เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 655 พลังงาน

บทที่ 655 พลังงาน

บทที่ 655 พลังงาน


บทที่ 655 พลังงาน

สุสานทดลองดัดแปลงมาจากอาคารจัดแสดงนิทรรศการเทคโนโลยี

กินพื้นที่หลายพันตารางเมตร และมีความสูงกว่าสิบเมตร

ในเวลานี้ ภายในอาคารสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ

หลิวตี้ยืนอยู่ตรงกลางห้อง จ้องมองเศษซากดาวหางฮัลเลย์อย่างพินิจพิเคราะห์

เขาไม่ได้ลงมือทำอะไรบุ่มบ่าม

แต่กำลังวิเคราะห์เครื่องจักร 'อนุภาคจิตสำนึก' ที่หลิวเจิ้งชิงทิ้งไว้ในหัวอย่างละเอียด

ในมุมมองของหลิวตี้ ปรากฏภาพโครงสร้าง 3 มิติของเครื่องจักรขึ้นมาแล้ว

มันเป็นการรวบรวมข้อมูลจากแบบแปลนสิทธิบัตรของศูนย์ระบบประสาทสมองแห่งโลกที่สอง โครงสร้างของปากกาลูกลื่นโลหะ และเครื่องจักรจำลองที่เขาเห็นกับตาในห้องใต้ดินของโรงไฟฟ้าพลังน้ำสำนักมั่ว

ตอนนี้ อัตราการจำลองเครื่องจักรเครื่องนี้ มีความสมบูรณ์ถึง 99% แล้ว

ส่วนอีก 1% ที่เหลือ คือตัวแปรที่ไม่อาจคาดเดาได้

ม่อถงอธิบายว่า "หลักการทำงานของเครื่องจักรเครื่องนี้ คือการดึงพลังงานมหาศาลมายิงถล่มนิวเคลียสของอะตอมในโมเลกุลทั้งหมดที่อยู่ในอากาศอย่างไม่เลือกหน้าครับ"

"มันก็คล้ายๆ กับปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันนั่นแหละครับ เพียงแต่เป้าหมายของมันไม่ใช่สารกัมมันตรังสีอย่างยูเรเนียม"

"พูดง่ายๆ ก็คือ มันต้องการจะทำลายมิติแห่งความเป็นจริงให้แหลกสลายครับ"

หลิวตี้พยักหน้า

เขาจ้องมองไปยังห้องทดลองขนาดเล็กที่กว้างไม่ถึง 3 ตารางเมตร ซึ่งเป็นจุดที่ให้ผู้ทดลองยืน

การยิงถล่มโมเลกุลทั้งหมดในนั้นอย่างไม่เลือกหน้า ต่อให้เป็นพื้นที่เล็กๆ แค่นั้น ก็ยังต้องใช้พลังงานมหาศาลจนแทบจะจินตนาการไม่ออก

พลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำของมั่วอวี้ เทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวของพลังงานที่ต้องใช้

แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ

หลิวเจิ้งชิงทำสำเร็จแล้ว

และเสี่ยวเจี๋ย ก็เคยยืนอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น

"ม่อถง มันยากที่จะจินตนาการจริงๆ นะ ว่าคนเป็นๆ ที่ไปยืนอยู่ในมิติที่โมเลกุลแตกสลาย จะมีจุดจบยังไง" หลิวตี้เอ่ยขึ้น

ม่อถงตอบ "ตามทฤษฎีแล้วก็คือต้องตายแน่นอนครับ เพราะร่างกายมนุษย์ก็ประกอบขึ้นจากโมเลกุล มันก็จะแตกสลายไปพร้อมกับมิติรอบๆ ตัวนั่นแหละครับ"

"แตกสลายไปพร้อมกัน..."

หลิวตี้พึมพำกับตัวเอง "นี่คือวิธีกลายสภาพเป็นอนุภาคจิตสำนึกงั้นเหรอ?"

วินาทีต่อมา

หลิวตี้ก็กัดฟันกรอด

เสี่ยวเจี๋ย ต่อให้นายจะแหลกเป็นผุยผง ฉันก็จะตามหานายให้เจอ!

และอีกอย่าง

สิ่งที่หลิวเจิ้งชิงทำได้ ฉันก็ต้องทำได้เหมือนกัน!

ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ ก็คือการหาแหล่งพลังงานมาป้อนให้เครื่องจักร!

หลิวตี้ขมวดคิ้ว "ม่อถง การจะเดินเครื่องเจ้านี่ ตกลงต้องใช้พลังงานมากแค่ไหนกันแน่"

ม่อถงตอบ "ต้องใช้พลังระดับที่ทำลายดวงอาทิตย์ได้เลยล่ะครับ"

หลิวตี้อึ้งไป

ม่อถงอธิบายต่อพร้อมกับหัวเราะ "สสารทุกชนิดรวมถึงอากาศ ล้วนประกอบขึ้นจากโมเลกุล ส่วนโมเลกุลก็ประกอบขึ้นจากอะตอม และอะตอมก็ประกอบขึ้นจากนิวเคลียสและอิเล็กตรอนครับ"

"อิเล็กตรอนจะโคจรรอบนิวเคลียสในวงโคจรเฉพาะ"

"มันก็เหมือนกับระบบสุริยะ ที่มีดาวเคราะห์นับไม่ถ้วนโคจรรอบดวงอาทิตย์นั่นแหละครับ"

"ถ้าเราทำลายนิวเคลียส ก็เท่ากับทำลายดวงอาทิตย์ในโลกจุลภาคครับ"

"ถ้าขยายปฏิกิริยานี้ให้ใหญ่ระดับจักรวาล ก็ต้องใช้พลังงานมหาศาลหลายล้านล้านล้านจูลเลยล่ะครับ"

"แต่ถ้าจะย่อส่วนลงมาในระดับอะตอม มันก็ต้องใช้อีกสมการหนึ่ง พลังงานจลน์จากการกระแทกต้องสูงมาก แต่อนุภาพทำลายล้างต้องลดลงนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งความแตกต่างที่ว่านี้ ก็คือความแตกต่างระหว่างอะตอมกับดวงอาทิตย์นั่นเองครับ"

หลิวตี้พยักหน้า "พูดง่ายๆ ก็คือ พลังงานนี้ต้องเฉียบคมมาก แต่ไม่จำเป็นต้องรุนแรงมากสินะ"

ม่อถงยืนยัน "ถูกต้องครับ!"

จากนั้น หลิวตี้ก็ลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานในโลกปัจจุบัน

"วิกฤตพลังงานของมนุษยชาติ..."

"ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปอย่างน้ำมัน คาดการณ์จากปริมาณสำรองทั้งหมด จะใช้ได้อีกแค่ 130 ปี..."

"ถ่านหินจะหมดไปในอีก 200 ปีข้างหน้า..."

"พลังงานนิวเคลียร์ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างแพร่หลาย เพราะยังมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้บางอย่าง..."

"พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และพลังงานอื่นๆ ยังห่างไกลจากการตอบสนองความต้องการของมนุษย์..."

"ผู้ที่จะเป็นมหาอำนาจของโลกในอนาคต จะต้องเป็นกลุ่มที่คิดค้นพลังงานใหม่ขึ้นมาได้สำเร็จอย่างแน่นอน"

"หากมีอารยธรรมต่างดาวขั้นสูงอยู่จริง พวกเขาก็ต้องมีความได้เปรียบเรื่องพลังงานแน่ๆ"

"ใครก็ตามที่ค้นพบพลังงานใหม่ในปริมาณที่เพียงพอ คนคนนั้นก็คือผู้กอบกู้มวลมนุษยชาติ และจะเป็นวีรบุรุษของโลก"

หลิวตี้ส่ายหน้า ข้อมูลพวกนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

มันแค่บอกให้รู้ว่า มนุษย์กำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานเท่านั้น

ดังนั้น

คำตอบของทุกสิ่ง ก็คงจะอยู่ที่เศษอุกกาบาตตรงหน้านี้แหละ

มันซ่อนกุญแจสำคัญในการเดินเครื่องจักรเอาไว้

และบางที อาจจะซ่อนกุญแจสำคัญสำหรับพลังงานในอนาคตของมนุษยชาติเอาไว้ด้วยก็ได้

"อุกกาบาตก้อนนี้มีสารกัมมันตรังสี แสดงว่ามีสสารบางอย่างกำลังสลายตัวอยู่ข้างใน"

หลิวตี้หรี่ตาลง ค่อยๆ พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้น

จากนั้น

เขาก็เริ่มจัดการกับก้อนหินยักษ์ตรงหน้า

จนถึงทุกวันนี้

สุสานทดลองแทบจะรวบรวมเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกเอาไว้หมดแล้ว หากพูดถึงความครบครันและมูลค่า ที่นี่กินขาดห้องแล็บระดับท็อปทุกแห่งเลยทีเดียว

การตัดเฉือน การสุ่มตัวอย่าง การวิเคราะห์

โครมาโทกราฟี การวิเคราะห์ทางเคมี การวิเคราะห์ธาตุ การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า การตรวจจับด้วยเรดาร์

หลิวตี้ผสมผสานความรู้ทุกแขนง และทำการทดลองอย่างไม่หยุดหย่อน

เวลาผ่านไป

หลิวตี้ก้มหน้าก้มตา หมกมุ่นอยู่กับการวิจัยอย่างบ้าคลั่ง

เขาต้องไขความลับของหินก้อนนี้ให้ได้!

แต่เขาก็ค่อยๆ ค้นพบว่า

ดูเหมือนของขวัญจากจักรวาลในครั้งนี้ จะแห้งแล้งกว่าปกติแฮะ

99% ของเศษอุกกาบาต คือดินและหินที่ผุกร่อน คล้ายกับพื้นผิวของดาวอังคาร

พูดง่ายๆ ก็คือ มันเป็นแค่ก้อนหินธรรมดาๆ ก้อนหนึ่งเท่านั้น

อย่าว่าแต่จะสกัดพลังงานออกมาเลย แค่ประกายไฟสักนิดยังไม่มีให้เห็น

24 ชั่วโมงผ่านไป

หลิวตี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย ข้อมูลสีฟ้าจำนวนมหาศาลไหลผ่านดวงตาของเขาอย่างรวดเร็ว มีทั้งปริมาตร มวล องค์ประกอบทางเคมี ไปจนถึงโครงสร้างโมเลกุลที่แม่นยำของเศษอุกกาบาต!

แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้

เขาอดคิดไม่ได้ว่า

หลิวเจิ้งชิงทำได้ยังไงกัน?!

ในมุมมองของเขา โครงสร้าง 3 มิติของเศษอุกกาบาตทั้งก้อนปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์ ลอยล่องและหมุนวนอย่างช้าๆ อยู่กลางอากาศ

หลิวตี้มาถึงทางตัน

ทันใดนั้น

ในมุมมองของเขา บริเวณหนึ่งของอุกกาบาตก็มีวงกลมสีแดงสว่างวาบขึ้น

จากนั้น มุมมองก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากสิบเท่า เป็นร้อยเท่า เป็นพันเท่า

เริ่มจากมองเห็นลวดลายบนอุกกาบาต ตามด้วยหลุมบ่อขนาดเล็ก จากนั้นก็เป็นผลึกแก้ว แล้วก็เป็นอะตอม และโมเลกุล!

จนในที่สุด ก็เจาะลึกเข้าไปถึงโครงสร้างภายในของอะตอม!

รอบๆ นิวเคลียส มีอิเล็กตรอนนับร้อยตัวกำลังโคจรอยู่!

ทั้งหมดนี้ ถูกควบแน่นอยู่ในดวงตาข้างขวาของหลิวตี้ที่จ้องมองไปในความว่างเปล่า

เสียงของม่อถงดังขึ้น "นี่มันธาตุชนิดหนึ่งครับ! เพิ่งจะถูกตั้งชื่อโดยคณะกรรมการเคมีแห่งฮว่าเซี่ยเมื่อเดือนมกราคม ปี 2017 ว่า 'โอกาเนสซอน' (Oganesson - Og) มันเป็นก๊าซเฉื่อยที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น มีเลขอะตอม 118 ซึ่งก็คือธาตุลำดับที่ 118 ที่มนุษย์รู้จักครับ!"

"มีข่าวลือว่า นี่คือกุญแจที่จะเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ครับ"

"แต่ที่แปลกก็คือ!"

"โครงสร้างอะตอมของโอกาเนสซอนนั้นไม่เสถียรอย่างมาก ตามทฤษฎีแล้ว มันจะมีอยู่แค่ไม่กี่ในหมื่นวินาทีเท่านั้น"

"แต่โอกาเนสซอนที่อยู่ในหินก้อนนี้ กลับอยู่ในสถานะของแข็งครับ!"

"นี่มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากเลยนะครับ!"

จบบทที่ บทที่ 655 พลังงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว