เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 300 อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 300 อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!

อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 300 อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!


เล่มที่ 2 บทที่ 300 อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!

หลัวหลิงแห่งภาคีวิญญาณในเวลานี้ ทั้งร่างทั้งวิญญาณราวกับถูกดูดออกไปจนหมด แข็งทื่ออยู่ตรงนั้นโดยสิ้นเชิง กลายเป็นเพียงเปลือกว่างเปล่า ร่างกายของเขาเกิดอาการกระตุกเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นที่ว่างเปล่าจนถึงที่สุดกลับค่อยๆ ลุกไหม้ขึ้นด้วยเพลิงวิญญาณ

เพลิงวิญญาณเข้าสู่ร่าง! ความคิดของหลัวหลิงแห่งภาคีวิญญาณถูกเนตรวิญญาณอันน่าสะพรึงของฉูมู่กักขังไว้โดยสิ้นเชิง สูญเสียตัวตนอย่างหมดจด แม้แต่ร่างกายของตนเองที่กำลังลุกไหม้จากภายในด้วยเพลิงสีขาว เขาก็ยังไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด!

“ฟู่ฟู่ฟู่ฟู่~~~~~~~~”

เพลิงสีขาวพุ่งออกมาอย่างน่าหวาดผวาจากทวารทั้งห้าของหลัวหลิงแห่งภาคีวิญญาณ ภาพอันน่าตกตะลึงนี้ทำให้ผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณรอบๆ ต่างอดสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไม่ได้

“อย่าเข้าไป!” เซียวเหรินเห็นสมาชิกภาคีวิญญาณอีกหลายคนคิดจะเข้าไปช่วยหลัวหลิง ก็รีบตะโกนห้ามด้วยเสียงเข้ม สมาชิกภาคีวิญญาณทั้งสามคนนั้นชะงักงัน ยืนตะลึงอยู่กับที่ ได้แต่เบิกตาดูหลัวหลิงค่อยๆ ถูกเพลิงมารกลืนกิน

เพลิงสีขาวเผาไหม้จากภายในสู่ภายนอก อวัยวะภายในทั้งห้าของหลัวหลิงถูกเผาจนเกลี้ยงไปนานแล้ว บัดนี้จึงกลายเป็นเปลือกว่างเปล่าอย่างแท้จริง และเปลือกหนังชั้นนอกนี้เองก็พลันแปรเป็นเถ้าถ่านอย่างรวดเร็วตามการพุ่งทะลักของเพลิงสีขาว! ดวงตาของฉูมู่เลื่อนลอยพร่าเลือนยิ่งนัก ตรงหน้าเขา หลัวหลิงค่อยๆ กลายเป็นเถ้าธุลี ทว่าในใจกลับปั่นป่วนเป็นคลื่นยักษ์ที่สุด ความอาฆาตมหาศาลที่กักเก็บอยู่ในร่างกายกลับเติบโตอย่างบ้าคลั่ง!

กลืนกินแรงอาฆาต!! เมื่อความแค้นเคืองถึงระดับหนึ่ง ทักษะกลืนกินแรงอาฆาตของอสูรฝันร้ายสีขาวก็จะไม่ใช่เพียงค่อยๆ เพิ่มพลังอีกต่อไป หากแต่จะทำให้พลังพุ่งทะยานอย่างรุนแรงท่ามกลางความแค้นเคืองอันเชี่ยวกรากนั้น ครั้งก่อนที่อสูรฝันร้ายสีขาวของฉูมู่เผชิญหน้าเซี่ยกวงฮั่น ก็อยู่ในสภาวะที่ความแค้นเคืองถึงขีดสุดพอดี

เวลานี้ ความแค้นเคืองในส่วนลึกของหัวใจฉูมู่ได้มาถึงจุดวิกฤตแล้ว ความแค้นเคืองนี้ล้วนมาจากภาพเหล่านั้นที่เขาเห็นจากความทรงจำของหลัวหลิง ในภาพนั้น คนที่ฉูมู่ชื่นชมที่สุด เคารพที่สุด และผูกพันลึกที่สุด สำคัญที่สุด คนนั้นเจ็บปวดจนแทบขาดใจ เขายืนเดียวดายอยู่ในโลกที่เย็นชา ความเศร้าที่ต้องแตกหักกับอสูรวิญญาณของตนอย่างสิ้นเชิงนั้น ถูกส่งผ่านมาถึงฉูมู่โดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

ฉูมู่ในร่างครึ่งอสูร เดิมทีในสันดานก็มีความชั่วร้ายแฝงอยู่แล้ว เมื่อถูกกระตุ้นด้วยความทรงจำของหลัวหลิง ความมืดดำในส่วนลึกของหัวใจฉูมู่จึงเผยออกมาอย่างหมดเปลือกในยามนี้!! เพลิงสีขาวนอกกายยังคงลุกไหม้อย่างเงียบงัน บางครั้งก็เอียงเล็กน้อยเพราะลมกรรโชกบนฟากฟ้า

แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ผู้คนกลับรู้สึกว่าบารมีของจอมมารชั่วร้ายผู้นี้ประหลาดยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่อาจรับรู้ลมหายใจของเขาได้ ทว่ากลับรู้สึกได้อย่างไร้เหตุผลว่ารอบด้านหนาวเย็นไปหมด!

