เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - แต่งกวีแลกสุรา

บทที่ 40 - แต่งกวีแลกสุรา

บทที่ 40 - แต่งกวีแลกสุรา


บทที่ 40 - แต่งกวีแลกสุรา

บนทะเลสาบซีหลิน มีเรือน้อยใหญ่จอดเรียงรายอยู่ทั่วไปหมด เรือต้อนรับแขกขนาดต่างๆ กางใบเรือออก ล่องลอยไปบนผิวน้ำที่ระยิบระยับด้วยระลอกคลื่นอย่างสบายอารมณ์

งานชุมนุมกวีวสันตฤดูจะเริ่มคึกคักที่สุดก็ตอนบ่าย ตอนนี้บัณฑิตส่วนใหญ่ก็ขึ้นเรือกันหมดแล้ว เสียงท่องบทกวีดังก้องกังวานมาจากภายนอกเป็นระยะๆ การประชันบทกวีและคำกลอนได้เริ่มขึ้นแล้ว

"เรือหมายเลข 1 ซีรุ่ยอวิ๋น แต่งกวีหนึ่งบท : ลำนำรำพึงวสันต์ มอบให้คุณหนูซีอวี๋แห่งหอฉิงเยว่ ได้รับดอกกล้วยไม้ม่วง 38 ดอก..."

"เรือหมายเลข 23 คุณชายหม่าหยวนหรู แต่งกวีเจ็ดคำหนึ่งบท : ท่องซีหลินยามสว่าง ได้รับดอกกล้วยไม้ม่วง 12 ดอก..."

"เรือหมายเลข 7 คุณหนูซือหม่าหรูอวี้ แต่งกวีหนึ่งบท : คำรำเพยวสันต์ ได้รับดอกกล้วยไม้ม่วง 27 ดอก..."

...

เสียงประกาศดังแว่วมาตามผิวน้ำ ไพเราะดั่งเสียงกระดิ่งเงิน ชวนให้เบิกบานใจ ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศ เสียงอุทานด้วยความชื่นชมและคำสรรเสริญก็ดังกึกก้องไปทั่วทะเลสาบ กระเพื่อมไปตามเกลียวคลื่นเบาๆ

บนเรือหมายเลข 138 เฟิงเจวี๋ยและมู่เชียนจวินนั่งเคียงคู่กันอยู่ที่หัวเรือ บนโต๊ะตัวเล็กๆ มีขนมรังผึ้ง ขนมดอกกุ้ยฮวา ถั่วลิสง และเมล็ดแตงโมวางเรียงรายอยู่อย่างละจาน พร้อมกับสุราอีกสองป้าน

เสี่ยวปี้ สาวใช้เสื้อเขียว และ เสี่ยวเหลียน สาวใช้เสื้อเหลือง กำลังช่วยกันพายเรือ พร้อมกับร้องเพลงคลอเบาๆ ไปตามสายลม...

บรรยากาศเช่นนี้ ต่อให้เป็นคนที่ไม่ชอบการล่องเรือชมวิวเลย ก็ยังต้องรู้สึกถึงความสบายใจที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร...

เรือลำน้อยล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย ผ่านศาลากลางน้ำ วัดวาอาราม สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และช่องเขาต่างๆ ราวกับกำลังคลี่ม้วนภาพวาดอันงดงามวิจิตรตระการตาให้ปรากฏแก่สายตาของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

เมื่อได้ยินเสียงประกาศที่ดังก้องไปทั่วผิวน้ำ เฟิงเจวี๋ยและมู่เชียนจวินก็รู้สึกงุนงง จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมา "แม่นางทั้งสอง แต่งกวีแล้วยังมีการมอบดอกไม้อีกหรือ? มันมีประโยชน์อย่างไรล่ะ?"

