- หน้าแรก
- ผมว่า…ผมดันตกหลุมรักยัยเพื่อนสมัยเด็กเข้าแล้ว
- บทที่ 11 - แต่งงานกับนาย
บทที่ 11 - แต่งงานกับนาย
บทที่ 11 - แต่งงานกับนาย
"ว่าแต่ วันนี้นายโดนพ่อจับตัวกลับบ้านกลางทางจริงๆ เหรอ? [สติกเกอร์หน้าทะเล้น]"
เห็นข้อความที่เขาส่งมา อวิ๋นซูเฉี่ยนก็ใจหายวาบ กลั้นหายใจ หัวใจแทบหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง
พอลองทบทวนเรื่องราวทั้งหมดในวันนี้อย่างละเอียด อวิ๋นซูเฉี่ยนก็มั่นใจว่าซ่งเจียมู่ไม่ได้สังเกตเห็นเธอ บางทีบทสนทนาเมื่อกี้อาจจะทำให้เขาสงสัยหรือเปล่านะ?
เธอรีบแกล้งทำเป็นไร้เดียงสา แล้วตอบเขากลับไปว่า "ฉันจะโกหกนายทำไมล่ะ [ชิ/ฮึ]"
"[หน้าทะเล้น] [หน้าทะเล้น]"
"โอเค ฉันก็นึกว่าเธอเห็นฉันแล้ว แต่เพราะความหล่อเหลาของฉัน เธอเลยไม่กล้าออกมาเจอซะอีก"
อวิ๋นซูเฉี่ยนพูดไม่ออก ในโลกนี้ยังมีคนหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้อยู่อีกเหรอ!
"หน้าตาฉันก็ไม่ได้แย่นะ ถ้าเจอกันจริงๆ นายต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง"
"งั้นส่งรูปมาให้ฉันดูหน่อยสิ"
"นายชอบแบบไหนล่ะ? แบบที่นายชอบฉันแต่งรูปให้ได้หมดแหละ"
ซ่งเจียมู่ครุ่นคิด ลองประกอบภาพหญิงสาวแบบที่ตัวเองชอบขึ้นมาในหัว น่าจะต้องผิวขาวๆ ผมยาวสวยๆ ดวงตากลมโตสดใส ตัวเล็กๆ ที่สามารถกอดได้มิดทั้งตัว... เอ๊ะ
ทำไมถึงมีไอ้คนน่ารำคาญคนหนึ่ง ดันมีหน้าตาตรงกับสเปกที่เขาชอบเป๊ะๆ เลยล่ะ?
"บ๊ายบาย ฉันจะนอนแล้ว"
"วันนี้นอนเร็วจัง?"
"พรุ่งนี้มีเรียนนี่นา"
"พรุ่งนี้เช้าฉันก็มีเรียนเหมือนกัน"
ซ่งเจียมู่ดูเวลา ก็เห็นว่าสี่ทุ่มกว่าแล้ว จึงกระแอมเบาๆ กดส่งข้อความเสียงไปหาเธอประโยคหนึ่ง "ฝันดีนะ~"
ในห้องที่มืดสลัว อวิ๋นซูเฉี่ยนซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม เอาลำโพงมือถือแนบชิดกับใบหูอันบอบบาง ฟังคำว่า 'ฝันดีนะ' ประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไม่เหมือนเสียงของเขาเลยสักนิด!
ไม่รู้ผีสางเทวดาดลใจอะไร เธอเองก็กดส่งข้อความเสียงบ้าง ใช้เสียงกระซิบแผ่วเบาเหมือนกระซิบอยู่ข้างหู ส่งกลับไปหาเขาว่า "ฝันดีนะ~"
ส่งเสร็จ เธอก็กดดับหน้าจอ โผล่หัวเล็กๆ ออกมาจากผ้าห่ม นอนหงายอยู่บนเตียง สองมือจับมือถือวางไว้บนหน้าอก หัวใจเต้นรัวเหมือนลูกกวางกระโดดชน ดวงตากลมโตจ้องมองเพดานกะพริบปริบๆ เหม่อลอยไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
แค่รู้สึกว่าตัวเองแปลกๆ แถมยังนิสัยเสียหน่อยๆ ด้วย หัวใจเต้นเร็วมาก ร่างกายเหมือนจะร้อนผ่าวขึ้นมานิดๆ...
เกิดอะไรขึ้นเนี่ยอวิ๋นซูเฉี่ยน เพื่อนทางจดหมายที่ดีที่สุดดันกลายเป็นซ่งเจียมู่ไปได้ แล้วเธอ... กลับรู้สึกตื่นเต้นดีใจลึกๆ ซะงั้น?
「แหม ปากไม่ตรงกับใจเลยนะ คุณเพื่อนอวิ๋นซูเฉี่ยน ที่แท้เธอก็คิดกับฉัน...」
งื้ออออ จะให้เขารู้ความจริงไม่ได้เด็ดขาด!
คืนนั้น อวิ๋นซูเฉี่ยนนอนพลิกไปพลิกมาจนเกือบจะนอนไม่หลับ
เดี๋ยวก็หยิบมือถือขึ้นมาตั้งใจจะลบเพื่อน เดี๋ยวก็กลับไปหน้าแชตเลื่อนอ่านประวัติการคุยที่ผ่านๆ มา...
กว่าจะข่มตาหลับได้ก็ยากเย็น ตอนกลางคืนยังฝันถึงตอนเด็กๆ อีก——
เธอในวัยเด็กกับเขาในวัยเด็ก แอบซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าด้วยกัน ร่างกายเล็กๆ ของทั้งสองเบียดเสียดกัน จับมือเล็กๆ ของกันและกันไว้ แสงที่ลอดเข้ามาทางช่องว่าง ทำให้เห็นโครงหน้าเล็กๆ ของพวกเขา และดวงตากลมโตของอีกฝ่ายที่สะท้อนแสงเป็นประกาย
"ซ่งเจียมู่"
"ชู่ว แม่เธอยังอยู่ข้างนอกนะ..."
"ซ่งเจียมู่ โตขึ้นฉันจะแต่งงานกับนาย"
"หา?"
"ฉันบอกว่าฉันจะ..."
ประตูตู้เสื้อผ้าถูกเปิดออก แสงสว่างสาดส่องเข้ามา...
แสบตาจัง...
เธอหรี่ตาลง พึมพำเสียงเบา ขดตัวถูไถอยู่ในผ้าห่มเหมือนลูกแมว
พอได้สติกลับมา ถึงได้รู้ตัวว่าเช้าแล้ว
วันนี้เป็นวันจันทร์ ท้องฟ้าแจ่มใส
...
"ซ่งเจียมู่! กี่โมงแล้วยังไม่ตื่นอีก!"
"...ตื่นแล้วคร้าบ ตื่นแล้ว!"
ได้ยินเสียงแม่แว่วมาในความสะลึมสะลือ ซ่งเจียมู่ที่ยังซุกตัวอยู่ในผ้าห่มก็เด้งตัวลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงด้วยปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ
ตัวตื่นแล้ว แต่วิญญาณยังไม่เข้าร่าง
หยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา ยังเหลืออีกห้านาทีกว่านาฬิกาปลุกจะดัง
"โอ๊ย..."
ด้วยคติประจำใจที่ว่าจะไม่ยอมให้เวลาสูญเปล่า ซ่งเจียมู่เลยทิ้งตัวนอนหงายหลังลงไปอีกรอบ รอจนนาฬิกาปลุกดัง ถึงได้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างหมดอาลัยตายอยาก
วัยรุ่นสมัยนี้นอนดึกขึ้นเรื่อยๆ นอนก่อนเที่ยงคืนเขาเรียกว่านอนเร็ว ถ้าไม่อยู่ดึกจนถึงตีสองตีสามก็ไม่กล้าพูดหรอกว่าตัวเองอดนอน
เมื่อคืนตอนสี่ทุ่มกว่าไม่ได้บอกฝันดีกับยัยจอมเปิ่นไปแล้วเหรอ? นั่นมันไม่เหมือนกัน คำว่าฝันดีไม่ได้หมายความว่าจะนอน แต่หมายถึงว่าได้เวลาใช้ชีวิตส่วนตัวเงียบๆ คนเดียวแล้วต่างหากล่ะ
เช้าต้นฤดูใบไม้ผลิในเดือนมีนาคมยังมีอากาศหนาวเย็นอยู่บ้าง ซ่งเจียมู่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน
หลอดยาสีฟันอันใหม่ที่อ้วนป้อมวางเอียงอยู่ในแก้ว ช่างทำให้รู้สึกปลอดภัยจริงๆ แฮะ
แปรงฟันล้างหน้า เอามือแตะน้ำ ลูบผมปอยที่ชี้โด่เด่เพราะการนอนให้เรียบ แล้วก็เป่าผมจัดทรงแบบลวกๆ
พ่อยังไม่ตื่น บริษัทเข้างานตอนเก้าโมง ส่วนแม่มีสอนตอนเช้าเลยตื่นเร็ว นั่งกินมื้อเช้าอยู่ที่โต๊ะอาหาร มือถือวางอยู่ข้างชามข้าว เปิดเสียงดังลั่น กำลังเลื่อนดูคลิปสั้น
[อัตราการเกิดของประชากรลดลงต่ำกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์เป็นครั้งแรก วัยรุ่นไม่อยากมีลูกกันแล้วงั้นหรือ? วิจารณ์ระบบ 996 กวาดล้างกวดวิชา ถกประเด็นขยายเวลาเกษียณอายุ...]
เสียงของบล็อกเกอร์ในคลิปดังชัดเจน หลี่หยวนฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ท่าทางเหมือนกำลังเป็นห่วงบ้านเมือง
"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป แม่กับพ่อก็ต้องทนทำงานไปอีกตั้งยี่สิบปีกว่าจะได้เกษียณสิ?"
"หืม? ก็เป็นไปได้นะ"
ซ่งเจียมู่ไม่ได้รู้สึกอินอะไรกับเรื่องพวกนี้มากนัก เขาก็เหมือนวัยรุ่นส่วนใหญ่ในช่องคอมเมนต์ ออกจะมองเป็นเรื่องสนุกซะด้วยซ้ำ
ก็แหม จากประสบการณ์การเป็นลูกมาตั้งหลายปีของเขา การมีลูกก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรนี่นา
เขาใฝ่ฝันถึงความรักแบบเพลโตมากกว่า ซึ่งก็คือการแสวงหาความรักที่บริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณ มีการสื่อสารทางใจและมีเหตุผล
อย่างเช่นยัยจอมเปิ่นเนี่ยก็ไม่เลวเลย
"อย่างนั้นได้ไงล่ะ? แม่ยังรออุ้มหลานอยู่นะ..." หลี่หยวนบ่นพึมพำ
"แม่ว่าหนูเฉี่ยนเฉี่ยนก็ดีมากเลยนะ เด็กผู้หญิงก็ควรจะเป็นแบบนั้นแหละ รู้หัวนอนปลายเท้ากันดี เรียนก็เก่ง มารยาทก็งาม ทำกับข้าวก็เป็น รู้ความแถมยังน่ารักน่าชัง..."
ซ่งเจียมู่ที่กำลังนั่งใส่รองเท้าอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก หันไปมองแม่ด้วยสีหน้าพิลึก
"สรุปก็คือ แม่หมายความว่า...?"
"หมายความอะไรกัน แม่ไม่ได้หมายความอะไรเลย แม่แค่จะเตือนแกให้เอาอย่างหนูเฉี่ยนเฉี่ยนเขาบ้าง อย่าทำตัวเป็นเด็กทะเลาะกันอยู่ได้ พวกแกสองคนก็โตๆ กันแล้ว น่าจะ..."
หลี่หยวนนึกคำพูดไม่ออกกะทันหัน ไม่รู้ว่าพวกเขาควรจะทำอะไรดี เลยถลึงตาใส่ซ่งเจียมู่แทน "แล้วแกจะกินไหมมื้อเช้าน่ะ?"
"...ขนมปังกับนมอีกแล้ว ผมลงไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างล่างดีกว่า"
แม่แต่งงานกับพ่อมาตั้งหลายปี นับครั้งเข้าครัวได้เลย ขืนหวังให้แม่เตรียมมื้อเช้าชุดใหญ่ให้ สู้ภาวนาให้ตัวเองหาเมียที่ทำกับข้าวเป็น แล้วให้เมียทำมื้อเช้าให้กินในอนาคตยังจะดูเป็นไปได้มากกว่า
ซ่งเจียมู่สะพายกระเป๋าเป้ไว้ที่ไหล่ข้างเดียว พอเปิดประตูบ้าน ประตูห้องตรงข้ามก็เปิดออกพร้อมกันพอดี
"อวิ๋นซูเฉี่ยน นี่เธอแอบติดกล้องวงจรปิดดูฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย?"
"นายต่างหากล่ะ ไอ้คนตามต้อยๆ!"
เฮอะ ร้อนตัวล่ะสิ
ไม่หยั่งงั้น ทำไมเธอถึงหน้าแดงล่ะ?
(จบแล้ว)