- หน้าแรก
- ดาวโรงเรียนผู้สูงส่งกลายเป็นเมดที่บ้านเพื่อชดใช้หนี้ให้กับผม
- บทที่ 26: วิธีการปั้นเมดที่สมบูรณ์แบบ
บทที่ 26: วิธีการปั้นเมดที่สมบูรณ์แบบ
บทที่ 26: วิธีการปั้นเมดที่สมบูรณ์แบบ
คุณครูเซี่ยอี้ซินยังคงบรรยายต่อไป
เธอถึงกับเตรียมกระดานไวท์บอร์ดเล็กๆ มาตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นของหลินซวงด้วยซ้ำ
นี่สิถึงจะเรียกว่ามืออาชีพของจริง!
"เนื่องจากความต้องการที่แตกต่างกันของบทบาทเมดในแต่ละรูปแบบ เนื้อหาการฝึกของเราหลังจากนี้จะแบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลักๆ ได้แก่ บริการประจำวัน ความรู้ทั่วไปของเมด การทำอาหารขั้นสูง การต่อสู้ขั้นพื้นฐาน และความรู้เบื้องต้นทางการแพทย์ค่ะ"
หัวหน้าเมดเซี่ยอี้ซินทั้งเขียนและวาดลงบนกระดานไวท์บอร์ด
สาวใช้ตัวน้อยถงเหยาที่อยู่ด้านล่างก็จดจ่ออยู่กับการจดเลกเชอร์
"...ฟังดูซับซ้อนพอๆ กับวิชาเอกของเราเลยแฮะ" เธอพึมพำพลางเอาปลายปากกาจิ้มแก้มตัวเองเบาๆ
"เพื่อที่จะกลายเป็นเมดที่สมบูรณ์แบบ มีความรู้อีกมากมายที่ต้องเรียนรู้ค่ะ"
ในบทบาทเมดเพื่อนสนิท รอยยิ้มของเซี่ยอี้ซินดูเป็นกันเองมาก "ตามคำขอของคุณหลิน จุดเน้นของการฝึกของเราจะยังคงอยู่ที่ส่วนของการทำอาหารค่ะ"
"ตามตารางที่วางไว้ ดิฉันได้ติดต่อไปยังโรงแรมระดับห้าดาวใกล้ๆ นี้แล้ว ดิฉันจะพาคุณไปเรียนที่นั่นทุกวันจันทร์และวันอังคารค่ะ"
"เอ๊ะ? โรงแรมระดับห้าดาวเหรอคะ" ถงเหยากัดปลายปากกาด้วยความตกตะลึง
"คุณจะได้เรียนอะไรที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไปค่ะ ตามที่คุณหลินขอมา เราจะยังคงเน้นไปที่อาหารโฮมเมดเป็นหลัก ไม่ต้องกังวลนะคะ แค่ตั้งใจเรียนก็พอค่ะ"
เซี่ยอี้ซินพูดต่อ "นอกจากการทำอาหารแล้ว ดิฉันจะเป็นผู้บรรยายหลักสำหรับวิชาอื่นๆ ทั้งหมดเองค่ะ"
"บริการประจำวันจะครอบคลุมทักษะพื้นฐานทั้งหมดของเมด สรุปสั้นๆ ก็คือ การตอบสนองความต้องการของนายท่านให้ดียิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ"
ถงเหยาจดลงในสมุดโน้ตของเธอทุกตัวอักษร
เธอรู้สึกว่าประโยคนี้มันดูแปลกๆ แต่ถงเหยาผู้แสนซื่อก็ไม่ค่อยเข้าใจความหมายแฝงนัก เธอเลยปล่อยผ่านไปก่อน จดมันลงไป และกะว่าจะไปถามหลินซวงทีหลัง
"ความรู้ทั่วไปของเมด กำหนดให้เมดต้องมีสามัญสำนึกพื้นฐานและความรู้ทางวรรณกรรมบ้าง เนื่องจากเพื่อนนักเรียนถงเหยาเป็นนักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ ดิฉันคงไม่ต้องพูดอะไรมากในส่วนนี้ แต่จะเสริมความรู้ทางจิตวิทยาให้คุณแทนค่ะ"
