- หน้าแรก
- ระบบเทพเจ้ามาสาย ขอแกงเด็กในทวีปโต้วหลัว
- บทที่ 1 ทูตวิญญาณลู่หลี กับระบบที่มาสายไปสิบแปดปี
บทที่ 1 ทูตวิญญาณลู่หลี กับระบบที่มาสายไปสิบแปดปี
บทที่ 1 ทูตวิญญาณลู่หลี กับระบบที่มาสายไปสิบแปดปี
บทที่ 1 ทูตวิญญาณลู่หลี กับระบบที่มาสายไปสิบแปดปี
ทวีปโต้วหลัว
นับตั้งแต่บุตรสาวของถังซานจุติลงมายังโลกมนุษย์เพื่อขัดเกลาตนเองเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน และได้บรรลุขึ้นสู่แดนเทพพร้อมกับเทพอารมณ์ ไต้อวี่ห้าว ยุคสมัยใหม่ก็ได้มาเยือน
สหพันธ์สุริยันจันทรา
"พี่ลู่หลีเคยบอกข้าว่า..."
"เราจะพบกันอีกครั้งที่เมืองตงไห่!"
ณ เมืองอ้าวไหล เด็กชายตัวน้อยผู้กำลังบอกลาบ้านเกิดกะพริบตา สูดหายใจเข้าลึก และเอ่ยออกมาด้วยแววตามุ่งมั่น
เขาจะต้องกลายเป็นวิญญาจารย์ผู้แข็งแกร่งให้จงได้!
ระหว่างที่คิด เขาก็กระชับจดหมายแนะนำในมือแน่น แล้วก้าวเดินไปยังจุดลงทะเบียน
เขาชื่อถังอู่หลิน มีวิญญาณยุทธ์คือหญ้าเงินคราม เป็นวิญญาจารย์สายควบคุมระดับสิบสี่ และความฝันของเขาคือทะเลและหมู่ดาว...
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง
เมืองเชร็ค สำนักงานใหญ่หอคอยวิญญาณ
"ได้เวลาแล้วสินะ"
"ถึงเวลาต้องไปบอกลาอาจารย์แล้ว"
ภายในหอคอยวิญญาณสวรรค์ ชายหนุ่มรูปงามปรากฏตัวขึ้นที่ชั้นบนสุด เขาดูเหมือนจะมีอายุราวๆ ยี่สิบต้นๆ รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับสวรรค์สรรค์สร้าง
เมื่อมองไปยังห้องทำงานของรองเจ้าหอคอยที่อยู่เบื้องหน้า เขาทำท่าจะกดกริ่ง ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังอย่างแผ่วเบา
"เสี่ยวหลี มีธุระอะไรกับข้าหรือเปล่า"
และในวินาทีนั้นเอง หญิงสาวผู้งดงามสะกดสายตาก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า
นางเป็นหญิงสาวข้าแดง ดูอายุราวๆ สามสิบปี มีรูปโฉมงดงามเหนือคำบรรยาย แผ่ซ่านเสน่ห์ออกมาในทุกท่วงท่า
แม้จะสวมใส่เพียงเสื้อผ้าเรียบง่ายธรรมดา แต่ก็ไม่อาจปกปิดทรวดทรงองค์เอวอันงดงามที่ทำให้หลายคนต้องอิจฉาได้เลย
นางไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เหลิ่งเหยาจู้ หนึ่งในยอดฝีมือระดับแนวหน้าของทวีป รองเจ้าหอคอยวิญญาณ ซูเปอร์โต้วหลัวระดับเก้าสิบแปด และผู้ครอบครองเกราะยุทธ์สี่อักษร
"อาจารย์"
เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหว ชายหนุ่มก็หันขวับกลับมามองหญิงสาวตรงหน้าทันที ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นอย่างน่ามองพลางกล่าวทักทายด้วยความเคารพ
เขาชื่อลู่หลี ปีนี้อายุสิบแปดปี มีวิญญาณยุทธ์คือราชามังกรศักดิ์สิทธิ์สีทอง เป็นปรมาจารย์เกราะยุทธ์สามอักษร และเป็นหนึ่งในสี่ทูตวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่แห่งหอคอยวิญญาณ
เขาคือผู้ท้าชิงตำแหน่งเจ้าหอคอยวิญญาณคนต่อไปที่ทรงอิทธิพลที่สุด และเมื่อไม่นานมานี้ เขาก็เพิ่งจะทะลวงระดับเข้าสู่ราชทินนามโต้วหลัวได้อย่างโชคดี
เขาสามารถทำลายสถิติในหน้าประวัติศาสตร์ของอวิ๋นหมิงได้อย่างเฉียดฉิว และกลายเป็นหนึ่งในทำเนียบผู้ทรงอิทธิพลแห่งทวีปโต้วหลัว
นอกจากนี้เขายังติดอันดับในทำเนียบผู้ที่มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปี ซึ่งถือเป็นการดำรงอยู่ที่เหนือล้ำทะลุมิติในทำเนียบอัจฉริยะรุ่นเยาว์ เพราะในขณะที่คนอื่นยังเป็นเพียงราชาวิญญาณ แต่บางคนกลับกลายเป็นราชทินนามโต้วหลัวไปแล้ว...
