- หน้าแรก
- ฟุตบอล ทะลุมิติมาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคริสเตียโน โรนัลโด
- บทที่ 201 เดเอฟเบ โพคาล รอบรองชนะเลิศ
บทที่ 201 เดเอฟเบ โพคาล รอบรองชนะเลิศ
บทที่ 201 เดเอฟเบ โพคาล รอบรองชนะเลิศ
บทที่ 201 เดเอฟเบ โพคาล รอบรองชนะเลิศ
ท้ายที่สุด ในการแข่งขันที่ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค บีเลเฟลด์สมฉายา 'ผู้ฆ่ายักษ์' ที่แฟนบอลตั้งให้จริง ๆ พวกเขาเกือบทำเรือรบดอร์ทมุนด์ล่มปากอ่าว
ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกหมัดกันดุเดือดตลอด 90 นาที ยิงกันสนั่นหวั่นไหว
อย่างไรก็ตาม ผู้ชนะในท้ายที่สุดก็ยังเป็นโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
ด้วยสกอร์ 4 ต่อ 3 จากการเหมาสองประตูของทั้งเบนตอสและคริสเตียโน่ โรนัลโด ช่วยให้ดอร์ทมุนด์เฉือนชนะบีเลเฟลด์ไปได้แบบหืดจับ
อีกคู่หนึ่ง บาเยิร์นเปิดบ้านถล่มโคโลญจน์ยับเยิน 5–1
ไลป์ซิกเองก็เก็บชัยชนะได้ในนัดนี้เช่นกัน
หลังจบศึกบุนเดสลีกานัดที่ 23 ตารางคะแนนและช่องว่างระหว่างจ่าฝูงกับผู้ตามยังคงเดิม
ไม่ว่าจะเป็นดอร์ทมุนด์หรือบาเยิร์น หลังจากจบแมตช์นี้ เกมถัดไปคือศึกชี้ชะตาของทั้งสองทีม
เพราะในนัดที่ 24 ดอร์ทมุนด์จะต้องบุกไปเยือนถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า ของบาเยิร์น มิวนิก
แมตช์นี้กลายเป็นคู่เอกประจำสัปดาห์ แถมยังถูกยกให้เป็น 'ศึกชิงแชมป์ลีก' หากดอร์ทมุนด์บุกไปชนะได้ พวกเขาจะทิ้งห่างบาเยิร์นถึง 10 แต้ม ซึ่งด้วยโปรแกรมที่เหลือเพียง 10 นัด โอกาสที่บาเยิร์นจะแซงคืนแทบจะริบหรี่
แต่ถ้าบาเยิร์นเป็นฝ่ายชนะ ช่องว่างจะลดเหลือเพียง 4 แต้ม และเมื่อนั้น ทิศทางของแชมป์ลีกก็จะกลับมาคาดเดายากอีกครั้ง
ความได้เปรียบเล็ก ๆ ของบาเยิร์นคือก่อนจะถึงแมตช์นี้ ดอร์ทมุนด์ไม่อาจทุ่มสมาธิเตรียมทีมได้เต็มร้อย เพราะยังมีศึกเดเอฟเบ โพคาล รอบก่อนรองชนะเลิศคั่นกลาง แถมผลการจับสลากก่อนหน้านี้ ดอร์ทมุนด์ก็ดวงกุดสุด ๆ
ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย มีทีมจากลีกา 3 สองทีมคือ เอสเซ่น และ โฮลสไตน์ คีล, ทีมจากลีกา 2 หนึ่งทีมคือ เรเกนสบวร์ก และทีมจากบุนเดสลีกา 5 ทีม ได้แก่ ดอร์ทมุนด์, มึนเช่นกลัดบัค, โวล์ฟสบวร์ก, แวร์เดอร์ เบรเมน และไลป์ซิก
ผลการจับสลาก ดอร์ทมุนด์ดันจับไปเจอของแข็งอย่างโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค
คนที่ดวงดีที่สุดคือแวร์เดอร์ เบรเมน ที่จับเจอเรเกนสบวร์กจากลีกา 2 ส่วนสองทีมจากลีกา 3 ต้องมาตัดเชือกกันเอง และโวล์ฟสบวร์กต้องดวลกับไลป์ซิก
วันที่ 3 มีนาคม เวลา 19.00 น. ณ สนามโบรุสเซีย-พาร์ค
ขณะนี้ ศึกเดเอฟเบ โพคาล รอบก่อนรองชนะเลิศ เดินทางมาถึงนาทีที่ 60 แล้ว
ในเกมนี้ แม้ฟาฟร์จะรู้ว่าแค่ชนะก็เข้ารอบรองฯ แต่เขาก็เลือกที่จะถนอมแรงไว้สำหรับศึกบุนเดสลีกานัดที่ 24 ในอีก 3 วันข้างหน้า ทั้งเบนตอสและคริสเตียโน่ โรนัลโด ต่างนั่งสำรอง
ทว่า มึนเช่นกลัดบัคกลับเปลี่ยนแทคติกจากในลีกอย่างสิ้นเชิง แม้เล่นในบ้านตัวเอง แต่พวกเขากลับมาเน้นรับแล้วโต้ ทำให้สกอร์ยังคงอยู่ที่ 0–0
ดูเหมือนกลัดบัคตั้งใจจะลากเกมไปถึงช่วงต่อเวลา
“พวกนี้มันน่ารำคาญจริง ๆ รู้อยู่ว่าเรายื้อเกมยาวไม่ได้ ก็ยังจะกะลากไปดวลจุดโทษ เราจะเปลี่ยนตัวเลยไหมครับ?” แตร์ซิชเดินมาถามฟาฟร์
“ช่วยไม่ได้ บอลนัดเดียวรู้ผลแบบนี้ พวกเขารู้ดีว่าจุดอ่อนของเราคือความฟิต เลยไม่กล้าแลก ให้คริสเตียโน่กับเบนตอสไปวอร์มเถอะ เราเล่นต่อเวลาหรือดวลจุดโทษไม่ได้ ไม่งั้นทุกอย่างจะอยู่นอกเหนือการควบคุม”
“เปลี่ยนลงทั้งคู่เลยเหรอครับ?”
“ใช่ ทั้งคู่เลย”
แตร์ซิชพยักหน้าแล้วเดินไปที่ม้านั่งสำรอง ครู่ต่อมา คริสเตียโน่และเบนตอสลุกขึ้นมาวอร์มที่ข้างสนาม เฮดโค้ชกลัดบัคเห็นความเคลื่อนไหวนี้ก็ขมวดคิ้วทันที
มาถึงจุดนี้ ไม่มีใครคิดว่าเป้าหมายทริปเปิลแชมป์ของฟาฟร์เป็นเรื่องเพ้อเจ้ออีกแล้ว แม้ดอร์ทมุนด์จะสะดุดบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขากำลังก้าวเข้าใกล้เป้าหมายไปทีละก้าว นำจ่าฝูงลีกห่างบาเยิร์น 7 แต้ม ถ้าชนะนัดนี้ก็เข้ารอบรองฯ บอลถ้วย ซึ่งดูจากสายแล้ว มีแค่ไลป์ซิกที่พอจะเป็นก้างขวางคอ
ส่วนแชมเปียนส์ลีก ก็แทบจะการันตีเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปแล้วครึ่งตัว
นาทีที่ 67 ดอร์ทมุนด์ตัดสินใจเปลี่ยนตัว
เบนตอสลงแทนลาร์สสัน และคริสเตียโน่ลงแทนอาซาร์
ดอร์ทมุนด์เริ่มเดินเครื่องบุกเต็มสูบ เจตนาชัดเจนคือต้องปิดเกมให้ได้ในเวลาปกติ เลี่ยงการต่อเวลาให้ได้มากที่สุด
ไม่นานหลังลงสนาม ดอร์ทมุนด์ก็เริ่มสร้างโอกาสได้
เบนตอสถอยลงมารับบอลจากรอยส์ ลากจี้เข้าหาเขตโทษ หลอกจะยิงแล้วจ่ายให้คริสเตียโน่ที่ตัดเข้าเขตโทษทางซ้าย แต่จังหวะยิงโดนกองหลังเบียดจนยิงไม่ถนัด บอลเลยไปเข้ามือผู้รักษาประตู
พลาดโอกาสทอง คริสเตียโน่โบกมือขอโทษเบนตอสที่อุตส่าห์ปั้นมาให้
ฟาฟร์ที่ข้างสนามกุมขมับด้วยความเสียดาย
นาทีที่ 75 ดอร์ทมุนด์บุกมาอีกระลอก
คราวนี้ซานโช่รับบอลจากเบนตอสทางขวา ลากลุยเข้าเขตโทษแล้วยิงมุมแคบ แต่เน้นทิศทางมากไปหน่อย บอลเลยเข้าหน้าต่าง
เห็นดอร์ทมุนด์บุกเป็นพายุบุแคมหลังจากเบนตอสและคริสเตียโน่ลงมา เฮดโค้ชกลัดบัคก็ตะโกนสั่งการข้างสนามอย่างร้อนรน
การที่กลัดบัคยื้อสกอร์ 0–0 มาได้ถึงตอนนี้ ไม่ใช่ว่าไม่ต้องแลกด้วยอะไรเลย ก่อนนาทีที่ 80 พวกเขาใช้โควตาเปลี่ยนตัวหมดเกลี้ยง แถมผู้เล่นในสนามอีก 3 คนก็ติดใบเหลือง
ตอนนี้ทำได้แค่ตะโกนสั่งปรับตำแหน่งเท่านั้น
ไม่นาน ฟาฟร์ก็ได้เห็นผลลัพธ์จากการเปลี่ยนตัว
นาทีที่ 82 เบนตอสได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เขาแตะหลบการเข้าสกัดของคู่แข่ง แล้วทำท่าง้างเท้ายิงหลอกกองหลัง ก่อนจะจิ้มบอลด้วยปลายเท้าแล้วกระชากเข้าเขตโทษ
จังหวะนี้ทำเอาแนวรับกลัดบัคปั่นป่วน มัทธิอัส กินเทอร์ เซ็นเตอร์แบ็กกลัดบัคที่กำลังตื่นตระหนก ไม่ทันดูตำแหน่งตัวเองกับเบนตอส พุ่งเสียบสกัดทันที เบนตอสเองก็ไม่คิดว่าคู่แข่งจะกล้าเสียบในเขตโทษ เลยโดนกวาดล้มลงไปกองกับพื้น
ปรี๊ด! ผู้ตัดสินที่อยู่ไม่ไกลเป่านกหวีดหยุดเกมทันที พร้อมชี้ไปที่จุดโทษอย่างมั่นใจ
กินเทอร์รีบลุกขึ้นมาประท้วงว่าโดนบอลก่อน แต่ผู้ตัดสินส่งสัญญาณชัดเจนว่าเขามีจังหวะดึงเสื้อขณะสไลด์ ต่อให้โดนบอลก่อนก็ฟาวล์
นักเตะกลัดบัคโวยวายกันยกใหญ่ แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนคำตัดสินได้
รวมถึงเฮดโค้ชกลัดบัคที่ไปโวยวายกับผู้ตัดสินที่ 4 แต่ผลก็ไม่เปลี่ยน ภาพช้ายืนยันว่ากินเทอร์มีการใช้มือดึงก่อนเสียบจริง ๆ
คริสเตียโน่รับหน้าที่สังหาร
ยืนอยู่ที่จุดโทษ คริสเตียโน่ผ่อนลมหายใจเบา ๆ สิ้นเสียงนกหวีด เขาวิ่งเข้าไปซัดด้วยขวา หลอกหน้าเท้าจนผู้รักษาประตูหลงทาง บอลพุ่งเสียบกลางประตูเข้าไป
1–0 ช่วงท้ายเกม ดอร์ทมุนด์ขึ้นนำจากจุดโทษของคริสเตียโน่
แม้กลัดบัคจะพยายามบุกทวงคืนหลังเขี่ยบอลใหม่ แต่เวลาที่เหลือมีน้อยนิด แถมโควตาเปลี่ยนตัวก็หมดแล้ว และคนที่เปลี่ยนลงมาส่วนใหญ่ก็เป็นตัวรับ
สุดท้าย ดอร์ทมุนด์ก็เฉือนชนะโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคไปด้วยประตูโทนลูกนี้ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเดเอฟเบ โพคาล ได้สำเร็จ
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═