- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 464 ศึกใหญ่ปะทุ
บทที่ 464 ศึกใหญ่ปะทุ
บทที่ 464 ศึกใหญ่ปะทุ
การถูกกำจัดจนสิ้นซากของกองทัพแนวหน้าจุดไฟแค้นให้กับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างไม่ต้องสงสัย เวลานี้ทุกคนต่างฮึกเหิม และมีความตั้งใจที่จะกวาดล้างคนของแมงป่องดำให้สิ้นซากอย่างแน่วแน่มากขึ้น
พริบตาเดียว พวกเราก็มาถึงด้านนอกหุบเขามรณะบนภูเขาคุนหลุนแล้ว
“นั่นมันอะไรน่ะ?” เมื่อเห็นสถานการณ์ภายในหุบเขามรณะ พวกเราต่างก็ตกตะลึง
เห็นเพียงเมฆดำเหนือหุบเขามรณะปรากฏวังวนขนาดใหญ่ขึ้นมา และบนพื้นดินในหุบเขามรณะที่อยู่ใต้กระแสน้ำวนพอดี ก็มีหลุมดำวังวนแบบเดียวกันเป๊ะปรากฏอยู่เช่นกัน
มิติระหว่างหลุมดำวังวนบนและล่างทั้งสองดูเหมือนกำลังบิดเบี้ยว แค่พวกเรายืนมองอยู่ด้านนอกหุบเขามรณะ ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความไม่สบายใจอย่างรุนแรงแล้ว
แถมกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวนั้นก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ พอปะทะเข้ากับร่างของพวกเราก็ทำให้รู้สึกเย็นยะเยือก
“แย่แล้ว พิธีกรรมดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะรวดเร็วขนาดนี้” สถานการณ์ตรงหน้าทำให้สีหน้าของปู่ยิ่งเคร่งเครียดหนักขึ้นไปอีก
“ทีมจากอีกสองทิศทางยังไม่ส่งข่าวมาอีกเหรอ?” สวีจือต้งถามด้วยความร้อนใจเล็กน้อย “ถ้ายังไม่วางค่ายกลอีก การจะขัดขวางเทพมารที่กำลังจะคืนชีพคงยากแล้วล่ะ”
จู่ ๆ ในหลุมดำภายในหุบเขามรณะก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังกึกก้องจนหูแทบหนวก
เสียงนั้นดังกังวานไปทั่วสารทิศราวกับเสียงฟ้าร้อง กระแทกจนหัวพวกเราดังวิ้ง ๆ เลือดลมในกายก็พลุ่งพล่านปั่นป่วน
ผมรีบโคจร ‘เคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะ’ เพื่อดึงปราณในร่างกายมาทำให้เลือดลมที่ปั่นป่วนสงบลง จากนั้นก็คว้ามือหลิวเฉิงกับจ้าวอี้เฟย ถ่ายทอดปราณบางส่วนให้ทั้งสองคนเพื่อช่วยบรรเทาอาการ
หลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตอบสนองไม่ทัน จึงถูกเสียงร้องอันน่าสะพรึงกลัวจากหลุมดำกระแทกจนกระอักเลือดและได้รับบาดเจ็บ
พวกเราต่างก็ตื่นตระหนกและหวาดหวั่น แค่เสียงร้องเสียงเดียวก็สามารถสร้างอานุภาพได้มหาศาลขนาดนี้ สิ่งที่อยู่ในหลุมดำมันจะน่ากลัวขนาดไหนกันเนี่ย?
