- หน้าแรก
- ราชาแห่งนักฆ่า ข้ามมิติมาเป็นคุณชายไร้ค่า
- บทที่ 60 - เข็มพิษเพลิงหยางสุดขั้ว
บทที่ 60 - เข็มพิษเพลิงหยางสุดขั้ว
บทที่ 60 - เข็มพิษเพลิงหยางสุดขั้ว
บทที่ 60 - เข็มพิษเพลิงหยางสุดขั้ว
น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมเย็นชาท่ามกลางสายฝนยามค่ำคืน ราวกับมีคมมีดวาววับพาดอยู่ใต้ลำคอของนักฆ่าทั้งสาม แฝงความสยดสยองและแปลกประหลาด
อาศัยแสงสว่างวาบจากสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ทั้งสามก็เห็นพร้อมกันว่า บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาของเฟิงเจวี๋ย มีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นจางๆ นั่นคือสีหน้าที่พวกมันคุ้นเคยเป็นอย่างดี เมื่อก่อนยามที่พวกมันเผชิญหน้ากับเหยื่อที่กำลังรอความตาย แววตาสิ้นหวังไร้หนทางสู้ที่ฉายชัดอยู่เบื้องหน้า มักจะทำให้รอยยิ้มแบบเดียวกับเฟิงเจวี๋ยในตอนนี้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกมันเสมอ
มันเหมือนกับผู้ที่กำชัยชนะไว้ในมือ มองดูเหยื่อตรงหน้าที่กำลังรอคอยการถูกหยามหมิ่น ความรู้สึกนั้นมันช่างยอดเยี่ยมเสียเหลือเกิน
ทว่าในเวลานี้ ตำแหน่งของผู้ชนะและผู้แพ้กลับสลับขั้วกันอย่างสิ้นเชิง ไม่มีอะไรน่ารื่นรมย์เลยสักนิด
ชายผู้ไร้เรี่ยวแรงจะเชือดไก่ ชายผู้ถูกขนานนามจากเหล่าคนชั้นสูงในเมืองเทียนหนานว่าเป็นคนขี้ขลาดและอ่อนแอ กลับมีสีหน้าเช่นนี้ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ทำไมแววตาของเขาถึงได้น่ากลัวขนาดนั้น...
ชั่วพริบตาเดียว ในขณะที่สีหน้าของเฟิงเจวี๋ยเปลี่ยนไป ความหวาดกลัวอย่างสิ้นหวังก็ก่อตัวขึ้นในใจของพวกมันทั้งสามโดยไม่มีสาเหตุ รูขุมขนทั่วร่างหดเกร็ง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"เปรี้ยง!"
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง ยังไม่ทันมองเห็นได้ชัดเจน ในดวงตาของทั้งสามก็ปรากฏประกายแสงจากเข็มทองสามเล่มที่พุ่งกระจายตัวเข้าหาพวกมัน...
นั่นไม่ใช่ประกายแสงทองธรรมดา ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันดุดันเยียบเย็น พวกมันราวกับมองเห็นว่า ตอนที่ประกายแสงสีทองนั้นพุ่งเข้ามา มันได้แทงทะลุหยาดฝนที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าทีละหยดๆ ตั้งแต่พุ่งเข้าจนทะลุออก หยาดฝนไม่มีทีท่าว่าจะเสียรูปทรงเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังไม่แตกกระจาย สิ่งนี้ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าความเร็วของประกายแสงสีทองนั้นรวดเร็วจนน่าตระหนก
แม่นยำจนน่าตกใจ!
เมื่อพวกมันทั้งสามสังเกตเห็นประกายแสงสีทองปรากฏขึ้น จนถึงวินาทีที่เผยสีหน้าหวาดกลัว พวกมันก็รู้สึกเย็นวาบที่กลางหว่างคิ้ว ราวกับมีเส้นผมแทงลึกลงไปในนั้น ในเวลาเดียวกัน พวกมันก็รู้สึกเหมือนมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ภายในอวัยวะภายใน หรือไม่ก็มีแมงป่องไฟที่มีพิษร้ายแรงกำลังไต่ยั้วเยี้ยอยู่ภายใน กัดกินอวัยวะภายในของพวกมัน
ความรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงแบบนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นี่คือพิษ แววตาหวาดผวาของพวกมันฉายแววตื่นตระหนกอย่างหนัก พิษอะไรกันถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้?