จริงไหมล่ะ เชียนกู่จางถิง
"เข้ามาคุยข้างในเถอะ"
เหลิ่งเหยาจู้ปรายตามองเขา ก่อนจะยิ้มแล้วละสายตาไป นางก้าวไปข้างหน้าเพื่อเปิดประตูห้องทำงาน
"ครับ อาจารย์"
ลู่หลีขานรับแล้วเดินตามนางเข้าไป
"อาจารย์ครับ ในช่วงเวลาหลังจากนี้ ข้าคงจะ..."
ในวินาทีต่อมา เขาทำท่าจะเอ่ยปากพูด แต่คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเดาอะไรบางอย่างออกแล้วพูดแทรกขึ้นมาก่อน
"ดูเหมือนเจ้ากำลังเตรียมตัวจะออกเดินทางอีกแล้วสินะ เหมือนคราวก่อนที่เจ้าไปเมืองอ้าวไหล ใช่หรือไม่"
เหลิ่งเหยาจู้ปัดความคิดที่สับสนวุ่นวายทิ้งไป นางทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ มองชายหนุ่มตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม
"โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาล ข้าก็แค่อยากจะออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างน่ะครับ"
"อีกอย่าง ข้าจะมัวแต่เก็บตัวฝึกฝนอยู่แต่ในหอคอยวิญญาณตลอดไปไม่ได้หรอกครับอาจารย์ การฝึกฝนหลังจากบรรลุระดับราชทินนามโต้วหลัวแล้วคงไม่รวดเร็วนักหรอก"
ลู่หลีกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉยเจือรอยยิ้ม
"ออกไปเปิดหูเปิดตางั้นหรือ..."
"คราวก่อนเจ้าก็พูดเช่นนี้ ออกไปไม่กี่วันก็ตกแฟนคลับตัวน้อยมาได้ถึงสองคน เป็นอัจฉริยะช่างตีเหล็กที่มีวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามคนหนึ่ง กับอีกคนชื่ออะไรนะ... นาเอ๋อร์"
เหลิ่งเหยาจู้ปรายตามองเขาพร้อมบ่นออกมาอย่างอ่อนใจ นางได้ยินมาว่าแฟนคลับตัวน้อยคนนั้นถึงกับลั่นวาจาว่าโตขึ้นอยากจะมาเป็นภรรยาของศิษย์นางเสียด้วย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาเป็นถึงราชทินนามโต้วหลัวแล้ว การมัวแต่เก็บตัวฝึกฝนอยู่กับที่คงไม่เหมาะกับเขาอีกต่อไป...
"เอาเถอะ ระดับการฝึกฝนของเจ้าก็เพียงพอแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าควรจะออกไปท่องโลกกว้างเสียที ส่วนเรื่องการจัดการในอนาคตก็แล้วแต่เจ้าจะตัดสินใจ"
เหลิ่งเหยาจู้จ้องมองศิษย์รักด้วยแววตาลึกซึ้ง ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม
นางเฝ้ามองเขาเติบโตมาตั้งแต่เด็ก
เก้าขวบเป็นอัคราจารย์วิญญาณ สิบขวบเป็นปรมาจารย์วิญญาณ สิบเอ็ดขวบเป็นราชาวิญญาณ สิบสองขวบเป็นจักรพรรดิวิญญาณ สิบสี่ขวบเป็นมหาปราชญ์วิญญาณ สิบหกขวบเป็นวิญญาณพรหมจารย์...
เมื่อไม่นานมานี้เขาก็บรรลุระดับราชทินนามโต้วหลัว ทั้งที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ พรสวรรค์ระดับนี้ช่างเหนือล้ำยิ่งกว่าพวกสัตว์ประหลาดแห่งเชร็คเสียอีก เรียกได้ว่าเป็นอวิ๋นหมิงรุ่นที่สองฉบับเสริมแกร่งเลยก็ว่าได้
ศิษย์ของนางจะต้องผงาดขึ้นเหนือสรวงสวรรค์อย่างแน่นอน!
"หากเจ้าพบเจออันตราย จงอ้างชื่อข้าแล้วไปขอความช่วยเหลือจากหอคอยวิญญาณในพื้นที่... ช่างเถอะ ความแข็งแกร่งของเจ้าเหนือกว่าพวกเจ้าหอคอยเหล่านั้นเสียอีก"
เหลิ่งเหยาจู้พูดจบก็รีบส่ายหน้า ก่อนจะหยิบบัตรเงินฝากสีดำทองออกมาจากอุปกรณ์วิญญาณของนาง
"บัตรใบนี้มีเงินอยู่ประมาณสิบล้านเหรียญสหพันธ์ ข้าก็รู้ว่าเจ้าไม่ได้ใส่ใจเรื่องเงินทองนัก แต่ออกไปเที่ยวเล่น... เอ้ย ออกไปฝึกฝน ยังไงก็ต้องใช้เงิน"
"แต่ห้ามไปทำตัวเจ้าชู้เด็ดขาดนะ"
เหลิ่งเหยาจู้จ้องมองเขาเขม็ง ดูคล้ายจะเป็นการตักเตือน แต่กลับแฝงความเฉียบขาดเอาไว้มากกว่านั้น
"ครับ ขอบคุณครับอาจารย์"
ลู่หลีไม่ได้ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย แม้ในฐานะช่างตีเหล็กระดับแปด เขาจะไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองเลยก็ตาม แต่เขาจะปฏิเสธความหวังดีของอาจารย์ได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับทรัพยากรต่างๆ ที่อาจารย์เคยมอบให้เขาในอดีต เงินก้อนนี้ถือเป็นสิ่งของธรรมดาสามัญที่สุดแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะครับอาจารย์"
"คราวหน้าถ้ากลับมา ข้าจะซื้อของฝากมาให้ด้วย"
ในเวลานี้ ลู่หลีดูราวกับลูกศิษย์ผู้แสนดีที่รับของขวัญแล้วก็เตรียมจากไป เขาทิ้งรอยยิ้มสดใสเอาไว้เบื้องหลัง ก่อนที่ร่างจะกะพริบวูบและหายวับไปในพริบตา
ทว่า ทันทีที่เขาก้าวออกจากหอคอยวิญญาณสวรรค์ ปีกแสงสีทองแดงที่สอดประสานกันก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลัง ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปไกลลับตาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"เจ้าเด็กบ้า"
"ใครอยากได้ของฝากจากเจ้ากัน"
เมื่อมองดูแผ่นหลังที่จากไป เหลิ่งเหยาจู้ก็เบ้ปากอย่างอ่อนใจ เขาจากไปแล้วจริงๆ
"จะว่าไปแล้ว เมื่อก่อนเขายังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ อยู่เลย เผลอแป๊บเดียวก็โตขนาดนี้แล้ว"
"เขาไม่ได้อยู่ในวัยที่ข้าจะจับมากอดได้ตามใจชอบอีกแล้ว น่าหงุดหงิดเสียจริง..."
"…"
บ่ายวันนั้น ณ เมืองตงไห่
"เมืองตงไห่ มาถึงแล้ว"
"ไม่รู้ว่าตอนนี้เสี่ยวอู่หลินเป็นอย่างไรบ้างแล้ว การพัฒนาของวงแหวนวิญญาณร้อยปียังมีขีดจำกัดอยู่มาก แถมยังต้องแบ่งเวลาไปฝึกตีเหล็กอีก ป่านนี้คงอยู่แค่ระดับสิบสามหรือสิบสี่เท่านั้นกระมัง"
ร่างของลู่หลีร่อนลงที่นอกเมือง ก่อนจะรีบเดินตรงเข้าไปในเมืองพลางพึมพำกับตัวเอง
แล้วก็นาเอ๋อร์ สายเลือดของราชามังกรเงิน...
การที่นางไปฝากตัวเป็นศิษย์ของอวิ๋นหมิงก็ไม่ได้แย่อะไร แต่บางทีข้าอาจจะต้องแวะไปดูนางเสียหน่อย นอกเหนือจากสติปัญญาอันน่าทึ่งของราชามังกรเงินแล้ว ข้าจะยอมให้นางกลายเป็นส่วนหนึ่งของความรุ่งโรจน์แห่งเชร็คไม่ได้เด็ดขาด
"สามปีผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่พอลองคิดดูให้ดี นี่ก็สิบแปดปีเข้าไปแล้วนับตั้งแต่ข้าลืมตาดูโลกใบนี้ เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วราวกับดีดนิ้วจริงๆ"
ลู่หลีหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย
แน่นอนว่าเขาคือผู้ข้ามมิติมาเกิดใหม่
สิบแปดปีผ่านไปนับตั้งแต่เขามาเยือนโลกใบนี้ครั้งแรก จากเด็กทารกกำพร้าไร้ที่พึ่งที่อาจารย์เก็บมาเลี้ยงดู
ตอนที่เขามาถึง เขามีเพียงตัวเปล่าเล่าเปลือย ไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าติดกาย แต่วันนี้ เขากลับกลายเป็นราชทินนามโต้วหลัวที่อายุน้อยที่สุดในโลกไปแล้ว
ความสำเร็จของลู่หลีในวันนี้ แยกไม่ออกจากความเอาใจใส่ของอาจารย์ และยิ่งแยกไม่ออกจากหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเขาเอง เหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก...
