เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - ความพิโรธของนายท่านผู้เฒ่าซ่างกวน

บทที่ 3 - ความพิโรธของนายท่านผู้เฒ่าซ่างกวน

บทที่ 3 - ความพิโรธของนายท่านผู้เฒ่าซ่างกวน


บทที่ 3 - ความพิโรธของนายท่านผู้เฒ่าซ่างกวน

หลังจากที่ยอดนักฆ่าเฟิงผู้ทะลุมิติมาในชาตินี้ ได้สวมบทบาทเป็นอาจารย์จอมโหด ล่อลวงเด็กหนุ่มอนาคตไกลให้เลือกวิธีการแก้แค้นอันไร้ยางอายได้สำเร็จ อารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นเป็นกอง

เขาเดินทอดน่องกลับไปรับประทานอาหารเช้าที่เรือนพักฝั่งตะวันออกของบ้านใหญ่ คาบไม้จิ้มฟันเดินกลับห้องนอน ทว่ายังไม่ทันจะถึงจุดหมาย จู่ๆ บนท้องฟ้าเหนือจวนตระกูลซ่างกวนที่มีเนื้อที่เกือบพันหมู่ ก็มีเสียงร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับหัวใจแตกสลาย ไร้ซึ่งมนุษยธรรม เสียงร้องนั้นดุจวิญญาณคร่ำครวญ เทพร่ำไห้ สะเทือนเลื่อนลั่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนและจะไม่มีอีกต่อไป... เสียงร้องอันน่าเวทนานี้ ราวกับนกเค้าแมวราตรีส่งเสียงคร่ำครวญ แถมยังเป็นฝูงใหญ่ที่พร้อมใจกันส่งเสียงร้องก้องไปทั่วทั้งขุนเขาและทุ่งกว้าง ชวนให้สะท้านไปทั้งแผ่นดิน สะเทือนไปทุกสารทิศ ทะลุทะลวงเมฆา ดังไกลไปนับหมื่นลี้...

"อ๊าก... ก้นของข้า~"

"พรวด!"

ยอดนักฆ่าเฟิงที่กำลังเดินกางขาเป็นเลขแปดชื่นชมทิวทัศน์ในเรือนอย่างสบายอารมณ์ ถึงกับเสียหลักซวนเซเกือบจะหัวคะมำล้มลงบนขั้นบันไดหินตรงหน้า ขนมกุ้ยฮวาที่ยังไม่ทันกลืนลงคอพ่นพรวดออกมาจนหมดเกลี้ยง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงสลับม่วง หัวร่อจนลำไส้แทบจะพันกัน...

"วะฮ่าๆๆ น้องเมียข้าทำสำเร็จแล้ว เสียงร้องนี่ช่างไพเราะเสนาะหูเสียจริง เสียดายที่ไม่ได้เห็นกับตา ฮ่าๆ..."

เมื่อนึกถึงภาพตอนที่ซ่างกวนรั่วเหวินโดนโจมตีเข้าที่พระจันทร์วันเพ็ญ ยอดนักฆ่าเฟิงก็ยืนหัวเราะกุมท้องอยู่กับที่ ทำเอาบรรดาคนรับใช้ในจวนที่อยู่รอบๆ ต่างพากันงุนงงไปตามๆ กัน พวกเขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่า เสียงร้องโหยหวนที่ดังมาจากเรือนด้านหน้านั้น แท้จริงแล้วเป็นฝีมือของว่าที่ลูกเขยผู้ไม่เป็นที่ต้อนรับและถูกตราหน้าว่าเป็นตัวแทนของความไร้ความสามารถและความขี้ขลาดมาตลอด คนรับใช้ต่างพากันคิดว่าว่าที่ลูกเขยคงดื่มสุราจนล้มหัวฟาดพื้น สมองกระทบกระเทือนจนเสียสติไปแล้ว

เมื่อมองดูท่าทีของว่าที่ลูกเขยผู้นี้ มือซ้ายกุมท้อง หัวเราะจนตัวงอพับ ข้าวสารกระเด็นออกจากปาก ส่วนมือขวาก็เอื้อมไปเกาที่บั้นท้ายของตัวเองสองสามที ท่าทางช่างดูไม่ได้ ไร้ยางอาย ทำตัวเยี่ยงสุนัขหรือสุกร ไม่มีสง่าราศีของความเป็นลูกเขยตระกูลซ่างกวนเอาเสียเลย ช่างทำให้ตระกูลซ่างกวนต้องขายหน้ายิ่งนัก...

ทว่ายอดนักฆ่าเฟิงหาได้สนใจสายตาที่มองมาด้วยความเหยียดหยามและเย้ยหยันเหล่านั้นไม่ หลังจากหัวเราะไปครู่หนึ่ง ความหม่นหมองที่สะสมอยู่ในใจตลอดสามวันที่ผ่านมาก็มลายหายไปจนสิ้น อารมณ์เบิกบานแจ่มใสราวกับดวงอาทิตย์ในเดือนเก้า

"อืม ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้ข้าได้เกิดใหม่อีกครั้ง คุณชายอย่างข้าก็ขอใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยงอีกสักครา ชาติก่อนคุณชายอย่างข้าคือจักรพรรดิปีศาจไร้มงกุฎ ชาตินี้ คุณชายอย่างข้าก็ยังคงจะเป็นราชาแห่งนักฆ่าแห่งทวีปไท่เสวียนเช่นเดิม"

หลังจากหัวเราะเสร็จ ยอดนักฆ่าเฟิงก็ยืนอยู่บนขั้นบันได ทอดสายตามองทิวทัศน์แห่งฤดูใบไม้ผลิอันงดงามตระการตาในลานเรือน กลิ่นอายแห่งความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถควบคุมสรรพสิ่งและมองข้ามทุกสิ่งในใต้หล้าได้หวนกลับมาปรากฏบนร่างของเฟิงเจวี๋ยอีกครั้ง เมื่อข้อความโบราณที่เพิ่งปรากฏขึ้นในหัวได้เพียงสามวันฉายชัดขึ้นมา แววตาของยอดนักฆ่าเฟิงพลันเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจพญาเหยี่ยว

"คัมภีร์สวรรค์หงหยวน สำนักหงหยวนซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ไว้มากเพียงใดกันแน่?"

คัมภีร์สวรรค์หงหยวนในหัวของเฟิงเจวี๋ยนั้น ก็คือสมบัติของสำนักหงหยวน สำนักเร้นลับแห่งโลกเดิมก่อนที่เขาจะทะลุมิติมา จะว่าไปแล้ว สาเหตุที่เฟิงเจวี๋ยต้องทะลุมิติมาก็เพราะคัมภีร์เล่มนี้นี่แหละ ภายในคัมภีร์มีแผนภาพซ่อนอยู่ ซึ่งก็ลึกลับพอตัวอยู่แล้ว แต่ที่น่าแปลกก็คือ คัมภีร์หงหยวนเล่มนี้กลับสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าพาเขาข้ามมิติมายังต่างโลกได้ หากไม่ศึกษาให้ถ่องแท้ จะสมน้ำหน้าตัวเองได้หรือ

เมื่อคิดได้ดังนั้น เฟิงเจวี๋ยก็ปัดเป่าความไม่ยินยอมและความอัดอั้นตันใจทั้งหมดทิ้งไป ก้าวเดินอย่างมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวตรงไปยังห้องนอนของตน

ชาติก่อน ข้าคือเฟิงเจวี๋ย

ชาตินี้ ข้าคือเฟิงเจวี๋ยอวี่

แม้ชื่อจะต่างกัน แต่ตัวตนที่แท้จริงหาได้เปลี่ยนไปไม่

ข้า ยังคงเป็นข้า ยังคงเป็นจักรพรรดิปีศาจไร้มงกุฎ

คนอย่างข้า เฟิงเจวี๋ยอวี่ จะไม่มีวันจมปลักอยู่กับความไร้ชื่อเสียง ต่างโลกแล้วอย่างไรล่ะ ด้วยประสบการณ์แห่งราชาแห่งนักฆ่าจากชาติก่อน และวิชาแพทย์ที่สามารถดึงคนกลับมาจากความตาย คุณชายอย่างข้าก็ยังคงสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน บงการทุกสิ่งได้อย่างใจนึก...