"ตกลงค่ะ คุณครูเซี่ย"
"ส่วนการต่อสู้ขั้นพื้นฐาน... นายท่านของคุณต่อสู้เก่งมากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณแค่ต้องเรียนรู้เทคนิคการป้องกันตัวพื้นฐานก็พอค่ะ"
"และสำหรับส่วนของความรู้ทางการแพทย์ หลักๆ ก็คือวิธีรับมือกับอาการเจ็บป่วยและบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงความรู้ด้านปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินค่ะ"
เซี่ยอี้ซินหยุดพูดแค่นั้นและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "อย่างไรก็ตาม บางทีข้อกำหนดสำหรับเพื่อนนักเรียนถงเหยาอาจจะไม่ต้องเข้มงวดขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ"
ถงเหยารีบพูดขึ้นมาอย่างหนักแน่นทันที "ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ๆๆ คุณครูเซี่ยคะ โปรดเข้มงวดกับฉันให้ถึงที่สุดเลยนะคะ!"
"ตกลงค่ะ" เซี่ยอี้ซินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ "แต่นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องรสนิยมแปลกๆ ระหว่างคุณกับคุณหลิน... อย่างการเล่นบทบาทสมมติเป็นเมดอะไรแบบนั้นหรอกใช่ไหมเนี่ย..."
ถงเหยายกมือขึ้น "คุณครูเซี่ยคะ ฉันฟังประโยคสุดท้ายไม่ค่อยถนัดเลย รบกวนพูดอีกทีได้ไหมคะ..."
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ดิฉันแค่กำลังคิดเรื่องอื่นอยู่น่ะ"
เซี่ยอี้ซินมองดูท่าทางที่น่ารักและใสซื่อของสาวใช้ตัวน้อยคนนี้
เธอแอบคิดอย่างซุกซนในใจว่า เชิญทำให้เธอแปดเปื้อนได้ตามสบายเลยค่ะ คุณหลิน...
ในขณะนี้ คุณหลินกำลังโดนคุณหนูซูประเคนทั้งหมัดทั้งเข่าใส่แบบไม่ยั้ง
"เรียกคุณนายคนนี้ออกมาแต่เช้าตรู่! คุณนายคนนี้ยังไม่ได้นอนหลับเอาแรงเพื่อความสวยเลยนะยะ!"
ซูหว่านนั่งซ้อนท้ายรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของหลินซวง รัวหมัดใส่หลังเขาเป็นชุด
นี่ไม่ใช่ 'การตีหยอกเย้า' หรอกนะ ซูหว่านใส่แรงตีเขาจริงๆ
แต่หลินซวงก็ชินซะแล้ว เขาถือซะว่าเธอกำลังนวดให้ก็แล้วกัน
เขากำลังฟินอยู่กับความเจ็บปวด "งานทั้งวันจะดีได้ก็ขึ้นอยู่กับการเริ่มต้นที่ดีในตอนเช้า ไม่รู้หรือไง นกที่ตื่นเช้าย่อมจับหนอนได้ เข้าใจปะ"
"ไร้สาระ มีแต่หนอนที่ตื่นเช้าเท่านั้นแหละที่จะโดนนกกิน!"
"โอ๊ยๆๆ ตีสูงขึ้นอีกนิดนึง ช่วงนี้ฉันปวดคอเอามากๆ เลย"
"อ้อ? สรุปว่าตอนนี้แกเริ่มจะชอบแบบนี้แล้วใช่ไหมยะ"
ซูหว่านบีบคอเขา ใบหน้าของเธอแนบชิดกับแผ่นหลังของเขา "เราจะไปดูทำเลที่ไหนกัน แกกะจะเปิดร้านชานมไข่มุกแถวไหน... หืม? แกเปลี่ยนน้ำยาซักผ้าเหรอ ทำไมกลิ่นมันหอมจัง"
หลินซวงตอบอย่างใจเย็น "อืม เพิ่งซื้อเจลซักผ้ามาใหม่น่ะ หอมใช่ไหมล่ะ"
ซูหว่านจมูกไวอย่างกับหมา! โชคดีนะที่ตราบใดที่เธอไม่ได้กลิ่นว่าเขาแอบซุกสาวใช้ตัวน้อยไว้ในบ้าน ทุกอย่างก็โอเค
เจลซักผ้าพวกนี้สาวใช้ตัวน้อยถงเหยาก็เป็นคนซื้อมาเหมือนกัน ตัวเขาเองขี้เกียจจะมาพิถีพิถันเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว
แล้วก็เป็นไปตามคาด ซูหว่านถามต่อว่า "ทำไมแกถึงเริ่มมาพิถีพิถันเรื่องพวกนี้ยะ ไปเล็งสาวที่ไหนไว้หรือเปล่า"
หลินซวงพยายามทำตัวเก๋า "ยุ่งน่า!"
ซูหว่านรีบคว้าหูเขาบิดทันที ทำเอาความเก๋าของเขาหดหายไปในพริบตา "อ้อ~ เดี๋ยวนี้ทำตัวเก๋าเหรอ หลินคนบ้า ลืมไปแล้วเหรอว่าแกเป็นใครยะ"
หูคือจุดอ่อนของหลินซวง และเพื่อนสมัยเด็กคนนี้ก็รู้เรื่องนี้ดีซะด้วย
โชคดีที่พวกเขามาถึงจุดหมายพอดี หลินซวงจอดรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้วลุกขึ้นต่อต้าน
เขาตั้งท่าศิลปะการต่อสู้ "อะต๊า!"
ซูหว่านหัวเราะแล้วตั้งท่าไทเก๊ก "กระเรียนขาวสยายปีก!"
ทั้งสองคนแลกกระบวนท่ากันเบาๆ สองสามที ก่อนจะหยุดก่อนที่เรื่องจะบานปลาย
นี่เพิ่งจะเช้าตรู่ แต่ก็มีคนเดินไปมาบนถนนย่านการค้าใกล้ๆ มหาวิทยาลัยหวายเฉิงไม่น้อยเลยทีเดียว
คนที่เดินผ่านไปมาแอบด้อมๆ มองๆ พวกเขาจากระยะไกล มองราวกับว่าพวกเขาเป็นคนบ้าสองคน
"พ่อหนุ่มสุดหล่อกับสาวสวยสองคนนั้นกำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ"
"ถ่ายคลิปสั้นลงเน็ตหรือเปล่า"
"หนีออกมาจากโรงพยาบาลศรีธัญญาหรือเปล่าเนี่ย"
"โทรแจ้งให้มารับตัวกลับไปดีไหม"
ซูหว่านโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "มองอะไรกันนักหนายะ! ไม่เคยเห็นคนหล่อคนสวยหรือไง!"
คนที่เดินผ่านไปมาถึงกับแตกตื่นหนีกระเจิงราวกับฝูงนกแตกรัง
หลินซวงก็ฉีกยิ้มกว้าง "ก็นะ หลักๆ คงเป็นเพราะฉันหล่อเกินไปนั่นแหละ"
"แล้วคุณนายคนนี้ไม่สวยหรือไงยะ"
"คนอย่างเธอที่ไม่ติดแม้แต่อันดับดาวมหาวิทยาลัย หลบไปซะเถอะ!"
"อย่าหนีนะ! รับกระบวนท่าของฉันไปอีกที สองยอดเขาพุ่งชนหู!"
"เจอกระบวนท่าลิงขโมยลูกท้อของฉันหน่อยเป็นไง!"