นั่นเป็นเพราะเขาไม่มีสิ่งที่เรียกว่า นิ้วทองคำ และเมื่อไม่มีสูตรโกง เขาก็ย่อมต้องฝึกฝนให้หนักหน่วงกว่าเดิมเป็นธรรมดา!
"การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับตัวเอกอย่างเสี่ยวถัง และตีสนิทกับราชามังกรเงิน สองตัวเอกผู้ยิ่งใหญ่! ความสำเร็จในอนาคตของข้าคงจะอยู่อีกไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว..."
ลู่หลีคิดเงียบๆ ในใจ ในเมื่อไม่มีสูตรโกง เขาก็ทำได้เพียงลงทุนในตัวว่าที่จักรพรรดิมังกรโต้วหลัวในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวิญญาณยุทธ์ของเขาจัดอยู่ในระดับแนวหน้า เป็นรองก็เพียงแค่นางเท่านั้น
ราชามังกรศักดิ์สิทธิ์สีทอง วิญญาณยุทธ์สายมังกรที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์โต้วหลัว ก็คือวิญญาณยุทธ์ของเขาเช่นกัน แต่เขารู้ดีว่าในอนาคตมันจะถูกสะกดข่มเอาไว้มากเพียงใด
แต่โชคดีที่ตัวเอกของยุคนี้คือเจ้าหนูถังอู่หลิน ผู้เพียบพร้อมไปด้วยพรสวรรค์และนิสัยใจคอ อย่างน้อยในช่วงแรกเริ่ม เขาก็ถือเป็นเด็กหนุ่มน้ำดีแห่งโต้วหลัวอย่างไม่ต้องสงสัย
พวกท่านเข้าใจถึงคุณค่าที่แท้จริงของรุ่นที่สามหรือไม่ล่ะ
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด ในขณะที่ร่างของเขาเดินผ่านสถานีรถไฟอุปกรณ์วิญญาณเมืองตงไห่ จู่ๆ ก็มีเสียงเครื่องจักรดังขึ้นในหัว
[เปิดใช้งานระบบวิวัฒนาการขั้นสุดยอด]
[ติ๊ง ผูกมัดสำเร็จ]
"ระบบ...?"
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ลู่หลีก็ชะงักงันไป ความยินดีฉายชัดขึ้นบนใบหน้า
แม้เขาจะเลิกคาดหวังเรื่องสูตรโกงไปตั้งนานแล้ว แต่การมีกับไม่มีมันก็เป็นคนละเรื่องกัน ในยุคที่ราชามังกรห้ำหั่นกันเช่นนี้ ใครบ้างล่ะจะไม่อยากมีความมั่นใจที่มากขึ้น
แต่ไม่นานนัก เขาก็ยิ้มไม่ออกอีกต่อไป
[นายท่านผู้ยิ่งใหญ่ ขอแสดงความยินดีด้วยที่ท่านบรรลุถึงระดับวิญญาจารย์ขั้นสิบเอ็ด ด้วยความแข็งแกร่งของท่าน ท่านสามารถเข้าศึกษาในสถาบันระดับกลางที่ดีที่สุดในเมืองตงไห่ได้อย่างแน่นอน]
[ภารกิจปัจจุบัน สมัครเข้าเรียนที่สถาบันตงไห่ และได้รับการยอมรับจากเหล่าอาจารย์ในสถาบัน]
[รางวัลภารกิจ อายุวงแหวนวิญญาณเพิ่มขึ้นร้อยละยี่สิบ]
[มุ่งไปข้างหน้าเลย นายท่านผู้ยิ่งใหญ่]
"...?"
ใบหน้าของลู่หลีแข็งค้าง เมื่อมองดูหน้าต่างภารกิจที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เขาก็ถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
ข่าวดี เขามีระบบแล้ว
ข่าวร้าย นี่มันไม่พื้นฐานเกินไปหน่อยหรือ
เขา ราชทินนามโต้วหลัวระดับเก้าสิบเอ็ดเนี่ยนะ จะให้ไปสมัครเข้าเรียนที่สถาบันตงไห่
"…"
ปล. นิยายเรื่องใหม่พร้อมออกเดินทางแล้ว!