- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 213 สังหารเฟิงเฉิน
ตอนที่ 213 สังหารเฟิงเฉิน
ตอนที่ 213 สังหารเฟิงเฉิน
มองดูผู้คนที่ลงมือทีละคน ล้วนเป็นยอดฝีมือชั้นยอดของจวนเทียนหยวน
"น่าเสียดาย"
"ไปตายซะให้หมดเถอะ"
"เพราะการตัดสินใจของบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้า ทำให้ต้องฝังชีวิตของพวกเจ้าทั้งกลุ่ม"
"ฮ่าฮ่าฮ่า"
ซูหานหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาทั้งสองทอประกายจิตสังหาร พลันตวัดกระบี่ออกไปโดยตรง ประกายกระบี่สานทับกันในชั่วพริบตา พุ่งทะยานออกไปอย่างดุดัน
อัสนีกัมปนาทแปดทิศ
เช้ง เช้ง เช้ง ชั่วพริบตาปราณกระบี่อันน่าตื่นตะลึงก็แผ่ซ่านออกมา เจตจำนงกระบี่ขั้น 3 เบ่งบานออก
กระบวนท่าที่เหล่าศิษย์จวนเทียนหยวนซัดออกมาแตกสลายไปโดยตรง พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง พวกเขาสีหน้าซีดเผือด ร้องโหยหวนออกมาคำหนึ่ง
เพิ่งจะคิดหนีไปให้พ้น ซูหานก็เร่งเร้าย่างก้าวเทพวายุ ตวัดกระบี่ออกไปหนึ่งครา
เช้ง เช้ง ฉัวะ ฉัวะ กระบี่เดียวปิดชีพจรลำคอ
ศิษย์จวนเทียนหยวนหลายคนใบหน้าซีดเผือด สองตาหวาดผวา กุมลำคอเอาไว้ จ้องมองซูหานด้วยความตื่นตระหนก แฝงไว้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
พวกเขาไม่อาจต้านทานการโจมตีของซูหานได้เลยแม้แต่น้อย สิ้นใจตายคาที่โดยตรง
เฟิงเฉินทั้งตกใจทั้งโกรธแค้น
"ซูหาน เจ้ากล้าทำเช่นนี้เชียวหรือ?"
มองดูร่างไร้วิญญาณของเหล่าศิษย์จวนเทียนหยวนบนพื้นทีละร่าง เขาโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นั่นคือศิษย์ชั้นยอดที่สุดของจวนเทียนหยวนเชียวนะ!
เป่ยชิวเสวี่ยจ้องมองเฟิงเฉินอย่างเรียบเฉย "ความตายของพวกเขาล้วนเป็นเจ้าที่เป็นต้นเหตุ"
"หากเจ้าไม่ยื่นมือเข้าช่วยตำหนักหลิงเซียว"
"พวกเขาจะตายได้อย่างไร"
"บุตรศักดิ์สิทธิ์เช่นเจ้านี่ดูไร้ความสามารถเสียจริง"
เย็นชา เฉยเมย สีหน้าไร้ความยินดีหรือโศกเศร้า ในสายตาของนาง เฟิงเฉินต่างหากที่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการสังหารคนของจวนเทียนหยวน
เฟิงเฉินสีหน้าโกรธเกรี้ยว
"เจ้า!"
สำนักไท่สวี เจียงเทียนหลงแววตาหนักอึ้ง ยามนี้ภายในใจของเขายิ่งแน่ใจแล้ว ไม่สมควรเลือกข้างเร็วเกินไป
เรื่องการเลือกข้างเช่นนี้ จำเป็นต้องให้ระดับสูงของขุมอำนาจเบื้องหลังเป็นผู้ตัดสินใจ หากทำผิดพลาดไปเพียงครั้งเดียว เรื่องราวก็ไม่อาจแก้ไขได้แล้ว
เฟิงเฉินแห่งจวนเทียนหยวนหยิ่งผยองเกินไป คิดเพียงว่าแค่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับตำหนักหลิงเซียว ไม่ว่าเรื่องใดก็ล้วนตักตวงผลประโยชน์ได้สูงสุด
"..."
ฟุ่บ ย่างก้าวเทพวายุ ซูหานเร่งเร้าวิชาท่าร่าง กำกระบี่กลืนวิญญาณแน่น สานทับกันอย่างบ้าคลั่ง ปราณกระบี่ไหลทะลัก บดขยี้ลงมาในชั่วพริบตา
เฟิงเฉินตาเบิกโพลงด้วยความโกรธ เขาซัดหมัดออกไป ปะทะเข้ากับปราณกระบี่ของซูหานอย่างจัง
คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกอย่างต่อเนื่อง เสียงฉัวะ ๆ ๆ ดังกึกก้อง
"อ๊าก"
เฟิงเฉินสีหน้าย่ำแย่ เลือดสด ๆ สาดกระเซ็น
"สังหาร!"
ลั่วเฟิงแผดเสียงคำราม
ซูหานยกมือซ้ายขึ้น กำหมัดเป็นฝ่ามือ เร่งเร้าฝ่ามือวัฏสงสารยมโลกโดยตรง
ลั่วเฟิงสกัดกั้นการโจมตีของซูหานอย่างบ้าคลั่ง ต้านทานอย่างไม่หยุดหย่อน ฝ่ามือวัฏสงสารยมโลกของซูหานแฝงไว้ด้วยสภาวะพลังอันทรงอานุภาพราวกับทลายไม้ผุพัง
พลังอันแข็งแกร่งทำให้ลั่วเฟิงเบิกตากว้าง ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ เขาปลดปล่อยพลังของขอบเขตเทวะขั้น 5 ออกมาจนถึงขีดสุด
ปัง ปัง ปัง พรวด
"อ๊าก"
เสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพชดังขึ้น ลั่วเฟิงกระอักเลือดคำโต บนร่างกายปรากฏรอยแผลขึ้นมา
อัปยศอดสู ในฐานะหนึ่งในอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดแห่งดินแดนตงฮวง เขากลับถูกซูหานโจมตีจนถอยร่นครั้งแล้วครั้งเล่า ความรู้สึกอัปยศเช่นนี้ ทำให้เขาอยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย
ซูหานเห็นดังนั้น นัยน์ตาก็แปรเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นยะเยือกยิ่งขึ้น ฝ่ามือซัดสังหารออกไปอย่างดุดัน ใช้ฝ่ามือวัฏสงสารยมโลกออกไปอย่างต่อเนื่อง
ครืน ครืน ครืน กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างของวิถีดาบสานทับกัน ราวกับคลื่นอากาศแห่งการทำลายล้างที่ไหลบ่าแผ่ซ่านไปทั่วผืนฟ้า ฝ่ามือของซูหานกดทับลงมา
"บังอาจนัก"
เสียงโกรธเกรี้ยวดังกึกก้อง
พลังทั่วร่างของลั่วเฟิงเริ่มปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง นัยน์ตาของเขาแดงก่ำดั่งเลือด สายเลือดภายในร่างระเบิดออกอย่างไม่หยุดหย่อน พร้อมกับการบิดเบี้ยวของห้วงมิติ
วานรระเบิดขนาดยักษ์ตัวหนึ่งปรากฏขึ้น สายเลือดวานรระเบิดระดับ 6
โฮก โฮก โฮก เสียงคำรามที่ดังกึกก้องจนหูแทบหนวกสะท้อนไปทั่วฟ้าดินแห่งนี้ ห่อหุ้มไว้ด้วยพลังอันน่าตระหนกถึงขีดสุด
พลังที่แฝงอยู่ในฝ่ามือวัฏสงสารยมโลกที่ซูหานซัดออกมานั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด มันปะทะเข้ากับการโจมตีของลั่วเฟิงโดยตรง
พรวด
"อ๊าก"
เสียงที่ไม่ยินยอมพร้อมใจดังกังวาน ลั่วเฟิงได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง
ผู้คนในลานประลองต่างสะดุ้งตกใจ สายตาที่จ้องมองซูหานแฝงไว้ด้วยความหวาดผวาและยำเกรง
แข็งแกร่งยิ่งนัก แม้อีกฝ่ายจะมีระดับพลังอยู่ขอบเขตเทวะเช่นกัน ทว่าความแข็งแกร่งที่แสดงออกมากลับผิดมนุษย์มนา ไร้เทียมทานโดยแท้
"ซูหาน เจ้าจะกำเริบเสิบสานไปถึงไหน ขุมอำนาจของพวกเรามีมากมายปานนี้ เจ้ายังคิดจะตั้งตนเป็นศัตรูกับพวกเราอีกหรือ"
ชายหนุ่มผู้หนึ่งจากฝั่งจวนเทียนหยวนนัยน์ตาทอประกายเคียดแค้น แววตาที่ดุร้ายอัดแน่นไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
ซูหานจ้องมองเขาอย่างเฉยเมย เช้ง ชักกระบี่ออกไปโดยตรง เจตจำนงกระบี่ขั้น 3 พุ่งทะยานออกไปในชั่วพริบตา
ชายหนุ่มผู้นั้นสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ไม่ทันได้หลบหลีกหรือปัดป้อง เขาก็แค่ปากเก่ง〔2〕เท่านั้น จำเป็นต้องจริงจังปานนี้เชียวหรือ?
ฉัวะ ศีรษะขนาดใหญ่หลุดกระเด็นลอยออกไปโดยตรง
เฟิงเฉินตาเบิกโพลงด้วยความโกรธ มองดูศพไร้หัวบนพื้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน เจ้านั่นที่เพิ่งถูกฆ่าตายไปคือศิษย์สืบทอดระดับอัจฉริยะของจวนเทียนหยวนเชียวนะ อัจฉริยะขอบเขตเทวะขั้น 3 กลับถูกฟันตายด้วยกระบี่เดียวเช่นนี้เลยหรือ
สวีเอ้าเทียน ลั่วเฟิง และคนอื่น ๆ มองหน้ากัน ก่อนจะคำรามลั่นอีกหลายครา วินาทีนี้พลังมหาศาลปะทุขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว หมายมั่นจะบดขยี้ซูหานให้แหลกเป็นผุยผง
หยุนหงเฟย ตลอดจนหลิงหยุนและคนอื่น ๆ จ้องมองสนามรบราวกับตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ พวกเขากำหมัดแน่น ย่อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าซูหานจะตกตายไปในการศึกครั้งนี้
ทว่าความเป็นจริงกลับผิดเพี้ยนไปจากที่พวกเขาจินตนาการไว้อย่างเหลือเชื่อ ความแข็งแกร่งของซูหานทำให้พวกเขาไม่ยินยอมพร้อมใจ ตกตะลึง และหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง
"..."
"ซูหานแข็งแกร่งเหลือเกิน"
อู่เย่ว์เอ๋อร์และคนอื่น ๆ เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจและยินดีถึงขีดสุด
หลินชิงเหยาพยักหน้า เอ่ยอย่างตื่นเต้น "ยามนี้ซูหานอยู่ขอบเขตเทวะแล้ว พลังฝีมือของเขาย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าพวกที่อยู่ในระดับเดียวกันบางคนมากนัก"
ฉู่ไป๋เอ่ยทอดถอนใจด้วยความทึ่ง
"พรสวรรค์ของซูหาน เกรงว่าในดินแดนตงฮวงคงไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้"
"พรสวรรค์ของเขา คงมีเพียงดินแดนจงโจวเท่านั้นที่จะสามารถดึงพลังที่แท้จริงของเขาออกมาได้อย่างถึงที่สุด"
หลังจากอู่เย่ว์เอ๋อร์และหลินชิงเหยาได้ยินคำพูดของฉู่ไป๋ พวกนางก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น ไม่รู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
ดินแดนจงโจวต่างหากที่เป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าอัจฉริยะ ซูหานมีคุณสมบัตินั้นอย่างสมบูรณ์แบบ
ครืน บนห้วงอากาศ ซูหานถือกระบี่กลืนวิญญาณฟาดฟันลงมา การโจมตีของลั่วเฟิงและสวีเอ้าเทียนแตกสลายอย่างต่อเนื่อง
พรวด พรวด พรวด แต่ละคนใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ ถอยร่นไปหลายจั้งโดยตรง
"ไอ้สารเลว ซูหานเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วจริง ๆ ใช่หรือไม่?"
"ที่นี่คือพันธมิตรของตำหนักหลิงเซียวและจวนเทียนหยวนนะ!"
เฟิงเฉินแผดเสียงคำราม
เขายังคงรู้สึกหยิ่งผยองต่อท่าทีโอหังของซูหานอยู่เสมอ เขาคือบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งจวนเทียนหยวน ส่วนซูหานเป็นตัวอันใด แม้แต่อัจฉริยะศิษย์สืบทอดก็ยังไม่ใช่ด้วยซ้ำ
ย่างก้าวเทพวายุ เมื่อได้ยินคำพูดของเฟิงเฉิน ซูหานหาได้มีความโกรธเกรี้ยวใด ๆ ไม่ เขาเร่งเร้าวิชาท่าร่างโดยตรง พุ่งเข้าสังหารในชั่วพริบตา
"แย่แล้ว"
เฟิงเฉินนัยน์ตาสั่นระริก น้ำเสียงโหยหวน
ฉัวะ ประกายกระบี่ของซูหานฟาดฟันลงมา
ทรวงอกของเฟิงเฉินถูกฉีกกระชากอย่างรุนแรง เลือดสด ๆ ไหลทะลักดั่งสายน้ำ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ทันใดนั้น ซูหานก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเฟิงเฉินในชั่วพริบตา
ฝ่ายหลังนัยน์ตาสั่นไหว มองเห็นกระบี่กลืนวิญญาณของซูหานกวาดต้อนเข้ามาอย่างโหดเหี้ยม ใบหน้าของเขาซีดเผือด แผดเสียงตื่นตระหนกตกใจ
“ไม่!”
ฉัวะ กระบี่เดียวปิดชีพจรลำคอ เลือดสด ๆ ไหลทะลัก
เฟิงเฉินใช้สองมือกุมลำคอเอาไว้ ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด แววตาค่อย ๆ พร่าเลือน "เจ้ากล้าฆ่าข้าจริง ๆ หรือ ข้าคือบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งจวนเทียนหยวนนะ"
"เหตุใดเจ้าถึงกล้ากำเริบเสิบสานโอหังถึงเพียงนี้"
"หา? ฆ่าจริง ๆ หรือ? นี่มัน..."
ผู้คนในลานประลองต่างสีหน้าเปลี่ยนไป ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ยากจะเชื่อสายตา
เขากล้าสังหารบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งจวนเทียนหยวนจริง ๆ ซูหานผู้นี้เป็นคนบ้าไปแล้วหรือ?
"..."