เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180 - แผนการสร้างโรงงานแปรรูปผลไม้

บทที่ 180 - แผนการสร้างโรงงานแปรรูปผลไม้

บทที่ 180 - แผนการสร้างโรงงานแปรรูปผลไม้


บทที่ 180 - แผนการสร้างโรงงานแปรรูปผลไม้

ฉากการเปลี่ยนท่าทีแบบ 180 องศานี้ ทำเอาสวี่ลี่ถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก เขาแอบนึกในใจว่า เมื่อกี้ไอ้คนที่เอาเป็นเอาตายไม่ยอมให้เข้าบ้าน แถมจะไล่ตะเพิดพวกเราออกไปน่ะ มันไม่ใช่พ่อของผมหรอกเหรอ

ทำไมพอเห็นเงินปุ๊บ ถึงแทบจะจำลูกชายตัวเองไม่ได้แบบนี้ล่ะเนี่ย

ก็นับว่าสุดยอดไปเลยจริงๆ

หลังจากที่ได้นั่งพูดคุยกัน เยี่ยอวี่ก็ทราบข้อมูลจากสวี่ไห่ว่า ผลไม้ในหมู่บ้านเสี่ยวกว่างของพวกเขานั้นได้ทำสัญญากับผู้จัดจำหน่ายรายหนึ่งในเมืองไว้เรียบร้อยแล้ว และผลไม้ทั้งหมดจะต้องถูกส่งไปขายให้กับเจ้านั้นเพียงผู้เดียว

เหตุผลที่ทำเช่นนั้นก็เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยง เพราะไม่ต้องกังวลว่าผลไม้จะขายไม่ออกจนเน่าเสียคาสวน

"เถ้าแก่เยี่ยครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ พวกเราทำงานกับซัพพลายเออร์เจ้านั้นมาหลายปีแล้ว และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นเลย ความสัมพันธ์ของเรามันมั่นคงมาก และอย่างที่ท่านก็น่าจะเข้าใจดีว่าในยุคสมัยแบบนี้ ความมั่นคงคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าผมยกเลิกสัญญากับเขา แล้วจู่ๆ ทางฝั่งของท่านเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาจนไม่สามารถรับซื้อผลไม้จากเราได้ ผมจะไปหาใครมารับผิดชอบล่ะครับ ผมต้องให้คำตอบที่ชัดเจนกับชาวบ้านทุกคนด้วย"

คำตอบของสวี่ไห่นั้นเป็นสิ่งที่เยี่ยอวี่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

ดังนั้นเขาจึงเตรียมแผนการรับมือไว้เรียบร้อย "ท่านหัวหน้าหมู่บ้านสวี่ครับ เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจของผม ผมเตรียมที่จะเข้ามาสร้าง 'โรงงานแปรรูปผลไม้' ขึ้นในหมู่บ้านเสี่ยวกว่างแห่งนี้เลยครับ ถึงตอนนั้นผลไม้ในหมู่บ้านเสี่ยวกว่างจะสามารถนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปได้ทันทีโดยไม่ต้องขนย้ายไปไหนไกล และผลไม้ที่แปรรูปเสร็จแล้วก็จะถูกขนส่งจากหมู่บ้านไปยังบริษัทอาหารของผม เพื่อผลิตเป็นปลากระป๋องหรืออาหารสำเร็จรูปออกวางจำหน่ายต่อไป

วิธีการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผมลดต้นทุนในการขนส่งได้มหาศาล แต่โรงงานแปรรูปของผมยังสามารถรับชาวบ้านในหมู่บ้านเสี่ยวกว่างเข้ามาทำงานเป็นพนักงานได้โดยตรง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มอัตราการจ้างงานและรายได้ให้กับหมู่บ้านด้วย และนี่คือเหตุผลที่ผมนำเงินก้อนนี้มาด้วยครับ เงินก้อนนี้คือทุนเริ่มต้นในการสร้างโรงงาน ในเมื่อโรงงานตั้งอยู่ที่นี่แล้ว ท่านหัวหน้าหมู่บ้านสวี่ยังต้องกังวลว่าผมจะหนีไปไหนอีกไหมครับ"

ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ สวี่ไห่ที่เดิมทีไม่อยากจะสนทนาเรื่องสวนผลไม้ต่อ ก็พลันมีประกายแห่งความหวังผุดขึ้นในดวงตาทันที

"โรงงานแปรรูปผลไม้ ... รับชาวบ้านในหมู่บ้านเข้าทำงานงั้นเหรอ"

"ซี๊ด !"

สวี่ไห่ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความตื่นเต้นเมื่อเริ่มจินตนาการถึงภาพนั้น

เมื่อเห็นว่าสวี่ไห่เริ่มมีท่าทีโอนอ่อนตาม เยี่ยอวี่จึงรีบเพิ่มข้อเสนอที่เย้ายวนใจเข้าไปอีก "นอกจากนี้ ในส่วนของทีมขนส่งผลไม้ ผมก็จะให้ทางหมู่บ้านเสี่ยวกว่างเป็นผู้จัดตั้งและรับเหมาดำเนินการเองทั้งหมด ซึ่งนี่ก็หมายถึงตำแหน่งงานและรายได้ที่เพิ่มขึ้นสำหรับชาวบ้าน ท่านหัวหน้าหมู่บ้านครับ ท่านเคยเป็นทหารมาก่อน ท่านย่อมต้องเข้าใจความรู้สึกของลูกผู้ชายที่ต้องออกไปทำงานไกลบ้าน ทิ้งให้ลูกเมียรอคอยอยู่ที่บ้านด้วยความคิดถึงใช่ไหมครับ แต่ถ้าหมู่บ้านของเรามีที่ให้ทำงาน ชาวบ้านที่เคยออกไปรับจ้างข้างนอกก็จะได้กลับมาทำงานที่บ้าน ได้เจอหน้าลูกเมียทุกวัน นี่แหละครับคือความสุขในครอบครัวที่แท้จริง และถ้าธุรกิจของผมไปได้สวย ผมให้สัญญากับท่านหัวหน้าหมู่บ้านเลยว่า ผมจะบริจาคเงินสร้างโรงเรียนให้หมู่บ้านเสี่ยวกว่างแห่งนี้หนึ่งหลัง !"

"สร้างโรงเรียนเหรอ !"

"พระเจ้าช่วย !!"

เสียงอุทานนี้มาจากสวี่ลี่ที่ตะโกนออกมาด้วยความตกตะลึง ในขณะเดียวกันเขาก็รีบคว้าแขนของสวี่ไห่ผู้เป็นพ่อพลางเขย่าอย่างแรง "พ่อ ! มัวอึ้งอะไรอยู่อีก รีบตกลงกับเถ้าแก่เยี่ยเร็วเข้าสิครับ ! ถ้าหมู่บ้านของเรามีโรงเรียนจริงๆ และโรงเรียนนี้เกิดขึ้นจากฝีมือการนำเข้าของพ่อนะ ตระกูลสวี่ของเราคงได้จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านให้คนรุ่นหลังเคารพไปชั่วลูกชั่วหลานแน่ๆ เผลอๆ ชาวบ้านอาจจะสร้างศาลาคุณงามความดีให้พ่อเลยนะเนี่ย นี่คือกิจกุศลที่ยิ่งใหญ่และเป็นการสร้างประโยชน์ให้แก่ชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านเสี่ยวกว่างเลยนะพ่อ !"

แม่ของสวี่ลี่ที่บังเอิญได้ยินบทสนทนานี้ทั้งหมด ก็ทนไม่ไหวจนต้องเดินออกมาจากห้องด้านในแล้วพูดกับสวี่ไห่ทันที "ตาแก่นี่ เรื่องชื่อเสียงของตระกูลเราน่ะเอาไว้ก่อนเถอะ แต่ถ้าหมู่บ้านเรามีโรงเรียนจริงๆ เด็กๆ ในหมู่บ้านก็จะได้ไม่ต้องลำบากตื่นแต่เช้ามืดตั้งแต่ตีสามตีสี่เพื่อเดินเท้าไปเรียนที่โรงเรียนในอำเภออีกแล้ว เมื่อวานฉันฟังแม่ของเจ้าหนูสองคนข้างบ้านเล่าให้ฟัง ฉันนี่สงสารเด็กๆ จนน้ำตาแทบไหล เด็กตัวแค่นี้ต้องเดินเท้าเป็นสิบๆ ลี้ทุกเช้าจนเท้าพองไปหมด บางที่ก็แตกจนเลือดชิบ แต่เด็กมันก็ไม่กล้าบอกผู้ใหญ่ ได้แต่ทนเจ็บอยู่คนเดียว เมื่อวานแม่เจ้าหนูนั่นเห็นเลือดที่ถุงเท้าลูกถึงกับกอดฉันร้องไห้โฮ บอกว่าการที่ลูกจะได้เรียนหนังสือนี่มันช่างลำบากเหลือเกิน สามีก็ไม่อยู่บ้านเธอเลยไม่รู้จะไปปรึกษาใคร เลยมาระบายให้ฉันฟังจนหมดเปลือก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ฉันว่าดีนะ และเถ้าแก่เยี่ยเขาก็บอกแล้วว่าจะสร้างโรงงานให้ก่อน ในเมื่อมีโรงงานตั้งอยู่ตรงหน้าเราแล้วเราจะกลัวอะไรล่ะ เขาคงไม่ทิ้งโรงงานแล้วหนีไปเฉยๆ หรอกใช่ไหม"

เมื่อมองไปที่เงินสดหนึ่งแสนหยวนที่วางอยู่บนโต๊ะ แม้แต่แม่ของสวี่ลี่ก็เปลี่ยนมาอยู่ข้างเดียวกับสวี่ลี่และร่วมกันโน้มน้าวใจสวี่ไห่อย่างเต็มที่

"ใช่ๆๆ แม่พูดถูกที่สุดเลยครับพ่อ นอกจากนี้โรงงานของเถ้าแก่เยี่ยและทีมขนส่งที่จะเกิดขึ้นตามมา มันคือตำแหน่งงานทั้งนั้นเลยนะ คราวนี้ผู้ชายในหมู่บ้านที่ต้องออกไปรับจ้างข้างนอกก็จะได้กลับมาทำงานที่บ้านเหมือนที่เถ้าแก่เยี่ยบอกจริงๆ นี่แหละคือความสุขที่แท้จริง พ่อครับ ถ้าพ่อไม่ยอมตกลงเรื่องนี้นะ ผม ... ผม ... ผมจะขอตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับพ่อเดี๋ยวนี้เลย !"

ในช่วงท้าย สวี่ลี่ถึงกับงัดไม้ตายเรื่องการตัดขาดความเป็นพ่อลูกมาขู่สวี่ไห่เลยทีเดียว

สวี่ไห่ที่ถูกสองแม่ลูกรุมเร้าจนมึนไปหมด แอบนึกในใจว่าฉันก็ยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะไม่ตกลง พวกแกสองคนนี่มันยังไงกันเนี่ย ทำไมถึงได้สามัคคีกันขนาดนี้ ถ้าไม่ติดว่ารู้ใจเมียดีว่าแทบจะไม่เคยออกไปไหนเลย สวี่ไห่คงหลงคิดไปแล้วว่านอกจากลูกชายแล้ว แม้แต่เมียของเขาก็คงถูกไอ้หนุ่มเยี่ยอวี่คนนี้ซื้อตัวไปแล้วแน่ๆ

แต่ก็นะ จะไปโทษเมียเขาก็ไม่ได้ที่ตื่นเต้นขนาดนี้ เพราะข้อเสนอและผลประโยชน์ที่เยี่ยอวี่หยิบยื่นให้นั้นมันช่างล่อใจจนยากจะปฏิเสธจริงๆ

ทั้งการรับซื้อผลไม้สิทธิ์ขาด การสร้างโรงงานแปรรูปในหมู่บ้าน และถ้าไปได้ดีก็จะบริจาคโรงเรียนให้อีก

ถ้าเป็นแค่คำพูดลอยๆ สวี่ไห่ก็คงต้องขอเวลาคิดทบทวนและตรวจสอบดูสักหน่อยว่าไอ้หนุ่มตรงหน้านี่มันแค่มาวาดฝันให้เขาดูหรือเปล่า

แต่ทว่า เมื่อภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือเงินสดหนึ่งแสนหยวนที่เป็นทุนในการสร้างโรงงานแปรรูป สวี่ไห่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป แอบหยิกตัวเองว่านี่ฉันดื่มเหล้าจนหลอนไปเอง หรือว่ากำลังฝันกลางวันอยู่กันแน่ เพราะความโชคดีนี้มันช่างถาโถมเข้ามาเร็วเกินตั้งตัวจริงๆ

ส่วนทางด้านเยี่ยอวี่ที่ได้ฟังเรื่องราวเด็กน้อยต้องตื่นแต่เช้ามืดเดินเท้าไปโรงเรียนจนเท้าพองเลือดออก จากปากของเมียหัวหน้าหมู่บ้าน เขาก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างหนักและได้ประกาศออกมาต่อหน้าทุกคนทันที "หมู่บ้านเสี่ยวกว่างอยู่ห่างจากโรงเรียนมัธยมหนึ่งของอำเภอตั้งยี่สิบลี้ การที่เด็กๆ ต้องเดินเท้าไปเรียนแบบนั้นมันช่างลำบากเกินไปจริงๆ ครับ สุดท้ายไม่ว่าข้อตกลงระหว่างผมกับหมู่บ้านเสี่ยวกว่างจะออกมาในทิศทางไหน ผมขอประกาศมอบรถจักรยานห้าสิบคันให้กับหมู่บ้านเสี่ยวกว่าง เพื่อเป็นพาหนะให้เด็กๆ ได้ใช้ขี่ไปเรียนในทุกๆ วันครับ !"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 180 - แผนการสร้างโรงงานแปรรูปผลไม้

คัดลอกลิงก์แล้ว