เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 นั่นแหละพี่ชายแกเอง

บทที่ 49 นั่นแหละพี่ชายแกเอง

บทที่ 49 นั่นแหละพี่ชายแกเอง


"เขาจะทำได้จริงเหรอ?"

เมื่อมองตามแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของซูโม่ที่เดินจากไป หลัวซีก็ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองอย่างสงสัย ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ

"หรือฉันต้องแอบไปหักขาคู่แข่งทุกคนล่วงหน้าเขาถึงจะมีสิทธิ์ลุ้น? แต่ต่อให้ทำแบบนั้น เขาก็ยังไม่น่าจะได้ที่หนึ่งอยู่ดีนั่นแหละ" หลัวซีพึมพำกับตัวเองด้วยความกลัดกลุ้ม คิ้วสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

...

เมื่อราตรีมาเยือน

ซูโม่เดินผิวปากกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี เห็นได้ชัดว่าเขากำลังมีความสุขสุดๆ ถึงแม้ตอนบอกเลิกเขาจะพูดจาทำร้ายจิตใจไปบ้าง แต่หลัวซีก็มักจะใจอ่อนยอมยกโทษให้เขาเสมอ

ความสัมพันธ์ของซูโม่กับหลัวซีไม่ใช่ประเภทที่เลิกกันแล้วจะกลับมาคบกันได้ง่ายๆ แบบคู่อื่น แต่มันก็ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่จะพังทลายลงเพียงเพราะความเข้าใจผิดโง่ๆ เช่นกัน ก็นะ... พวกเขาคบกันมาตั้งสามปี ผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งมากมาย ความผูกพันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะตัดขาดได้ง่ายๆ

...

แม้จะเข้าสู่ยุคพลังวิญญาณฟื้นฟูแล้ว แต่โลกยามค่ำคืนยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟ โปรเจกต์ชันเสมือนจริงแบบ 3D ปรากฏขึ้นตามจุดต่างๆ บนท้องถนนอย่างเหนือความคาดหมาย รถพลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI บินว่อนอยู่บนฟ้าเป็นระยะ

ทันทีที่ซูโม่ถึงหน้าปากซอยบ้าน เขาก็สังเกตเห็นรถตำรวจพลังแม่เหล็กไฟฟ้าจอดกระจายอยู่รอบพื้นที่ แสงไฟสีแดงน้ำเงินวับวาบไปทั่วทั้งบนฟ้าและบนดิน

"ดูเหมือนพวกชายชุดดำจะถูกทางการคุมตัวไปแล้วสินะ" แววตาของซูโม่ไหววูบ เขาเข้าใจสถานการณ์ทันทีว่าทำไมตำรวจถึงมาที่นี่

"คุณคือคุณซูโม่ใช่ไหมคะ?" พนักงานสอบสวนสาวสวยที่มีท่าทางทะมัดทะแมงแบบนักรบเดินเข้ามาหาเธอหยิบรูปถ่ายขึ้นมาเทียบเพื่อยืนยันตัวตน ก่อนจะทำความเคารพแบบทหารและแสดงบัตรประจำตัว

"สวัสดีค่ะคุณซู พวกเรามาจากสถานีตำรวจถนนเฮอัน เขตจ้าวเหอ เราได้รับแจ้งเหตุจากน้องสาวของคุณว่ามีการบุกรุกเคหสถานและพยายามลักพาตัวเกิดขึ้นที่บ้านของคุณ รบกวนคุณไปกับพวกเราเพื่อรับทราบข้อมูลและให้ปากคำด้วยค่ะ"

"ได้ครับ" ซูโม่พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะก้าวขึ้นรถไปกับเจ้าหน้าที่

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงสถานีตำรวจ...

...

ภายในห้องสอบสวนที่เงียบสงบและดูเป็นทางการ พนักงานสอบสวนสาวผมบลอนด์สั้นทรงโฉบเฉี่ยว ใบหน้าคมสัน จมูกโด่งรั้นดูเป็นลูกครึ่ง เดินเข้ามาหาซูโม่เพื่อบันทึกคำให้การ เธอเริ่มถามด้วยสีหน้าจริงจังทันที

"คุณซู นามสกุลอะไรคะ?"

ซูโม่: "..."

"นามสกุลซูครับ" มุมปากซูโม่กระตุกเล็กน้อย เขาพยายามจะเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของตำรวจจีน... เอ้ย ตำรวจโลกนี้

"เพศ?"

ซูโม่: "..."

เขามองดูเจ้าหน้าที่สาวที่นั่งตัวตรงแด่ว สีหน้าจริงจังสุดๆ และพอนึกได้ว่ายุคสมัยนี้มีความหลากหลายทางเพศเยอะ เขาเลยตอบไปว่า "ชายครับ"

"อายุ?"

"17 ครับ"

"โรงเรียน?"

"มัธยมหลิงอู่"

"เบอร์โทรศัพท์?"

"134****731"

...

ทุกครั้งที่เขาตอบ เจ้าหน้าที่จะก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ ดูเป็นมืออาชีพสุดๆ หลังจากถามคำถามพื้นฐานที่ดูไม่ค่อยได้อะไรอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเธอก็เข้าเรื่อง

"เอาละคุณซู ช่วงนี้คุณไปมีเรื่องกับใครมาบ้างไหม?"

"ผมเป็นนักเรียนตัวอย่างมาสามปีซ้อน ทำตัวอยู่ในระเบียบวินัยตลอดครับ"

"งั้นคุณคิดว่าคุณมีอะไรที่น่าหมั่นไส้หรือน่าอิจฉาบ้างไหม?"

"หล่อเกินไปนี่นับไหมครับ?" ซูโม่กะพริบตาปริบๆ

เจ้าหน้าที่สาวชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยโดยไม่ปฏิเสธคำพูดนั้น ก่อนจะกล่าวต่อ

"คุณซู จากการสันนิษฐานเบื้องต้นของเรา ชายชุดดำทั้งเก้าคนนั้นสังกัดองค์กร 'หัตถ์โลหิต' เป็นกลุ่มนักฆ่าที่รับงานจากพวกคนรวยโดยเฉพาะ มีความเป็นไปได้สูงว่าคุณจะไปขัดผลประโยชน์ใครเข้า"

"ขอโทษด้วยนะคะ เนื่องจากระบบของหัตถ์โลหิตเป็นการติดต่อแบบสายตรงเส้นเดียว เราเลยยังสืบไปไม่ถึงตัวผู้บงการ นี่คือข้อมูลของกลุ่มหัตถ์โลหิตที่คุณควรรู้ไว้ค่ะ" เธอส่งปึกเอกสารให้ซูโม่

เขากวาดสายตาดูรายชื่อสมาชิก หัวหน้ากลุ่มคือ เฉินห่าว เป็นอาชญากรหลบหนีที่หาตัวจับยาก คาดว่าน่าจะเป็นยอดฝีมือขอบเขต เหยากวาง ขั้นบน ส่วนลูกน้องส่วนใหญ่อยู่ขอบเขต หยั่งรู้ ซึ่งนับว่าโด่งดังมากในโลกใต้ดิน อัตราการลอบสังหารเป้าหมายระดับเล็กแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์

"ตามกฎของหัตถ์โลหิต ปกติพวกเขาจะลงมือแค่ครั้งเดียว ถ้าพลาดพวกเขาจะไม่ทำซ้ำอีก ดังนั้นคุณกับครอบครัวน่าจะปลอดภัยไปสักพัก"

"คุณกับน้องสาวโชคดีมากนะคะที่ได้รับการช่วยเหลือจากจอมกระบี่ระดับท็อปที่บังเอิญผ่านมาพอดี! ถ้าเราได้เบาะแสเพิ่มเติมจะรีบติดต่อกลับไปทันทีค่ะ"

เจ้าหน้าที่สาวพูดพลางก้มหน้าเขียนลงสมุดโน้ตอย่างขะมักเขม้น

"โอเคครับ เข้าใจแล้ว" ซูโม่พยักหน้า

เขาแอบจดจำชื่อและรูปพรรณสันฐานของสมาชิกองค์กรนี้ไว้ในใจ อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่าไอ้พวกชุดดำคือใคร มาโรงพักคราวนี้ไม่เสียเที่ยวจริงๆ ถ้าโชคดีได้เจอพวกมันอีกครั้งและจับเป็นมาได้ เขาก็จะรู้ทันทีว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าเขา

"นี่นามบัตรฉันค่ะ ถ้าเจอใครน่าสงสัยให้รีบโทรหาฉันทันที" เธอยื่นนามบัตรให้ ชื่อของเธอคือ หยางแอนนา

"ในที่สุดก็ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์บ้าง ดูท่าเธอจะเป็นมืออาชีพจริงๆ" ซูโม่รู้สึกผิดนิดๆ ที่แอบปรามาสเธอในใจตอนแรก เมื่อเห็นเธอตั้งใจจดรายละเอียดคำให้การขนาดนั้น

แต่ตอนที่เขากำลังจะเดินออกจากห้อง เขาเผลอเหลือบมองไปที่กระดาษที่หยางแอนนาใช้ "จดคำให้การ" เมื่อกี้...

เอ๊ะ... หืม?

ซูโม่กะพริบตาอย่างสงสัย และหลังจากเพ่งดูดีๆ จนแน่ใจ...

บนกระดาษใบนั้นมันคือรูปสเก็ตช์พอร์ตเทรตของผู้ชายที่หล่อลากดิน ดูสง่างามและมีระดับสุดๆ... ซึ่งคนคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากซูโม่นั่นเอง!

ซูโม่: "..."

นี่คือวิธีจดคำให้การของเธอเหรอครับ?

...

หลังจากออกจากสถานีตำรวจ เขาก็รีบกลับบ้านทันที

"พี่ชายบ้า! ในที่สุดก็ยอมกลับมาสักทีนะ!"

"แงงงง ถ้าพี่ไม่กลับมา พี่จะไม่มีวันได้เห็นน้องสาวที่น่ารักคนนี้อีกแล้วนะ!"

ทันทีที่เข้าบ้าน ซูเสวียนก็พุ่งกระโจนเข้าใส่ซูโม่ เกาะติดแน่นเหมือนตัวสลอธ เรียวขายาวสวยทั้งสองข้างรัดเอวซูโม่ไว้แน่น หัวเล็กๆ ซุกอยู่ที่ลำคอของเขา จมูกรั้นส่งเสียงฟุดฟิด

ดวงตากลมโตของเธอแดงก่ำ ขนตายาวสั่นไหว พร้อมน้ำตาที่คลอเบ้าเหมือนได้รับความอยุติธรรมมาอย่างหนักหนาสาหัส ซูโม่ใช้แขนโอบอุ้มต้นขาที่นุ่มนิ่มของน้องสาวไว้ ร่างกายของเธอนั้นเบาหวิวราวกับไม่มีกระดูก เขาเดินไปที่โซฟาแล้วแกล้งโยนเธอลงไป

"พี่แค่ยุ่งอยู่กับการกู้โลกมาน่ะ ยุ่งสุดๆ เลยด้วย"

พูดจบเขาก็ยื่นมือไปขยี้ผมที่ซูเสวียนตั้งใจเซตมาอย่างดีจนยุ่งเหยิงเหมือนรังนก แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ

"อืม ไม่เลว แบบนี้ดูดีกว่าเดิมเยอะ"

ซูเสวียนมองซูโม่ด้วยสายตาอาฆาต น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาทันทีเพราะโดนยียวนประสาท

"แงงงง พี่หลอกหนู! กู้โลกอะไรกัน?! น้องสาวที่น่ารักของพี่เกือบโดนลักพาตัวไปแล้วนะ!" ใบหน้าจิ้มลิ้มเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่หยดลงมาเหมือนไข่มุกขาดสาย

"ก็ไม่เป็นไรแล้วไม่ใช่เหรอ?" ซูโม่ตอบนิ่งๆ แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ

แน่นอนว่าผมรู้ดี! ผมไปต่างโลกมา 23 ปีก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ เพื่อไปหาทางช่วยแกโดยเฉพาะ! ไม่งั้นแกคิดว่าแกจะรอดมาได้แบบไร้รอยขีดข่วนขนาดนี้เหรอ?

"พี่บ้า! พี่ดีแต่รังแกหนู พี่ไม่สนใจหนูเลย!" ซูเสวียนตัดพ้ออย่างน่าสงสาร "โชคดีนะที่มีพี่ชายชุดขาวมาช่วยหนูไว้!"

เธอพูดพลางกุมมือไว้ที่หน้าอกของเธอ พร้อมรอยยิ้มเพ้อฝัน

"แล้ว... พี่ชายคนนั้นหล่อไหมล่ะ?" ซูโม่หรี่ตาถามพร้อมรอยยิ้ม

"หล่อสิ! หล่อมาก! ถึงเขาจะใส่หน้ากากจิ้งจอกขาวจนมองไม่เห็นหน้า แต่หนูฟันธงเลยว่าเขาต้องเป็นหนุ่มหล่อชัวร์ๆ!" ซูเสวียนอุทาน แววตาเป็นประกายด้วยความชื่นชม

"แล้วแกคิดว่าพี่ชายคนนั้นเก่งไหม?" ซูโม่ถามต่อ

"เก่งที่สุดในโลกเลยล่ะ! พี่รู้เรื่องฝูงอสูรเทอโรซอร์วันนี้ไหม? พี่ชายคนนั้นใช้กระบี่เดียวฆ่าล้างบางพวกมันหมดเลยนะ!" ซูเสวียนสาธยายต่ออย่างเมามัน มือไม้กวัดแกว่งไปมาในอากาศพยายามจำลองเหตุการณ์สังหารสัตว์ร้าย

"เขาใช้กระบี่เดียวฆ่าฝูงอสูร แล้วใช้อีกกระบี่สังหารราชาอสูรใช่ไหม?" ซูโม่แกล้งทำท่าทางประกอบตาม สีหน้าดูจริงจังยิ่งกว่าซูเสวียนเสียอีก

"ใช่ๆ! พี่รู้ได้ไงอะ?" ซูเสวียนพยักหน้าหงึกๆ ตื่นเต้นที่เจอติ่งคนเดียวกัน

"อ๋อ... ก็เพราะพี่ชายคนนั้นน่ะ คือพี่เองน่ะสิ"

...

จบบทที่ บทที่ 49 นั่นแหละพี่ชายแกเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว