เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 260 - สงครามเต็มรูปแบบ

บทที่ 260 - สงครามเต็มรูปแบบ

บทที่ 260 - สงครามเต็มรูปแบบ


บทที่ 260 - สงครามเต็มรูปแบบ

◉◉◉◉◉

เมื่อหม่าซู่หันไปมองดูขนาดของกองทัพวุย เขาก็พบกับความผิดปกติเข้าให้แล้ว

กองทัพวุยไม่ได้มีจำนวนสี่พันนายเลย แต่มีทหารราบและทหารม้ารวมกันเพียงสองพันนายเท่านั้น หม่าซู่มัวแต่จดจ่ออยู่กับสุมาสู จึงไม่ได้สังเกตว่าจำนวนทหารวุยนั้นผิดปกติ

มาถึงตอนนี้ เขาก็เข้าใจแล้วว่าตนเองถูกสุมาสูเล่นงานเข้าให้แล้ว

สุมาสูเตรียมพร้อมที่จะถูกหม่าซู่ไล่ต้อนและตามตีอยู่แล้ว เขาได้แบ่งทหารออกเป็นสองกลุ่มตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วให้ถอยขึ้นเหนือไปตามสองเส้นทาง โดยใช้ตนเองเป็นนกต่อเพื่อคุ้มกันทหารอีกสองพันคนที่เหลือให้หนีรอดไปได้

ในสถานการณ์ที่เส้นทางถอยถูกตัดขาด และเบื้องหน้าคือจอมมารอย่างหม่าซู่ สุมาสูตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะสังเวยทหารราบและทหารม้าสองพันนาย เพื่อรักษากองกำลังที่เหลือเอาไว้

เห็นได้ชัดว่า แม้หม่าซู่จะระแวดระวังสุมาสูมากเพียงใด แต่เขาก็ยังประมาทและถูกคนหนุ่มผู้นี้ลอบกัดเข้าจนได้

เมื่อพบกับสถานการณ์เช่นนี้ หม่าซู่ก็รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างบอกไม่ถูก

สุมาสูผู้นี้... ถอดแบบจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างสุมาอี้มาไม่มีผิด

หม่าซู่ที่ไม่ยอมรับความจริง รีบนำทหารไล่ตามไปทันที ทว่าปกติแล้วมีแต่เขาเท่านั้นที่เอาเปรียบคนอื่น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกคนอื่นลอบกัด

แต่สุมาสูเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เมื่อผ่านเมืองจือหยางก็ไม่ยอมเข้าเมือง แต่มุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อไป หม่าซู่ไล่ตามไปจนถึงชายแดนอู่เวย ท้ายที่สุดก็ไล่ไม่ทัน

และแล้ว สุมาสูก็สามารถพากองกำลังที่เหลือหลบหนีไปได้อย่างปลอดภัย หลังจากสูญเสียทหารไปสองพันคน

"สุมาสู เจ้ามันช่างเป็นคนต่ำทรามไร้ยางอายจริงๆ" หม่าซู่รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง เขาสบถด่าทอตามทิศทางที่สุมาสูหนีไป พร้อมกับชูนิ้วกลางให้

โชคดีที่ผลลัพธ์จากศึกครั้งนี้ยังนับว่าคุ้มค่า สุมาเจียวและสุมาสูมอบเชลยทหารม้าให้หม่าซู่ถึงเกือบสามพันนาย หากยังคงเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วระดับนี้ อีกไม่นานหม่าซู่ก็คงจะมีทหารม้าครบหนึ่งหมื่นนายเป็นแน่

การมีทหารม้าหนึ่งหมื่นนายคอยติดตามพุ่งทะยานไปในสนามรบ มันจะรู้สึกสะใจขนาดไหนกันนะ แม้หม่าซู่จะไม่เคยสัมผัส แต่เขาก็อยากจะลองสัมผัสดูสักครั้ง