พิษเพลิง!
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!
ทั้งสามคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกัน ฉีกกระชากเสื้อผ้าของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง แค่นั้นยังไม่พอ เมื่อฉีกเสื้อผ้าจนขาดวิ่น พวกมันก็เริ่มฉีกทึ้งผิวหนังของตัวเอง ทิ้งรอยแผลลึกเป็นทางยาวไว้บนร่างกาย
แม้จะฉีกเลือดเนื้อตัวเองออกมา พวกมันก็ยังไม่หยุด เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดราวกับถูกไฟแผดเผาอยู่ภายในแล้ว เส้นประสาทบนผิวหนังกลับไร้ความรู้สึกไปเลย
ทั้งสามคนเอาแต่ฉีกทึ้งเนื้อตัวเองไปพลาง กระอักเลือดคำโตออกมาไปพลาง บนพื้นเต็มไปด้วยรอยเลือดสีแดงฉาน ก่อนจะถูกน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักชะล้างไป
ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำในยามดึก นักฆ่าสามคนที่ถูกฉีกทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดีกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงของพวกมันแหบพร่าลงเรื่อยๆ จนแทบจะไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาอีก
บนศีรษะของทั้งสามยังมีไอร้อนระอุพวยพุ่งออกมา ราวกับถูกลวกจนสุก เหงื่อแตกพลั่ก...
บนร่างกายที่อาบไปด้วยเลือดและเหงื่อมีแต่รอยแผลเหวอะหวะ จนกระทั่งฉีกทึ้งไปถึงกระดูก เสียงเสียดสีดังเอี๊ยดอ๊าดก็ยิ่งเพิ่มความน่าสยดสยองและเยือกเย็นให้กับสายฝนนี้มากขึ้นไปอีก
ราวกับเสียงร้องไห้ของวิญญาณร้ายที่ดังก้องอยู่ในซอยลึก ชัดเจนแจ่มแจ้ง
ทั้งสามเกิดความคิดอยากจะฆ่าตัวตายขึ้นมาในชั่วพริบตา แต่พวกมันทำไม่ได้ ในตอนนั้นเอง 'ไอ้สวะ' ที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเมื่อครู่ก็เดินเข้ามา เสียงฝีเท้ากระทบพื้นถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนดังเป็นจังหวะ
ราวกับเพชฌฆาตผู้เย็นชา ถือดาบประหารเดินเข้ามาหาพวกมัน เตรียมส่งพวกมันไปลงนรก
"แก..." หัวหน้านักฆ่าระดับปราณยุทธ์จ้องมองเฟิงเจวี๋ยที่พวกมันไล่ต้อนราวกับหนูเข้าซอยมาด้วยความไม่อยากเชื่อ มันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ้สวะคนนี้จะมีวิชาซัดเข็มบินที่น่าทึ่งขนาดนี้ซ่อนอยู่
เข็มทองสามเล่มนั้น ไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำหรือความเร็ว ล้วนเป็นสิ่งที่นักฆ่าตัวจริงเท่านั้นที่จะทำได้
ไม่สิ น่ากลัวกว่านักฆ่าเสียอีก
พิษของเขา ก็เหี้ยม... เหี้ยมจนไร้มนุษยธรรม...
"แก... เข็มทอง..."
ในชั่วพริบตานั้น นักฆ่าทั้งสามก็นึกถึงการซุ่มโจมตีที่นอกเขาเหลียนหลางเมื่อสิบวันก่อน พี่น้องที่รอดกลับมาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเจอเข้ากับยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญการใช้เข็มทอง สังหารยอดฝีมือของสมาคมจินหยินจนกระเจิดกระเจิง ช่วยเหลือกองทัพตระกูลมู่ให้รอดพ้นจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิด ซ้ำคนผู้นี้ยังมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว นำกองทัพตระกูลมู่ตอบโต้นักฆ่าสมาคมจินหยิน จนทำให้นักฆ่าหลายสิบคนรอดชีวิตกลับมาได้เพียงครึ่งเดียว
เข็มทอง เล่ห์เหลี่ยม ล้วนตรงกับเฟิงเจวี๋ยที่อยู่ตรงหน้าทุกประการ...