ยังไม่ทันที่พวกเราจะตั้งสติได้ เงาดำหลายสายก็ร่อนลงตรงข้ามพวกเราไม่ไกลนัก ร่างทั้งสิบสองคนมีทั้งชายหญิง คนแก่และเด็ก กลิ่นอายบนร่างล้วนไม่ธรรมดา พวกที่ปรากฏตัวขึ้นก็คือสมาชิกของแมงป่องดำนั่นเอง
ไม่นาน ผมก็พบเงาร่างที่คุ้นเคยสามคนในหมู่คนทั้งสิบสองคน นั่นคือเจียงเทียนหยวน ย่าผี และสิงหลีที่หนีไปหลังจากกลืนกินสัตว์หยินบนผามังกรร่วง
“เป็นฉากที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ ขุมกำลังแทบจะทั้งหมดของวงการผู้ใช้อาคมมากันครบเลย”
“หึ ๆ นั่นสิ ทำเอาฉันตื่นเต้นไม่หยุดเลยเนี่ย”
“ก็ดีเหมือนกัน จะได้ใช้เลือดของพวกมันมาต้อนรับเทพมารซะเลย”
คนของแมงป่องดำหลายคนผลัดกันพูดไปมา ไม่ได้เห็นพวกเราอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าชัยชนะของพวกมันถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
“เหอะ พวกหนูสกปรก อย่ามากำเริบเสิบสานให้มันมากนัก!” ชายชราสวมชุดนักพรตท่าทางสง่างามราวยอดคนแค่นเสียงเย็น ระเบิดกลิ่นอายอันทรงพลังบนร่างพุ่งเข้าใส่พวกแมงป่องดำที่อยู่ตรงข้าม
พวกแมงป่องดำก็ระเบิดพลังออกมาเช่นกัน โดยไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
“เฒ่าเทียนซือ อายุมากขนาดนี้แล้วโมโหไปก็ไม่ใช่เรื่องดีนะ” สมาชิกแมงป่องดำคนหนึ่งแค่นหัวเราะเยาะ
บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยแผลพุพอง มองดูแล้วชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียนเป็นที่สุด
“หลี่หยวนจง ได้เจอแกอีกครั้งฉันไม่แปลกใจเลยสักนิด ฉันรู้ตั้งนานแล้วว่าแกไม่มีทางตายง่าย ๆ หรอก” จู่ ๆ ย่าผีที่ไม่ได้พูดอะไรมาตลอดก็เอ่ยปากขึ้น สายตาจ้องมองไปที่ปู่
ปู่หน้าขรึม แล้วค่อย ๆ พูดขึ้น “เมื่อก่อนไว้ชีวิตเธอไปครั้งหนึ่ง นึกว่าเธอจะกลับตัวกลับใจได้ ดูเหมือนฉันจะเข้าใจผิดไปเอง”
ย่าผีแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันที่ผุพัง “มือสองข้างเปื้อนเลือดมาตั้งนานแล้ว ฉันยังมีทางหันหลังกลับอีกเหรอ? แต่บุญคุณที่ติดค้างแก ก่อนหน้านี้ฉันก็ชดใช้ให้หลานชายแกไปแล้ว พวกเราถือว่าไม่ติดค้างอะไรกันอีก”
ระหว่างที่พูด ย่าผีก็ปรายตามองผมแวบหนึ่ง
“ย่าผี ตอนสาว ๆ เธอก็นับว่าหน้าตาดีอยู่บ้างนะ ทำไมพอแก่ตัวมาถึงได้ขี้เหร่ขนาดนี้ล่ะ?” สวีจือต้งดื่มเหล้าไปอึกหนึ่ง จู่ ๆ ก็จ้องมองย่าผีแล้วพูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง
ย่าผีหัวเราะเบา ๆ บอกว่าก็พอกันแหละ สวีจือต้งก็ไม่ได้ดีไปกว่าเธอสักเท่าไหร่หรอก
ในขณะที่หลายคนกำลังคุยกัน หลุมดำในหุบเขามรณะก็มีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกัน ทิศทางอีกสองด้านของหุบเขามรณะก็มีพลุสัญญาณบอกว่าประจำที่แล้วลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
“อีกสองด้านประจำที่แล้ว เตรียมตัววางค่ายกล” ปู่รีบเอ่ยปากขึ้น
“อย่าหวังว่าจะสำเร็จเลย!” เจียงเทียนหยวนเอ่ยเสียงเย็น ยกมือปล่อยฝูงแมลงสีดำมืดมิดออกมา
ปู่ส่งสัญญาณให้พวกเราระวังตัว และขอให้คนที่สามารถวางค่ายกลได้ทางฝั่งพวกเราหาโอกาสวางค่ายกล
“หลงหยวน ทางฝั่งพวกเราหลานเป็นคนคอยสั่งการให้พวกเขาวางค่ายกลนะ ไม่เพียงแต่ต้องร่วมมือกับอีกสองฝ่ายวางค่ายกลใหญ่ให้สำเร็จเท่านั้น แต่ยังต้องยืนหยัดรักษาความมั่นคงของค่ายกลเอาไว้ให้ได้ตลอดด้วย” ท่านหันมาพูดกับผม จากนั้นก็ลงมือต้านทานกู่แมลงที่โจมตีเข้ามา
ผมพยักหน้ารับ พร้อมกับปล่อยกู่หนอนไหมทองและเสี่ยวไป๋ออกมา ให้พวกมันสองตัวเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย
“อี้เฟย คิงคอง ทั้งสองคนระวังตัวด้วยนะ คนอื่น ๆ ที่วางค่ายกลตามผมมาทางนี้” กำชับจ้าวอี้เฟยกับหลิวเฉิงเสร็จ ผมก็ร้องเรียกคนอื่น ๆ ที่วางค่ายกล
หลังจากเจียงเทียนหยวนปล่อยกู่แมลงออกมา คนสิบสองคนทางฝั่งแมงป่องดำก็มีแปดคนที่ปลีกตัวออกไป มุ่งหน้าไปยังอีกสองกลุ่มของวงการผู้ใช้อาคม
ฝั่งพวกเราเหลือแค่สี่คน ได้แก่ เจียงเทียนหยวน ย่าผี ชายที่หน้าตาเต็มไปด้วยแผลพุพองคนนั้น และชายอีกคนที่ร่างกายกำยำบึกบึนราวกับวัวกระทิง
การต่อสู้ปะทุขึ้นแล้ว สถานการณ์วุ่นวายไปหมด เพื่อรับประกันว่าพวกเราจะสามารถวางค่ายกลได้อย่างราบรื่น พวกปู่จึงจัดเตรียมคนที่รับหน้าที่คอยคุ้มกันให้พวกเราโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้การวางค่ายกลของพวกเราถูกขัดจังหวะ
มาถึงพื้นที่ที่ค่อนข้างราบเรียบ พวกเราก็เริ่มวางค่ายกล คนห้าหกคนลงมือพร้อมกัน ไม่นานก็จัดวางค่ายกลเสร็จสิ้น
จากนั้น ทั้งห้าคนก็แยกย้ายกันไปนั่งประจำทิศทั้งห้าธาตุ ส่วนผมก็นั่งขัดสมาธิอยู่ที่จุดศูนย์กลางของค่ายกล
ศูนย์กลางค่ายกลคือจุดที่สำคัญที่สุด ผมจะต้องยืนหยัดรักษาเอาไว้ให้ได้
เวลานี้ เสาลำแสงจากสองทิศทางที่แตกต่างกันได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่าค่ายกลของกลุ่มในอีกสองทิศทางได้เริ่มทำงานแล้ว ทางฝั่งพวกเราจึงเปิดใช้งานค่ายกลตามไปทันที
เมื่อเสาลำแสงค่ายกลของทางฝั่งพวกเราพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ค่ายกลทั้งสามที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันก็รวมตัวกันกลายเป็นค่ายกลขนาดใหญ่
ทันใดนั้นม่านแสงกึ่งโปร่งใสก็ปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขามรณะ แผนผังค่ายกลแปดทิศขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเหนือหุบเขามรณะเช่นกัน
นี่คือค่ายกลอันทรงพลังที่มีทั้งความสามารถในการผนึก และมีประสิทธิภาพในการโจมตีที่รุนแรงมาก
ผ่านค่ายกล พวกเราที่รับหน้าที่เปิดใช้งานและรักษาค่ายกล จะสามารถรับรู้ถึงสถานการณ์การต่อสู้ในทุก ๆ จุดภายในค่ายกลได้ และยังสามารถควบคุมค่ายกลให้เปิดฉากโจมตี เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกในวงการผู้ใช้อาคมที่กำลังต่อสู้อยู่ได้อีกด้วย
การควบคุมค่ายกลโจมตีนั้นสิ้นเปลืองพละกำลังเป็นอย่างมาก พวกเราจำเป็นต้องระมัดระวัง จะใช้อย่างพร่ำเพรื่อไม่ได้
ต้องบอกเลยว่า คนของแมงป่องดำนั้นแข็งแกร่งจนน่ากลัวจริง ๆ ถึงแม้พวกเราจะได้เปรียบเรื่องจำนวนคน แต่พวกมันก็ยังไม่ตกเป็นรองเลย
ทางฝั่งวงการผู้ใช้อาคม ยังคงไม่มีใครสามารถฝ่าด่านพวกมันเข้าไปทำลายค่ายกลประกอบพิธีกรรมที่อยู่รอบนอกหลุมดำในหุบเขามรณะได้เลย
ด้วยประสิทธิภาพของค่ายกลใหญ่ ระหว่างพวกเราที่รับหน้าที่ควบคุมค่ายกลในทั้งสามทิศทาง ล้วนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้
หลังจากพวกเราร่วมมือกันอย่างเต็มกำลังอยู่หลายครั้ง ควบคุมค่ายกลใหญ่ให้โจมตีใส่คนของแมงป่องดำ ก็ค่อย ๆ ทำให้คนของแมงป่องดำตกเป็นรอง
ทว่ายังไม่ทันที่พวกเราจะดีใจได้นาน ในหลุมดำภายในหุบเขามรณะก็มีเสียงคำรามดังขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นพวกเราที่รับหน้าที่รักษาค่ายกลต่างก็สัมผัสได้ถึงพลังกระแทกอันรุนแรงที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน
พวกเราที่รักษาค่ายกลต่างก็เจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ คนที่ตบะบารมีไม่พอเพียงบางคนสีหน้ายิ่งดูย่ำแย่หนักเข้าไปอีก
ในเวลาเดียวกัน มือสีดำขนาดมหึมาที่แผ่กลิ่นอายความชั่วร้ายอันน่าสะพรึงกลัว ก็ค่อย ๆ ยื่นออกมาจากหลุมดำในหุบเขามรณะ