แต่ในขณะที่หม่าซู่กำลังคิดวางแผนว่าจะเพิ่มพูนกองกำลังของตนในก้าวต่อไปอย่างไร จู่ๆ ทหารองครักษ์ของเขาก็ควบม้าเข้ามารายงาน

"ท่านแม่ทัพ ท่านอัครเสนาบดีให้คนส่งสารมาแจ้งข้อความขอรับ"

"ข้อความงั้นหรือ" พอได้ยินคำนี้ หม่าซู่ก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างผุดขึ้นมาในใจทันที

"ท่านว่าอย่างไร"

"ท่านอัครเสนาบดีบอกว่า ขอแสดงความยินดีที่ท่านแม่ทัพฝู่กั๋วได้โกยสมบัติขอรับ"

หม่าซู่ "..."

"เวรกรรมจริงๆ"

◉◉◉◉◉

หลังจากสุมาสูสละเมืองจินเฉิงและถอยทัพขึ้นเหนือ กองทัพจ๊กก๊กก็บุกยึดเขตจินเฉิงได้ทั้งหมด หัวเมืองต่างๆ โดยรอบต่างพากันยอมจำนน ไม่มีผู้ใดกล้าต่อต้านอีก

จูกัดเหลียงนำกองทัพใหญ่เข้าสู่เมืองจินเฉิง จากนั้นก็เรียกประชุมแม่ทัพทุกคนอีกครั้งเพื่อหารือเรื่องสำคัญ

"ตอนนี้ทหารสอดแนมรายงานมาว่า กองทัพวุยในเมืองอู่เวยกำลังอพยพชาวบ้านและทำลายถนนหนทางขนานใหญ่ พื้นที่ทางตอนใต้ของเมืองชางซง ถนนหนทางและทุ่งนาถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว" จูกัดเหลียงขมวดคิ้วแน่น ขณะแจ้งข่าวกรองล่าสุดให้เหล่าขุนพลทราบ

"ไม่เพียงแต่กองทัพวุยจะสละเมืองจินเฉิงเท่านั้น แต่แม้กระทั่งแนวป้องกันอู่เวย พวกเขาก็เริ่มใช้นโยบายเก็บกวาดให้เรียบแล้ว นี่ไม่ใช่สัญญาณปกติเลย"

"อืมม สุมาอี้มันเสียสติไปแล้วหรือไร เหตุใดเขาถึงไม่คิดจะเก็บเมืองจินเฉิงไว้เล่า" หม่าซู่แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาก่อนใคร เขารู้สึกขัดใจกับการกระทำของสุมาอี้เป็นอย่างมาก

ตอนนั้นโหยวฉู่แค่เกณฑ์เสบียงอาหารจากชาวบ้าน ก็ทำให้หม่าซู่โกรธจนต้องลงมือสังหารไปแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการใช้นโยบายเก็บกวาดให้เรียบเช่นเดียวกับที่สุมาอี้กำลังทำอยู่

หม่าซู่เกลียดการทำศึกที่ทำให้ราษฎรต้องเดือดร้อนเป็นที่สุด

"สุมาอี้คิดจะทำอะไรกันแน่ ทำลายหัวเมืองในเขตแดนของตัวเองขนานใหญ่เช่นนี้ ต่อให้เขาสามารถเอาชนะศึกครั้งนี้ได้ แต่ด้วยสภาพที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เขาจะหาทางฟื้นฟูมันได้อย่างไร" เมื่อเทียบกับหม่าซู่ เอียวหงีตั้งคำถามถึงเหตุผล

สภาพภูมิศาสตร์ของมณฑลเหลียงโจวนั้นอยู่ห่างไกล แห้งแล้งและฝนตกน้อย พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก หากเมืองจินเฉิงและเมืองอู่เวยถูกทำลาย ต่อให้กองทัพวุยในมณฑลเหลียงโจวเอาชนะสงครามได้ เกรงว่าพวกเขาจะไม่มีเสบียงพอที่จะตั้งปักหลักอยู่ที่เหลียงโจวต่อไปได้

และนั่นก็คือเหตุผลที่การกระทำของสุมาอี้ดูแปลกประหลาดมาก

"หรือว่า สุมาอี้ไม่คิดจะรักษามณฑลเหลียงโจวไว้ตั้งแต่แรกแล้ว"

คำพูดของอู่อี้ทำให้แม่ทัพและขุนนางทุกคนในกระโจมสะดุ้งสุดตัว ราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง สุมาอี้ไม่คิดจะรักษามณฑลเหลียงโจวไว้เลย เป้าหมายของเขาก็คือการเอาชนะกองทัพเราให้ได้อย่างราบคาบ และทำให้มณฑลเหลียงโจวพังพินาศ เพื่อเป็นตัวถ่วงในการบุกเบิกภาคเหนือของต้าฮั่น"

หากมณฑลเหลียงโจวบอบช้ำจนถึงขั้นวิกฤต มีผู้ลี้ภัยอยู่ทุกหนทุกแห่ง โครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายจนหมดสิ้น จ๊กก๊กก็จะต้องดึงกำลังคนจำนวนมากมาใช้เพื่อฟื้นฟูการผลิต เมื่อเป็นเช่นนั้น ในช่วงระยะเวลาอันสั้น จ๊กก๊กก็จะไร้กำลังที่จะทำการบุกเบิกภาคเหนือต่อไป ซึ่งอาจจะเปิดโอกาสให้กองทัพวุยฟื้นตัวและตีโต้กลับมาได้

โดยเฉพาะในยามที่โจจิ๋นกำลังป่วยหนัก ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารแห่งกวนจงคนต่อไปของวุยก๊ก ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นสุมาอี้ ด้วยนิสัยของเต่าเหล็กผู้นี้ หากปล่อยให้เขาเฝ้ากวนจงไปสักสองสามปี กองทัพฮั่นคงไม่สามารถบุกเข้าไปในกวนจงได้ในอีกสิบปีข้างหน้าแน่

"ดูจากรูปการณ์แล้ว ค่อนข้างมั่นใจได้ว่าสุมาอี้กำลังคิดวางแผนแบบนี้อยู่" จูกัดเหลียงพยักหน้า จากนั้นกางแผนที่ออกและเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ข้าเพิ่งได้รับข่าวกรองมาว่า ชนเผ่าเซาตังและเผ่าชานหลางทางฝั่งตะวันตก ได้ส่งทหารมาร่วมรบกับวุยก๊กจอมปลอม โดยได้ระดมกองกำลังหลายหมื่นนายเข้ามาในเขตซีผิง"

"ส่วนที่กวนจง เฉินไท่ก็ได้นำทหารสองหมื่นนายบุกผ่านเขตแดนของพวกเกี๋ยงและหู เข้ามายังมณฑลเหลียงโจว และกำลังปะทะกับแม่ทัพเหวินฉางอยู่"

"นอกจากนี้ ทางตอนเหนือก็มีกองกำลังทหารม้าเกี๋ยงหูจำนวนมากกำลังเคลื่อนไหวลงใต้ ดูเหมือนจะมีเป้าหมายมุ่งหน้าลงมาทางนี้"

จูกัดเหลียงทยอยแจ้งข่าวกรองทีละเรื่อง ยิ่งพูด สีหน้าของเหล่าขุนพลก็ยิ่งเคร่งเครียด

สุมาอี้สามารถดึงกองกำลังทั้งหมดที่สามารถดึงมาได้ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือมาร่วมรบ ซึ่งในศึกนี้ พวกเขาทั้งหมดล้วนมาเข้าร่วมสมรภูมิ

แม้ว่ากองทัพจ๊กก๊กหกหมื่นนายจะสามารถยึดเมืองจินเฉิงมาได้ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ได้ดีขึ้นเลย