"แก แกคือคนที่... ช่วยชีวิตกอง... ทัพตระกูลมู่..." นักฆ่าฝืนพยุงลมหายใจเฮือกสุดท้าย เอ่ยถามประโยคสุดท้ายในชีวิตออกมา แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้ยินคำตอบ ในที่สุดเขาก็สิ้นใจตายในซอยเล็กๆ ข้างถนน กลายเป็นศพไร้ชื่อที่เย็นชืด ภายใต้การทรมานของพิษเพลิงหยางสุดขั้ว...
"พูดถูกแล้วล่ะ" เฟิงเจวี๋ยนั่งยองๆ ลง บนใบหน้าไม่มีความรู้สึกใดๆ ในฐานะนักฆ่าที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยม ศพเพียงศพสองศพไม่สามารถทำให้จิตใจของเขาสั่นคลอนได้
"มาหาเรื่องข้า ถือว่าพวกแกดวงซวยเอง ลงไปสำนึกผิดในนรกซะเถอะ"
เฟิงเจวี๋ยนั่งยองๆ ลงตรวจสอบศพ สภาพน่าสยดสยองที่ถูกข่วนจนเนื้อหลุดลุ่ยของนักฆ่าทั้งสามทำเอาแม้แต่ตัวเขาเองยังตกใจ แอบทึ่งในอานุภาพของพิษเพลิงหยางสุดขั้วที่เกิดจากปราณเกิดตาย และในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกดีใจมาก เพราะด้วยพิษเพลิงหยางสุดขั้วนี้ ขอเพียงแค่เขาทำลายการป้องกันของศัตรูได้ ต่อให้ศัตรูจะเก่งกาจแค่ไหน โอกาสชนะก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
การปะทะกับนักฆ่าสมาคมจินหยินครั้งก่อน เฟิงเจวี๋ยใช้ปราณตายทำลายเส้นชีพจรของศัตรูอย่างกะทันหัน แต่ครั้งนี้เขาใช้พลังปราณที่แปลงมาจากปราณเกิดตาย ซึ่งมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง แม้วิธีการจะโหดร้ายไปสักหน่อย แต่สำหรับนักฆ่าแล้ว ขอเพียงเพิ่มโอกาสสำเร็จในภารกิจ และสร้างความหวาดกลัวซึ่งเป็นสิ่งที่นักฆ่าควรมีหลังจากสังหารเป้าหมายได้ มันก็ส่งผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดาในภารกิจบางอย่าง ดังนั้นทุกอย่างจึงคุ้มค่า
ผู้ที่ฆ่าคนย่อมถูกคนฆ่า ไม่มีคำว่าโหดร้ายหรือไม่โหดร้าย
ดูเหมือนว่าความเข้าใจของเขาที่มีต่อปราณตายจะยังไม่ลึกซึ้งพอ ในเมื่อสามารถแปลงพลังเป็นลมปราณพิษหยางสุดขั้วและหยินสุดขั้วได้ บางทีอาจจะแปลงเป็นอย่างอื่นได้อีก อืม ถ้ามีเวลาต้องลองศึกษาปราณเกิดตายให้ละเอียดกว่านี้ นี่มันคือทุนรอนในการเอาชีวิตรอดของเขานะ
ขณะกำลังพลิกดูศพ เฟิงเจวี๋ยเตรียมจะเก็บเข็มทองสามเล่มกลับมา เพราะของพวกนี้มันหายาก ครอบครัวเขาไม่ได้เปิดธนาคารเสียหน่อย ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด
เพิ่งจะเก็บเข็มทองมาได้สองเล่ม กำลังจะดึงเล่มสุดท้ายออก ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบและแผ่วเบาดังมาจากปากซอย ถ้าเป็นก่อนที่ฝนจะตก เฟิงเจวี๋ยอาจจะหยุดฟังอีกสักหน่อยเพื่อยืนยันตัวตนของผู้มาเยือน
แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว ตากฝนหนักขนาดนี้ยังวิ่งเร็วขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพื่อนของสามศพนี่แล้วจะเป็นใครล่ะ?
