- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 488 วงล้อมกองทัพแมลง (2/2)
บทที่ 488 วงล้อมกองทัพแมลง (2/2)
บทที่ 488 วงล้อมกองทัพแมลง (2/2)
แรงกดดันจากโลกภายนอก เมื่อเทียบกับภายในแล้วถือว่าน้อยกว่ามาก สวี่เฮยรู้สึกราวกับปลาที่ได้หวนคืนสู่น้ำ ปลดเปลื้องพันธนาการทั้งปวง ร่างกายเบาสบายเป็นอิสระ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจ
การขัดเกลากายเนื้อตลอดปีครึ่งที่ผ่านมา ทำให้สวี่เฮยปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายใต้ดินได้ตั้งนานแล้ว
บวกกับระดับพลังบำเพ็ญที่ทะลวงขึ้นไป บัดนี้เมื่อเขาใช้วิชาทะลวงดิน ความเร็วก็เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนถึงสองเท่ากว่า
สวี่เฮยหันไปมองตราประทับหงส์เพลิงอีกครั้ง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่เก็บมันไป ด้วยฝีมือของเขาในตอนนี้ แม้จะมั่นใจว่าสามารถเอาไปได้ แต่ความเสี่ยงก็สูงเกินไป
หนึ่งคือความวุ่นวายจะใหญ่โตเกินไป สองคือมีโอกาสได้รับบาดเจ็บ และสามคือหลังจากนี้จะต้องถูกตามล่า ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเสี่ยงเลย
สวี่เฮยใช้วิชามัจฉามังกรจำแลงอีกครั้ง คืนร่างเป็นมนุษย์ แต่ไม่ใช่ร่างคนหน้าจืดแบบเดิมแล้ว คราวนี้เขามีผิวคล้ำขึ้นเล็กน้อย ดูคล้ายกับหวังติ่ง
เขากระโจนตัวพุ่งขึ้นไปเหนือชั้นแมกมา
ผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป เขาก็พุ่งทะลุชั้นแมกมา ขึ้นมาถึงชั้นหิน
เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ความเร็วของสวี่เฮยเพิ่มขึ้นมาก เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วว่องไวขึ้น แต่เมื่อมาถึงชั้นหิน สวี่เฮยก็จงใจลดความเร็วลง พร้อมกับกดข่มระดับพลังบำเพ็ญให้อยู่แค่ระดับหยวนอิง (ทารกวิญญาณ) ขั้นต้น
"ตอนที่ทะลวงระดับเมื่อกี้ ข้าเอาหินวิญญาณระดับสุดยอดออกมา แถมยังทำเสียงดังอึกทึกไปไม่น้อย ถ้าราชินีแมลงยังอยู่แถวนี้ล่ะก็ ต้องสังเกตเห็นแน่ๆ ข้าต้องระวังตัวไว้ก่อน"
สวี่เฮยระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง รักษาระดับความเร็วให้เท่ากับตอนก่อนทะลวงระดับ
แม้แต่จิตสัมผัส ก็แผ่ขยายออกไปแค่รัศมีร้อยจั้งเท่านั้น ทว่า ลางสังหรณ์ถึงอันตรายหรือสัมผัสที่หกของเขา กลับเปิดรับรู้ขั้นสูงสุดอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเวลาผ่านไป สวี่เฮยก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอันตรายจริงๆ ข้างบนมีอันตรายรออยู่!
ดูเหมือนเขาจะประเมินความแข็งแกร่งของราชินีแมลงต่ำไป จี๋อิ่ง (เงาสุดขั้ว) จัดการมันไม่สำเร็จ แต่จี๋อิ่งก็ยังไม่ตาย ถ้าตายไปสวี่เฮยย่อมต้องรู้สึกได้
"จี๋อิ่งนี่มันยังไงกันแน่ หรือว่าหนีไปแล้ว?" สวี่เฮยหรี่ตาลง ชะลอความเร็ว
เขามีระยะการควบคุมจี๋อิ่งอย่างจำกัด หากออกนอกระยะ ต่อให้เป็นเขาก็ไม่สามารถดึงตัวกลับมาได้ ถ้าเกิดหนีไปจริงๆ เว้นแต่จะบังเอิญเจอกันอีก ไม่อย่างนั้นสวี่เฮยก็ทำอะไรไม่ได้เลย
สวี่เฮยนึกสงสัยในใจ ค่อยๆ ลอบเคลื่อนตัวขึ้นไปด้านบนอย่างเชื่องช้า
เขาปล่อยร่างแยกออกไปล่วงหน้าเพื่อสำรวจทาง แต่พอพุ่งขึ้นไปได้พันจั้ง จู่ๆ ก็ขาดการติดต่อ ราวกับถูกการโจมตีทางจิตวิญญาณรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งลบทิ้งไป
ก่อนที่ร่างแยกจะถูกทำลาย มันยังคงส่งข้อมูลกลับมาได้เสี้ยวหนึ่ง สิ่งที่เห็นคือมดกลืนวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนซ่อนตัวอยู่ในชั้นดิน
"ราชินีแมลงจริงๆ ด้วย!" สีหน้าของสวี่เฮยมืดครึ้มลง รีบถอยกรูดกลับทันที
กองทัพแมลงมีจำนวนมหาศาลเกินไป จะเข้าปะทะตรงๆ ไม่ได้ ฝ่ายตรงข้ามคือตัวตนที่ทำให้เหล่ายอดฝีมือระดับหยวนอิงขั้นสมบูรณ์ยังต้องหวาดกลัว ถ้าสวี่เฮยกล้าพุ่งชนซึ่งๆ หน้า เกรงว่าจะโดนรุมแทะจนไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูก
ในตอนนี้ เขามีทางออกเพียงทางเดียว นั่นคืออ้อมไปทางอื่น ต้องอ้อมหลบสถานที่แห่งนี้ ต่อให้ต้องเสียเวลามากแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางมุ่งตรงขึ้นไปข้างบนเด็ดขาด
สวี่เฮยหันเหทิศทาง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ทางตะวันออกคือรอบนอกของซากวิหารเทพราชัน
หนึ่งก้านธูปผ่านไป จู่ๆ สวี่เฮยก็สัมผัสได้ถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวงเบื้องหน้า ข้างหน้าก็มีแมลง เขารีบหยุดฝีเท้าทันที
สวี่เฮยเปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ ทว่าผ่านไปไม่นาน ก็เป็นเหมือนเดิม
ต่อจากนั้น ทั้งทิศเหนือ ทิศตะวันตก สวี่เฮยลองไปหมดแล้ว ทุกทิศทางล้วนทำให้เขารู้สึกได้ถึงอันตราย มีกองทัพแมลงซุ่มดักอยู่ทุกสารทิศ
"นี่ข้าโดนล้อมแล้วงั้นรึ?" สีหน้าของสวี่เฮยแข็งค้าง
สัญชาตญาณรับรู้อันตรายของเขานั้นเฉียบคมมาก เขาลองไปทั้งสี่ทิศแล้ว ล้วนสัมผัสได้ถึงอันตราย และด้านบนก็ยิ่งอันตรายมากกว่า
ถ้าเป็นเช่นนั้น ราชินีแมลงก็ได้วางกับดักตาข่ายมฤตยูไว้แล้ว ราวกับชามใบยักษ์ที่ครอบทับลงมา รอให้สวี่เฮยพุ่งเข้าไปติดกับเองสินะ?