“นี่... นี่มันเกิดอันใดขึ้น... เหมือนว่าพลังของปีศาจร้ายตนนั้นกำลังเพิ่มขึ้น!” เสียงตื่นตระหนกดังขึ้น เหล่ายอดฝีมือของทุกขุมอำนาจต่างมองราชาปีศาจผู้หม่นมืดนั้นอย่างหวาดหวั่นไม่เป็นสุข

“ไม่ใช่เหมือน แต่กำลังเพิ่มขึ้นอยู่จริงๆ!” เซียวเหรินแห่งภาคีวิญญาณขมวดคิ้วแน่น ยิ่งอานุภาพของเพลิงสีขาวแข็งแกร่งเท่าใด ก็ยิ่งหมายความว่าอุณหภูมิรอบด้านจะยิ่งหนาวเย็นเท่านั้น เพลิงสีขาวซีดลอยไหวอย่างเงียบงัน พลังจิตของทุกคนเริ่มมีเค้ารางว่าจะถูกแช่แข็ง ความสามารถในการรับรู้แคบลงอย่างมาก

“เฒ่าหลี หยุดยุ่งกับมังกรฟ้าไดเแล้ว!!” ความสามารถในการรับรู้ของท่านผู้อาวุโสเซวี่ยแข็งแกร่งที่สุด ในเวลานี้ท่านผู้เฒ่าตระหนักได้ว่า วิกฤตหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ตามการถูกกลืนกินของสติครึ่งอสูรและการเพิ่มพูนของพลัง! ความสนใจของผู้เฒ่าหลียังคงจับจ้องอยู่ที่มังกรฟ้า ท้ายที่สุดแล้วบนร่างของมังกรฟ้ายังมีเส้นชีวิตของเขาอยู่ วารีมรกต ไม่ว่าอย่างไรผู้เฒ่าหลีจะต้องชิงวารีมรกตกลับคืนมาให้ได้

“ผู้อาวุโสเซวีย ท่านรับมือไปก่อน…” หลีเซิงเริ่มร้อนรน อยากบุกให้รู้ผลเสียแล้ว

“หลีเซิง!!” ผู้อาวุโสเซวียตะโกนลั่นเสียงหนึ่ง

หลีเซิงถึงได้ตระหนักว่าเรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด เขาจึงใช้พลังจิตล็อกเป้าลงบนฉูมู่

ตอนแรกหลีเซิงยังไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ รู้สึกเพียงว่าเจ้าอสูรร้ายสะเทือนโลกตนนี้กำลังสั่งสมพลังอยู่ แต่เมื่อเขารับรู้ได้ว่าบนร่างของราชาปีศาจผู้นี้อัดแน่นไปด้วยพลังงานมหาศาล หลีเซิงก็ตกอยู่ในภาวะตะลึงงันทันที

“วารีมรกต…วารีมรกตอยู่บนตัวเขา!!” หลีเซิงร้องลั่นขึ้น!!

พลังงานของวารีมรกตนั้นหลีเซิงคุ้นเคยยิ่งนัก เพียงแต่หลีเซิงไม่มีทางคาดคิดว่าวารีมรกตจะไม่ได้อยู่บนร่างมังกรฟ้า หากแต่ได้หลอมรวมเข้าไปในร่างของราชาปีศาจตนนี้แล้ว ยิ่งทำให้เขาตกตะลึงอย่างถึงที่สุดคือ อีกฝ่ายกลับปลดผนึกตราประทับมังกรได้ ปลดปล่อยพลังมังกรอันแข็งแกร่งของวารีมรกตออกมา!!

เวลานี้ หลีเซิงจึงเข้าใจในที่สุดว่าเหตุใดในเมืองหลีเฉิงของเขาถึงปรากฏอสูรร้ายสะเทือนโลกหล้าเช่นนี้ขึ้นมา ก็เพราะสิ่งมีชีวิตอันแข็งแกร่งนี้ถูกวารีมรกตสร้างขึ้นนั่นเอง!

“ถึงตอนนี้แล้วเจ้ายังมีแก่ใจสนใจวารีมรกตอีก รีบหาทางหยุดการรวมตัวของพลังอาฆาตของมัน ไม่อย่างนั้นพวกเราจะซวยกันหมด!” ผู้อาวุโสเซวียกล่าวด้วยความเดือดดาล!

พลังอาฆาตถาโถมไม่หยุด แปรเปลี่ยนเป็นพลังของครึ่งอสูรฉูมู่อย่างต่อเนื่อง ผลของวารีมรกตเดิมทีก็อยู่ในช่วงที่เริ่มถดถอยลงแล้ว ทว่าการรวมตัวของพลังอาฆาตกลับฝืนดันให้พลังของฉูมู่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น!

สภาพของฉูมู่ก่อนหน้านี้ก็ไร้ผู้เทียบได้อยู่แล้ว ทักษะใดๆ ก็ล้วนก่อให้เกิดผลสะเทือนฟ้าดินได้ และตอนนี้พลังยังยกระดับขึ้นไปอีกขั้น เช่นนั้นก็ย่อมจะครอบครองความสามารถอันน่าสะพรึงยิ่งกว่าเดิม!!

กระแสความแค้นเคืองบีบคั้นเข้ามา ผู้อาวุโสเซวี่ยสัมผัสได้ถึงเงามรณะอันเข้มข้นที่ปกคลุมอยู่เหนือสิ่งมีชีวิตทั้งหมด นี่ไม่ใช่กลิ่นอายของการต่อสู้อีกต่อไป หากแต่เป็นกลิ่นอายของการสังหารและการทำลายล้างที่น่าสะพรึงที่สุด

“ไม่มีใครรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว! พวกเจ้าทั้งหมดกำลังหาเรื่องตาย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!” ซีหงแห่งวังฝันร้ายหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

รองเจ้าวังฝันร้ายผู้นี้กลายเป็นสาวกปีศาจไปนานแล้ว เขายืนยุยงอยู่ไกลๆ ทุกครั้งที่ได้เห็นเทพปีศาจซึ่งตนเคารพบูชาคลั่งระเบิดพลังที่แท้จริงออกมา เขาก็จะหัวเราะอย่างเสียสติ!!

อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!

ความคิดของฉูมู่แปรเป็นเพลิงอาฆาตที่เดือดดาลที่สุด ผู้คนที่อยู่ในสายตาของเขา ล้วนกลายเป็นศัตรูในภาพนั้นที่เขาเห็น กล่าวได้ว่า ฉูมู่ซึ่งดวงวิญญาณถูกเผาอย่างต่อเนื่องนั้นประสาทได้ปั่นป่วนไปแล้ว เขาแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าคนพวกนี้ที่คิดจะแย่งชิงวารีมรกตในร่างของเขามาจากฝ่ายอำนาจใดบ้าง รู้เพียงว่าพวกมันทั้งหมดคือผู้ที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมกับบิดาของเขา!!

“เจ้าสิ่งนี้จะกลายเป็นมารเต็มตัวแล้วหรือ!!”

“พลังอาฆาตมหาศาลเหลือเกิน!”

“หนีให้ไกลเท่าไรก็หนีให้ไกล!! ถ้าไม่อยากตายก็หนี!!” ผู้อาวุโสเซวี่ยบอกเหล่ายอดฝีมือทั้งหมดที่อยู่ในที่นั้นด้วยเสียงแทบสั่น

หนี? ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองหลีเฉิงต่างมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ทุกคนอัญเชิญอสูรวิญญาณหลักที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาแล้ว ยิ่งกว่านั้นยังมียอดฝีมือจากภาคีวิญญาณและจากอำนาจใหญ่ต่างๆ ที่ส่งมาจากนครเทียนเซี่ยด้วย กำลังรบเช่นนี้รวมกันแล้วกลับยังต้องเผชิญชะตาหนีหัวซุกหัวซุนอย่างนั้นหรือ?

“ตั้งสติ ทุกคนตั้งสติ มันแค่ดูดกลืนพลังอาฆาต พวกเจ้าร่วมมือกับอสูรวิญญาณ ยังควบคุมมันได้ อย่าตื่นตระหนกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพวกเราจะพังไม่เป็นท่า พวกเจ้าไม่อยากให้อสูรวิญญาณที่ติดคอขวดของตนยกระดับพลังขึ้นอีกขั้นหรือ? หรือพวกเจ้าอยากเห็นวารีมรกตที่ร้อยปีถึงจะพบสักครั้งถูกอสูรชั่วตัวนี้ย่ำยีไปอย่างนั้นหรือ!” ผู้เฒ่าหลีกับผู้อาวุโสเซวี่ยถือมุมมองที่ตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง ผู้เฒ่าหลีถูก วารีมรกตปิดบังดวงตาไปหมดแล้ว แทบไม่ตระหนักเลยว่า ฉูมู่ ในตอนนี้น่ากลัวเพียงใด!!

อสูรวิญญาณตายลงไม่หยุด ยิ่งรวมกับการตายอย่างน่าอนาถของยอดฝีมืออย่างหลัวหลิง เจตจำนงการต่อสู้ที่เพิ่งถูกจุดขึ้นของผู้คน ก็ถูกเพลิงมารของครึ่งอสูรทำให้เย็นลงไปกว่าครึ่ง ครั้นเห็นพลังของครึ่งอสูรพุ่งพรวดอย่างบ้าคลั่ง และตระหนักว่าหายนะกำลังจะมาเยือน พวกเขาจะยังมีใจจะสู้ต่อไปได้อย่างไร

หนี? ยอดฝีมือส่วนใหญ่ต่างเชื่อฟังความเห็นของผู้อาวุโสเซวี่ย หนีให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้! ทว่า ยอดฝีมือเหล่านี้จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ตอนที่พวกเขาตัดสินใจหนีนั้น ก็สายเกินไปแล้ว

หากพวกเขาสามารถออกจากสนามรบได้ตั้งแต่ตอนที่ความอาฆาตของฉูมู่ยังไม่รวมตัวเข้ามาในร่างอย่างสมบูรณ์ บางทีอาจยังทัน แต่ตอนนี้ เนตรวิญญาณของฉูมู่กวาดผ่าน ใบหน้าของอสูรวิญญาณและผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณเหล่านี้ ล้วนถูกครึ่งอสูรผู้คลุ้มคลั่งล็อกเป็นศัตรูทั้งหมดแล้ว สำหรับครึ่งอสูร ตราบใดที่เป็นศัตรูที่ถูกล็อกไว้ ไม่ว่าปลายฟ้าสุดทะเล ก็ต้องลบมันออกไปจากโลกนี้ให้สิ้น!!”

“ราชาวานรเมฆา จับเขาไว้ อย่าให้ทุกคนสูญเสียความเชื่อมั่นในการต่อสู้!!” ดวงตาของผู้เฒ่าหลีแดงก่ำไปแล้ว

วารีมรกต คลายผนึกมังกรแล้ว นั่นหมายความว่าเพียงดูดซับอย่างสมบูรณ์ ก็จะยกระดับขึ้นได้จริงหนึ่งระดับ หากนำวารีมรกตนี้ไปชำระล้างจักรพรรดิปีศาจฉืออวี่ของเขา เช่นนั้นเขาจะมีอสูรวิญญาณระดับสิบ สายพันธุ์จักรพรรดิชั้นสูง หนึ่งตัว!

สายพันธุ์จักรพรรดิชั้นสูง นี่คือระดับที่ผู้เฒ่าหลีไม่มีวันเอื้อมถึงตลอดชีวิต แต่กลับใฝ่ฝันมานับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้ ไม่ว่าจะต้องจ่ายราคาใหญ่เพียงใด หลีเซิงก็ต้องชิงวารีมรกตนี้มาให้ได้!!

ราชาวานรเมฆาเหยียบย่างเหินเดินอยู่ท่ามกลางชั้นเมฆ ร่างมหึมาดุจภูเขาเนื้อของมันกระแทกเหยียบลงอย่างหนักหน่วงตรงหน้าฉูมู่ที่ถูกห่อหุ้มด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย หางงูเมฆาเริ่มม้วนตวัด ไอเมฆสีขาวพลันแปรเป็นงูยักษ์นับไม่ถ้วนที่ขดกายลอยค้างอยู่กลางอากาศ บิดเรือนร่างอย่างดุร้ายน่าสะพรึง กลัดรัดเงาร่างเล็กจ้อยของฉูมู่ไว้ภายในจนมิด!

ใบหน้าของฉูมู่ราวกับหน้ากากเงิน ก่อนหน้านี้สีหน้าก็เย็นเฉียบปนความเลื่อนลอยอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ ใบหน้าสีเงินของฉูมู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นปีศาจโดยสิ้นเชิง เนตรวิญญาณที่สาดประกายชั่วร้ายและโทสะปะทุ จมูกสีเงินคมชัดเป็นสัน มุมปากฉีกขึ้นเป็นเส้นโค้งที่โหดเหี้ยมและกราดเกรี้ยวที่สุด

ในที่สุด ฉูมู่ก็ขยับแล้ว และนั่นก็หมายความว่า ฝันร้ายกำลังจะกวาดถล่มทั้งเมืองหลีเฉิง นำตราประทับอันชั่วร้ายที่ไม่มีวันลบเลือนไปได้มาสู่เมืองหลีเฉิงอันเก่าแก่แห่งนี้!!

จบบทที่ อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 300 อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!

คัดลอกลิงก์แล้ว