- หน้าแรก
- ท่านเซียนค้าบบ ได้โปรดอย่าทะลุมิติออกมาจากหนังสืออีกเลย
- บทที่ 26 - ใช้ไม้นี้อีกแล้วเหรอ?
บทที่ 26 - ใช้ไม้นี้อีกแล้วเหรอ?
บทที่ 26 - ใช้ไม้นี้อีกแล้วเหรอ?
"สวัสดีครับรุ่นพี่"
เพิ่งจะเดินเข้าไปใกล้ ถงหมิงก็ฉีกยิ้มที่คิดว่าหล่อเท่ที่สุดออกมา เอ่ยทักทายเซี่ยฉานกับสาวๆ อีกสามคนก่อนใครเพื่อน จากนั้นก็เริ่มแนะนำตัว "ผมชื่อถงหมิง ถงที่มาจากเจ้าชายในนิทาน หมิงที่มาจากโด่งดังชั่วข้ามคืนครับ"
จ้าวไห่หนานก็ทำตามบ้าง แม้จะดูตื่นเต้น แต่ก็ไม่ได้ประหม่าจนเกินไป "สวัสดีครับรุ่นพี่ ผมชื่อจ้าวไห่หนาน จ้าวที่มาจากจ้าวเกา ไห่ที่มาจากไห่ต้าฟู่ หนานที่มาจากสายลมวสันต์พัดผ่านฝั่งเจียงหนานครับ"
เยี่ยนฟ่านโจวไม่ส่งเสียง ในมุมมองของเขา นี่คืองานที่เจียงฝานเป็นคนจัดขึ้น การทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตาเจ้าภาพมันไม่ค่อยดี
หารู้ไม่ว่าเจียงฝานไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้เลย ที่เขาตอบตกลงคำชวนของเซี่ยฉาน ก็เพื่อทำตามคำสั่งของลั่วเซียนล้วนๆ ไม่อย่างนั้นตอนที่ลั่วเซียนออกมาจากหนังสือครั้งหน้าแล้วถามถึงเรื่องนี้ เขาคงไม่มีคำตอบไปอธิบายให้เธอฟังแน่ๆ
เซี่ยฉานยิ้มอย่างอ่อนโยน แนะนำพวกเขากับรูมเมท "เขาคือเจียงฝานที่ฉันเคยเล่าให้พวกเธอฟัง เจียงฝาน นี่คือรูมเมทของฉัน ลู่ชิงอวี่ ฉินเมี่ยวหราน หวงซือเถียน"
สามสาวสบตากัน บนใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ
"ไม่คิดเลยนะว่ารุ่นน้องเจียงจะหล่อขนาดนี้"
"รุ่นน้องเจียงหน้าตาดูสะอาดสะอ้านดีจัง ฉันก็เพิ่งรู้ความจริงวันนี้เองว่าสเปกของเซี่ยฉานคือแนวนี้ ไม่เลวเลยนะเนี่ย"
"งานแต่งนี้ฉันไฟเขียวจ้ะ"
เซี่ยฉานหน้าแดงก่ำ หันไปถลึงตาใส่รูมเมท "อย่าพูดมั่วสิ พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย"
ทว่าคำพูดนี้กลับไม่มีใครเชื่อเลย ไม่ว่าจะเป็นรูมเมทของเซี่ยฉาน หรือรูมเมทของเจียงฝานต่างก็ไม่มีใครเชื่อ พวกเขาคิดแค่ว่าเซี่ยฉานเขินอายจนไม่กล้ายอมรับก็เท่านั้น
อาการหน้าแดงของเด็กผู้หญิง ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ทุกอย่างได้แล้ว
แต่สำหรับคำแซวของสามสาว เจียงฝานกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย เขาเข้าประเด็นทันที "รุ่นพี่เซี่ยฉาน คุณนัดผมมาตีแบดไม่ใช่เหรอครับ พวกเราจะเริ่มกันตอนไหนดี"
ชั่วพริบตานั้น ทุกคนในบริเวณนั้นก็ถึงกับชะงักค้างไปตามๆ กัน
การตีแบดมัน ... สำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ
ถงหมิงถึงกับกุมขับ
จ้าวไห่หนานแอบส่ายหน้า
แม้กระทั่งเยี่ยนฟ่านโจวที่เอาแต่เงียบมาตลอด ก็ยังอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบ "เจียงฝานคนนี้ ... ทำไมถึงแยกแยะความสำคัญไม่ออกเลยนะ"
เมื่อเทียบกับความตกตะลึงของคนอื่นๆ เซี่ยฉานที่เคยต่อกรกับเจียงฝานมาแล้วหลายครั้งกลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย เธอชี้ไปที่สนามแบดมินตันข้างๆ "เริ่มตอนนี้เลยก็ได้"
พูดจบ เธอก็หันไปบอกลู่ชิงอวี่ "อวี่อวี่ รูมเมทของเจียงฝานก็มาด้วยกัน พอดีเลยจับคู่กันได้สามคู่พอดี เธอ เมี่ยวหราน แล้วก็ซือเถียนก็ลองแบ่งคู่กันดูนะ ฉันกับเจียงฝานขอตัวไปตีกันตรงโน้นก่อน"
"ไปเถอะจ้ะ ไม่ต้องห่วง"
ลู่ชิงอวี่ทำสัญลักษณ์โอเค รอจนทั้งสองคนเดินห่างออกไปสักระยะ เธอถึงได้หันมาสำรวจรูมเมททั้งสามคนของเจียงฝาน เธอมองข้ามถงหมิงกับจ้าวไห่หนานไป ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่เยี่ยนฟ่านโจว "ว้าว หนุ่มน้อยโชตะนี่นา"
ฉินเมี่ยวหรานเม้มปากยิ้ม "จริงด้วย"
หวงซือเถียนนั้นสมกับชื่อของเธอ เป็นสาวหวานเต็มร้อย เธอเดินกระโดดโลดเต้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าเยี่ยนฟ่านโจว ส่วนสูงของทั้งคู่แทบจะพอๆ กัน เธอยกมือขึ้นลูบหัวเขา "รุ่นน้องน่ารักจังเลย"
ถงหมิง " ?"
จ้าวไห่หนาน " ?"
เมื่อเห็นว่าความสนใจของรุ่นพี่สาวสวยทั้งสามคนพุ่งเป้ามาที่ตัวเอง เยี่ยนฟ่านโจวก็ทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง "สวัสดีครับรุ่นพี่ ผมชื่อเยี่ยนฟ่านโจว ปีหนึ่ง คณะการเงินครับ"
หวงซือเถียนเผยให้เห็นลักยิ้มสองข้าง เดินวนรอบตัวเยี่ยนฟ่านโจวหนึ่งรอบ "ส่วนสูงแบบโชตะ หน้าตาแบบโชตะ แถมเสียงยังเป็นโชตะอีก รุ่นน้องจ๊ะ พี่หลงเสน่ห์เธอเข้าให้แล้วสิ"
ลู่ชิงอวี่กับฉินเมี่ยวหรานสบตากัน แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
การที่พักอยู่ห้องเดียวกัน ทำให้พวกเธอรู้จักหวงซือเถียนเป็นอย่างดี และรู้ชัดเจนว่าหวงซือเถียนชอบผู้ชายสไตล์ไหน ผู้ชายที่เป็นสุดยอดโชตะอย่างเยี่ยนฟ่านโจวเนี่ยแหละคือสเปกในฝัน เป็นของโปรดของหวงซือเถียนเลยล่ะ
ดูเหมือนว่า ...
ในหอพักกำลังจะมีคนสละโสดพร้อมกันสองคนซะแล้ว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการรุกเข้าหาของหวงซือเถียน เยี่ยนฟ่านโจวที่ไม่ค่อยได้คลุกคลีกับผู้หญิงเท่าไหร่นักก็ถึงกับทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาเตะจมูก ยิ่งทำให้เขาสติแตก อึกอักอยู่พักใหญ่แต่ก็พูดอะไรไม่ออกเลย
หวงซือเถียนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแกว่งไปมาตรงหน้าเยี่ยนฟ่านโจว "รุ่นน้องจ๊ะ ขอแอดวีแชทหน่อยได้ไหมจ๊ะ"
"ดะ ได้ครับ"
ภาพที่เห็นทำเอาถงหมิงกับจ้าวไห่หนานอิจฉาตาร้อนผ่าว
"เอ่อ ... รุ่นพี่ลู่ครับ ผมขอแอดวีแชทหน่อยได้ไหมครับ"
เมื่อต้องเผชิญกับคำขอของถงหมิง รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่ชิงอวี่ก็ค่อยๆ หายไป "พี่ชอบความเป็นอิสระน่ะ เธอรับมือพี่ไม่ไหวหรอก ทางที่ดีอย่าแอดวีแชทกันเลยจะดีกว่า"
จ้าวไห่หนานเองก็พุ่งเป้าไปที่ฉินเมี่ยวหราน และแน่นอนว่าถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
คราวนี้ ทั้งสองคนถึงกับใจสลายจริงๆ!
ทำไมกันล่ะ
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต่างหากที่เป็นตัวท็อปด้านหน้าตาของหอพักหกศูนย์หก!
อีกด้านหนึ่ง ภายในสนามแบดมินตัน เจียงฝานไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับรูมเมทของเขาบ้าง ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งเป้าไปที่ลูกแบดในมือ เขากวาดตามองเซี่ยฉานที่อยู่ฝั่งตรงข้าม "ฝีมือตีแบดของรุ่นพี่เป็นยังไงบ้างครับ"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เซี่ยฉานก็เผยรอยยิ้มภูมิใจออกมาเล็กน้อย "เจียงฝาน นายถามถูกคนแล้วล่ะ งานกีฬามหาวิทยาลัยปีที่แล้ว ฉันได้แชมป์แบดมินตันหญิงเดี่ยวนะ เดี๋ยวระวังจะโดนรุ่นพี่ตีจนร้องไห้ขี้มูกโป่งเอานะ~"
เจียงฝานขยับข้อมือ หมุนไม้แบดมินตันเป็นวงกลมอย่างลื่นไหล "บังเอิญจังเลยนะครับ ผมเองก็เป็นแชมป์แบดมินตันตอน ม.ปลาย เหมือนกัน ในเมื่อเป็นแบบนั้น เดี๋ยวพวกเรามาดวลกันให้รู้ผล ไม่เพียงตัดสินแพ้ชนะ แต่ยังชี้ขาดความเป็นตายด้วย"
เซี่ยฉาน " ... "
ตัดสินแพ้ชนะน่ะเธอเข้าใจ แต่ชี้ขาดความเป็นตายเนี่ยเธอไม่เข้าใจเลย พวกเราไม่มีความแค้นอะไรกันสักหน่อย ทำไมต้องชี้ขาดความเป็นตายด้วยล่ะ
ระหว่างที่เซี่ยฉานกำลังมึนงง เจียงฝานก็เพิ่งจะรู้สึกตัว เขาหัวเราะแหยๆ อย่างขัดเขิน "ขอโทษทีครับ ขอโทษที พูดเพลินไปหน่อยครับ ก็เหมือนกับที่หัวเข่ารุ่นพี่ถลอกปอกเปิกไปเมื่อคืนวันนั้นแหละ พวกเราไม่ชี้ขาดความเป็นตาย ตัดสินแค่แพ้ชนะก็พอครับ"
เซี่ยฉานมองด้วยสายตาตัดพ้อสุดๆ เมื่อเห็นเจียงฝานเตรียมจะเสิร์ฟลูก เธอก็รีบเบรกไว้ทันที
เจียงฝาน " ?"
เมื่อสบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเจียงฝาน ประกายเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นในแววตาของเซี่ยฉาน "เจียงฝาน ตีกันเฉยๆ มันน่าเบื่อจะตายไป สู้พวกเรามาตั้งรางวัลเดิมพันกันดีกว่า คนแพ้ต้องยอมทำตามเงื่อนไขของอีกฝ่ายหนึ่งข้อ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงฝานก็ขมวดคิ้ว "ผมปฏิเสธครับ"
หลังจากวันนี้ไป เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเซี่ยฉานอีก ไม่เจอกันเลยยิ่งดี
เซี่ยฉานชะงักค้างไป วินาทีต่อมาเธอก็ถือไม้แบดมินตันเดินจ้ำอ้าวมาที่หน้าตาข่ายกลางสนาม "เจียงฝาน นายมานี่เลย!"
พฤติกรรมและน้ำเสียงแบบนี้ ทำให้เจียงฝานถึงกับสะดุ้ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างลืมตัว
ซี้ด—
จะทำอะไรเนี่ย
หรือว่า ... เธอจะตีเขา
คนที่อยู่นอกสนามต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เจียงฝานกระแอมไอ ค่อยๆ เดินไปหยุดอยู่ห่างจากตาข่ายประมาณสองเมตร แววตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง "รุ่นพี่ จะทำอะไรครับ"
เซี่ยฉานจ้องมองเจียงฝานเขม็ง เอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน "นายปฏิเสธไม่ได้ ต้องตอบตกลงเท่านั้น"
"ขู่ผมเหรอ"
เจียงฝานหัวเราะ "รุ่นพี่ครับ ผมรำคาญที่สุดก็คือตอนที่มีคนมาขู่ แล้วก็ไม่เคยกลัวคำขู่ของใครด้วย ผมปฏิเสธแล้ว จะทำไมล่ะครับ"
เซี่ยฉานลดเสียงลง เอ่ยอย่างมีนัยยะ "เจียงฝาน นายลืมเรื่องประวัติการแชทไปแล้วหรือไง ถ้านายไม่ตกลง ฉันจะเอาแชทไปปล่อยในบอร์ดมหาวิทยาลัยจริงๆ นะ"
เจียงฝานถึงกับหน้าเหวอ
ใช้ไม้นี้อีกแล้วเหรอ
"รุ่นพี่ครับ ทำแบบนี้มันสนุกเหรอ ก่อนหน้านี้คุณก็เอาประวัติการแชทมาขู่ผมไปรอบหนึ่งแล้ว ไพ่ใบหนึ่งเอามาใช้ครั้งหนึ่งก็ถือว่าสมเหตุสมผล แต่เอามาใช้ครั้งที่สองเนี่ย มันออกจะไม่ค่อยมีจรรยาบรรณไปหน่อยนะครับ!"
"ไม่มีจรรยาบรรณก็ช่างมันเถอะ ขอแค่บรรลุเป้าหมายก็พอแล้ว"
"คุณ ... "
เจียงฝานแอบกัดฟัน "ก็ได้ ก็ได้ครับ เอาตามที่คุณว่า ตั้งรางวัลเดิมพัน คนแพ้ต้องทำตามเงื่อนไขของอีกฝ่ายหนึ่งข้อ แต่ผมก็มีข้อแม้เหมือนกันนะ"
"ข้อแม้อะไร"
"ผมต้องการให้คุณสาบานว่า ต่อไปนี้จะไม่เอาประวัติการแชทมาขู่ผมอีก"
"ตกลง"
เซี่ยฉานตอบรับอย่างง่ายดาย เธอชูมือซ้ายขึ้น "ฉัน เซี่ยฉาน ขอสาบานว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป จะไม่เอาประวัติการแชทมาขู่เจียงฝานอีก หากผิดคำสาบาน ขอให้ฟ้าผ่าตาย"
"คำสาบานแค่นี้มันไม่มีน้ำหนักหรอกครับ"
"แล้วต้องสาบานยังไงล่ะ"
เมื่อสบเข้ากับสายตางุนงงของเซี่ยฉาน เจียงฝานก็โพล่งออกไปอย่างไม่ลังเล "หากผิดคำสาบาน ขอให้หน้าอกเล็กลง!"
เสียมารยาทไปหน่อยไหม
ก็อาจจะใช่
แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เซี่ยฉานเอาประวัติการแชทมาขู่เขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจียงฝานก็ต้องทำแบบนี้ จะหยาบคายก็ช่าง จะล่วงเกินก็ช่าง ยังไงซะหลังจากวันนี้ไป พวกเขาก็กลายเป็นแค่คนแปลกหน้ากันแล้ว
ใบหน้าของเซี่ยฉานแดงก่ำขึ้นมาในทันที
ที่จริงของเธอก็เล็กอยู่แล้วนะ ...
[จบแล้ว]