ฝั่งตะวันตกมีทหารชาวเกี๋ยง ฝั่งตะวันออกมีทัพหนุนของวุยก๊ก และทางเหนือยังมีกองทัพวุยแห่งมณฑลเหลียงโจวที่นำโดยสุมาอี้ รวมถึงทหารม้าเกี๋ยงหูอีกด้วย ในขณะนี้ กองทัพจ๊กก๊กถูกศัตรูล้อมรอบทั้งทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศเหนือ การจะบุกขึ้นเหนือต่อไปนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค

แต่กองทัพจ๊กก๊กบุกมาถึงที่นี่แล้ว จะถอยทัพกลับไปย่อมเป็นไปไม่ได้ และหากปล่อยให้กองทัพจ๊กก๊กหยุดชะงัก มณฑลเหลียงโจวก็คงจะถูกสุมาอี้ทำลายจนพินาศ

จ๊กก๊กมีความต้องการมณฑลเหลียงโจวเป็นอย่างมาก ทั้งเส้นทางการค้าและแหล่งเพาะพันธุ์ม้า ล้วนเป็นสิ่งที่ราชสำนักจ๊กก๊กปรารถนามากที่สุด

"ท่านอัครเสนาบดี ออกคำสั่งมาเถอะ ต่อให้ต้องเผชิญกับอันตรายรอบด้าน ชายชาตรีแห่งต้าฮั่นก็ไม่มีวันขมวดคิ้ว" หม่าซู่ก้าวออกมาเบื้องหน้าและกล่าวอย่างเยือกเย็น

"ข้าขออาสานำทหารม้าห้าพันนายเป็นทัพหน้า เพื่อรับรองว่า"

"เจ้านั่งลงก่อน เรื่องทัพหน้าไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามารับหน้าที่" จูกัดเหลียงไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง โบกพัดขนนกเบาๆ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"อู่อี้"

"ขอรับ"

"ข้าขอสั่งให้เจ้านำทหารห้าพันนายเป็นทัพหน้า นำกองกำลังเบาบุกหน้าเข้าสู่เมืองอู่เวย"

"รับคำสั่ง" อู่อี้รับคำสั่งอย่างยินดี

"หวังผิง"

"ข้าน้อยอยู่นี่"

"ข้าขอสั่งให้เจ้านำทหารห้าพันนายไปป้องกันที่เมืองอวี๋จง ห้ามปล่อยให้ม้าของพวกเกี๋ยงหูหลุดเข้ามาในมณฑลเหลียงโจวได้แม้แต่ตัวเดียว"

"รับคำสั่ง" หวังผิงพยักหน้ารับคำสั่ง

"อุยเอี๋ยน นำทหารหนึ่งหมื่นนายไปประจำการที่เมืองจู่ลี่ เพื่อสกัดกั้นการรุกรานของทัพวุยจากกวนจง"

ท้ายที่สุด จูกัดเหลียงถึงได้มอบหมายหน้าที่ให้หม่าซู่

"หม่าซู่ ข้ามอบทหารราบเจ็ดพันนาย ทหารม้าสามพันนายให้เจ้า นำทัพบุกเข้าเขตซีผิง เพื่อรับหน้าที่กำจัดทหารของชาวเกี๋ยงทางฝั่งตะวันตก"

"ท่านอัครเสนาบดีโปรดวางใจ เรื่องการปราบพวกชาวเกี๋ยงนั้น ข้าถนัดที่สุด"

"เช่นนั้นก็ดี" จูกัดเหลียงพยักหน้าและทำการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

"แต่ละทัพจงแยกย้ายกันไปป้องกัน ส่วนข้าจะนำทัพฮั่นสามหมื่นนายมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปที่เมืองอู่เวย เพื่อทำศึกชี้ชะตากับกองทัพวุยแห่งเหลียงโจว หวังจะเผด็จศึกให้ได้ในคราวเดียว กวาดล้างกองทัพวุยในภาคตะวันตกเฉียงเหนือให้สิ้นซาก"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 260 - สงครามเต็มรูปแบบ

คัดลอกลิงก์แล้ว