- หน้าแรก
- ท่านเซียนค้าบบ ได้โปรดอย่าทะลุมิติออกมาจากหนังสืออีกเลย
- บทที่ 28 - ตบลูกต้องไว ท่าทีต้องเท่
บทที่ 28 - ตบลูกต้องไว ท่าทีต้องเท่
บทที่ 28 - ตบลูกต้องไว ท่าทีต้องเท่
หนึ่งต่อศูนย์
การแข่งขันดำเนินต่อไป
หลังจากผ่านการประลองเมื่อครู่ เซี่ยฉานก็ไม่กล้าประมาทเจียงฝานอีกต่อไป เธอรับมืออย่างสุดความสามารถ แต่ทว่าผู้หญิงกับผู้ชายมีความแตกต่างกันทางด้านสรีระมาแต่กำเนิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็ว หรือปฏิกิริยาตอบสนองในเสี้ยววินาที ล้วนทำให้การแข่งขันหลังจากนี้กลายเป็นการถูกต้อนอยู่ฝ่ายเดียว
สองต่อศูนย์
สามต่อศูนย์
...
ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที คะแนนของทั้งสองคนก็มาถึงสิบต่อศูนย์แล้ว การแข่งขันหนึ่งเซตมียี่สิบเอ็ดคะแนน นั่นก็หมายความว่าการแข่งขันดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว แต่เซี่ยฉานยังคงไข่แตกไม่ได้เลยสักคะแนนเดียว
ภาพที่เห็นนี้ ทำให้สามสาวนอกสนามรู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก
ลู่ชิงสวี่แค่นเสียงเย็นชา "เจียงฝานคนนี้บ้าไปแล้ว เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถึงหน้าอกเสี่ยวฉานจะเล็ก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดลงเลยนะ เขาทำรุนแรงกับเสี่ยวฉานขนาดนี้ลงคอได้ยังไงกัน"
ฉินเมี่ยวหรานกัดริมฝีปาก "ทำเกินไปจริงๆ นั่นแหละ"
หวงซือเถียนแอบอุทาน "สวรรค์ ฉานฉานไม่ได้คะแนนเลยสักคะแนนเดียว เจียงฝานคนนี้ฝีมือตีแบดมินตันเก่งสุดๆ ไปเลย แต่ว่า ... เขาเตรียมตัวจะเป็นผู้ชนะในสนามแต่แพ้พ่ายในเกมรักหรือไงเนี่ย"
อีกด้านหนึ่ง
ถงหมิงยกมือขึ้นปิดหน้า
จ้าวไห่หนานส่ายหัว
เยี่ยนฟ่านโจวเบิกตากว้าง สีหน้าดูหลากหลายมาก "เจียงฝานคนนี้ ... ออกจะไร้ความปรานีเกินไปหน่อยไหม เขามีความแค้นอะไรกับรุ่นพี่เซี่ยฉานหรือเปล่า"
ภายในสนาม
เจียงฝานที่ทำคะแนนได้อย่างต่อเนื่องกำลังหอบหายใจแฮกๆ การที่เขาต้องนั่งทำงานนานๆ เป็นประจำ ทำให้ความอดทนของเขาย่ำแย่มาก การแข่งขันเพิ่งจะดำเนินมาได้แค่ครึ่งทาง พละกำลังของเขาก็ถูกผลาญไปกว่าเจ็ดแปดส่วนแล้ว
เซี่ยฉานที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเองก็มีอาการหอบอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับเจียงฝานแล้วเธอดูดีกว่ามาก เธอปาดเหงื่อบนหน้าผาก แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้น "ต่อเลย"
สิบเอ็ดต่อศูนย์
สิบสองต่อศูนย์
สิบสามต่อศูนย์
...
สิบแปดต่อศูนย์
เหงื่อไหลเข้าตาจนการมองเห็นของเจียงฝานเริ่มพร่ามัว เขาปาดเหงื่อลวกๆ พลางหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ในใจก็คอยให้กำลังใจตัวเอง "สู้ๆ เหลืออีกแค่สามลูกเท่านั้น ต้องทนให้ได้ พยายามทำให้เธอแพ้ราบคาบแบบไข่ไม่แตกให้ได้เลย จะได้รู้ซึ้งถึงผลของการมาขู่กรรโชกคนอื่น"
แต่ทว่าจินตนาการนั้นช่างสวยหรู แต่ความเป็นจริงช่างโหดร้าย
ลูกที่สิบเก้าเพิ่งจะถูกตีออกไป เซี่ยฉานก็ใช้วิธีหยอดลูกหน้าเน็ตอย่างกะทันหัน เจียงฝานรีบพุ่งตัวไปข้างหน้า จังหวะที่กำลังจะรับลูกได้นั้นเอง จู่ๆ น่องของเขาก็เกิดอาการอ่อนแรงกะทันหัน ทำให้ลื่นไถลไปกับพื้นสนาม ร่างกายไถลครูดไปไกลหลายเมตรกว่าจะหยุดลง
สิบแปดต่อหนึ่ง
"เยส"
ในที่สุดเซี่ยฉานที่ทำคะแนนได้ก็เหวี่ยงไม้แบดมินตันอย่างแรง เธอจ้องมองเจียงฝานที่นอนหอบอยู่บนพื้นผ่านตาข่าย ความหงุดหงิดในใจมลายหายไปในพริบตา เธอเอ่ยปากเร่งเร้า "รีบลุกขึ้นมาสิ แข่งต่อเลย"
" ... "
เมื่อเห็นว่าแผนถ่วงเวลาถูกจับได้ เจียงฝานก็ไม่รู้สึกเขินอาย เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างไม่รีบร้อน "รุ่นพี่ ลูกนี้ถือว่าคุณดวงดีนะ ถ้าผมไม่ลื่นล่ะก็ คุณโดนผมทุบจนไข่ไม่แตกแน่"
เซี่ยฉานแค่นเสียงหัวเราะ "ดวงก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของฝีมือเหมือนกัน อยากจะทุบให้ฉันไข่ไม่แตกงั้นเหรอ ก็ต้องดูว่านายจะมีปัญญาทำได้หรือเปล่า"
พูดจบเธอก็เสิร์ฟลูก
ลูกนี้เพิ่งจะโต้กันไปได้แค่รอบเดียว ดวงตาของเซี่ยฉานก็เป็นประกาย เธอค้นพบเรื่องหนึ่งเข้าแล้ว เจียงฝานเมื่อกี้ตีลูกได้ดุดันและทรงพลัง แต่ตอนนี้กลับดูปวกเปียกไปหมด
นี่เขาหมดแรงแล้วเหรอ
ความอึดทำไมถึงได้แย่ขนาดนี้เนี่ย
การค้นพบนี้ทำให้ความเหนื่อยล้าของเซี่ยฉานปลิวหายไป มือขวาที่แกว่งไม้แบดมินตันก็ยิ่งมีแรงมากขึ้น ความเร็วของลูกก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
สิบแปดต่อสอง
สิบแปดต่อสาม
เซี่ยฉานที่ทำคะแนนได้อย่างต่อเนื่องยิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเอง เมื่อเห็นเจียงฝานโค้งตัวหอบหายใจ ริมฝีปากแดงระเรื่อก็ยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว "อ้าว นี่ไม่ไหวแล้วเหรอ"
"เจียงฝาน การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่เทคนิคอย่างเดียวนะ แต่ต้องวัดกันที่พละกำลังกับความอึดด้วย ความอึดของนายกลับสู้ผู้หญิงอย่างฉันไม่ได้ซะงั้น จิ๊ๆ ... "
นอกสนาม
ลู่ชิงสวี่ชูหมัดขึ้นมาอย่างแรง "สวยงาม ตีลูกได้สวยมาก แถมยังเยาะเย้ยได้สวยงามยิ่งกว่า"
ฉินเมี่ยวหรานเอียงคอ "ฉานฉานโคตรเท่เลย"
หวงซือเถียนหัวเราะคิกคัก "ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่แน่ว่าฉานฉานอาจจะสร้างปาฏิหาริย์พลิกกลับมาชนะได้เลยนะ"
เมื่อเทียบกับสามสาวแล้ว อีกด้านหนึ่ง สามหนุ่มจากหอพักหกศูนย์หกที่ได้ยินคำพูดของเซี่ยฉาน ต่างก็มีสีหน้าแปลกประหลาดกันไปคนละแบบ รวมถึงเยี่ยนฟ่านโจวด้วย
"แค่ก ... ทำไมรุ่นพี่เซี่ยฉานถึงพูดจาแบบนั้นล่ะครับ"
เมื่อได้ยินเสียงบ่นอุบอิบของเยี่ยนฟ่านโจว ถงหมิงก็ยิ้มเจื่อน "ถ้ารุ่นพี่เซี่ยฉานไม่พูดแบบนั้นล่ะก็ ไม่แน่ว่าเธออาจจะยังมีโอกาสชนะจริงๆ ก็ได้ แต่ตอนนี้เหรอ ... เฮ้อ เธอแพ้แน่นอน"
จ้าวไห่หนานพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง "ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ห้ามบอกว่าผู้ชายไม่ไหวเด็ดขาด โดยเฉพาะถ้าผู้หญิงเป็นคนพูด และยิ่งเป็นผู้หญิงสวยๆ อย่างรุ่นพี่เซี่ยฉานพูดด้วยแล้วล่ะก็ ความรุนแรงในการกระตุ้นมันยิ่งกว่าฉีดอะดรีนาลีนซะอีก เฮ้อ"
ภายในสนาม
เจียงฝานเงยหน้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน สูดลมหายใจเข้าลึก ย่อเข่าทั้งสองข้างลงเล็กน้อย ดวงตาที่ยังดูล่องลอยในวินาทีก่อน วินาทีต่อมากลับกลายเป็นคมกริบ เขาตีลูกกลับไปตรงหน้าเซี่ยฉาน "ต่อเลย"
เซี่ยฉานไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ของเจียงฝานเลย เธอโค้งตัวลงเก็บลูก ก่อนจะเสิร์ฟเธอก็ยังส่งเสียงลอยๆ มาอีกประโยค "สู้ๆ นะจ๊ะ"
ลูกแบดเพิ่งจะลอยข้ามตาข่ายมา วินาทีต่อมาเจียงฝานก็ปรากฏตัวอยู่ที่หน้าตาข่ายอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี ไม้แบดมินตันที่ชูขึ้นสูงเหนือศีรษะถูกตบลงมาอย่างแรง
"ปัง—"
ตบลูก
ยังคงเป็นการตบลูกอีกเหมือนเดิม
ลูกแบดมินตันพุ่งกระแทกพื้นอย่างแรงจนกระดอนขึ้นมาสูงลิ่ว ก่อนจะตกลงตรงหน้าเซี่ยฉาน
ไม้แบดมินตันของเจียงฝานหยุดชะงักห่างจากตาข่ายเพียงหนึ่งฟุต ในดวงตาของเขาราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ เขาเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย "สิบเก้าต่อสาม"
เซี่ยฉาน " ?"
สถานการณ์มันเป็นยังไงกันแน่
เมื่อกี้เจียงฝานหมดแรงแล้วเห็นๆ ทำไมตอนนี้ถึงยังสามารถระเบิดความเร็วและพละกำลังออกมาได้มหาศาลขนาดนี้ ...
นี่มันผิดหลักวิทยาศาสตร์ชัดๆ
"ต่อสิ"
เจียงฝานมุดลอดใต้ตาข่ายไปเก็บลูกแบดมินตันบนพื้น แล้วเดินกลับมาประจำที่ในแดนของตัวเอง "รุ่นพี่ เตรียมตัวพร้อมหรือยังครับ"
เซี่ยฉานรวบรวมสติ "มาเลย"
"ปัง—"
เสียงไม้แบดมินตันกระทบกับลูกแบดดังก้องไปทั่วทั้งโรงยิม
เซี่ยฉานมองดูลูกแบดมินตันบนพื้นทางด้านซ้ายมืออย่างเหม่อลอย สมองหยุดประมวลผลไปดื้อๆ
เจียงฝานยิงฟันยิ้ม "ยี่สิบต่อสาม รุ่นพี่ ผมมาถึงแมตช์พอยต์แล้วนะ"
ข้อนิ้วที่จับไม้แบดมินตันของเซี่ยฉานขาวซีด เธอตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ "การแข่งขันยังไม่จบ ใครแพ้ใครชนะยังพูดได้ไม่เต็มปากหรอกนะ ฉันขอเตือนว่านายอย่าเพิ่งได้ใจไปหน่อยเลย"
เจียงฝานยิ้มแต่ไม่ได้ตอบกลับ
เซี่ยฉานพยายามสูดหายใจให้ตัวเองใจเย็นลง การแข่งขันรอบนี้เธอจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเธอมีเรื่องหนึ่งที่จำเป็นต้องให้เจียงฝานช่วย
ต้องตั้งสติ ต้องใจเย็นเข้าไว้ ...
"ปัง—"
ยี่สิบเอ็ดต่อสาม การแข่งขันจบลง
วินาทีที่รู้ผลแพ้ชนะอย่างแน่ชัด เจียงฝานก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนพื้นราวกับคนหมดสภาพ เขาหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่
ไม่นานนัก ถงหมิงและเพื่อนอีกสองคนก็เข้ามาล้อมรอบตัวเขา
ทั้งสามคนมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ควรจะพูดอะไรดี
ผ่านไปพักใหญ่ จ้าวไห่หนานถึงยอมเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบ "เจียงฝาน นายตีแบดแบบนี้ ... ชาตินี้จะหาแฟนไม่ได้เอานะ"
เจียงฝานโบกมืออย่างหมดเรี่ยวแรง "ล้อเล่นน่า ตีแบดก็คือตีแบดสิ ในสนามกีฬาไม่มีความรักหรอกนะ"
จ้าวไห่หนาน " ... "
เยี่ยนฟ่านโจวเอ่ยเสียงเบา "ถึงจะเป็นอย่างนั้น นายก็ไม่เห็นต้องตบลูกเลยนี่นา แถมยังตบซะแรงขนาดนั้น ... "
เจียงฝานใช้มือยันพื้นเพื่อพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก "ฟ่านโจว ครูสอนพละตอน ม.ปลาย ของฉันเคยพูดเอาไว้ประโยคหนึ่งน่ะ"
"ประโยคว่าอะไร"
"ตบลูกต้องไว ท่าทีต้องเท่"
" ... "
[จบแล้ว]