หลัวเจียเจียหลีกทางให้

ผู้ชายคนนั้นไอสำลักอย่างรุนแรง จมูกและปากเต็มไปด้วยเลือดและน้ำ เขาเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก

หลัวเฟยลากเขาออกจากครัว ไปเปิดประตู แล้วเหวี่ยงเขาออกไปที่โถงบันไดข้างนอกอย่างแรง น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่ทำให้คนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว "อย่าได้คิดจะแตะต้องหลัวเจียเจียอีกเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นแกตายแน่"

พูดจบ เขากระแทกประตูปิด

เขาหันกลับมา สบตากับดวงตาสีดำขลับ สงบนิ่ง ลึกล้ำ และเย็นชาของหลัวเจียเจีย

ไม่มีใครพูดอะไร พวกเขายืนนิ่งอยู่ในความมืดครู่หนึ่ง

"อาบน้ำแล้วก็นอนซะ"

หลัวเฟยเดินไปล้างมือที่ห้องน้ำ กลับเข้าห้อง แล้วปิดประตู

หลัวเจียเจยายืนอยู่ในความมืดต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับเข้าห้องตัวเองเช่นกัน

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบ้านอีกครั้ง

จบบทที่ บทที่ 22: การเช่าบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว