- หน้าแรก
- ขอโทษที พอดีผู้เล่นคนนี้มีแท็กเยอะเป็นบ้า
- บทที่ 76 - [เรื่องลี้ลับซีเฉิง] โรงพยาบาล
บทที่ 76 - [เรื่องลี้ลับซีเฉิง] โรงพยาบาล
บทที่ 76 - [เรื่องลี้ลับซีเฉิง] โรงพยาบาล
บทที่ 76 - [เรื่องลี้ลับซีเฉิง] โรงพยาบาล
"การผ่าตัดทางศัลยกรรมถือว่าประสบความสำเร็จในเบื้องต้นแล้วครับ แต่สภาพของคนไข้ยังคงย่ำแย่มาก ทางเรายังไม่สามารถระบุสาเหตุที่สัญญาณชีพของเขาค่อยๆ ลดลงได้ ตอนนี้ทำได้แค่เฝ้าดูอาการไปก่อน"
คุณหมอในชุดผ่าตัดสีฟ้าอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง ก่อนจะหลีกทางให้ผู้เล่นทั้งสองคนเข้าไปเยี่ยม
เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินอันเงียบเหงา เข้าไปในห้องพักผู้ป่วยที่ขาวโพลนจนดูไร้ชีวิตชีวา
ภายในห้อง เวลาเหมือนหยุดนิ่ง เสียงหายใจบนเตียงผู้ป่วยฟังดูหนักอึ้งท่ามกลางความเงียบงัน
สายยางและเครื่องมือแพทย์ต่างๆ ดังประสานกันเป็นท่วงทำนองที่ไม่ได้ไพเราะนัก และทุกๆ การกะพริบของตัวเลขบนหน้าจอก็เหมือนเป็นการเพรียกหาชีวิตที่ไร้เสียงและสูญเปล่า
ต่อให้ไม่มีความรู้เฉพาะทางด้านการแพทย์ เกาอี้ก็สามารถประเมินสถานการณ์ได้สบายๆ ว่า ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่า "หัวหน้าหวง" คนนี้ อยู่ในสภาพที่เหมือนตะเกียงจวนจะดับเต็มที
ถานจือไม่สนภาพลักษณ์อะไรอีกแล้ว เธอประคองแขนขวาที่เข้าเฝือกไว้ แล้วคุกเข่าลงข้างเตียงผู้ป่วย เริ่มรายงานสถานการณ์ให้หัวหน้าของเธอฟัง:
"หัวหน้าหวง วางใจได้เลยนะคะ ฉันหาคนมาช่วยได้แล้ว ตอนนี้เรากำลังจะไปจัดการไอ้จางถูนั่น..."
ความจริงแล้ว เกาอี้อยากจะมุ่งหน้าไปที่โรงเรียนมัธยมเดอร์รีเลยมากกว่า เพราะข้อจำกัดเรื่องเวลามันค้ำคออยู่
แต่ถานจืออยากจะเจอหน้าหัวหน้าหวงอีกสักครั้ง แถมยังต้องเผื่อไว้ว่าหัวหน้าที่บาดเจ็บสาหัสคนนี้อาจจะมีเบาะแสอะไรให้เพิ่มเติมด้วย
สุดท้าย ทั้งสองคนก็ตกลงกันว่า ให้หวังอู่โจวล่วงหน้าไปเตรียมการก่อน ส่วนเกาอี้จะอยู่เป็นเพื่อนที่นี่เพื่อรอให้การผ่าตัดเสร็จสิ้น
ริมฝีปากของหัวหน้าหวงที่นอนอยู่บนเตียงขยับอย่างยากลำบาก เปล่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา
ถานจือรีบเงี่ยหูเข้าไปใกล้ พยายามแกะความหมายจากคำพูดของอีกฝ่าย:
"น้ำ? หัวหน้าอยากดื่มน้ำเหรอคะ? แล้วก็ปากกา... สมุดจด เสื้อโค้ต?"
เกาอี้มองตามสายตาของอีกฝ่ายไป แล้วตบกระเป๋าเสื้อโค้ตสีน้ำตาลเปื้อนเลือดที่แขวนอยู่หลังประตูเบาๆ ก็เจอกับสมุดจดเล่มเล็กสีน้ำตาลเล่มหนึ่ง
"ข้างในมี..." ถานจือขมวดคิ้ว พยายามแกะคำพูดที่ฟังดูอู้อี้ไม่ชัดเจน ก่อนจะหันมามองเกาอี้:
"หัวหน้าหวงบอกว่าข้างในมีข้อมูลที่จดเอาไว้ค่ะ"
แน่นอนว่าเกาอี้ไม่ได้เกรงใจอะไรอยู่แล้ว ตอนที่อีกฝ่ายกำลังพยายามสื่อสารอย่างยากลำบาก เขาก็เปิดสมุดจดขนาดเท่าฝ่ามือเล่มนี้อ่านไปเรียบร้อยแล้ว
สมุดเล่มนี้ดูค่อนข้างใหม่ เพิ่งจะถูกใช้ไปแค่ประมาณหนึ่งในสี่เท่านั้น ข้ามพวกบันทึกเตือนความจำและรายการสิ่งที่ต้องทำในหน้าแรกๆ ที่ไม่มีความหมายอะไรในตอนนี้ไป
ก็จะมีอยู่ประมาณสิบกว่าหน้า ที่จดข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยน [เรื่องลี้ลับซีเฉิง] และเบาะแสที่เกี่ยวกับจางถู
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็มีนิสัยชอบจดบันทึกเหมือนกับเกาอี้เลย
"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ หัวหน้าหวงพักผ่อนให้สบายนะคะ ต้องทนให้ได้นะ... อะไรนะคะ?"
ถานจือกำลังจะบอกลาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนไป แต่กลับได้ยินเสียงของคนบนเตียงพูดขึ้นมาอีก:
"ให้อยู่ที่นี่? ไม่สิ จะทำแบบนั้นได้ยังไง..."
หญิงสาวที่แขนขวาเข้าเฝือกอยู่รีบปฏิเสธเสียงหลง ด้วยความตื่นเต้นทำให้เธอเผลอไปขยับโดนแผลตรงไหนเข้าก็ไม่รู้ สีหน้าเลยยิ่งดูซีดเผือดลงไปอีก
เห็นได้ชัดว่าเธอรู้สึกลำบากใจกับคำขอนี้มาก
"เอาเถอะ เชื่อฟังหัวหน้าของเธอเถอะ สภาพแขนหักไปข้างนึงแบบนี้ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก เผลอๆ จะไปเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ"
เกาอี้มองดูท่าทีขัดขืนอยู่ข้างเตียงแล้วก็ถอนหายใจ พูดขัดความดื้อดึงที่แสดงออกอย่างรุนแรงของถานจือ:
"อีกอย่าง นอกเหนือจากพวกเรา 4 คนกับไอ้จางถูนั่นแล้ว ในดันเจี้ยนก็ยังมีผู้เล่นเหลืออยู่อีกคนไม่ใช่เหรอ ยังไงก็ต้องทิ้งคนไว้ที่นี่บ้าง ไม่งั้นถ้าหัวหน้าหวงของเธอโดนลอบโจมตีอีกจะทำยังไง?"
"เรื่องนี้..."
ถานจือลุกขึ้นยืน กัดริมฝีปาก มองเกาอี้สลับกับหัวหน้าหวงบนเตียง เห็นได้ชัดว่ากำลังลังเลหนักมาก
การให้เธออยู่ที่โรงพยาบาลนี่แหละ คือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
ตอนที่รอผ่าตัดเมื่อกี้ เกาอี้ได้ซักถามรายละเอียดการต่อสู้ที่พวกเธอเพิ่งเจอมาอย่างละเอียดแล้ว
ข้อมูลและเบาะแสที่เกี่ยวข้อง ก็ถูกจดลงในสมุดบันทึกจนครบถ้วนหมดแล้ว นั่นหมายความว่าเขาไม่ต้องการข้อมูลอะไรจากถานจืออีก
อีกอย่าง ในการต่อสู้ที่ผ่านมา ถานจือก็ใช้คุณสมบัติและไอเทมที่พอจะใช้ได้ไปจนเกือบหมดแล้ว
ตอนนี้ไม่เพียงแต่สภาพร่างกายจะย่ำแย่ แต่ยังเจอกับผลข้างเคียงจากสารพัดอย่างที่ซ้อนทับกันอยู่อีก
ในสภาพแบบนี้ พลังต่อสู้ของเธอแทบจะเป็นศูนย์ไปเลย
"โอเค เอาตามนี้นะ ฉันไปล่ะ"
เก็บสมุดจดของหัวหน้าหวงเรียบร้อย เกาอี้ก็ไม่มีอารมณ์จะมานั่งปลอบใจอีกฝ่ายแล้ว เขาไม่คิดจะเสียเวลาอีก หันหลังเตรียมจะเดินออกไป
ถ้าเดาไม่ผิด การเตรียมตัวทางฝั่งหวังอู่โจวก็น่าจะเสร็จเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน
"เดี๋ยวก่อนค่ะ..."
แต่ถานจือกลับพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน แล้วร้องเรียกเกาอี้ไว้
เธอพลิกข้อมือ ไม่นานก็หยิบไอเทมออกมา 2 ชิ้น กับยาโพชั่นอีกกองหนึ่ง
"2 ชิ้นนี้น่าจะพอใช้ได้... ส่วนยาโพชั่นกับไอเทมก็ไม่ต้องประหยัดนะคะ ไม่ว่าจะเกิดความเสียหายอะไรขึ้น สำนักงานสืบสวนจะชดเชยให้แน่นอน... ฝากด้วยนะคะ!"
พูดจบ ถานจือก็ประคองแขนขวาที่เข้าเฝือก แล้วโค้งคำนับให้อย่างสุดซึ้ง
"เข้าใจแล้ว"
เกาอี้ไม่ได้ให้คำสัญญาอะไร การต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน เขาก็รับประกันอะไรไม่ได้เหมือนกัน
แต่กับคำพูดของอีกฝ่าย ลึกๆ แล้วเขาก็ดันเผลอคิดไปว่า จะทำบัญชีปลอมเพื่อหลอกเอาเงินชดเชยดีมั้ยนะ...
ระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังโค้งคำนับอยู่นาน เกาอี้ก็เก็บไอเทมกับยาโพชั่นที่อีกฝ่ายให้มาเรียบร้อย แล้วเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไป
ขณะที่เดินไปตามโถงทางเดินของโรงพยาบาลอย่างช้าๆ เสียงร้องไห้แหลมเล็กก็ดังแว่วมาจากห้องที่เขาเพิ่งเดินจากมา
ให้ตายสิ... เจอแบบนี้ใครจะไปปฏิเสธลงล่ะ...
ถึงอีกฝ่ายจะวาดฝันไว้ซะสวยหรู ทั้งเงินชดเชย ทั้งรางวัล แต่พูดตรงๆ นะ พวกนั้นมันก็แค่ของลมๆ แล้งๆ ทั้งนั้น
ศัตรูเป็นถึงอาชญากรที่มีพลังต่อสู้สูงปรี๊ด แถมยังมีประสบการณ์โชกโชน ต่อให้ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้มันจะบาดเจ็บมาบ้าง และใช้ไอเทมกับคุณสมบัติไปบ้างแล้วก็เถอะ
แต่เขาจะจัดการมันได้จริงๆ หรือเปล่า?
ต่อให้มีคนช่วยคิดยังไง มันก็เหมือนกำลังเดินลงไปในขุมนรกที่มองไม่เห็นก้นบึ้งอยู่ดี...
ถ้าให้คิดแบบมีเหตุผล เขาควรจะหอบไอเทมพวกนี้หนีไปซ่อนตัว แล้วรอจนกว่าดันเจี้ยนจะจบลงดีกว่าไหมนะ?
ถานจือเองก็คงหมดหนทางแล้วจริงๆ ถึงได้ยอมมาขอร้องแบบคนสิ้นหวังแบบนี้
ถ้าคนที่เธอไปเจอไม่ใช่เกาอี้กับหวังอู่โจว แต่เป็นผู้เล่นอย่าง "ติงจื่อ" เมื่อกี้ล่ะก็ เผลอๆ อาจจะโดนลอบฆ่าปิดปากคนป่วยทั้งสองคน แล้วเชิดของรางวัลทั้งหมดหนีไปแล้วก็ได้
ตอนที่เดินผ่านห้องผ่าตัดที่เพิ่งใช้รอเมื่อกี้ เกาอี้ก็หันไปมองเก้าอี้เหล็กที่จัดไว้ให้ญาติผู้ป่วยนั่งรอ
บนกำแพงสีขาวข้างๆ เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนคำอธิษฐานและคำวิงวอนสีเทาหม่นๆ
"พระเจ้า โปรดช่วยสามีของฉันด้วย" "คุ้มครองลูกของฉันด้วย" และ "แม่"
ญาติผู้ป่วยที่รอคอยด้วยความร้อนรนไม่รู้กี่คนต่อกี่คน ได้สลักคำอธิษฐานของตัวเองไว้บนนี้ บางทีกำแพงนี้อาจจะได้ยินคำภาวนาที่ซื่อตรงยิ่งกว่าในโบสถ์ซะอีก
เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายที่เกินกว่าความสามารถของตัวเองจะรับไหว การรอคอยและความหวัง ก็กลายเป็นเพียงทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่
โถงทางเดินของโรงพยาบาลช่างเงียบสงัดและยาวไกล ทุกก้าวที่เดินไปราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในสายน้ำแห่งโชคชะตา
เกาอี้กระดก [ยาวิวัฒนาการระดับ E] ขวดใหม่ที่เพิ่งได้มาเข้าปาก พลางตรวจสอบเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เพิ่งดังขึ้น
[ได้รับภารกิจพิเศษ: เอาชนะ "จางถู"]
[รางวัล: คุณสมบัติระดับหายาก *1, โอกาสสุ่มไอเทมระดับมหากาพย์ *1]
[เวลาจำกัด: 6 ชั่วโมง]
เกาอี้ยิ้มเยาะตัวเองนิดๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้า เดินฝ่าหายเข้าไปในความมืดมิดของยามค่ำคืน