- หน้าแรก
- ระบบเหรียญทองแดงเสี่ยงทาย พลิกชะตาสู่มรรคาเซียน
- บทที่ 70 - เปิดเผยความจริง
บทที่ 70 - เปิดเผยความจริง
บทที่ 70 - เปิดเผยความจริง
บทที่ 70 - เปิดเผยความจริง
"ข้าได้ยินจากท่านเจ้าอาวาสว่าหญิงผู้นี้สิ้นใจตายในภูเขา สาเหตุที่ทำให้กลายเป็นวิญญาณอาฆาตก็คงเป็นเพราะคิดว่าตัวเองถูกสามีทอดทิ้งนั่นแหละ" ลู่หว่านชิวกล่าวเช่นนี้ นางสืบข่าวเกี่ยวกับหญิงถือโคมไฟมาไม่น้อย จึงมีความเข้าใจเรื่องราวในแบบของตัวเอง
จ้าวหวยส่ายหน้า "ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ข้าเคยคุยกับนางแล้ว แม้นางจะหลงป่า แต่นางก็ไม่ได้ตายในภูเขา"
"ยินดีรับฟังรายละเอียดเจ้าค่ะ" ลู่หว่านชิวเอ่ยอย่างจนใจ ลำพังแค่ความสามารถในการกำจัดหญิงถือโคมไฟ จ้าวหวยก็เก่งกาจกว่านางแล้ว เขาจะต้องรู้เบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่านางอย่างแน่นอน
จากนั้นจ้าวหวยก็ค่อยๆ เล่าเรื่องราวให้ฟัง "บุตรสาวตระกูลผู้ดีเดินหลงออกจากป่ามาจนถึงตัวเมือง แล้วก็บังเอิญได้พบกับบัณฑิตหนุ่มคนรักในอดีต เพียงแต่คนรักเก่าของนางในตอนนี้ได้ดิบได้ดีไปแล้ว เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนและกลายเป็นบุคคลผู้มีอำนาจบารมี แต่เขากลับไม่ยอมกลับไปหานาง เรื่องนี้ทำให้นางเจ็บปวดเจียนตายและเสียใจอย่างหนัก นางคิดว่าบัณฑิตลืมคำสาบานในอดีตไปแล้ว จึงตั้งใจจะไปบุกถามหาความจริงถึงหน้าประตูจวน แต่ผลสุดท้ายกลับถูกโยนออกมา แม้แต่ประตูก็ยังไม่ได้เข้าไปเหยียบด้วยซ้ำ"
"ดังนั้นเพื่อเป็นการฆ่าปิดปาก บัณฑิตก็เลยลงมือสังหารนางงั้นหรือ?" ลู่หว่านชิวเหมือนจะคิดอะไรออก
"ตอนแรกข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่เจ้าลองคิดดูสิ ถ้าถูกบัณฑิตฆ่าตาย ผู้หญิงคนนี้จะยังทุ่มเทแรงกายแรงใจตามหาเขาขนาดนี้อีกหรือ?"
ลู่หว่านชิวพยักหน้ารับ มันย้อนแย้งจริงๆ นั่นแหละ หญิงถือโคมไฟเอาแต่ตามหาสามีมาตลอด นั่นก็แสดงว่าความเคียดแค้นของนางไม่ได้อยู่ที่ตัวสามี
"ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องมีจุดหักมุมแน่ๆ และจุดหักมุมที่ว่าก็คือบัณฑิตไม่ได้ทรยศหญิงถือโคมไฟเลย" จ้าวหวยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
บัณฑิตสอบจอหงวนได้ที่หนึ่งและได้รับการยอมรับ มีการทาบทามสู่ขอจากหลายตระกูลตามมาติดๆ แต่ในใจเขานึกถึงแต่ภรรยา เขาจึงไม่ได้ตอบตกลง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน
เพราะเขารู้ดีว่าหากปฏิเสธไป อนาคตในเส้นทางขุนนางของเขาก็คงจบสิ้นลง ชื่อเสียงเกียรติยศที่ได้มาก็คงเป็นเพียงแค่ฝันตื่นหนึ่ง ภายใต้การถูกบีบบังคับจากหลายฝ่าย บัณฑิตจึงไม่สามารถกลับไปหาภรรยาได้ในทันที หากพวกนั้นรู้ว่าเขาแต่งงานแล้ว จุดจบก็คงไม่ต่างกัน
แต่ทว่าหญิงสาวไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง นางเอาแต่คิดว่าสามีทรยศนาง ความแค้นนี้จึงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รักมากก็แค้นมาก นางลอบเข้าไปในจวนที่บัณฑิตพักอาศัยอยู่แล้วลงมือสังหารเขา
เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ ลู่หว่านชิวก็ตั้งข้อสังเกตขึ้นมา "อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องที่ว่านางลอบเข้าไปในจวนได้ยังไงเลย เอาแค่เรื่องที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีแม้แต่แรงจะเชือดไก่แต่กลับลงมือฆ่าคนได้ นี่มันก็ออกจะเหลือเชื่อเกินไปหน่อยแล้ว"
จ้าวหวยยิ้มบางๆ "เจ้าประเมินพลังของการขับเคลื่อนด้วยความแค้นต่ำเกินไป ต่อให้นางจะต้องขายตัวเองเพื่อปลอมตัวเป็นคนรับใช้ลอบเข้าไปก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ส่วนเรื่องที่ว่านางลงมือฆ่าคนจริงๆ หรือไม่ ข้าคิดว่าโลงศพในกระท่อมไม้นั่นสามารถอธิบายและพิสูจน์ได้"
"โลงศพ?"
"ถูกต้อง ข้าเห็นโลงศพใบหนึ่งอยู่ใต้เตียงในกระท่อมไม้ที่หญิงถือโคมไฟอาศัยอยู่ โลงศพใบนั้นไม่มีทางเอาไว้ใส่ร่างของนางเองหรอก มันจะต้องเอาไว้ใส่ศพของบัณฑิตอย่างแน่นอน"
ลู่หว่านชิวยังคงไม่เข้าใจ "ในเมื่อเป็นการฆ่าล้างแค้น แล้วทำไมต้องเตรียมโลงศพด้วยล่ะ?"
จ้าวหวยมีสีหน้าจริงจังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
"นั่นก็เพราะนางมารู้ความจริงทุกอย่างที่บัณฑิตทำลงไปในภายหลังน่ะสิ อาจจะไปเจอสมุดบันทึก หรือไม่ก็ไปสืบรู้มา"
"นางฆ่าคนผิดตัว"
"นางก็เลยเป็นบ้าไปเลยไง"
หลังจากที่หญิงสาวสังหารบัณฑิตไปแล้ว นางก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก แต่คนตายไปแล้วจะให้ทำยังไงได้ นางทำได้เพียงนำศพไปทิ้งไว้กลางป่า
ในเมืองเริ่มมีเรื่องราวของบัณฑิตแพร่สะพัดออกไป เล่าลือกันว่าเขาเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในจวน ได้เป็นขุนนางแต่กลับใช้ชีวิตอย่างสมถะ ผู้คนมากมายต่างก็รู้สึกแปลกใจ
ท้ายที่สุดก็เป็นพ่อบ้านคนสนิทในจวนที่หลุดปากเผยความลับออกมา ที่แท้เขาก็มีภรรยาสุดที่รักอยู่แล้ว เขาจึงไม่ยอมแต่งงานใหม่และเอาแต่ผัดผ่อนไม่ยอมไปพบหน้าบรรดาตระกูลเศรษฐีพวกนั้น
เมื่อหญิงสาวได้รับรู้ข่าวนี้ก็ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ความรู้สึกผิดและเสียใจหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย นางรีบกลับไปยังสถานที่ทิ้งศพในคืนนั้นเพื่อตามหาร่างของสามี
ทว่าศพของบัณฑิตกลับถูกหนูแทะกินจนแหว่งวิ่นไปหมดแล้ว ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ
หญิงสาวใจสลาย นางเกลียดชังตัวเองและไม่อาจยอมรับความจริงที่ว่าตนเองเป็นคนลงมือฆ่าชายที่รักที่สุดไปได้จนเกิดเป็นความยึดติดในใจ
ด้วยเหตุนี้นางจึงกลายเป็นคนเสียสติ นางนำศพของบัณฑิตไปใส่ไว้ในโลงศพแล้วนำไปซ่อนไว้ใต้เตียง
ทำแบบนี้นางก็จะสามารถอยู่กับบัณฑิตตลอดไปได้แล้ว
นางเกลียดชังตัวเอง เกลียดชังจนถึงขีดสุด และท้ายที่สุดนางก็ฆ่าตัวตายอยู่หน้าโลงศพใบนั้น
ความอาฆาตแค้นนี้ทำให้นางกลายเป็นสิ่งชั่วร้าย
หลังจากกลายเป็นสิ่งชั่วร้าย หญิงสาวที่เสียสติก็เลือกที่จะลบเลือนความทรงจำเรื่องที่ตัวเองเป็นคนฆ่าคนทิ้งไป แล้วจมดิ่งลงสู่ความเศร้าโศกจากการสูญเสียสามีอีกครั้ง
นี่คือเหตุผลว่าทำไมหญิงถือโคมไฟถึงมีสองรูปแบบ
ร่างสีแดงเป็นตัวแทนของความทรงจำอันแสนเจ็บปวด ส่วนร่างสีขาวเป็นตัวแทนของความทรงจำที่ปกติและแสนงดงาม
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของจ้าวหวย ลู่หว่านชิวก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปเลย
"สรุปก็คือหญิงถือโคมไฟฆ่าสามีของตัวเอง แล้วก็ฆ่าตัวตายตาม คนที่นางเกลียดชังก็คือตัวนางเองงั้นเหรอ?"
"ถูกต้อง"
จ้าวหวยพยักหน้ารับ รายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างอาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่เค้าโครงเรื่องหลักๆ จะต้องไม่ผิดเพี้ยนไปจากนี้อย่างแน่นอน
"ผู้หญิงคนนี้น่าสงสารจังเลยนะ"
แววตาของลู่หว่านชิวฉายแววเวทนาสงสารอย่างอดไม่ได้
จ้าวหวยใช้ความคิดแล้วกล่าว "ความจริงข้ายังมีข้อสงสัยอีกเรื่องหนึ่งที่ยังคิดไม่ตก"
"เรื่องอะไรงั้นเหรอ?"
ลู่หว่านชิวรู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาทันที เพราะเรื่องราวทั้งหมดนี้มันฟังดูสยองขวัญสั่นประสาทจริงๆ
แน่นอนว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้ย่อมดูน่ากลัวยิ่งกว่า ไม่เพียงแต่จะคิดหาวิธีกำจัดหญิงถือโคมไฟได้เท่านั้น แต่เขายังสามารถปะติดปะต่อความจริงออกมาได้อีกด้วย
"นั่นก็คือ สามีของหญิงถือโคมไฟหายไปไหน?"
"ก็คงกลายเป็นเถ้ากระดูกไปแล้วล่ะมั้ง นี่มันก็ผ่านมาตั้งหลายร้อยปีแล้วนะ" ลู่หว่านชิวตอบกลับอย่างเป็นเหตุเป็นผล
จ้าวหวยส่ายหน้าอีกครั้ง
เขากำหัวกะโหลกในมือแน่น ในใจรู้ดีว่ากระดูกชิ้นนี้จะต้องเป็นของพี่หลิวอย่างแน่นอน ไม่มีทางเป็นของหญิงถือโคมไฟไปได้
วิญญาณสาวหนาวเหน็บกลางสายฝนร่ำไห้หน้าหลุมศพ
คำว่าร่ำไห้ในคำทำนายท่อนนี้มีนัยยะแอบแฝงที่ลึกซึ้งมาก มันพ้องเสียงกับคำว่าตกปลาหรือเหนี่ยวรั้ง
หญิงถือโคมไฟยึดติดอยู่กับพี่หลิว ดังนั้นเขาจะต้องถูกหญิงถือโคมไฟใช้วิธีการบางอย่างดึงรั้งให้อยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้แน่ๆ
ไม่อย่างนั้นกระดูกชิ้นที่อยู่ในมือของเขาจะมาจากไหนกันล่ะ?
"ในเมื่อนางยังคงออกตามหาอยู่ นั่นก็แสดงว่าพี่หลิวยังคงมีตัวตนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเถ้ากระดูกหรือหลุมศพก็ตาม"
ลู่หว่านชิวถามด้วยความสงสัย "แต่นางก็ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ เรื่องนี้มันก็น่าจะจบลงแล้วสิ?"
"มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก"
"ตามข้ามาสิ"
จ้าวหวยวางกระบี่ยาวลงแล้วเหยียบขึ้นไปบนตัวกระบี่
"ไปไหน?"
"หลุมศพของหญิงถือโคมไฟ"
...
ทั้งสองคนออกเดินทางเคียงข้างกัน ไม่นานก็มาถึงบริเวณลำธารเล็กๆ ที่เห็นในความฝัน
"ที่นี่มัน..."
เห็นได้ชัดว่าลู่หว่านชิวจำสถานที่แห่งนี้ได้
ฝีเท้าของจ้าวหวยรวดเร็วมาก ไม่นานเขาก็หาตำแหน่งที่ตั้งของกระท่อมไม้จนเจอ
ที่นี่มีแต่ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นรกชัฏเต็มไปหมด นอกจากนี้ก็ไม่เห็นมีอะไรอื่นอีก
เขาโคจรปราณกำเนิดในร่างกายแล้วซัดฝ่ามือออกไป
เสียงดังสนั่น หลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
จ้าวหวยหรี่ตาลง หัวกะโหลกในมือเปล่งประกายแสงสีแดงออกมา
มันค่อยๆ ลอยลงไปในหลุม
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง"
จ้าวหวยถึงกับนิ่งอึ้งไปก่อนจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอย่างถ่องแท้
"อะไร อะไรกันงั้นเหรอ?" ลู่หว่านชิวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กสามขวบที่ทำได้แค่เดินตามหลังจ้าวหวยต้อยๆ
"เจ้ารู้ไหมว่าพี่หลิวอยู่ที่ไหน?" จ้าวหวยยิ้มบางๆ
"อยู่ที่ไหนล่ะ?"
"ความจริงแล้วพี่หลิวอยู่เคียงข้างหญิงถือโคมไฟมาโดยตลอด เพียงแต่นางไม่รู้ตัวเท่านั้น และพวกเราเองก็มองข้ามเรื่องนี้ไปเหมือนกัน"
ลู่หว่านชิวขมวดคิ้ว เอียงคอพูด "เป็นไปไม่ได้หรอก บนตัวนางก็ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่นา"
จ้าวหวยชี้ไปที่กลุ่มแสงสีแดงที่ค่อยๆ ลอยขึ้นมาแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"โคมไฟนั่นแหละ คือสามีของนาง"
[จบแล้ว]