- หน้าแรก
- โดนสาวบอกเลิกแล้วไงแค่เหยียบมดเลเวลก็ทะลุปรอท
- บทที่ 31 ท่านอาจารย์ดูเหมือนท่านกำลังเขินนะเจ้าคะ
บทที่ 31 ท่านอาจารย์ดูเหมือนท่านกำลังเขินนะเจ้าคะ
บทที่ 31 ท่านอาจารย์ดูเหมือนท่านกำลังเขินนะเจ้าคะ
"ท่านอาจารย์ทานมื้อค่ำได้แล้วเจ้าค่ะ..."
หลัวซีเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงหวานใส
"อาคือว่าวันนี้อาจารย์รู้สึกปวดท้องนิดหน่อยน่ะสงสัยจะทานไม่ลง"
ซูโม่นอนเอนกายบนสนามหญ้าอย่างเกียจคร้านจ้องมองหมู่เมฆที่ลอยผ่านไปพลางคาบยอดหญ้าไว้ในปากเขาพูดออกไปโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง
"เอ๋ท่านอาจารย์ท่านปวดท้องตรงไหนเจ้าคะ?ท่านเป็นอะไรมากไหม?"
เพียงชั่วพริบตาหลัวซีที่ใช้ท่าร่างไล่ดาวล้อมจันทร์ก็พุ่งจากห้องครัวมาปรากฏตัวข้างกายซูโม่
นางทรุดกายลงนั่งข้างเขาอย่างอ่อนช้อยถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
ถามทำไมรึ?เจ้าไม่รู้จริงๆหรือว่าเหตุใดอาจารย์ถึงปวดท้อง?
ซูโม่ทำได้เพียงกระตุกมุมปากอย่างจนใจ
"ไม่มีอะไรหรอกสงสัยอาจารย์จะ...เป็นหวัดมั้ง..."
ซูโม่แต่งเรื่องขึ้นมาส่งเดช
ถึงแม้ด้วยระดับพลังบ่มเพาะของเขาในยามนี้จะไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะเป็นหวัดได้
แต่...หลัวซีเชื่อ...
ใบหน้าจิ้มลิ้มของหลัวซีดูลนลานมือเล็กๆกำชายเสื้อแน่น
"ท่านอาจารย์...ท่านไม่ต้องกังวลนะเจ้าค่ะข้าจะช่วยท่านให้ได้..."
พูดไปหลัวซีตัวน้อยก็น้ำตาคลอเบ้าจมูกแดงรั้นพยายามกลั้นสะอื้นอย่างสุดความสามารถ
แววตาของหลัวซีค่อยๆเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นก่อนจะหายวับไปในพริบตา
ซูโม่: "..."
อาจารย์แค่เป็นหวัดนะไม่ได้จะตาย...มันคงไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก...
เมื่อเห็นหลัวซีจากไปซูโม่ก็อ้าปากค้างคิดจะรั้งไว้แต่ก็เปลี่ยนใจ
อย่างน้อยหลัวซีตัวน้อยก็จะไม่มาเกาะแกะเขาและเขาก็ไม่ต้องฝืนทาน "อาหารมรณะ" นั่นอีก
ช่างเป็นช่วงเวลาที่สงบเงียบเสียนี่กะไรสมบูรณ์แบบที่สุด
หลายวันต่อมาซูโม่แทบไม่เห็นหน้าหลัวซีเลย
นานๆทีจะเห็นนางเดินผ่านแวบๆ
ก็เห็นเพียงดวงตาที่แดงก่ำกับแผ่นหลังที่รีบร้อนของนาง
นางจะพูดเพียงว่า "ท่านอาจารย์...ไม่ต้องกังวลนะเจ้าค่ะ...ข้าจะช่วยท่านให้ได้..."
ซูโม่ถึงกับอึ้งบางครั้งเขาก็แอบสงสัยว่าหรือเขาจะเป็นโรคร้ายแรงจริงๆกันแน่
...
จนกระทั่งหนึ่งเดือนต่อมาในยามโพล้เพล้
ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าทอแสงสีส้มอมชมพู
"ท่านอาจารย์ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ!นี่คือยาที่ข้าเคี่ยวมาเอง"
หลัวซีวิ่งกระหืดกระหอบมาใบหน้ามอมแมมไปด้วยฝุ่นผงในมือประคองชามยามาอย่างระมัดระวัง
"นี่มันคืออะไรกัน...?"
ซูโม่ถามด้วยความประหลาดใจ
"ท่านอาจารย์รีบทานเถอะเจ้าค่ะ...มันจะรักษาอาการหวัดของท่านให้หายเป็นปลิดทิ้งแน่นอน"
หลัวซีตัวน้อยกล่าวใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เมื่อมองดูยาที่มีสีเข้มจนดูน่าขนลุกซูโม่ก็ลอบกลืนน้ำลายอย่างประหม่า
นี่ข้า...สิ่งนี้...มันจะฆ่าข้าตายทั้งที่ไม่ได้ป่วยรึเปล่านะ?
ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและความประหม่าของหลัวซีรวมถึงดวงตาเป็นประกายที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
ซูโม่จึงตัดสินใจกลั้นใจหยิบชามยาขึ้นมาดื่ม
ทันทีที่ยาสัมผัสลิ้นสีหน้าของซูโม่ก็บิดเบี้ยวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา...
รสชาติยาที่เข้มข้นปนขมปร่าเกือบทำให้เขาสำลักออกมาทันที
ดูเหมือนว่าต่อจะเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้าก็ไม่อาจต้านทานความขมของยาได้...
แต่เมื่อเห็นสีหน้าคาดหวังของหลัวซีเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากกัดฟันกลืนมันลงไป
"เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะท่านอาจารย์..."
หลัวซีถามอย่างตื่นเต้น
"ไม่เลว...รสชาติกำลังดีเลยล่ะ..."
ซูโม่พยักหน้าชม
"เย้!"
หลัวซีตัวน้อยอุทานอย่างดีใจสีหน้าดูโล่งอกขึ้นมาทันที
จากนั้นนางก็ดูผ่อนคลายลงและร่างทั้งร่างก็หงายหลังล้มตึงลงไปตรงๆ
ซูโม่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปปรากฏตัวเบื้องหลังหลัวซีในพริบตาก่อนที่นางจะถึงพื้น
เขามองดูหลัวซีที่ยามนี้หลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนถึงกระนั้นริมฝีปากของนางยังคงมีรอยยิ้มที่แสนหวานประดับอยู่
ซูโม่จ้องมองนางพลางนิ่งอึ้งพูดไม่ออกไปนานแสนนาน
……
“ผู้อาวุโสซู...ข้าลำบากจริงๆนะขอรับช่วงหลายวันที่ผ่านมาศิษย์ตัวน้อยของท่านมารบเร้าให้ข้าสอนวิชาแพทย์ไม่หยุดหย่อนตลอดทั้งเดือนแถมยังถามเรื่องประเภทการจำแนกและสรรพคุณของสมุนไพรต่างๆไม่ซ้ำกันเลย...”
“ไม่ต้องกังวลไปนางแค่เหนื่อยเกินไปเท่านั้นข้าคาดว่าศิษย์ของท่านคงไม่ได้นอนมาอย่างน้อยหนึ่งเดือนแล้วต่อให้เป็นปรมาจารย์ก็คงทนไม่ไหวหรอกนับประสาอะไรกับศิษย์ของท่านที่อายุเพิ่งสิบสี่ปี...”
เนื่องจากหลัวซียังคงหมดสติอยู่บนเตียงซูโม่จึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเชิญผู้อาวุโสจากหอโอสถของสำนักกระบี่มาตรวจอาการ
"อย่างไรก็ตามพรสวรรค์ด้านการแพทย์ของศิษย์ท่านช่างยอดเยี่ยมยิ่งนักหาใครเปรียบไม่ได้ในชีวิตของข้าเพียงสัปดาห์เดียวความเข้าใจในด้านเภสัชกรรมของนางก็ก้าวข้ามข้าไปแล้วผ่านไปครึ่งเดือนข้าก็ไม่มีอะไรจะสอนนางได้อีกยามนี้วิชาแพทย์ของศิษย์ท่านคงไม่ด้อยไปกว่าข้าแล้วกระมังขอรับ"
จ้าวอี้เหว่ยผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพฉายา "หัตถ์ปีศาจโอสถ" ซึ่งยามนี้เร้นกายเป็นผู้อาวุโสหอโอสถในสำนักกระบี่กล่าวต่อว่า:
"ในความคิดของข้า...เหตุใดไม่ให้ศิษย์ของท่านหันมาเอาดีด้านการแพทย์ล่ะขอรับ?ไม่อย่างนั้นมันช่างน่าเสียดาย..."
"ไปไกลๆเลยไอ้แก่เจ้าบังอาจจะมาแย่งศิษย์ข้าเรอะ?"
ซูโม่รู้สึกไม่สบอารมณ์ถลึงตาใส่พลางไล่ตาแก่นั่นออกไป
"เดือนที่ผ่านมาข้าเห็นศิษย์พี่หญิงอยู่ในหมวดหนังสือแพทย์บ่อยมากนางไม่ได้ฝึกกระบี่อยู่หรอกหรือ?ทำไมถึงไปอ่านตำราแพทย์อีกล่ะ?"
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันข้าก็เห็นศิษย์พี่หญิงขลุกอยู่ในหอตำราบ่อยๆนางคงอ่านตำราแพทย์ที่นั่นจนเปื่อยหมดแล้วมั้ง..."
"เฮ้อช่างน่าแปลกจริงๆข้ายังเห็นศิษย์พี่หญิงขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรบ่อยๆด้วยพวกเจ้าว่านางกำลังทำอะไรกันแน่?"
"ใครจะไปรู้ล่ะ...ข้าพยายามจะเข้าไปทักทายระหว่างทางแต่นางดูรีบร้อนตลอดเวลาเห็นได้แต่แผ่นหลังนางไกลๆ..."
เสียงซุบซิบของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่แว่วเข้าหูซูโม่ในขณะที่เขาเดินกลับมา
เขามองดูหลัวซีที่ยังคงหมดสติอยู่บนเตียง
ซูโม่ค่อยๆนั่งลงข้างเตียงของหลัวซีสีหน้าของเขาซับซ้อนยิ่งนัก
เขาแค่แกล้งบอกว่าเป็นหวัดส่งเดช...แต่ไม่นึกเลยว่ามันจะทำให้นางกังวลและกระวนกระวายใจถึงเพียงนี้...
นางไม่ได้ฆ่าเขาแต่กลับเป็นตัวนางเองที่ต้องมานอนล้มหมอนนอนเสื่อเสียเอง...
“ติ๊งท่านได้รับสารบำรุงลึกลับสรรพคุณกำลังถูกดูดซึมร่างกายได้รับการเสริมสร้างค่าประสบการณ์+99,999,999”
“ติ๊งเลเวลของท่านเพิ่มขึ้นแล้ว”
“ติ๊งท่านได้รับสารบำรุงลึกลับสรรพคุณกำลังถูกดูดซึมร่างกายได้รับการเสริมสร้างค่าประสบการณ์+99,999,999”
“ฉิบหายแล้วหลัวซีตัวน้อยเคี่ยวยาบำรุงอะไรให้ข้าเนี่ย?ฤทธิ์มันแรงมหาศาลจริงๆ!”
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนระบบซูโม่ก็ถึงกับช็อก
ศิษย์อายุ14ปีของเขาถึงกับปรุงยาอายุวัฒนะระดับนี้ขึ้นมาได้เชียวหรือ?
…
สามวันต่อมาหลัวซีค่อยๆฟื้นคืนสติ
สิ่งแรกที่นางทำหลังจากลืมตาคือมองหาเป้าหมายบางอย่าง…
จากนั้น…เมื่อเห็นร่างที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงนางถึงได้สงบใจลง
นางค่อยๆปีนลงจากเตียงแล้วขยับเข้าไปหาอาจารย์ของนางอย่างแผ่วเบา
เมื่อมองดูใบหน้าหล่อเหลาของอาจารย์ในระยะใกล้หลัวซีตัวน้อยก็ตกอยู่ในภวังค์
"ท่านอาจารย์...หล่อจังเลย...ฮิฮิ"
หลัวซีพึมพำเบาๆ
พอนึกได้ดังนั้นความคิดซุกซนบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัว
นางขยับหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆริมฝีปากสีชมพูระเรื่อค่อยๆยื่นเข้าไปทีละนิด
ทว่าในจังหวะที่ริมฝีปากแดงกำลังจะสัมผัสแก้มของท่านอาจารย์นั้นเอง
"หลัวซี..."
อาจารย์ของนางก็ลืมตาขึ้น
ดวงตาสวยประดุจอัญมณีจ้องมองนางอย่างเงียบเชียบ
"อ๊ายท่านอาจารย์..."
หลัวซีตัวน้อยหน้าแดงซ่านถอยหลังกรูดไปหลายก้าวเกือบจะล้มลงไปกองที่พื้น
แต่ซูโม่คว้านางไว้ได้ทัน
หลัวซีล้มลงไปอยู่ในอ้อมแขนของซูโม่มือของเขาโอบรอบเอวบางของนางไว้เพื่อไม่ให้นางล้ม
สายตาของทั้งสองสบประสานกัน...บรรยากาศเริ่มจะกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
"ตุ้บ"
ดูเหมือนจะทนบรรยากาศแปลกๆไม่ไหวซูโม่จู่ๆก็ปล่อยมือทำให้หลัวซีตัวน้อยก้นกระแทกพื้นทันที
"แงงง...ท่านอาจารย์..."
หลัวซีเอามือกุมหัวทำท่าทางน้อยใจ
ส่วนซูโม่ปรับท่าทางเรียบร้อยยืนเอามือไขว้หลังดูดั่งเทพเจ้าผู้เย็นชาและสูงส่ง
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "เจ้าเก่งนักรึ?กล้าอดหลับอดนอนตั้งเดือนหนึ่งใครสอนให้เจ้าทำแบบนี้?"
"แงงงข้าขอโทษเจ้าค่ะท่านอาจารย์...ข้าผิดไปแล้วข้าแค่เป็นห่วงท่าน..."
หลัวซีตัวน้อยสะอื้นไห้
"หึถ้าเจ้ากล้าทำแบบนี้อีกอาจารย์จะไม่ปล่อยเจ้าไปง่ายๆแน่"
"ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะท่านอาจารย์!"
หลัวซีตัวน้อยมองแผ่นหลังของซูโม่แล้วแอบแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เงียบๆ
'ฮิฮิฮึเย็นชาจังเลยนะ'
หลัวซีตัวน้อยทำปากยื่น
ซูโม่ย่อมไม่รู้ถึงกิริยาซุกซนของลูกศิษย์เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ใบหน้าของเขาก็กลับมาขรึมอีกครั้ง "แล้วก็นะคราวหน้าคราวหลังทำตัวดีๆหน่อยอย่าเข้ามาใกล้ชิดอาจารย์กะทันหันแบบนี้อีก"
หากนางเข้ามาใกล้ขนาดนั้นแล้วเขาคุมตัวเองไม่อยู่ขึ้นมามันจะกลายเป็นการทรมานเขาน่ะสิ
"เจ้าค่ะ!ข้าทราบแล้ว"
หลัวซีขานรับอย่างหนักแน่นแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก
เมื่อเห็นว่า "การลอบโจมตี" ล้มเหลวและถูกอาจารย์จับได้หลัวซีก็แอบขัดใจเล็กน้อย
มันไม่ใช่ความผิดของข้าเสียหน่อยจริงไหมเจ้าคะ?ใครใช้ให้ท่านอาจารย์หล่อขนาดนี้กันเล่า?
หึคราวหน้าข้าจะไม่ยอมให้ท่านอาจารย์จับได้ตอนข้า "ลอบโจมตี" แน่นอน!
หลัวซีตัวน้อยคิดในใจอย่างย่ามใจจากนั้นดวงตาเป็นประกายของนางก็เบิกกว้างราวกับค้นพบอะไรบางอย่าง
นางขยับเข้าไปใกล้ซูโม่อีกครั้งดุจลูกแมวตัวน้อย
นางส่งเสียง "หืม" เบาๆพลางจ้องมองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อเห็นหลัวซีขยับเข้ามาซูโม่ก็รีบหันหน้าหนีทันที
แต่หลัวซีตัวน้อยก็วิ่งตามไปดักหน้าเขาจนได้
"นี่ท่านอาจารย์...ดูเหมือนท่านกำลังเขินนะเจ้าคะ..."
ซูโม่: "..."
"เปล่าเสียหน่อย..."
"เขินจริงๆด้วยเจ้าค่ะ!ท่านอาจารย์...หน้าท่านแดงมากเลยนะเจ้าคะ..."
"เจ้าตาฝาดแล้วอาจารย์ไม่ได้เขิน..."
"เขินชัดๆเลยเจ้าค่ะ..."
-----------------------------------------------------------------------------------------
แปลตามต้นฉบับเป๊ะนะครับ