- หน้าแรก
- ดาวโรงเรียนผู้สูงส่งกลายเป็นเมดที่บ้านเพื่อชดใช้หนี้ให้กับผม
- บทที่ 13: หย่งชุนและการขับยานอวกาศ
บทที่ 13: หย่งชุนและการขับยานอวกาศ
บทที่ 13: หย่งชุนและการขับยานอวกาศ
วันรุ่งขึ้น หลินซวงมีตารางเรียนแน่นเอี้ยดตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้ก็คือ การทำตามคำแนะนำของระบบสาวน้อย และไปสำรวจห้องเรียนว่างในเวลาบ่ายโมงตรง
หลินซวงค่อนข้างอยากรู้ว่ามีอะไรรอเขาอยู่กันแน่
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดจะแอบไปด้อมๆ มองๆ หรือสำรวจสถานที่ไว้ล่วงหน้าหรอกนะ แต่เขากังวลว่ามันอาจจะส่งผลต่อการกระตุ้นภารกิจได้
ช่วงเช้าเป็นวิชาประวัติศาสตร์วรรณคดีที่หลินซวงชอบที่สุด หลังจากตั้งใจจดเลกเชอร์มาตลอดทั้งเช้า เขาก็กินบะหมี่ที่โรงอาหารไปหนึ่งชาม (เพิ่มไข่และน่องไก่ ราดด้วยซอสดอกไม้จีนแสนอร่อย) ก่อนจะค่อยๆ เดินตรงไปยังสถานที่เป้าหมาย
เมื่อมาถึงห้องเรียนร้างสุดทางเดินบนชั้นห้าของอาคารเรียน ก็เป็นเวลาบ่ายโมงตรงเป๊ะ ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่นาทีเดียว
หลินซวงมองเข้าไปจากด้านนอก หน้าต่างของห้องเรียนถูกปิดทับด้วยผ้าม่านหนาทึบ และมีฝุ่นเกาะหนาเตอะบนขอบหน้าต่าง ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานานแล้ว
หลินซวงเดินไปที่ประตูอย่างสบายๆ เขารู้สึกได้ว่าจังหวะการเต้นของหัวใจค่อนข้างสม่ำเสมอขณะที่จับลูกบิดประตู อาจจะเต้นเร็วขึ้นนิดหน่อยจากการเดินมาจากโรงอาหารเท่านั้น
จากนั้น เขาก็เปิดประตูห้องเรียนเข้าไป
สายลมยามต้นฤดูใบไม้ผลิอันแสนอบอุ่นพัดโหมเข้ามาในห้องทันที เลิกผ้าม่านขึ้นพร้อมกับชายกระโปรงของหญิงสาวคนหนึ่ง
ใช่แล้ว มีหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ในห้องเรียนร้างแห่งนี้
เธอสวมเสื้อสเวตเตอร์ถักเข้าคู่กับกระโปรงสั้น ถุงน่องสีดำของเธอร่นลงมาถึงหัวเข่า เธอหันหลังให้หลินซวง และในตอนนั้น เธอกำลังพิงอยู่ตรงมุมโต๊ะเรียน ลอยตัวขึ้นลงซ้ายขวา
เธอจดจ่อและเพลิดเพลินกับสิ่งที่ทำจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ถึงขั้นไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าประตูถูกเปิดออก หรือมีคนกำลังแอบดูการถ่ายทอดสดอยู่
ผมทรงหางม้าด้านข้างที่มัดด้วยโบสีชมพูของเธอพลิ้วไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว
หญิงสาวจะเปล่งเสียงร้องออกมาสุดเสียงเป็นระยะๆ แล้วตามด้วยเสียงครางกระเส่า ประสานจังหวะเข้ากับการเสียดสีกับมุมโต๊ะ ดูเหมือนหญิงสาวพรมจรรย์จากชนเผ่าโบราณที่กำลังทำพิธีกรรมอัญเชิญอันลี้ลับเพื่อบูชายัญ
แต่คนเจนโลกอย่างหลินซวงมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่! นี่มันอัศวินโต๊ะกลมชัดๆ!
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าการที่ระบบสาวน้อยนำทางเขามาที่นี่ จะทำให้เขาต้องมาเจอฉากแบบนี้
หรือว่าวิธีเปิดประตูของเขาจะผิดปกติไปหน่อย เขาเปิดประตูทะลุไปมิติ 2D เลยหรือเปล่านะ
พิธีกรรมอันลี้ลับของหญิงสาวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ดูเหมือนจะเข้าสู่ท่วงทำนองสุดท้ายแล้ว
สัญชาตญาณของหลินซวงบอกว่าสถานการณ์กำลังจะแย่ลงและรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ระบบสาวน้อยก็เด้งขึ้นมาได้จังหวะพอดี
【เริ่มต้นการตัดสินใจ】
【เลือกที่จะอยู่รอ: รางวัล: ทักษะหย่งชุนระดับปรมาจารย์, กระตุ้นเนื้อเรื่อง A ในลำดับถัดไป】
【เลือกที่จะเดินออกจากห้องเรียนไปเงียบๆ: รางวัล: ทักษะการขับยานอวกาศระดับความชำนาญ, กระตุ้นเนื้อเรื่อง B ในลำดับถัดไป】
ทักษะการขับยานอวกาศมันคือบ้าอะไรเนี่ย ถ้าระบบสาวน้อยไม่แถมยานอวกาศมาให้ ทักษะนี้มันจะมีประโยชน์อะไร!
โลกภายนอกห้องเรียนนี้คงไม่ได้ก้าวข้ามไปสู่ยุคอวกาศแล้วหรอกมั้ง
หลินซวงตัดสินใจเลือกที่จะอยู่รออย่างเด็ดขาด และค่อยๆ ปิดประตูลงเบาๆ
ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะชื่นชมพิธีกรรมอันลี้ลับของหญิงสาวคนนี้ต่อไปหรอกนะ เขาแค่อยากรู้เกี่ยวกับทักษะการต่อสู้มากกว่า
เมื่อโน้ตเสียงสูงปรี๊ดครั้งสุดท้ายสั่นสะท้านจนจบลง พิธีกรรมอัญเชิญอันลี้ลับของหญิงสาวก็สิ้นสุดลงในที่สุด
เธอฟุบลงบนโต๊ะเรียนอย่างหมดแรง ดูเหมือนเธอจะใช้มานาไปจนหมดเกลี้ยง แต่น่าเสียดายที่อัญเชิญอะไรออกมาไม่ได้เลย
เมื่อมองจากด้านหลัง หลินซวงให้คะแนนรูปร่างของหญิงสาวคนนี้เต็มร้อยไปเลย
จะบรรยายยังไงดีล่ะ เหมือนนางพญาผึ้งน่ะ ตรงกลางคอดกิ่ว ส่วนหัวกับท้ายก็ใหญ่... ใหญ่มาก ใหญ่สุดๆ
สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
คงไม่ดีแน่ถ้าหลินซวงจะเป็นฝ่ายทักทายก่อน เขาจึงทำได้แค่รอให้หญิงสาวหันมาเห็นเขาเอง
โชคดีที่เขาไม่ต้องรอนานนัก
หญิงสาวที่ฟุบอยู่บนโต๊ะบิดขี้เกียจ อวดส่วนโค้งเว้าอันสมบูรณ์แบบของเธอ ก่อนจะหันหน้ามาสบตากับหลินซวงในที่สุด
เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปในชั่วขณะนั้น
ก่อนหน้านี้ หลินซวงเคยคิดมาตลอดว่าตัวเองคือผลงานชิ้นเอกชิ้นสุดท้ายของพระผู้เป็นเจ้า
ใครจะไปคิดว่าพระผู้เป็นเจ้าจะแอบซ่อนทีเด็ดเอาไว้อีก
ใบหน้าของหญิงสาวงดงามจนแทบหยุดหายใจ และรอยแดงระเรื่อที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็ราวกับกอบเมฆยามพระอาทิตย์ตกที่งดงามที่สุด
ต้องเป็นนางฟ้าขี้เมาที่เผลอลงมาขยี้หัวใจชายหนุ่มบนโลกมนุษย์แน่ๆ
เมื่อเห็นหลินซวง แววตาของเธอก็เหม่อลอยไปเพียงชั่วครู่ ก่อนที่สีหน้าเบื่อหน่ายจะแปรเปลี่ยนเป็นความมีชีวิตชีวาอย่างรวดเร็ว
มันเป็นสีหน้าของเด็กสาวที่ถูกตามใจจนเคยตัว ซึ่งในที่สุดก็ค้นพบของเล่นชิ้นใหม่และคิดว่ามันน่าสนุกดี
เธอเอียงคอมาทางเขา ผมหางม้าด้านข้างห้อยระย้าลงมาราวกับต้นหลิวสีทองริมฝั่งแม่น้ำ "สวยไหม"
หลินซวงพยักหน้าอย่างจริงใจ "สวยดี"
หญิงสาวใช้สองมือยันตัวขึ้นและนั่งบนโต๊ะเรียน
หลินซวงสังเกตเห็นแอ่งน้ำเล็กๆ อยู่ใต้ขาโต๊ะ
เหมือนกับรอยน้ำที่หยดจากร่มหลังจากเดินผ่านม่านฝนเข้ามาในบ้าน
แต่สองวันมานี้ฝนไม่ได้ตกเลยนี่นา
นิ้วมือที่เรียวงามราวกับหยกของหญิงสาววางพาดอย่างเกียจคร้านบนถุงน่องสีดำที่ร่นลงมาถึงข้อพับเข่า
ท่วงท่าของเธอช่างสง่างาม ราวกับกำลังแสดงละครเวทีขณะที่เธอค่อยๆ ถอดถุงน่องสีดำออก
"ถือซะว่าเป็นของขวัญสำหรับการพบกันอันแสนโรแมนติกของเรา ฉันให้คู่นี้นะ"
ลูกกระเดือกของหลินซวงขยับขึ้นลงเล็กน้อย เขาเหลือบมองหน้าต่างระบบ ทักษะหย่งชุนระดับปรมาจารย์ถูกโหลดเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีข้อความแจ้งเตือนเนื้อเรื่องต่อไปเลย
ทักษะหย่งชุนระดับปรมาจารย์มันอยู่ในระดับไหนกันนะ เขาจะพอประมือกับอาจารย์ยิปมันในหนังได้ไหม
เขายืนหยัดอย่างใจเย็นและเอ่ยขึ้น "การได้พบกันคือพรหมลิขิต ของขวัญน่ะไม่จำเป็นหรอก"
หญิงสาวใช้ปลายนิ้วเกี่ยวถุงน่องไว้ เธอยังคงมองเขาด้วยรอยยิ้ม "โดนปฏิเสธแบบนี้รู้สึกไม่ค่อยดีเลยแฮะ"
น้ำเสียงของเธอค่อนข้างแหบพร่า ถึงแม้พวกเขาจะยังอยู่ห่างกันหลายก้าว แต่เสียงนั้นกลับให้ความรู้สึกเหมือนกระซิบอยู่ข้างหูอย่างใกล้ชิด
"หรือว่าพ่อหนุ่มสุดหล่อแค่อยากจะช่วยคนน่าสงสารอย่างฉันล่ะ"
ช่วยอะไรล่ะ ช่วยทำพิธีกรรมอัญเชิญอันลี้ลับนั่นด้วยกันงั้นเหรอ
นอกหน้าต่าง เสียงกริ่งบอกเวลาเรียนคาบบ่ายของมหาวิทยาลัยหวายเฉิงดังขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงเบาๆ
ดูเหมือนว่าหลินซวง นักศึกษาหัวกะทิที่ได้เกรดเฉลี่ยสูงสุดกำลังจะโดดเรียนซะแล้ว
เขายิ้ม "ฉันว่าเราไปหาที่อื่นคุยกันให้ลึกซึ้งกว่านี้ดีกว่าไหม"
"แต่ฉันว่าที่นี่มันน่าตื่นเต้นกว่านะ"
หญิงสาวยกเรียวขาขาวเนียนไขว่ห้าง นิ้วเท้าที่ทาสีเล็บสีแดงของเธอโค้งงอเข้าหาเขา "อย่างน้อยก็รับของขวัญของฉันไปก่อนสิ ปล่อยให้สาวสวยต้องรอมันไม่ใช่พฤติกรรมของสุภาพบุรุษเลยนะ รู้ไหม"
เธอลุกขึ้นจากโต๊ะ ในมือถือถุงน่องสีดำไว้ แล้วค่อยๆ ก้าวเดินมาหาเขาอย่างสง่างาม
ถ้าพูดกันตามเหตุผล หากเจอผู้หญิงเจ้าเล่ห์แบบนี้ในชีวิตประจำวัน หลินซวงคงวิ่งหนีป่าราบไปแล้ว
เด็กผู้ชายก็ต้องรู้จักป้องกันตัวเองเวลาอยู่นอกบ้านคนเดียวสิ
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างก็เพื่อโอกาสในการรักษาดวงตาของน้องสาวเหยียนหาน
หลินซวงก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างเงียบๆ ตั้งใจจะรับของขวัญของเธอ... ถุงน่องสีดำคู่นั้น
วินาทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปแตะ ข้อมือของหญิงสาวก็ตวัดกลับอย่างพลิ้วไหว มีดสั้นเล่มหนึ่งกรีดผ่านถุงน่อง และปลายมีดก็พุ่งตรงลงมาหาเขาทันที
แสงเย็นเยียบวาบขึ้น หลินซวงผู้ครอบครองทักษะหย่งชุนระดับปรมาจารย์ เอนตัวหลบไปด้านหลังตามสัญชาตญาณทางยุทธวิธี หลบคมมีดสั้นไปได้อย่างฉิวเฉียด