เสี่ยวปี้ยิ้มแย้มแล้วตอบว่า "คุณชายทั้งสองคงยังไม่ทราบ ผู้ที่กำหนดกฎเกณฑ์สำหรับงานชุมนุมกวีในครั้งนี้ก็คือ มหาบัณฑิตจางฉางหลิงแห่งหอเหวินหยวน อาหารและเครื่องดื่มที่เตรียมไว้บนเรือของบัณฑิตทุกท่าน เป็นเพียงการต้อนรับขั้นพื้นฐานที่สุดสำหรับบัณฑิตและหญิงงามที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเรือเท่านั้น หากต้องการอาหารเลิศรสเพิ่มเติม ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี แต่ผู้ที่อยู่บนเรือจะต้องแต่งบทกวี หรือบรรเลงเพลงขับร้องสดๆ เสียก่อน จากนั้นสาวใช้บนเรือก็จะตะโกนประกาศออกไปให้ได้ยินกันทั่วถึง ผ่านการประเมินจากเหล่าผู้เฒ่าปราชญ์ที่ทางการส่งมาเป็นคณะกรรมการจัดงาน ซึ่งประจำอยู่บนหอคอยกวีริมทะเลสาบซีหลิน และมอบดอกจื่อหลาน ดอกไม้ประจำชาติเทียนหนานให้เป็นรางวัล เมื่อสะสมครบตามจำนวนที่กำหนด ก็สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นอาหารป่า อาหารทะเล หรือสุราชั้นเลิศได้เจ้าค่ะ..."

เสี่ยวปี้อธิบายกฎกติกาการล่องเรือชมวิวให้ฟังอย่างละเอียด ทำเอาเฟิงเจวี๋ยและมู่เชียนจวินถึงกับเดาะลิ้นด้วยความประหลาดใจ

"ที่แท้มันก็มีกฎเกณฑ์ซับซ้อนแบบนี้นี่เอง จางฉางหลิงสมแล้วที่เป็นมหาบัณฑิตแห่งหอเหวินหยวน ถึงกับคิดแผนการอันแยบยลเช่นนี้ออกมาได้" เฟิงเจวี๋ยกระดกสุราในจอกรวดเดียวหมดแล้วเดาะลิ้น สุรานี่ช่างจืดชืดไร้รสชาติเสียจริง

เฟิงเจวี๋ยยกป้านสุราขึ้นเตรียมจะรินต่อ แต่พอยกขึ้นมาก็พบว่าป้านสุรามันเบาหวิว พอลองเขย่าดูก็พบว่าข้างในว่างเปล่า

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นมู่เชียนจวินที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังยกป้านสุราอีกใบขึ้นกระดกเข้าปากดังอึกๆ

"เวรเอ๊ย พี่มู่ ท่านเล่นฟาดสุราไปหมดเลยเรอะ?"

มู่เชียนจวินสะบัดป้านสุราแรงๆ รีดหยดสุดท้ายเข้าปาก ก่อนจะเช็ดปากด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ แล้วบ่นว่า "กฎบ้าบออะไรกันเนี่ย? ก็แค่ไม่อยากให้ข้าดื่มจนหนำใจล่ะสิ"

เสี่ยวปี้และเสี่ยวเหลียนยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ คุณชายเสื้อเหลืองที่อยู่ตรงหน้านี้ ถึงแม้จะมีความรู้ทางกวีนิพนธ์น้อยนิดจนน่าสงสาร แต่ก็น่ารักน่าเอ็นดูไม่เบา เสียอย่างเดียวคือดื่มเก่งไปหน่อย เพิ่งจะขึ้นเรือมาได้แป๊บเดียว สุราสองป้านที่เป็นของต้อนรับพื้นฐานก็ถูกเขาซัดเรียบจนหยดสุดท้าย

"คุณชายมู่ ดูออกเลยนะเจ้าคะว่าท่านเป็นยอดนักดื่ม แต่หากหลังจากนี้ไม่มีบทกวีดีๆ มานำเสนอ เกรงว่าจะไม่มีสุราให้ดื่มอีกแล้วนะเจ้าคะ"

คิกคิก... เสี่ยวปี้และเสี่ยวเหลียนพูดพลางหัวเราะคิกคัก

มู่เชียนจวินมองสองสาว เบ้ปากแล้วบ่น "ไม่หนำใจเลย ไม่หนำใจจริงๆ นี่ แม่นางทั้งสอง ขอปริศนาคำทายอีกสักข้อได้ไหม?"

สองสาวยิ้ม "คุณชายมู่ เรื่องนี้ข้าน้อยตัดสินใจไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ"

"แล้วจะทำยังไงล่ะ? ข้าขาดสุราไม่ได้หรอกนะ รู้งี้ไม่ขึ้นเรือบ้าๆ ลำนี้มาตั้งแต่แรกก็ดีหรอก"

"หากคุณชายเปลี่ยนใจ ข้าน้อยสามารถพาคุณชายทั้งสองกลับเข้าฝั่งได้นะเจ้าคะ"

เฟิงเจวี๋ยเองก็ยังดื่มไม่หนำใจเหมือนกัน ปัญหาคือสุราสองป้านนั้น เขาเพิ่งจะได้ดื่มไปแค่จอกเดียว ที่เหลือลงไปอยู่ในท้องของมู่เชียนจวินหมดเลย "เฮ้อ พี่มู่นะพี่มู่ นี่ข้าชักศึกเข้าบ้านชัดๆ"

เฟิงเจวี๋ยยกมือขึ้นกุมขมับ ทำท่าเหมือนเสียใจสุดๆ

"แหะๆ" มู่เชียนจวินเกาหัวอย่างเขินอาย "ให้พี่ชายต้องมาเห็นเรื่องน่าขันเสียแล้ว ถ้ารู้ล่วงหน้าข้าคงพกสุราติดตัวมาด้วยแล้ว"

บัดซบ ไอ้หมอนี่ในหัวมีแต่เรื่องเหล้า ทำไมไม่แดกให้ตายไปเลยวะ

เฟิงเจวี๋ยกลอกตาบน ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับไอ้ขี้เมานี่แล้ว จึงหันไปชมวิวตามลำพัง

ความจริงเขาก็เป็นคนชอบดื่มสุราเหมือนกัน เดิมทีคิดว่ามู่เชียนจวินเป็นคนซื่อตรง น่าคบหา เลยกะจะดื่มสุราพูดคุยกันให้สนุกสนานสักหน่อย

ใครจะไปคิดว่าไอ้หมอนี่มันเห็นเหล้าดีกว่าเพื่อน พอขึ้นเรือมาก็ซัดเหล้าจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือเผื่อเขาเลยแม้แต่หยดเดียว แม่งเอ๊ย ไม่ใช่คนดีนี่หว่า

เมื่อเห็นเฟิงเจวี๋ยเงียบไป มู่เชียนจวินก็กลอกตาไปมา แล้วกระซิบว่า "นี่ พี่ชาย พวกเรามาหาวิธีแลกสุรากันหน่อยดีไหม?"

"วิธีอะไรล่ะ?" เฟิงเจวี๋ยเลิกคิ้ว

มู่เชียนจวินเสนอ "เจ้าไม่ได้พกหนังสือ 'กวีนิพนธ์พันบท' อะไรนั่นมาด้วยหรือ? เอาอย่างนี้ พวกเราเอาประโยคเพราะๆ ในนั้นมาสลับตำแหน่งกัน แล้วประกอบเป็นบทกวีใหม่สักสองสามบท บางทีอาจจะตบตาพวกตาเฒ่านั่นได้ก็ได้นะ"

เฟิงเจวี๋ยถึงกับอยากจะตายไปให้รู้แล้วรู้รอด เขายกนิ้วโป้งให้ "เจ๋ง ท่านมันเจ๋งจริงๆ..."

เสี่ยวปี้และเสี่ยวเหลียนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะจนตัวสั่น "คุณชายมู่นี่ตลกจริงๆ เลยนะเจ้าคะ ขนาดข้าน้อยสองคนยังจำเนื้อหาในกวีนิพนธ์เหล่านั้นได้ตั้งกว่าครึ่ง ท่านคิดว่าระดับมหาบัณฑิตจะดูไม่ออกเชียวหรือเจ้าคะ?"

เฟิงเจวี๋ยหัวเราะหึๆ "พี่มู่ เลิกคิดเถอะ หากท่านอยากจะดื่มให้หนำใจ สู้กลับขึ้นฝั่งดีกว่ามั้ง ยังไงซะที่นี่ก็ไม่มีอะไรน่าดูอยู่แล้ว?"

"ได้ยังไงกันเล่า?"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 40 - แต่งกวีแลกสุรา

คัดลอกลิงก์แล้ว