เงี่ยหูฟัง ก็ได้ยินเสียงคนสองคนคุยกันจากปากซอย "พี่ใหญ่ พวกพี่สี่น่าจะวิ่งมาทางนี้นะ?"
"ไม่ได้ยินเสียงต่อสู้เลย หรือว่าจะไปไกลแล้ว?"
"ดูสิ ตรงนี้มีรอยเท้าพวกเขาทิ้งไว้ หวังว่าพวกพี่สี่จะไม่ฆ่าเฟิงเจวี๋ยนะ ถ้าจับซ่างกวนรั่วฝานไม่ได้ อย่างน้อยก็ยังใช้ประโยชน์จากมันได้"
...
หูของเฟิงเจวี๋ยกระดิก "แม่งเอ๊ย หาเจอจนได้นะ? แต่ก็ดี รั่วฝานจะได้หนีรอดไปได้เสียที หึ ในเมื่อมาแล้ว ก็ไม่ต้องกลับไปหรอก"
เฟิงเจวี๋ยครุ่นคิด ปราณเกิดตายกระจายออกไป ดวงตาพลันสว่างวาบ ไกลออกไป แสงสีทองและสีม่วงจางๆ สองดวงกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเขา
"สัจจะยุทธ์ หลิงยุทธ์?" เฟิงเจวี๋ยสูดลมหายใจเย็นเฉียบ ช่วงนี้พลังวรยุทธ์ของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เขาคิดว่าถ้าต้องสู้กับยอดฝีมือระดับสัจจะยุทธ์ โอกาสชนะก็มีสูง แต่ระดับหลิงยุทธ์นี่สิ ห่างกันตั้งแปดขั้นเป็นอย่างต่ำ จะเจาะการป้องกันของอีกฝ่ายเข้าหรือเปล่ายังพูดยากเลย ไม่คิดเลยว่าจะมียอดฝีมือโผล่มาพร้อมกันถึงสองคน
ระดับสัจจะยุทธ์น่ะจัดการง่าย แต่ระดับหลิงยุทธ์ล่ะจะรับมือยังไง?
เฟิงเจวี๋ยใช้ความคิด กวาดตามองศพใต้เท้า แล้วก็เกิดไอเดียปิ๊งขึ้นมา เขาจับศพนั้นพลิกคว่ำหน้าลง ดึงเข็มทองออกมาหนึ่งเล่ม แล้วใช้มันสลักตัวอักษรสองตัวลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าของมัน: จักรพรรดิปีศาจ!
จากนั้น เฟิงเจวี๋ยก็ปักเข็มทองลงไปที่จุดต้าจุยตรงหลังคอของคนผู้นั้น แสยะยิ้ม ก่อนจะใช้ปราณเกิดตายปกปิดร่องรอยลมหายใจของตัวเอง แล้วกระโจนขึ้นไปบนหลังคา
ไม่นานนัก หัวหน้านักฆ่าสมาคมจินหยินกับชายชุดดำอีกคนก็วิ่งเข้ามาในซอย พอเห็นศพทั้งสามนอนเกลื่อนอยู่บนพื้น ทั้งสองก็ร้องอุทานออกมาเบาๆ ชายชุดดำรีบพุ่งตัวเข้าไปดูให้ชัดๆ ก่อนจะร้องครวญคราง "พี่ใหญ่ นี่พี่สี่..."
"อะไรนะ?" หัวหน้านักฆ่าตกใจไม่น้อย รีบวิ่งเข้าไปดูสภาพศพที่ถูกฉีกทึ้งจนเละเทะทั้งสามศพ ความโกรธแค้นก็ลุกโชนขึ้นมาทันที "น้องสี่ น้องห้า บัดซบ ใครเป็นคนลงมือ ทำไมถึงได้โหดเหี้ยมขนาดนี้?"
"พี่สี่ พี่สี่!" เสียงของชายชุดดำสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกที่เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส "พี่ใหญ่ แค้นนี้ต้องชำระนะขอรับ"
หัวหน้านักฆ่ามองซ้ายมองขวาด้วยความระแวดระวัง พยายามสะกดกลั้นความโกรธ "แน่นอนว่าต้องแก้แค้น แต่ในเมื่อพวกน้องสามตายกันหมด แสดงว่าศัตรูยังอยู่แถวนี้ ประมาทไม่ได้เด็ดขาด"
เฟิงเจวี๋ยที่อยู่บนหลังคา กลั้นหายใจมองดูด้วยความร้อนรน นึกในใจว่า ไอ้บ้าสองคนนี่ทำไมพูดมากจังวะ รีบหยิบเข็มไปสิโว้ย
เข็มทองถูกเคลือบด้วยพิษเพลิงหยางสุดขั้วที่แปลงมาจากปราณเกิดตาย ขอแค่พวกมันแตะต้อง ร่างกายก็จะเน่าเปื่อย พลังการต่อสู้ลดฮวบ นี่แหละคือเป้าหมายของเฟิงเจวี๋ย
เขารู้ดีว่านักฆ่าที่ได้มาตรฐานจะมีจิตใจที่เยือกเย็นและระมัดระวังตัวสูง เพื่อให้พวกมันหลงกล เขาจึงจงใจทิ้งคำว่า 'จักรพรรดิปีศาจ' เอาไว้เพื่อยั่วยุ
แต่น่าเสียดายที่หัวหน้านักฆ่าและลูกน้องถูกความโศกเศร้าและความโกรธแค้นครอบงำจนหน้ามืดตามัว โง่ถึงขนาดมองไม่เห็นตัวหนังสือบนหลังคนตายเลยด้วยซ้ำ
โชคดีที่ความพยายามของเฟิงเจวี๋ยไม่ได้สูญเปล่า ขณะที่เขากำลังร้อนใจกระวนกระวาย ชายชุดดำที่นั่งยองๆ อยู่ข้างศพก็พูดขึ้นว่า "พี่ใหญ่ ท่านดูนี่สิ"
พูดจบก็พลิกศพกลับมา ตัวอักษรคำว่า 'จักรพรรดิปีศาจ' สีเลือดตัวเบ้อเริ่มบนหลังศพดูน่าสยดสยองยิ่งนัก
หัวหน้านักฆ่าอุตส่าห์สะกดกลั้นความโกรธไว้ได้ แต่พอเห็นตัวอักษรสองตัวนี้ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป "บัดซบ ฆ่าคนแล้วทิ้งชื่อไว้ นี่มันดูถูกสมาคมจินหยินของเราชัดๆ ไอ้หมอนี่มันกล้าดีเดือดและจองหองเกินไปแล้ว ถ้าข้าจับมันได้ ข้าจะถลกหนังเลาะกระดูกมันให้ดู"
"พี่ใหญ่ ท่านดูนี่สิ" ขณะที่หัวหน้านักฆ่ากำลังพูด ชายชุดดำก็ไม่ทำให้คุณชายเฟิงผิดหวัง ในที่สุดเขาก็สังเกตเห็นเข็มพิษเพลิงหยางสุดขั้ว และเอื้อมมือไปดึงมันออกมาส่งให้
หัวหน้านักฆ่ารับมาดูอย่างไม่ทันระแวง พินิจพิเคราะห์ดูอย่างละเอียด สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย "เข็มทอง? พี่น้องที่รอดกลับมาจากเขาเหลียนหลางก็บอกว่าถูกยอดฝีมือที่ใช้เข็มทองทำร้าย ได้ยินมาว่าบนเข็มทองมีพิษร้ายแรงด้วย?"
"พิษร้ายแรง?"
(จบแล้ว)