เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 พรสวรรค์ที่แท้จริง...?

บทที่ 21 พรสวรรค์ที่แท้จริง...?

บทที่ 21 พรสวรรค์ที่แท้จริง...?


"กร้วม!"

"รสชาติไม่เลวเลยนะเนี่ย อวบอิ่มฉ่ำน้ำ เผ็ดนิดๆ แถมยังมีความหวานอมเปรี้ยวคล้ายผลไม้ซ่อนอยู่ด้วย"

"เจ้าอยากลองสักต้นไหม?"

หลินเทียนฉีเคี้ยวต้นหอมดังกร้วมๆ เขาต้องกินวันละยี่สิบต้นติดต่อกันเจ็ดวัน เพื่อจะได้เข้าไปยังฐานลับของจางจิ้งเซียงและศึกษาวิชาพิษ

พูดง่ายๆ ก็คือเขาต้องสร้างภูมิต้านทานพิษตุนเอาไว้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงได้ไปเฝ้ายมบาลตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเรียนแน่ๆ

"ข้าไม่เอา... วันนี้ท่านห้ามมาจูบข้าเลยนะ ข้า... ข้าจะไปเก็บตัวฝึกวิชาแล้ว!"

หลี่เมิ่งเซียนยกมือขึ้นปิดจมูก ป้องกันการโจมตีทางชีวภาพจากหลินเทียนฉี

ต้นหอมนี้เป็นพืชวิญญาณที่จางจิ้งเซียงปลูกขึ้น แม้ดูเหมือนจะไม่มีใครพิศวาสมันนัก แต่หากนำไปขายข้างนอกรับรองว่าได้ราคาดีงามแน่นอน

เพราะมันสามารถเพิ่มความต้านทานพิษได้ จึงถือเป็นของสำคัญสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรยามออกเดินทาง

ตัวต้นหอมเองก็มีพิษเจือปนอยู่ แถมยังเป็นพิษแบบผสมเสียด้วย หากกินเข้าไปจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ทว่าพิษนานาชนิดในนั้นกลับหักล้างและรักษาสมดุลซึ่งกันและกัน จนเกิดเป็นสภาวะอันแยบยล ต้องยอมรับเลยว่าจางจิ้งเซียงสมกับสมญานามเทพธิดาพิษอย่างแท้จริง

"ตาไม่ถึงเอาเสียเลย!"

เจ็ดวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลินเทียนฉีเดินตามหลังจางจิ้งเซียงลัดเลาะผ่านช่องทางแคบๆ เข้าไปยังฐานลับของนาง

ภาพตรงหน้าช่างแตกต่างจากที่หลินเทียนฉีจินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง สถานที่แห่งนี้ราวกับสรวงสวรรค์บนดิน

ดอกไม้นานาพรรณบานสะพรั่ง สีสันสดใสละลานตา แม้แต่อากาศก็ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมรัญจวนใจ

"งดงามมากจริงๆ"

"หึหึ เทียนฉี สัจธรรมข้อแรกที่ข้าจะสอนเจ้าก็คือ ยิ่งของสิ่งนั้นงดงามมากเท่าไร มันก็ยิ่งอันตรายถึงชีวิตมากเท่านั้น ลองหลับตาลงสิ เจ้าเห็นคนตัวเล็กๆ กำลังเต้นรำอยู่หรือไม่?"

หลินเทียนฉีหลับตาลง ทว่าความมืดมิดที่ควรจะปรากฏกลับกลายเป็นสีสันอันตระการตายิ่งกว่าเดิม

ร่างเล็กๆ แสนงดงามราวกับภูตน้อยพากันกระพือปีกโปร่งใส เริงระบำอย่างพลิ้วไหว

"นี่ข้าโดนพิษเข้าแล้วหรือ?"

"ถูกต้อง การที่เจ้ายังพูดคุยได้ตามปกติ แสดงว่าเจ็ดวันที่ผ่านมาเจ้าไม่ได้แอบอู้ หากเจ้ากินต้นหอมวิญญาณน้อยไปแม้แต่นิดเดียว ป่านนี้คงลงไปเต้นรำกับพวกมันแล้ว"

หลินเทียนฉีขนลุกซู่ นึกในใจว่าเขาคิดถูกจริงๆ ที่ฝืนกินเข้าไป

พวกที่ใช้พิษนี่ช่างร้ายกาจเสียจริง การเรียนรู้วิชาเหล่านี้ไว้ แม้จะไม่ได้เอาไปทำร้ายใคร แต่อย่างน้อยก็ป้องกันไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อได้

"เดี๋ยวนะ... กลิ่นหอมนี้... ทำไมถึงรู้สึกคุ้นๆ..."

"เจ้าฉลาดกว่าศิษย์พี่ของเจ้านัก ใช่แล้ว ในบรรดาเครื่องหอมที่ข้าใช้มีผงผีเสื้อมายาสะกดวิญญาณผสมอยู่ด้วย ดังนั้น 'ตัวข้า' ที่เจ้าเห็นอยู่ตอนนี้ ก็คือภาพลวงตาที่เจ้าปรารถนาอยู่ลึกๆ ในใจอย่างไรเล่า~"

"……ท่านอาจารย์ โปรดชี้แนะด้วย!"

"หึหึ แค่ลูกไม้ตื้นๆ น่ะ ในเมื่อเจ้าสนใจ วันนี้เราจะมาเริ่มกันที่วิชาผีเสื้อมายาสะกดวิญญาณก็แล้วกัน"

พูดจบ จางจิ้งเซียงก็หยิบขลุ่ยสั้นขนาดเพียงสามเซนติเมตรที่มีรูเล็กๆ เพียงสามรูออกมา เมื่อนางจรดขลุ่ยลงบนริมฝีปาก ท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ก็ดังแว่วขึ้น

ดอกไม้แสนสวยที่หลินเทียนฉีเพิ่งเห็นเมื่อครู่ จู่ๆ ก็โบยบินขึ้นมา

"ให้ตายเถอะ..."

หลินเทียนฉีคิดว่าตัวเองตาฝาดไปอีกแล้ว แต่เมื่อดอกไม้เหล่านั้นบินเข้ามาใกล้ มันกลับกลายเป็นผีเสื้อแสนงดงามที่กำลังกระพือปีกดูเลือนรางราวกับภาพลวงตา

"นี่คือผีเสื้อมายา เป็นสัตว์วิญญาณที่หายากมาก ตอนนั้นเพื่อที่จะจับพวกมัน ข้าต้องบุกเดี่ยวเข้าไปในเทือกเขาหมื่นยอดและแทบจะเอาชีวิตไม่รอดกลับมา"

จางจิ้งเซียงลดขลุ่ยสั้นลงแล้วยื่นมือออกไป ผีเสื้อเหล่านั้นก็ร่อนลงบนมือของนางอย่างนุ่มนวล

"เจ้าจำท่วงทำนองเมื่อครู่ได้หรือไม่?"

"ท่านสอนข้าหน่อยได้ไหม? ข้าไม่ค่อยสันทัดเรื่องดนตรีเท่าไหร่นัก"

"เอาล่ะ ขยับเข้ามาใกล้ๆ สิ"

หลินเทียนฉีได้ยินดังนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้โดยไม่ได้คิดอกุศลใดๆ ท่อนแขนของทั้งสองสัมผัสกัน ทำเอาใบหน้าของจางจิ้งเซียงขึ้นสีระเรื่อ

ตัวหลินเทียนฉีเองไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า ลมปราณของเขานั้นเปรียบเสมือนยาปลุกกำหนัดสำหรับเพศตรงข้าม ใครก็ตามที่เข้าใกล้ล้วนต้องรู้สึกเคลิบเคลิ้มหวั่นไหว

"สามรูนี้คือตัวโน้ตพื้นฐานสามเสียง จงจำเอาไว้ให้ดี"

จางจิ้งเซียงจรดขลุ่ยสั้นลงบนริมฝีปากอวบอิ่มและเป่าโน้ตที่แตกต่างกันสามเสียง

หลินเทียนฉีจดจำแต่ละเสียงไว้ในใจ จากนั้นจางจิ้งเซียงก็เป่าท่วงทำนองนั้นอีกครั้ง

"จำได้แล้วใช่ไหม?"

