- หน้าแรก
- ระบบอาชีพไร้ขีดจำกัด
- ตอนที่ 10 : ภาพวาดผีร้าย
ตอนที่ 10 : ภาพวาดผีร้าย
ตอนที่ 10 : ภาพวาดผีร้าย
ตอนที่ 10 : ภาพวาดผีร้าย
ปัง
เสียงกระแทกอย่างรุนแรงดังเข้าหูสวี่เยว่
สวี่เยว่หันขวับไปมอง และเห็นหัวหน้ามือปราบเฉินหย่งเหอซัดชายแขนขายาววัยสามสิบเศษกระเด็นไปอัดก๊อปปี้กับกำแพงใกล้ๆ ด้วยหมัดเดียว หยาดเลือดสดๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้น
ชายวัยสามสิบเศษดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาถึงความเจ็บปวด นัยน์ตาสีแดงก่ำของเขาจ้องเขม็งไปที่เฉินหย่งเหอ ขณะที่ร่างกายของเขาขยับอย่างกะทันหัน พุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย
นิ้วทั้งห้าของเขางุ้มงอราวกับกรงเล็บ กลายสภาพเป็นกรงเล็บอินทรี
การโจมตีด้วยกรงเล็บนั้นทั้งดูแปลกประหลาดและรับมือยาก ทว่ามันกลับแฝงไว้ด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบดั่งเหยี่ยวภูเขาที่กำลังโฉบจับกระต่าย พุ่งทะยานเข้าใส่เฉินหย่งเหอ
วิชากรงเล็บอินทรี
ขอบเขตปราณโลหิตขั้นสูง
เป็นอู๋ซานหยวนรึ? หรือว่าจงฉือ?
ดวงตาของเฉินหย่งเหอสงบนิ่ง และร่องรอยของความดูแคลนก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า หมัดอันหยาบกร้านของเขายกขึ้นอย่างรวดเร็ว และด้วยพลังปราณโลหิตที่อัดแน่น เขาจึงสวนหมัดเข้าปะทะการโจมตีนั้น
หมัดและกรงเล็บปะทะกัน
พลังจากหมัดของเฉินหย่งเหอเปรียบเสมือนม้าศึกที่ควบตะบึงเข้าชนอย่างจัง กระแทกเข้าที่มือของชายผู้นั้น ได้ยินเพียงเสียงกระดูกแตกหักและบิดเบี้ยวจนชวนให้เสียวฟัน เมื่อนิ้วสามนิ้วของคู่ต่อสู้แหลกเละในพริบตา พลังอันน่าสะพรึงกลัวซัดร่างของเขากระเด็นไปอัดกับกำแพงอีกครั้ง
เฉินหย่งเหอไม่หยุดแค่นั้น เขาตามติดไปราวกับเงาตามตัว
เพียงก้าวเดียว เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าชายผู้นั้น และฟาดฝ่ามือลงบนศีรษะของเขา ซึ่งดูเหมือนจะเชื่องช้าแต่แท้จริงแล้วกลับรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
ภายใต้แรงกระแทกที่สั่นสะเทือน ชายผู้นั้นก็หมดสติไปในทันที
สวี่เยว่เฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ ร่องรอยของความเคร่งเครียดปรากฏขึ้นบนสีหน้าของเขา
นี่คือขอบเขตปราณโลหิตสมบูรณ์
ความแข็งแกร่งของเฉินหย่งเหอนั้นไม่อาจดูแคลนได้เลย การที่เขาฝึกฝนวิชายุทธ์ระดับต่ำของตระกูลเฉินอย่าง "หมัดหนักพันคีรี" จนถึงระดับสมบูรณ์ได้สำเร็จ คงยากที่จะหาคู่ปรับที่ทัดเทียมกันในระดับขอบเขตปราณโลหิตสมบูรณ์ได้
หลังจากปรายตามองเพียงไม่กี่ครั้ง
สวี่เยว่ก็ผละจากไปทันที