...

ณ ตึกเล็กอันวิจิตรตระการตาแห่งหนึ่งในจวนตระกูลซ่างกวน นายท่านผู้เฒ่าซ่างกวนหลิงอวิ๋นนั่งอย่างมั่นคงอยู่บนเก้าอี้หนังเสือ เบิกตาถมึงทึงจ้องมองซ่างกวนรั่วฝานวัยสิบสองปีที่กำลังคุกเข่าอยู่กลางห้อง ใบหน้าชราทั้งสองข้างโกรธจนเปลี่ยนจากแดงเป็นม่วง จากม่วงเป็นเขียวคล้ำ

ผู้คนที่นั่งอยู่ทั้งสองฝั่งภายในห้องนั้นมีจำนวนไม่น้อย ทางฝั่งบ้านใหญ่ก็มีว่าที่พ่อตาและว่าที่แม่ยายของเฟิงเจวี๋ยอวี่ ซ่างกวนเถิงเฟิงและฉางอวี้เฟิ่งนั่งอยู่ครบถ้วน ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือบ้านรอง ซึ่งประกอบด้วยบุตรชายคนที่สอง ซ่างกวนหลิวอวิ๋นและฮูหยินของเขา รวมไปถึงซ่างกวนรั่วอู่ น้องชายของซ่างกวนรั่วเหวิน ก็อยู่ในห้องนี้ด้วยเช่นกัน

ซ่างกวนรั่วเหวินนั่งเอียงก้นครึ่งซีกอยู่บนเก้าอี้ จะนั่งก็ไม่ได้ จะยกก้นลอยไว้ก็ไม่เชิง ได้แต่ส่งเสียงร้องครางฮือๆ พร้อมกับแยกเขี้ยวด้วยความเจ็บปวด

ทางด้านซ่างกวนรั่วฝานกลับคุกเข่าอยู่กลางห้องด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ริมฝีปากเล็กๆ เบะคว่ำลงด้วยความรู้สึกคับข้องใจ ก้มหน้าต่ำราวกับจะสื่อว่าข้ายอมตายแต่ไม่ยอมจำนน

"บัดซบ เหลวไหลสิ้นดี หลายปีมานี้ ตระกูลซ่างกวนไม่เคยเกิดเรื่องเหลวไหลเช่นนี้มาก่อน ข้าเคยบอกแล้วว่า ลูกหลานในตระกูลประลองฝีมือกัน ให้รู้ผลแพ้ชนะก็พอ รู้จักคำว่าหยุดเมื่อรู้ผลไหม? พวกเจ้าเอาคำพูดของข้าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอย่างนั้นหรือ?" นายท่านผู้เฒ่าซ่างกวนตบโต๊ะตำราตรงหน้าอย่างแรงจนถ้วยชาและจานฝนหมึกสั่นสะเทือน ดวงตาดุดันและหนวดเคราสั่นระริกโดยไม่มีลมพัด เห็นได้ชัดว่าโกรธจนหน้ามืดตามัวไปหมดแล้ว

อันที่จริงจะไปโทษนายท่านผู้เฒ่าผู้นี้ก็ไม่ได้ เช้าตรู่หลังจากตื่นนอน ท่านผู้เฒ่ากำลังนั่งจิบชาหอมๆ พลางส่ายหัวอ่านหนังสืออย่างเพลิดเพลินอยู่ในห้องหนังสือ จู่ๆ เสียงร้องโหยหวนราวกับไม่ใช่เสียงคนก็ดังทะลุเข้ามาในห้องหนังสือยามเช้า ด้วยความโกรธจัด ท่านจึงเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาที่ห้องหนังสือเพื่อไต่สวนความจริง

พอไต่สวนเท่านั้นแหละ กลับได้รู้สาเหตุที่แสนจะน่าขันและเหลวไหลสิ้นดี หลานชายคนเล็กที่ตนโปรดปรานที่สุด กลับเอากระบี่ไปแทงก้นหลานชายคนที่สามของตนเข้าให้ ท่านผู้เฒ่าแทบจะโกรธจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เมื่อเห็นท่านผู้เฒ่าพิโรธ ทั้งพี่ใหญ่ซ่างกวนเถิงเฟิง พี่รองซ่างกวนหลิวอวิ๋น และคนอื่นๆ ต่างก็หดคอด้วยความหวาดกลัว เรื่องนี้จะให้พูดออกไปได้อย่างไร ขืนแพร่งพรายออกไปคนเขาคงหัวเราะจนฟันร่วงแน่

พี่น้องร่วมตระกูล ตอนประลองฝีมือกัน คนหนึ่งกลับเอาดาบไม้ไปแทงก้นอีกคนหนึ่ง ช่างเป็นเรื่องตลกขบขันสิ้นดี ยิ่งไปกว่านั้น ที่น่าขันยิ่งกว่าคือ คนที่ถูกแทงดันเป็นคนที่มีระดับวรยุทธ์สูงกว่าอีกฝ่ายถึงสี่ขั้น บรรลุถึงระดับปราณยุทธ์ เรื่องนี้วุ่นวายจนทำให้ไม่ใช่แค่บ้านรองเท่านั้น แต่แม้แต่บ้านใหญ่เองก็แทบจะแทรกแผ่นดินหนี อยากจะหาซอกหลืบมุดเข้าไปแล้วกลั้นใจตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด

ซ่างกวนเถิงเฟิงมองดูบุตรชายที่คุกเข่าอยู่บนพื้น นึกอยากจะพุ่งเข้าไปบีบคอไอ้ลูกสารเลวคนนี้ให้ตายคามือเสียจริง ไอ้ลูกเวร จะแทงตรงไหนก็ไม่แทง ดันไปแทงตรงนั้น บัดซบเอ๊ย หน้าของข้าถูกเจ้าเอาไปทิ้งจนหมดสิ้นแล้ว

แม้จะคิดเช่นนั้น แต่ซ่างกวนเถิงเฟิงก็ยังคงรักและเอ็นดูบุตรชายคนนี้อยู่ดี จึงลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า: "ท่านพ่อโปรดระงับโทสะ เป็นเพราะเถิงเฟิงอบรมสั่งสอนไม่ดีเอง ถึงได้เกิดเรื่องน่าขันเช่นนี้ ปล่อยให้ไอ้ลูกสารเลวนี่ทำลายชื่อเสียงของตระกูล เถิงเฟิงจะพามันกลับไปลงโทษให้หนักเลยขอรับ"

จากนั้นก็หันไปทางซ่างกวนหลิวอวิ๋น แล้วกล่าวว่า: "น้องรอง เรื่องนี้... เฮ้อ พี่ใหญ่ต้องขอโทษเจ้าด้วยจริงๆ"

ฉางอวี้เฟิ่งได้ฟังก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ทว่ากว่าจะมีลูกก็อายุปาเข้าไปวัยกลางคนแล้ว จะรักจะถนอมยังแทบจะไม่ทันเลย ลงโทษงั้นหรือ? ลงโทษบ้าบออะไรกัน นางลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า: "จะว่าไปแล้ว รั่วฝานก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกเจ้าค่ะ เห็นแก่ที่เขายังเด็กและไม่รู้ประสีประสา ขอท่านพ่อกับน้องรองโปรดเห็นใจด้วยเถิด"

"ยังเด็ก? ไม่รู้ประสีประสา?" เมื่อได้ยินประโยคนี้ ซ่างกวนรั่วเหวินก็โกรธจนหน้าเขียว: "ท่านป้าใหญ่ มันไม่รู้ประสีประสาที่ไหนกัน มันจงใจชัดๆ ท่านดูรอยที่มันแทงข้าสิ โอ๊ย ตอนนี้ยังเจ็บ... เจ็บอยู่เลย..."

ซ่างกวนรั่วเหวินบิดบั้นท้ายอันกลมกลึงไปมา เผลอไปกระทบกระเทือนบาดแผลเข้า ความเจ็บปวดที่แล่นปลาบเข้ามาทำให้ร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บอีกครั้ง

สีหน้าของซ่างกวนหลิวอวิ๋นก็ดูไม่ดีนัก ส่วนฮูหยินรองยิ่งโกรธจนทนไม่ไหว พออ้าปากจะเถียง ท่านผู้เฒ่าก็ชิงระเบิดอารมณ์ออกมาก่อน

"ปัง" ท่านผู้เฒ่าตบโต๊ะอีกฉาดใหญ่ ชี้หน้าด่าซ่างกวนรั่วเหวินสาดเสียเทเสีย: "หุบปากไปเลย มารดาเจ้าเถอะ เจ้าเป็นถึงปราณยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ กลับปล่อยให้คนที่อยู่แค่นภายุทธ์ขั้นสมบูรณ์แทงเข้าที่บั้นท้ายเอาได้ ยังมีหน้ามาร้องห่มร้องไห้อยู่นี่อีกหรือ หน้าตาของตระกูลซ่างกวนถูกเจ้าปู้ยี้ปู้ยำจนหมดแล้ว"

คำด่าที่สาดซัดมาราวกับพายุลูกนี้ ทำเอาเหล่าลูกหลานในห้องถึงกับยืนตะลึงงันเป็นไก่ตาแตก ซ่างกวนหลิวอวิ๋นไอค่อกแค่กๆ สองสามที แทบอยากจะเอาหน้าซุกเป้ากางเกงหนี รู้สึกอัดอั้นตันใจเหลือแสน: "ท่านพ่อบังเกิดเกล้าของข้า ด่าคนเขาไม่ด่ากันแบบนี้หรอกนะ แม่ของรั่วเหวินก็คือเมียข้านะโว้ย ฮือๆ..."

ฮูหยินรองเดิมทีคิดจะทวงความยุติธรรมให้ลูกชาย แต่พอเจอคำด่าชุดนี้เข้าไป สีหน้าที่โกรธเกรี้ยวก็พลันซีดเผือด ไม่กล้าเถียงท่านผู้เฒ่าต่อหน้า โกรธจนต้องนั่งกระแทกตัวลงไป ถลึงตาใส่ลูกชายตัวเองอย่างเคียดแค้น: ไอ้ลูกโง่เอ๊ย ทำเอาแม่พลอยซวยไปด้วยเลย

ซ่างกวนรั่วเหวินอยากจะตายวันตายพรุ่งเสียให้ได้ อยู่ดีๆ ก็โดนแทงจนทะลวงเบญจมาศแถมยังทำเอาแม่แท้ๆ พลอยเดือดร้อนไปด้วย ช่างเป็นความขมขื่นที่ระบายให้ใครฟังไม่ได้เลยจริงๆ

"ส่วนเจ้า..." ท่านผู้เฒ่าที่ยังระบายอารมณ์ไม่หมด หันไปมองซ่างกวนรั่วฝานที่คุกเข่าอยู่บนพื้น: "อายุแค่นี้ริอ่านไปเรียนกระบวนท่าชั้นต่ำแบบนี้มา เขาเป็นพี่ชายเจ้านะ พี่ชายเจ้าแท้ๆ เจ้ายังลงมือได้ลงคอ บัดซบเอ๊ย"

ซ่างกวนรั่วฝานฟังแล้วก็เบะปากอย่างดื้อดึง ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น เจ้าหนูคนนี้คงอดไม่ได้ที่จะเถียงกลับไปสักตั้งแล้ว น่าเสียดายที่คนที่กำลังเกรี้ยวกราดอยู่นี้คือนายท่านผู้เฒ่าแห่งตระกูลซ่างกวน ผู้มีอำนาจชี้ขาดในบ้านนี้ ยังไม่มีใครกล้าหน้าแดงเถียงกับท่านแม้แต่ประโยคเดียว ซ่างกวนรั่วฝานเองก็เช่นกัน