"กรี๊ด—หลินคนบ้า! หยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะยะ!"
อากาศวันนี้กำลังดี แสงแดดส่องลอดกิ่งก้านสาขาที่ไม่สม่ำเสมอลงมาเป็นหย่อมๆ เต้นระบำไปพร้อมกับสายลมยามฤดูใบไม้ผลิ
ท่ามกลางความเหม่อลอย หลินซวงเกิดภาพลวงตาว่าเขากับซูหว่านยังคงเป็นเด็กน้อยจอมซนที่วิ่งไล่จับและวิ่งเล่นอยู่ริมแม่น้ำเมื่อสิบปีก่อน
เผลอแป๊บเดียว พวกเขาก็โตกันขนาดนี้แล้ว
ทั้งสองคนเดินทอดน่องไปตามริมฝั่งแม่น้ำสายเล็ก มันดูไม่เหมือนการวิ่งไล่จับ แต่เหมือนการออกมาวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเช้ามากกว่า
สองฝั่งแม่น้ำสายเล็กเป็นพื้นที่สีเขียว มีสนามหญ้าเขียวขจีและต้นหลิวที่พลิ้วไหวไปตามสายลม
ลึกเข้าไปอีกเป็นร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านชานมไข่มุก ร้านสแน็กบาร์ และร้านขายเสื้อผ้ารวมถึงร้านขายของจิปาถะที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักศึกษา... มีครบทุกอย่าง
บนชั้นสองและชั้นสามเป็นสถานบันเทิงต่างๆ เช่น ร้านคาราโอเกะและร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่
นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งในละแวกนั้นมักจะมารวมตัวกันที่ถนนย่านการค้าแห่งนี้เพื่อกิน ดื่ม และเที่ยวเล่น ดังนั้นปริมาณคนที่สัญจรไปมาจึงหนาแน่นมาก
หลินซวงและซูหว่านมองไปรอบๆ ขณะเดิน เพื่อพิจารณาว่าตรงไหนน่าจะเหมาะกับการเปิดร้านชานมไข่มุกของพวกเขามากที่สุด
ถึงแม้ที่นี่จะมีคนพลุกพล่าน แต่นั่นก็หมายความว่าอัตราการเจ๊งก็สูงมากเช่นกัน
หน้าร้านที่ไม่ตอบโจทย์รสนิยมของผู้คนหรือไม่มีข้อได้เปรียบด้านราคา ไม่นานก็จะแขวนป้าย "ให้เช่าช่วงต่อ" และถูกแทนที่ด้วยป้ายร้านอื่นในเวลาไม่นาน
บางร้านถึงกับเปลี่ยนป้ายใหม่ทุกครั้งที่หลินซวงแวะมาเลยด้วยซ้ำ
เขาเคยสงสัยว่าฮวงจุ้ยของร้านพวกนั้นมันไม่ดีหรือเปล่า... ไม่ว่าจะเปิดร้านอะไร ก็เจ๊งไม่เป็นท่าทุกที
ซูหว่านที่เดินอยู่ข้างหลังจู่ๆ ก็เร่งฝีเท้า พุ่งเข้าใส่พร้อมกับส่งเสียงร้องคำราม และพุ่งตัวเข้าแทคเคิลหลินซวงล้มลงไปบนสนามหญ้า
"จับตัวได้แล้ว หลินคนบ้า เมื่อกี้มือเหม็นๆ ของแกมาจับตรงไหนของคุณนายคนนี้ยะ หืม"
ใบหน้าของหญิงสาวแดงระเรื่อหลังจากเดินมาด้วยกันตั้งไกล
หลินซวงฉีกยิ้มแล้วจิ้มแก้มเธอ "หว่านหว่าน เธอคงไม่ได้กำลังเขินอยู่หรอกใช่ไหม"
เริ่มต้นขึ้นแล้ว! ไชโย!