หานปู้เจวี๋ยปรากฏตัวอย่างรวดเร็วและหลบหนีไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หานปู้เจวี๋ยเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ในระดับขอบเขตปราณโลหิตสำเร็จขั้นต้นเท่านั้น และในกลุ่มก็ยังมีมือปราบระดับขอบเขตปราณโลหิตสำเร็จขั้นต้นอยู่ด้วย ดังนั้น พวกเขาจึงตามติดหานปู้เจวี๋ยไปอย่างกระชั้นชิด
ครู่ต่อมา
กลุ่มมือปราบไล่ตามเขามาจนถึงถนนโคลนดำที่ค่อนข้างเปลี่ยวเหงา
"หานปู้เจวี๋ย หยุดเดี๋ยวนี้"
มือปราบจางฉู่ตะโกนก้อง ปลายเท้าแตะพื้นขณะที่เขาพุ่งเข้าประชิดตัวหานปู้เจวี๋ยด้วยความปราดเปรียวราวกับกระต่ายกระโจนและเหยี่ยวถลาลม
ฟุ่บ
ดาบมือปราบตวัดตัดอากาศ ใบดาบสีเงินยวงสะท้อนประกายแสงเย็นเยียบยามกระทบกับแสงแดด
การฟันนั้นดุดันอย่างเหลือเชื่อ หมายจะผ่าร่างของหานปู้เจวี๋ยให้ขาดสะบั้น
หานปู้เจวี๋ยสัมผัสได้ถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากด้านหลัง จึงหันขวับกลับมา นัยน์ตาสีแดงก่ำของเขาปะทุความดุร้ายออกมาขณะที่จ้องเขม็งไปที่จางฉู่
ในพริบตาต่อมา
แทนที่จะถอยร่น เขากลับก้าวไปข้างหน้าและเปิดฉากโจมตีด้วยวิชากรงเล็บอินทรีแบบกวาดต้อน
ความฮึกเหิมของเขารวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ รวดเร็วดั่งเสียงกัมปนาท
มือขวาของหานปู้เจวี๋ยกระแทกลงบนใบดาบ พลังอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ข้อมือของจางฉู่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เกือบจะทำให้ดาบหลุดลอยออกจากมือ มือซ้ายของเขาพุ่งแหวกอากาศ ตะปบเข้าที่ลำคอของจางฉู่
หากกรงเล็บนั้นตะปบโดนเป้าหมาย มันคงจะหักคอของจางฉู่ได้อย่างแน่นอน
สีหน้าของจางฉู่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน และเขาก็รีบเอียงศีรษะหลบไปด้านข้าง
ฉวะ
การเคลื่อนไหวของจางฉู่ยังคงช้าไปเพียงนิดเดียวกรงเล็บอันแหลมคมเฉือนผ่านลำคอของเขา ฉีกกระชากเนื้อเยื่อจนเลือดไหลซิบๆ ออกมาทันที
ทั้งสองพุ่งสวนกันไป
ในฐานะมือปราบระดับขอบเขตปราณโลหิตสำเร็จขั้นต้น อย่างน้อยจางฉู่ก็เคยผ่านสถานการณ์และการต่อสู้จริงมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เขากำดาบมือปราบไว้แน่น หันกลับมาและฟาดฟันออกไปอีกครั้ง
แต่การโจมตีครั้งนี้กลับพลาดเป้า
เขาเพ่งมองอย่างละเอียดและพบว่าหานปู้เจวี๋ยได้หันไปต่อสู้กับมือปราบคนอื่นๆ แล้ว
สวี่เยว่ไม่ได้เข้าไปปะทะกับหานปู้เจวี๋ย แต่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก สังเกตดูอาการของเขาอย่างระมัดระวัง
มีบางอย่างผิดปกติ
หานปู้เจวี๋ยดูเหมือนคนถูกผีเข้า การโจมตีของเขาโหดเหี้ยมและเด็ดขาด มุ่งเป้าหมายไปที่การสังหารคู่ต่อสู้โดยไม่สนว่าพวกเขาจะเป็นมือปราบหรือไม่
"ตายซะ!"
"พวกแกทุกคนต้องตาย!"
"ฆ่าพวกแก ฆ่าพวกแก..."
หานปู้เจวี๋ยคำรามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่าทางเหมือนคนเสียสติ แม้จะถูกรุมล้อมด้วยมือปราบหลายคน บาดแผลปรากฏขึ้นตามร่างกายไม่หยุดหย่อน และเลือดก็ชโลมไปทั่วทั้งร่างในเวลาไม่นาน เขากลับไม่แสดงอาการหวาดกลัวหรือถอยหนีเลยแม้แต่น้อย
มีเพียงการเข่นฆ่าเท่านั้น
มีเพียงความบ้าคลั่งเท่านั้น
นั่นมันอะไรกัน?
สายตาของสวี่เยว่เลื่อนไปหยุดที่ตัวหานปู้เจวี๋ย โดยเฉพาะที่หน้าอกของเขา ทะลุผ่านรอยขาดของเสื้อผ้า เขามองเห็นบางสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายภาพวาดม้วนหนึ่งลางๆ
ภาพวาดงั้นรึ?
สวี่เยว่นึกถึงคำพูดที่จ้าวอี้ถ่ายทอดมาให้ฟัง
การสังหารหมู่ที่สำนักยุทธ์อวิ๋นซานเกิดขึ้นจากฝีมือของหานปู้เจวี๋ย อู๋ซานหยวน และจงฉือ
ต้นตอของเรื่องทั้งหมดอาจมาจากภาพวาดที่หานปู้เจวี๋ยนำมาจากข้างนอก และเป็นไปได้สูงมากที่ภาพวาดนั้นจะอยู่กับตัวเขา
ข้าควรจะลงมือดีไหม?
สวี่เยว่ครุ่นคิดเงียบๆ
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ต่อให้เขาฆ่าหานปู้เจวี๋ยได้ ภาพวาดม้วนนั้นก็ไม่มีทางตกมาอยู่ในมือเขาได้หรอก
ขณะที่สวี่เยว่กำลังชั่งใจอยู่นั้น หานปู้เจวี๋ยก็ฝ่าวงล้อมของมือปราบคนอื่นๆ ออกมาได้และพุ่งตรงมาที่เขา
"ฆ่าแกซะ"
ดวงตาของหานปู้เจวี๋ยเบิกโพลงด้วยความโกรธแค้นและแดงก่ำ สีหน้าของเขาดูน่าเกลียดน่ากลัวและบ้าคลั่ง มือขวาที่มีนิ้วยาวและข้อนิ้วปูดโปนของเขาก่อตัวเป็นรูปกรงเล็บอินทรี คว้าจับสายลมและกุมอสนีบาต
เลือดยังคงหยดลงมาจากร่างกายของเขา ย้อมพื้นดินจนกลายเป็นสีแดงฉานในเวลาไม่นาน
สวี่เยว่มองดูหานปู้เจวี๋ยอย่างใจเย็น โดยไม่ได้ขยับดาบในมือเลยแม้แต่น้อย เขาซัดฝ่ามือออกไปราวกับไม่ได้ใส่ใจอะไร
ปัง
พลังจากฝ่ามือเดียวส่งร่างของหานปู้เจวี๋ยปลิวละลิ่วไปไกล
เพิ่งจะต่อสู้กับมือปราบหลายคนมาหมาดๆ รวมถึงจางฉู่ที่อยู่ระดับขอบเขตปราณโลหิตสำเร็จขั้นต้น หานปู้เจวี๋ยก็เต็มไปด้วยบาดแผลและเรี่ยวแรงก็เหือดหายไปจนหมดสิ้น ไม่ต้องพูดถึงสวี่เยว่ที่อยู่ในระดับขอบเขตปราณโลหิตสำเร็จขั้นต้นเลย แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตปราณโลหิตเริ่มต้นธรรมดาๆ ก็สามารถจัดการกับหานปู้เจวี๋ยในตอนนี้ได้อย่างง่ายดาย
ขณะที่หานปู้เจวี๋ยปลิวละลิ่วไปนั้น ภาพวาดม้วนหนึ่งก็หลุดลอยออกมาจากเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของเขา
สวี่เยว่เอื้อมมือไปคว้าภาพวาดม้วนนั้นไว้ มันคลี่ออกอย่างเป็นธรรมชาติ เผยให้เห็นภาพส่วนใหญ่ที่อยู่ข้างใน
บนภาพวาดม้วนนั้นเป็นรูปผีร้ายหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว มีเขี้ยวเล็บแหลมคม ผิวสีน้ำเงินอมดำ และใบหน้าที่ชวนสยดสยอง ดวงตาสีแดงก่ำคู่หนึ่งเปล่งประกายแสงอันน่าสะพรึงกลัว ราวกับว่ามันต้องการจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้าทั้งเป็น
ฝีมือการวาดภาพนั้นอยู่ในระดับที่สูงส่งมาก
เพียงแค่ชำเลืองมองแวบเดียว ก็รู้สึกราวกับว่าผีร้ายในภาพวาดม้วนนั้นกำลังจะกระโจนออกมาขย้ำและกลืนกินพวกเขาเข้าไป
"สวี่เยว่ เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ?!"