เพียงแต่ในใจเขากลับไม่ยอมรับอย่างยิ่ง ไม่ยอมรับเลยสักนิด: "ท่านปู่จะมาตวาดข้าทำไม? ฮึ นี่มันเพลงกระบี่ที่บรรพบุรุษสืบทอดกันมา ทำไมถึงจะใช้ไม่ได้ล่ะ? ชั้นต่ำอะไรกัน ข้าว่าไม่เห็นจะชั้นต่ำตรงไหนเลย กระบวนท่านี้ใช้ดีจะตายไป ต้องขอบคุณพี่เขย ถ้าไม่ได้เขาช่วยสอนกระบวนท่านี้ให้ ข้าคงฝึกอีกหลายปีถึงจะสู้ซ่างกวนรั่วเหวินได้ ฮี่ๆ เมื่อกี้จังหวะนั้นมันสะใจสุดๆ ไปเลย สะใจสุดยอด ไม่เคยรู้สึกสะใจขนาดนี้มาก่อนเลย..."

เด็กน้อยมีนิสัยตรงไปตรงมา ไร้เดียงสา ตอนแรกก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่หรอก แต่พอคิดไปคิดมา ความคิดก็กระโดดไปถึงวิชากระชากวิญญาณสั่นสะเทือนฟ้าดินที่ยอดนักฆ่าเฟิงสอนให้เสียแล้ว เมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่ตนเองใช้กระบวนท่า "เหลียวหลังชมจันทร์" พุ่งตรงไปทะลวงเบญจมาศของซ่างกวนรั่วเหวินที่เคยกดหัวตนมาตลอดได้สำเร็จ ในใจก็เบิกบานอย่างบอกไม่ถูกจนเผลอหลุดหัวเราะออกมา

เดิมทีบรรยากาศในห้องก็คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นดินปืนอยู่แล้ว พอซ่างกวนรั่วฝานทำเสียงแบบนี้ ทุกคนก็หันมามองด้วยสายตาแปลกๆ สาวใช้สองสามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างหันหน้าหนี เอามือปิดปากกลั้นหัวเราะจนหน้าแดงก่ำ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมา

ฮูหยินรองโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ลูกชายตัวเองต้องมารับความอยุติธรรมถึงเพียงนี้ จะไม่ให้พูดอะไรสักคำได้ยังไง นางผุดลุกขึ้นพรวดพราด: "ท่านพ่อ ดูเขาสิ เขายังมีหน้ามาหัวเราะอีก..."

"ไอ้ลูกทรพี ก่อเรื่องแล้วยังไม่รู้จักสำนึก ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก ข้าจะตีไอ้ลูกอกตัญญูคนนี้ให้ตาย" ซ่างกวนเถิงเฟิงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะบ้าตาย เงื้อมือขึ้นเตรียมจะฟาด

ฉางอวี้เฟิ่งพุ่งพรวดเดียวเข้าไปกอดลูกชายไว้แน่น เงยหน้าขึ้นถลึงตาใส่ซ่างกวนเถิงเฟิงด้วยท่าทางปกป้องลูกเต็มที่: "ตีสิ เอาเลย ถ้าเจ้าจะตีลูกให้ตาย ก็ตีข้าให้ตายก่อนเลย"

"เจ้า..."

"ท่านพ่อ ดูสิคะ ตอนนี้พวกเขายังจะปกป้องมันอยู่อีก" ฮูหยินรองรู้สึกโกรธแค้นแทน หน้าอกที่อวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วราวกับคลื่นทะเล

ส่วนซ่างกวนเถิงเฟิงและซ่างกวนหลิวอวิ๋นต่างก็เข้าใจดี ที่ท่านผู้เฒ่าโกรธนั้นไม่ใช่เพราะกระบวนท่า "เหลียวหลังชมจันทร์" ของซ่างกวนรั่วฝาน แต่เป็นเพราะลูกศิษย์ในสำนักทำร้ายกันเอง ตระกูลซ่างกวนมีทั้งบ้านใหญ่ บ้านรอง บ้านสาม เรื่องแย่งชิงอำนาจช่วงชิงทรัพย์สินนั้นมีให้เห็นจนชินตา ถ้ามีโอกาสก็มักจะหาเรื่องเล่นงานกัน ดังนั้น สิ่งที่ท่านผู้เฒ่าไม่อยากเห็นที่สุดก็คือการที่มีใครฉวยโอกาสทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่...

ซ่างกวนหลิวอวิ๋นรีบลุกขึ้นยืน แม้จะไม่พอใจแค่ไหน แต่ก็ยังต้องตวาดใส่ฮูหยินของตนเอง: "นังแพศยา หุบปากเดี๋ยวนี้ มีท่านพ่ออยู่ตรงนี้ทั้งคน มีสิทธิ์อะไรให้เจ้าสอดปาก"

"ข้า?" ฮูหยินรองชะงักไปครู่หนึ่ง หยิบผ้าเช็ดหน้าในอกเสื้อขึ้นมาปิดหน้า แล้วฟุบลงไปร้องห่มร้องไห้บนโต๊ะน้ำชา: "ท่านยังมาด่าข้าอีก ท่านพ่อ เขามาด่าข้า น่าสงสารสองแม่ลูกอย่างเราจริงๆ ที่ต้องมาถูกพวกท่านรังแกแบบนี้ สวรรค์ไม่มีตาเลย..."

พอฮูหยินรองเริ่มโอดครวญ ทั้งตึกเล็กก็วุ่นวายไปหมด บรรดาคนรับใช้ของตระกูลซ่างกวนที่อยู่ด้านนอกต่างพากันชะเง้อคอมอง ซุบซิบนินทากันไปมา พอนึกถึงภาพเหตุการณ์น่าตกตะลึงนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะกุมท้องหัวเราะออกมา

ตัดภาพกลับมาในตึก ท่านผู้เฒ่าซ่างกวนหนวดเคราปลิวว่อนด้วยความโกรธจัด นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังเสือ ทุบอกชกตัวด้วยความแค้นใจ: "กบฏ กบฏกันให้หมด ไสหัวไป ไสหัวออกไปให้หมด ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้..."

เมื่อเห็นว่าท่านผู้เฒ่าโกรธจัดจริงๆ ซ่างกวนหลิวอวิ๋นก็รีบพยุงฮูหยินของตนพร้อมกับสบถด่าว่า: "นังแพศยา กลับไปกับข้า รั่วอู่ เรียกคนมาหามพี่เจ้าออกไป อย่ามาทำตัวขายหน้าอยู่ที่นี่..."

ฮูหยินรองคับแค้นใจเต็มประดา แต่ก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ รู้ดีว่าเวลานี้ไม่ควรไปยั่วโมโหท่านผู้เฒ่าอีก จึงปาดน้ำตาแล้วเดินลงบันไดไป ส่วนซ่างกวนรั่วเหวินก็ได้แต่ทำหน้าบูดบึ้งอมทุกข์ ทำยังไงได้ ในเมื่อท่านผู้เฒ่าไม่ออกปาก ถ้าอยากจะจัดการซ่างกวนรั่วฝาน ก็ต้องหาทางอื่นต่อไป

คนบ้านรองเผ่นแน่บไปแล้ว คนบ้านใหญ่ก็เตรียมตัวจะหนีเช่นกัน แต่ท่านผู้เฒ่ายังไม่ถึงขั้นเลอะเลือน หลังจากทุบโต๊ะไปได้พักหนึ่ง พอเห็นซ่างกวนเถิงเฟิงและฉางอวี้เฟิ่งพยุงซ่างกวนรั่วฝานเดินไปถึงประตู ก็ตวาดเสียงกร้าวขึ้นมาทันที: "พวกเจ้าสามคน หยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้..."

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 3 - ความพิโรธของนายท่านผู้เฒ่าซ่างกวน

คัดลอกลิงก์แล้ว