"ขอรับ ข้าจำได้แล้ว"

"เอ้า ลองเป่าดูสักรอบสิ"

จางจิ้งเซียงยื่นขลุ่ยสั้นในมือส่งให้

หลินเทียนฉีรับมาจรดริมฝีปาก พลันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นชื้นแฉะ ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจางจิ้งเซียงเพิ่งจะเป่ามันไปเมื่อครู่นี้เอง

แต่ในฐานะลูกผู้ชายอกสามศอก การจะแสดงท่าทีรังเกียจก็ดูจะทำร้ายจิตใจนางเกินไปหน่อย

ใบหน้าสะสวยของจางจิ้งเซียงอดไม่ได้ที่จะแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม แบบนี้มันนับเป็นการจูบทางอ้อมชัดๆ...

เมื่อหลินเทียนฉีเป่าขลุ่ยสั้น ท่วงทำนองก็เริ่มบรรเลง เหล่าผีเสื้อมายาราวกับถูกชักนำ พวกมันพากันบินร่ายรำอยู่รอบตัวเขา ในขณะเดียวกัน ละอองเล็กจิ๋วที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าก็ร่วงหล่นลงมาจากใต้ปีกของพวกมัน

ละอองเหล่านั้นค่อยๆ รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน คล้ายกับมีเมฆหมอกหลากสีสันปรากฏขึ้นกลางอากาศ

จางจิ้งเซียงหยิบขวดหยกออกมา และใช้พลังเวทดูดกลืนกลุ่มควันหลากสีนั้นเข้าไปในขวด

"นี่คือผงผีเสื้อมายาสะกดวิญญาณ จะใช้เดี่ยวๆ ก็ได้ หรือจะนำไปผสมกับพิษชนิดอื่นเพื่อให้กลายเป็นพิษผสมก็ดี"

จางจิ้งเซียงยื่นขวดหยกให้หลินเทียนฉีแล้วกล่าวเสริม "ขลุ่ยสั้นเลานี้เป็นของรักของหวงของข้า หากตอนนั้นไม่ได้มัน ข้าก็คงเอาชีวิตไม่รอดออกมาจากเทือกเขาหมื่นยอด ข้ามอบมันให้เจ้า ถือเสียว่าเป็นของขวัญรับศิษย์ก็แล้วกัน"

หลินเทียนฉีได้ยินดังนั้นก็กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "วิญญูชนไม่แย่งชิงของรักผู้อื่น ในเมื่อเป็นของสำคัญของท่านอาจารย์ ข้าย่อมไม่อาจรับไว้ได้"

หลินเทียนฉีพูดจาดูดีมีชาติตระกูล แต่ในความเป็นจริง เขาไม่อยากได้มันจริงๆ ต่างหาก เวลาเผชิญหน้ากับศัตรู จู่ๆ ก็ควักขลุ่ยสั้นออกมาเป่า มันดูสาวแตกจะตายไป!

มารบูรพาอึ้งเอี๊ยะซือคงอยากฝากบอกว่า : "เจ้าเด็กเมื่อวานซืน! จงสำเหนียกไว้เถอะว่าเจ้าไม่ได้ทะลุมิติมาในโลกของมังกรหยก ไม่อย่างนั้นชายชราผู้นี้จะแสดงให้ดูว่าสาวแตกที่แท้จริงเป็นอย่างไร!"

จางจิ้งเซียงโบกมือปัดอย่างรำคาญ "ให้ก็รับไปเถอะน่า เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว"

หลินเทียนฉีเห็นว่ายากจะปฏิเสธได้อีก จึงเก็บขลุ่ยสั้นลงไป แล้วเงยหน้ามองจางจิ้งเซียงจนเผลอเหม่อลอยไปชั่วขณะ

"นี่คือรูปโฉมที่แท้จริงของนางงั้นหรือ?"

ในยามนี้ จางจิ้งเซียงงดงามกว่าจางจิ้งเซียงในความทรงจำของเขาถึงห้าเท่า ความงามของนางไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงใบหน้า แต่ยังรวมถึงรูปร่างและท่วงท่ากิริยาด้วย

อวบอิ่มยวนใจ

โดยเฉพาะรูปร่างของนางที่ทำเอาหลินเทียนฉีไม่อาจละสายตาได้เลย รสนิยมความงามของหมอนี่ช่างแตกต่างจากชาวบ้านเขานัก

บุรุษในยุคสมัยนี้ส่วนใหญ่มักชื่นชอบภาพลักษณ์ของเทพธิดาที่ดูบอบบางอรชรราวกับจะปลิวไปตามลม

แต่หลินเทียนฉีกลับโปรดปรานสตรีที่มีน้ำมีนวลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจุดเด่นสำคัญบนเรือนร่างของอิสตรี

ทั้งหลี่เมิ่งเซียนและเจียงหลิงอวิ๋นล้วนจัดอยู่ในประเภทนี้

ในทางกลับกัน เขากลับไม่ค่อยรู้สึกรู้สาอะไรกับแม่นางน้อยสไตล์เทพธิดามาตรฐานอย่างลู่เสวี่ยฉิงเลยสักนิด

สายตาของหลินเทียนฉีทำเอาจางจิ้งเซียงทำตัวไม่ถูก ท่าทีเอียงอายก้มหน้างุดของนางทำให้หลินเทียนฉีเกิดความรู้สึกอยากจะดึงตัวนางเข้ามากอดรัดให้หนำใจ...

"มัวแต่จ้องอยู่ได้ เดี๋ยวลูกตาก็หลุดออกมาหรอก ตกลงจะเรียนหรือไม่เรียน?"

หลินเทียนฉีได้ยินดังนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า "เสาเย่าหน้าเรือนงามสะพรั่งทว่าไร้สง่า สัตตบงกชกลางสระพิสุทธิ์ใสทว่าไร้อารมณ์ มีเพียงโบตั๋นอันเป็นยอดบุปผาแห่งแผ่นดิน ยามผลิบานสะกดสายตาผู้คนทั้งเมืองหลวง... ความงามอันหาตัวจับยากของท่านอาจารย์ทำเอาศิษย์เผลอไผลไปชั่วขณะ ข้าว่าท่านรับขลุ่ยสั้นเลานี้คืนไปเถิด มิฉะนั้นข้าคงไม่มีสมาธิร่ำเรียนวิชาแน่"

หลินเทียนฉีประจบประแจงด้วยสายตาจริงใจ เปรียบเปรยพรรณนานางประดุจดอกโบตั๋นอันเป็นยอดบุปผาแห่งแผ่นดิน ทำเอาจางจิ้งเซียงเขินอายจนแทบวางตัวไม่ถูก

นางไม่คาดคิดเลยว่าหลินเทียนฉีจะเป็นบัณฑิตผู้เปี่ยมพรสวรรค์ สามารถเอื้อนเอ่ยบทกวีได้อย่างไพเราะสละสลวยถึงเพียงนี้

"ฮึ ปากหวานนักนะ จะเรียนก็เรียน ไม่เรียนก็ตามใจ!"

พูดจบ จางจิ้งเซียงก็บิดเอวอรชรเดินสะบัดหน้าเข้าไปด้านใน

หลินเทียนฉีหยิบขลุ่ยสั้นขึ้นมาพลางพึมพำด้วยน้ำเสียงไม่ดังไม่เบา "หอมจัง~"

จบบทที่ บทที่ 21 พรสวรรค์ที่แท้จริง...?

คัดลอกลิงก์แล้ว