เสียงของจ้าวอี้ดังขึ้นอย่างกะทันหัน สายตาของเขาจับจ้องไปที่ภาพวาดผีร้ายในมือของสวี่เยว่
"ของสิ่งนั้นควรจะเป็นของหัวหน้ามือปราบเฉิน ไม่ใช่ของเจ้า"
สวี่เยว่หันกลับไปมองจ้าวอี้ แสงเย็นเยียบไหลเวียนอยู่ในดวงตาของเขา
เมื่อวานซืน ไอ้หมอนี่แหละที่เป็นคนขังเขาไว้ในบ้านพักฉางอี้
"สวี่เยว่ เจ้าต้องการจะทำอะไร?!"
เมื่อสบเข้ากับดวงตาอันเย็นชาของสวี่เยว่ จ้าวอี้ก็รู้สึกถึงคลื่นความดุร้ายที่สาดซัดเข้ามาหาเขาทันที ความหนาวเหน็บระเบิดขึ้นจากกระดูกก้นกบ พุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างในชั่วพริบตา และเขาก็ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
ใช่แล้ว
ไอ้เด็กนี่เคยฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตปราณโลหิตสำเร็จขั้นต้นมาแล้ว การจะฆ่าเขามันก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว
ความแข็งแกร่งของจ้าวอี้ไม่ได้มากมายอะไร เขาเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตปราณโลหิตเริ่มต้นเท่านั้น
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของจ้าวอี้ รอยยิ้มเย้ยหยันก็ผุดขึ้นที่มุมปากของสวี่เยว่ เขาละสายตาและโยนภาพวาดม้วนนั้นให้จ้าวอี้อย่างไม่แยแส
เขาได้เห็นภาพวาดนั้นแล้ว
มองแวบเดียว เขาก็ไม่พบความพิเศษอะไรในตัวมันเลย การจะเก็บมันไว้เพื่อสังเกตการณ์เป็นเวลานานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมจริง สู้ส่งมอบมันไปเสียตั้งแต่แรกเลยจะดีกว่า
จ้าวอี้รับภาพวาดม้วนที่สวี่เยว่โยนมาให้และชะงักไปครู่หนึ่ง
เขาไม่คิดว่าไอ้เด็กนี่จะโยนของมาให้เขาง่ายดายขนาดนี้
เขาฉวยโอกาสเหลือบมองภาพวาดผีร้าย ความกลัวแล่นพล่านเข้าจับใจ มือของเขาสั่นเทาจนเกือบจะทำมันหล่นลงพื้น
นี่มันของพรรค์ไหนกันเนี่ย?
จ้าวอี้รีบม้วนภาพวาดผีร้ายเก็บอย่างรวดเร็วและสูดหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้งเพื่อระงับความหวาดกลัวในใจ เมื่อเห็นหัวหน้ามือปราบเฉินหย่งเหอเดินทางมาถึงแต่ไกล เขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที
"หัวหน้ามือปราบเฉิน นี่น่าจะเป็นภาพวาดม้วนที่อวิ๋นมู่ชิงพูดถึงครับ"
"หืม?"
สีหน้าของเฉินหย่งเหอเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะที่เขาคลี่ภาพวาดม้วนนั้นออก เมื่อเห็นภาพวาดผีร้าย คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันแน่น
นี่มันอะไรกัน?