เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 พรุ่งนี้ข้าน่าจะออกไปนอกหมู่บ้านกับท่านได้ใช่ไหม?

บทที่ 15 พรุ่งนี้ข้าน่าจะออกไปนอกหมู่บ้านกับท่านได้ใช่ไหม?

บทที่ 15 พรุ่งนี้ข้าน่าจะออกไปนอกหมู่บ้านกับท่านได้ใช่ไหม?


บทที่ 15 พรุ่งนี้ข้าน่าจะออกไปนอกหมู่บ้านกับท่านได้ใช่ไหม?

ในเวลานี้เฉินฟานยืนนิ่งห่างจากเป้ายิงธนู 50 เมตร มือขวายืนออกไปหยิบลูกธนูออกมาจากตะกร้าลูกธนูที่หลังแล้ววางลงบนสาย

"หือ…?"

เฉินกัวตงอุทานอยู่ในใจพร้อมกับดวงตาของเขาเบิกกว้าง เป็นไปได้ไหมว่าเขาต้องการยิงเป้าจากระยะไกลขนาดนั้น?

เขาไม่รอให้เฉินกัวตงต้องคิดอะไรมาก เพียงได้ยินเสียง "ฟิ้ว" พร้อมกับแสงวาบที่ปลายลูกศรสีดำและมันก็หายวับไป จากนั้นเขาเห็นเป้าธนูที่อยู่ห่างไกลสั่นอย่างรุนแรงพร้อมกับลูกธนูที่ปักอยู่กลางอย่างแม่นยำ และปลายหางที่กำลังสั่นอย่างรุนแรงได้ยินเสียงกระแทกทื่อดังมาเข้าหูของทุกคนที่อยู่ที่นี่

"หือ..!!!"

ทันใดนั้น ลูกตาของเฉินกัวตงราวกับกำลังจะถล่นออกมาจากเบ้า นี่ลูกชายของเขากลับสามารถยิงเข้ากลางที่อยู่ห่างออกไป 50 เมตร? นี่เขากำลังฝันอยู่หรือป่าว?

ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆเธอก็เต็มไปด้วยความไม่เชื่อเช่นกัน

ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เฉินฟานยื่นมือขวาออกมาอย่างใจเย็น แล้วหยิบลูกธนูลูกที่สองออกมาจากตะกร้าลูกธนู แล้ววางลงบนสาย

"ฟิ้ว!"

เสียงแหลมดังขึ้นชัดเจนในคืนอันเงียบสงบ

"ปั้ก!"

ลูกธนูลูกที่สองก็โดนกลางเป้าและอยู่ถัดจากลูกธนูลูกแรกเล็กน้อย

เฉินกัวตงอ้าปากกว้างจนกรามของเขาแทบจะล้มลงกับพื้น

ครั้งหนึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นความบังเอิญได้ แต่สองครั้งล่ะ? เขาหันมองไปที่เฉินฟานดูเหมือนว่าลูกชายของเขายังอยากจะยิงต่องั้นเหรอ?

เฉินฟานยังคงไม่พูดอะไรสักคำ ใบหน้าของเขาสงบราวกับน้ำนิ่ง เขาหยิบลูกธนูดอกที่สามออกมา ขึ้นสายธนูแล้วน้าวสุดแขนแล้วปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว

"ปั้ก!"

ดอกที่สามก็โดนกลางเป้า

แม้ว่าแต่ดอกที่สี่และดอกที่ห้าก็โดนกลางเป้าเหมือนกัน

เฉินกัวตงและภรรยาของเขามีเหงื่อออกที่หน้าผากโดยไม่รู้ตัว พวกเขาไม่เชื่อในตอนแรก แต่ตอนนี้พวกเขาก็ตกตะลึงและยืนอ้าปากค้างอยู่กับที่ ตอนนี้พวกเขามึนงงจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมาแล้ว

จากนั้นไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ หวังปิงและคนอื่นๆก็มาที่นี่ด้วย และเมื่อเห็นฉากนี้พวกเขาทั้งหมดก็ยืนอยู่ที่นั่นด้วยความตกใจและพูดอะไรไม่ออกเช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะเดาได้ว่าทักษะการยิงธนูของเฉินฟานจะต้องดีมากอย่างแน่นอน แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่ามันจะดีจนยอดเยี่ยมถึงขนาดนี้!

นี่มันเป็นการยิงที่สมบูรณ์แบบเลยไม่ใช่หรอ?

ชายพิการยืนอยู่ข้างๆ มุมปากของเขากระตุกสองครั้ง เด็กคนนี้กล้าพาครอบครัวมาที่นี่เพื่อแกล้งทำเป็นโอ้อวดพวกเขางั้นหรือ? ให้ตายเถอะ..ดูเหมือนเขาจะยังเป็นเด็กน้อยอยู่

ในเวลานั้นเอง เฉินฟานหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเขา “พ่อ พรุ่งนี้ข้าควรจะสามารถออกไปล่าสัตว์กับพ่อได้ใช่ไหม?”

เสียงนั้นดังขึ้นและบริเวณโดยรอบก็เงียบลงอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนรวมทั้งชายพิการด้วย พวกเขาต่างแสดงอาการตกใจอย่างมากออกมา

เฉินกัวตงยิ้มอย่างเบี้ยว ในตอนนี้เขาจะพูดอะไรได้อีก? ระดับการยิงธนูที่แม่นยำขนาดนี้ แม้ว่าเขาจะอ่อนแอกว่าพี่น้อยแซ่เว่ยเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาว่าเฉินฟานฝึกฝนเพียงสองหรือสามวันเท่านั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำเช่นนี้ได้

ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ อ้าปากค้าง และไม่รู้จะพูดห้ามอะไรได้แล้ว

“ข้าคิดว่าเราควรพิจารณาให้ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้”

เสียงของชายพิการดังขึ้น เขามองไปที่เฉินฟานอย่างเคร่งขรึมและพูดว่า: "ถิ่นทุรกันดารไม่เหมือนการอยู่ในหมู่บ้าน ไม่ต้องพูดถึงอันตรายและพวกสัตว์อสูรนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่พรั่งพร้อมไปด้วยสัญชาตญาณและไม่ใช่เรื่องง่ายจัดการ เจ้าควรฝึกยิงธนูไปอีกสักระยะหนึ่งก่อน หลังจากนี้อีกหลายวันค่อยออกไปข้างนอกก็ได้”

"ใช่แล้วๆ"

เมื่อหญิงสาวได้ยินเช่นนั้น เธอก็รีบสนับสนุนทันที

เหตุผลหลักก็คือเฉินฟานบอกว่าจะออกไปก็จะออกไปทันที เธอไม่มีเวลาสำหรับการเตรียมจิตใจเลยแม้แต่น้อย

ดวงตาของเฉินกัวตงขยับเล็กน้อย และเห็นได้ชัดว่าเขามีความตั้งใจแบบเดียวกัน

เฉินฟานส่ายหัวและพูดอย่างหนักแน่น "ลุงจาง เข้าเข้าใจความเมตตาของท่าน แต่เมื่อพูดถึงการฝึกข้ายังสามารถฝึกฝนทักษะการยิงธนูในป่าได้ใช่ไหม? ข้าคิดว่าฝึกในสถานการณ์จริงมันอาจดีกว่าด้วยซ้ำ"

ชายพิการตกตะลึงและเขาก็พูดอะไรไม่ออกเล็กน้อย

ใช่ การฝึกต่อสู้จริงจะสามารถพัฒนาได้เร็วกว่าการฝึกซ่อมประจำวันเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการยิงธนูหรือการต่อสู้ ในกรณีนี้เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น นี่เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้

“ส่วนเรื่องอันตราย ที่ไหนบ้างล่ะจะไม่อันตราย?”

เฉินฟานพูดอะไรบางอย่างออกมา และมองเฉินกัวตงด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟราวกับจะพูดว่าพ่อ ตอนนี้คุณไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธข้าแล้วใช่ไหม?

"ดี"

เฉินกั๋วตงดูเหมือนจะรวบรวมความกล้าที่จะพูดคำนี้ "พรุ่งนี้เช้า เจ้าสามารถออกไปกับพวกเราได้"

“กัวตง!”

ผู้หญิงคนนั้นอุทานออกมา

เฉินกัวตงส่ายหัวให้เธอ มองที่เฉินฟานแล้วพูดว่า "พรุ่งนี้เราจะออกไปข้างนอก คืนนี้อย่าฝึกซ้อมหนักเกินไปล่ะ กลับไปพักผ่อนเร็วหน่อยนะ"

"อืม"

เฉินฟานตอบรับพร้อมรอยยิ้ม

จากนั้นเฉินกัวตงก็พาครอบครัวของเขากลับไป

ระหว่างทางกลับ หญิงคนนั้นบ่นว่า “ทำไมท่านถึงตกลงให้เขาไปง่ายนักล่ะ เขายังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ด้วยซ้ำจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเขาออกไปข้างนอก”

เฉินกั๋วตงถอนหายใจ "ข้าก็จะต้องออกไปกับเขาด้วยเหมือนกัน ทักษะการยิงธนูของเสี่ยวฟานเจ้าก็เห็นมาแล้ว ถ้าเขาออกไปข้างนอกจริงๆ เขาสามารถยิงเหยื่อได้หนึ่งหรือสองตัวอย่างแน่นอน ซึ่งมันสามารถช่วยหมู่บ้านบรรเทาความกดดันได้มาก"

"..."

หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดว่า

“ถ้าอย่างนั้นท่านต้องรับรองความปลอดภัยของเขา”

“อย่ากังวลเรื่องนั้น..จนกว่าข้าจะตาย”

เฉินกัวตงพูดออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว

ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้มองโลกในแง่ดีมากนัก

ดังที่ชายพิการจางเหรินได้กล่าวไว้ สัตว์อสูรดุร้ายในป่าไม่ใช่แต่เป้าที่มีชีวิตอย่างเดียว พวกมันยังรู้จักหลบหนีเมื่อรู้สึกถึงอันตราย และความเร็วนั้นเร็วมากจนคนธรรมดาไม่สามารถตามทันได้

และแน่นอนว่าบางตัวก็ไม่ยอมหลบหนีเช่นกัน สิ่งนี้หมายถึงอันตรายอย่างมาก เพราะเมื่อพวกมันสู้กลับก็ไม่รู้ว่าใครจะเป็นเหยื่อหรือเป็นผู้ล่าแล้ว

เสี่ยวฝานสามารถยิงโดนเป้าจากระยะ 50 เมตรได้ แต่ในป่านั้น เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่ราวกับม้าคลั่ง เขายังสามารถยิงมันโดนได้หรือป่าว?

แต่ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไร การมีเฉินฟานอยู่ในทีมล่าก็ทำให้ทุกคนมีความมั่นใจได้มาก ถึงแม้จะพลาดแต่ทุกอย่างก็เป็นประสบการณ์ที่จะทำให้เฉินฟานแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน

ภายในบริเวณโกดังนั้น

ชายพิการมีดวงตาที่ซับซ้อน “เจ้าหนู เจ้าอยากออกไปล่าสัตว์ ทำไมเจ้าไม่บอกข้าก่อนล่ะ?”

เฉินฟานเกาหัวและพูดอย่างเขินอาย "ลุงจาง ข้าก็ตัดสินใจในวันนี้เหมือนกัน ข้าคุยกับข้าที่โต๊ะอาหารเย็นเลย ทำให้ข้าไม่มีเวลาบอกท่าน"

“เจ้ายังหุนหันพลันแล่นเกินไป” ชายพิการส่ายหัว “ฝึกฝนอีกสองสามวันเจ้าก็น่าจะมีความเชี่ยวชาญมากขึ้น ไม่ดีกว่าหรือ?”

“ลุงจาง เรามีเวลาไม่มากขนาดนั้น”

เฉินฟานไม่มีทางเลือกนอกจากพูดออกมาตรงๆ

ดวงตาของชายพิการก็หรี่ลงทันที

แม้แต่บรรยากาศก็กลายเป็นเคร่งขรึม

เฉินฟานไม่ชอบเห็นคนอื่นขมวดคิ้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเกิดจากคำพูดของเขาเอง เขายิ้มออกมาและพูดว่า "ลุงจาง โปรดช่วยข้าฝึกฝนต่อไป"

“ได้อยู่แล้ว” แม้ว่าเฉินฟานจะไม่อธิบายต่อ แต่ชายพิการก็พอจะเข้าใจอะไรได้อยู่

หลังจากที่ชายพิการพูดจบ เขาก็เดินกะโผลกกะเผลกออกไปในระยะไกล เขาสามารถบอกได้ว่าเฉินฟานกำลังเปลี่ยนหัวข้อ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนกันเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากของหมู่บ้าน

สิ่งที่เขาทำได้คือช่วยเขาอย่างเต็มที่ในระหว่างการฝึกซ้อมเท่านั้น

หลังจากสี่หรือห้าชั่วโมงผ่านไป ทั้งชายพิการและทั้งทุกคนต่างเหนื่อยล้า แม้จะเป็นอย่างนี้แต่ก็ไม่มีใครบ่นถึงความทุกข์ทรมานหรือความเหนื่อยล้า พวกเขาผลัดกันช่วยเฉินฟานฝึกยิงธนูต่อไปเรื่อยๆ

ในหมู่พวกเขา บางคนต้องการออกไปข้างนอกเหมือนกับเฉินฟาน แต่พวกเขาก็รวบรวมความกล้าไม่ได้

พร้อมกับเสียงทื่อของหางธนูที่สั่นไหว กระแสน้ำอุ่นไหลผ่านร่างกายของเขาและทักษะ [การยิงธนูขั้นพื้นฐาน] ก็ได้รับการอัปเกรดแล้ว

ในที่สุดเฉินฟานก็รู้สึกโล่งใจ จากนั้นเขาก็เรียกแผงคุณสมบัติขึ้นมา

【การยิงธนูขั้นพื้นฐาน: ระดับ 4 (0%) คุณสมบัติเฉพาะ: ความแข็งแกร่งทางกายภาพระดับ 4 ความแข็งแรงระดับ 4 ความแม่นยำระดับ 4 การยิงเป้าเคลื่อนที่ระดับ 2 】

การยิงเป้าเคลื่อนที่ระดับ 2 หมายความว่าเมื่อเขาเล็งไปที่เป้าหมายที่กำลังเคลื่อนที่ อัตราการโจมตีโดนของเขาจะสูงถึง 60% ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะเพิ่มพลังการต่อสู้ให้กับเขาได้อย่างมากในขณะที่จะออกไปล่าสัตว์ข้างนอกในวันพรุ่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

และความแม่นยำถึงระดับ 4 ซึ่งทำให้เขาสับสนเล็กน้อย

ด้วยคุณสมบัตินี้การเล็งไปที่เป้าหมายที่อยู่กับที่ทำให้อัตราความแม่นยำมีถึง 120% และการที่มันเกิน 100% ไปเช่นนี้หมายถึงอะไร? อัตราความแม่นยำมันไม่คงที่งั้นเหรอ?

ไม่..ไม่ถูกต้อง

เขาขมวดคิ้ว บางทีอัตราความแม่นยำนี้เป็นเพียงค่าทางทฤษฎีบนแผงคุณสมบัติเฉยๆ ไม่ใช่ค่าที่แท้จริงหลังจากที่เขาปล่อยลูกธนูออกไปจากสายแล้ว

จบบทที่ บทที่ 15 พรุ่งนี้ข้าน่าจะออกไปนอกหมู่บ้านกับท่านได้ใช่ไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว