เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 คุณจะโอนเงินหรือรูดบัตร?

บทที่ 57 คุณจะโอนเงินหรือรูดบัตร?

บทที่ 57 คุณจะโอนเงินหรือรูดบัตร?


เนื่องจากวันนี้มีเวลาจำกัด โจวหยางจึงไม่มีเวลามาขีดเส้นร่างแบบอะไรทั้งนั้น

ดังนั้น เขาจึงจัดการผ่าครึ่งหินหยกดิบก้อนนี้ฉับเดียวขาดเป็นสองท่อน ฝั่งหนึ่งหนึ่งในสาม อีกฝั่งสองในสาม เขาโยนส่วนหนึ่งในสามที่หั่นออกมาทิ้งไว้ด้านข้าง

จากนั้นก็เริ่มลงมือหั่นส่วนสองในสามที่เหลือต่อ โจวหยางไม่สนใจสายตาประหลาดใจของคนรอบข้างเลยสักนิด เขาหั่นซ้ายที ขวาที หน้าที หลังที เพียงไม่นาน หินหยกดิบก้อนนี้ก็ถูกเขาหั่นจนเหลือขนาดเท่าปากชาม

ลำดับต่อไปก็คือการขัดเปลือกหินรอบๆ หยกเจไดต์ออก พูดได้เลยว่าท่วงท่าของโจวหยางไม่มีการเคลื่อนไหวใดที่สูญเปล่าเลย อย่างน้อยถ้าเทียบกับเมื่อวาน วันนี้เขาทำทุกอย่างรวดเดียวจบแบบลื่นไหล

เพียงไม่นาน บรรดาไทยมุงในเหตุการณ์ก็เริ่มส่งเสียงร้องอุทานออกมาอีกครั้ง!

"เอ๊ะ สีนี้มัน..."

"ขอฉันดูหน่อย นี่มันเหมือนจะเป็นสีม่วง... หรือว่า..."

ชั่วขณะนั้นทุกคนต่างพูดกันไปต่างๆ นานา แต่โจวหยางกลับทำหูทวนลม เขายังคงขัดหินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพียงไม่นาน หยกเจไดต์ก้อนนี้ก็ถูกเขาขัดจนสะอาดเอี่ยม

"ฉันบอกแล้วไงว่าเป็นสีม่วงลาเวนเดอร์!"

"เมื่อกี้ก่อนจะผ่าหิน ฉันก็เห็นแล้วว่าหินก้อนนี้มันไม่ธรรมดา แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ"

"ใช่ๆ ก่อนหน้านี้ฉันก็รู้สึกว่าผิวของหินหยกดิบก้อนนี้มันออกสีม่วงนิดๆ ฉันก็ฟันธงเลยว่าข้างในต้องเป็นสีม่วงลาเวนเดอร์แน่ๆ"

"ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย!"

ระหว่างที่ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชน สีหน้าของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่างก็แตกต่างกันออกไป คนแรกเลยก็คือจีหลานเยียน ตอนนี้มุมปากของผู้หญิงคนนี้ยกยิ้มขึ้นมาแล้ว

เพราะเธอรู้ว่าโจวหยางชนะแล้ว สาเหตุที่เธอมั่นใจขนาดนั้น ก็เป็นเพราะตอนที่โจวหยางเขียนคำตอบ เธอก็ยืนดูอยู่ข้างๆ ถึงจะพูดไม่ได้ว่าตรงเป๊ะทุกระเบียดนิ้ว แต่โดยพื้นฐานแล้วมันก็ใกล้เคียงกับคำตอบที่ถูกต้องแบบสุดๆ ดังนั้นจีหลานเยียนจึงรู้ว่าโจวหยางชนะใสๆ

ส่วนเจียงเสวี่ยหรูก็มองโจวหยางด้วยสายตาใคร่รู้ พูดกันตามตรง ความล้ำค่าของสีม่วงลาเวนเดอร์นั้น ถือว่าล้ำค่ากว่าหยกสีเหลืองหรือหยกสีแดงเสียอีก เหตุผลนอกจากความสวยงามแล้วก็คือความหายากนั่นเอง

ถ้าอย่างนั้น โจวหยางตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ เขาผ่าหยกเจไดต์ออกมาทั้งหมดสามก้อน ก้อนแรกคือสีเขียวจักรพรรดิ ก้อนที่สองคือหยกสีแดง ก้อนที่สามคือสีม่วงลาเวนเดอร์ หรือว่านี่จะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ?

ส่วนอวี๋จินหลง ตอนนี้สีหน้าของเขาดูไม่ได้เลยคล้ำหมองเหมือนตับหมู สีที่พวกเขาทายไว้ก่อนหน้านี้คือเนื้อเทียน ส่วนเรื่องขนาดนั้นถือว่าใกล้เคียง แต่เรื่องราคาและสีพวกเขาทายผิดหมด

ในสถานการณ์แบบนี้ โอกาสชนะของพวกเขาจึงน้อยนิดมาก เพราะพอสีไม่เหมือนกัน ก็จะทำให้ราคาของหยกเจไดต์ก้อนนี้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะในวงการหยกเจไดต์ เนื้อเทียนถือเป็นหยกเจไดต์ชนิดที่ค่อนข้างด้อยคุณภาพ และราคาก็ต่ำที่สุดอีกด้วย

ดังนั้นการทายผิดไปข้อหนึ่ง ก็เท่ากับผิดไปสองข้อ ตอนนี้ทำได้แค่ฝากความหวังไว้ว่าโจวหยางเองก็ทายผิดเหมือนกัน แถมยังทายผิดหลุดโลกไปไกลกว่าพวกเขาด้วย

"ประธานเจียงครับ รบกวนคุณช่วยผมประเมินราคาหน่อยสิครับ ว่าสีม่วงลาเวนเดอร์ก้อนนี้มีมูลค่าประมาณเท่าไหร่!"

โจวหยางไม่ได้รีบไปดูผลพนัน แต่กลับยื่นหยกสีม่วงลาเวนเดอร์ก้อนนั้นให้เจียงเสวี่ยหรู เจียงเสวี่ยหรูเองก็ไม่อิดออด เธอคิดว่าโจวหยางจะขายหยกเจไดต์ก้อนนี้ให้เธออีกแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องดีเลยทีเดียว

"คุณโจวคะ สีม่วงลาเวนเดอร์ก้อนนี้คุณภาพสูงมากเลยค่ะ ตำหนิเพียงอย่างเดียวก็คือขนาดมันเล็กไปสักหน่อย"

"แต่ก็ยังพอทำกำไลได้สักสองสามวงสบายๆ ค่ะ ส่วนเศษที่เหลือก็เอาไปทำของชิ้นเล็กๆ ได้ ดังนั้นนี่ก็ยังถือเป็นหยกเจไดต์ที่ดีมากก้อนหนึ่งเลยล่ะค่ะ"

"โบราณว่าไว้ ตำหนิเล็กน้อยไม่อาจบดบังความงามของหยกเจไดต์ก้อนนี้ได้หรอกค่ะ โดยรวมแล้วมูลค่าของมันก็ยังสูงอยู่ดี!"

"เพราะงั้นถ้าคุณจะปล่อยสีม่วงลาเวนเดอร์ก้อนนี้ให้ฉัน ฉันยินดีจ่ายให้สองล้านหยวนค่ะ!"

โจวหยางแอบพยักหน้าในใจ ผู้หญิงคนนี้เสนอราคาได้ยุติธรรมดี สีม่วงลาเวนเดอร์ก้อนนี้เดิมทีมันมีราคามากกว่านี้ แต่ก็อย่างที่ผู้หญิงคนนี้เพิ่งบอกไปนั่นแหละว่าขนาดมันเล็กไป ของบางอย่างพอขนาดมันเล็ก ราคามันก็ตกลงไปตามระเบียบ เรื่องนี้ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ

เพราะมันไม่เหมือนกับทองคำ ที่ต่อให้คุณมีหนึ่งพันกรัมหรือหนึ่งร้อยกรัม ราคาต่อหน่วยของมันก็ยังเท่ากัน ต่อให้คุณขนมาเป็นตัน ราคาต่อหน่วยมันก็ไม่เปลี่ยนอยู่ดี

โจวหยางยื่นมือไปรับหยกสีม่วงลาเวนเดอร์กลับมา แล้วส่งต่อให้จีหลานเยียน ยังไงซะถ้าเทียบกับเจียงเสวี่ยหรูแล้ว จีหลานเยียนย่อมเป็นคนที่น่าไว้ใจกว่าอย่างแน่นอน

"เถ้าแก่สยงครับ ตอนนี้รบกวนคุณช่วยประกาศคำตอบได้เลยครับ!"

สยงชูมั่วแทบจะอดใจรอไม่ไหวอยู่แล้ว พอได้ยินโจวหยางพูดแบบนี้ เขาก็รีบรับคำทันที จากนั้นก็เปิดโหล หยิบก้อนกระดาษสองก้อนออกมาต่อหน้าทุกคน

"อะแฮ่มๆ!"

"เริ่มจากก้อนกระดาษก้อนนี้เป็นของประธานอวี๋นะครับ คำตอบของประธานอวี๋ก็คือ หยกเจไดต์เนื้อเทียน เส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่สุด 12 เซนติเมตร มูลค่ารวมประมาณ 100,000 หยวนครับ!"

"อะไรนะ แค่แสนเดียวเองเหรอ? แถมยังเป็นเนื้อเทียนอีก?"

ทันทีที่สยงชูมั่วประกาศคำตอบของอวี๋จินหลงออกมา บริเวณนั้นก็เกิดเสียงอื้ออึงขึ้นมาทันที สาเหตุหลักเป็นเพราะความคลาดเคลื่อนมันห่างไกลกันมากเกินไป จนแทบไม่อยากจะเชื่อ

อันที่จริง ถ้ามองในแง่หนึ่ง การที่ฝั่งอวี๋จินหลงเขียนราคามาหนึ่งแสนหยวนก็ถือว่าโอเวอร์ไปหน่อยแล้ว เพราะสิ่งที่พวกเขาทายคือหยกเจไดต์เนื้อเทียน ถ้าเกิดหยกเจไดต์ก้อนนี้เป็นเนื้อเทียนจริงๆ ล่ะก็ เงินหนึ่งแสนหยวนนี่เอาไปซื้อขนาดเท่านี้ได้ตั้งหลายก้อนเลยล่ะ

สยงชูมั่วรอจนคนพวกนี้วิพากษ์วิจารณ์กันจนพอใจแล้ว เขาก็คลี่ก้อนกระดาษของโจวหยางออก

"คำตอบที่คุณโจวเขียนไว้ก็คือ สีม่วงหรือสีน้ำเงินเข้ม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่สุด 13 เซนติเมตร มูลค่า 2,100,000 หยวนครับ!"

เมื่อคำตอบนี้ถูกประกาศออกมา สถานการณ์ในที่นั้นก็คึกคักขึ้นมาทันที เห็นได้ชัดว่าการพนันครั้งนี้ใครแพ้ใครชนะ มันชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่แล้ว

เดิมทีโจวหยางตั้งใจจะเขียนว่าสีม่วง แต่คิดไปคิดมา ถ้าเขียนว่าสีม่วงลาเวนเดอร์ไปตรงๆ เลย มันจะดูน่าสงสัยเกินไป ดังนั้นเขาจึงเขียนไปว่าสีม่วงหรือสีน้ำเงิน สาเหตุที่เขาเขียนแบบนี้ อันที่จริงไพ่ตายใบสำคัญที่สุดก็คือ เขาแอบเห็นคำตอบที่อวี๋จินหลงเขียนไว้แล้วนั่นเอง พูดง่ายๆ ก็คือไม่ว่าเขาจะเขียนสีอะไร เขาก็ชนะใสๆ อยู่ดี เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องขนาดหรือราคาสุดท้าย คำตอบของโจวหยางก็ใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่าอยู่ดี

เวลานี้สีหน้าของอวี๋จินหลงดำทะมึนเป็นก้นหม้อไปแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำตอบที่โจวหยางเขียนสักเท่าไหร่

"เถ้าแก่สยง เอาคำตอบมาให้ฉันดูหน่อยสิ!"

เดิมทีบนใบหน้าของสยงชูมั่วก็ประดับด้วยรอยยิ้มแป้นแล้นอยู่หรอก แต่พอได้ยินคำพูดของอวี๋จินหลง รอยยิ้มบนใบหน้าก็หุบฉับลงทันที เพราะความหมายของคำพูดนี้มันชัดเจนมาก อวี๋จินหลงกำลังสงสัยในตัวเขา ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป วันข้างหน้าเขาจะมีที่ยืนในวงการนี้ได้ยังไง? แต่เขาก็ทำได้แค่อดทนไว้ ยังไงซะเขาก็ไปล่วงเกินอวี๋จินหลงไม่ได้

"ประธานอวี๋ครับ เอาคำตอบให้คุณดูน่ะไม่มีปัญหาแน่นอนอยู่แล้วครับ ในเมื่อประธานอวี๋สนใจ ผมเชื่อว่าทุกคนก็น่าจะสนใจเหมือนกัน"

"ถ้าอย่างนั้น สู้ให้ทุกคนมาดูพร้อมกันเลยดีกว่าครับ!"

สยงชูมั่วพูดจบก็กางกระดาษทั้งสองแผ่นออกต่อหน้าทุกคน การที่เขาทำแบบนี้ อันที่จริงเขาก็จงใจนั่นแหละ คุณอวี๋จินหลงไม่ไว้หน้าผม ทำให้ผมต้องอับอาย ผมอาจจะล่วงเกินคุณตรงๆ ไม่ได้ แต่ถ้าจะทำให้คุณหน้าแตกสักหน่อย มันก็คงไม่มีปัญหาใช่ไหมล่ะ? ตอนนี้ผมเอาคำตอบมาเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัล มันก็สมเหตุสมผลดี ส่วนเรื่องตบหน้าใคร ยังไงคนที่โดนตบหน้าก็ไม่ใช่เขาอยู่ดี

สีหน้าของอวี๋จินหลงตอนนี้ยิ่งดูไม่ได้หนักกว่าเดิมเสียอีก แต่นี่ยังไม่จบหรอกนะ เพราะโจวหยางถือหนังสือสัญญาที่ทำกันไว้ก่อนหน้านี้เดินเข้ามาหาแล้ว

"รองประธานอวี๋ใช่ไหมครับ!"

"นี่ก็ไม่เช้าแล้ว รบกวนคุณช่วยปฏิบัติตามสัญญาการพนันด้วยนะครับ!"

"สิบล้านหยวนครับ ส่วนเงินค่าหินหยกดิบก้อนนี้ ผมว่าช่างมันเถอะครับ ยังไงผมก็ฟันกำไรมาตั้งเยอะแล้ว เงินแค่นี้ผมไม่ซีเรียสครับ!"

"คุณจะโอนเงินหรือรูดบัตรดีครับ?"

โจวหยางพูดด้วยท่าทีไม่ยี่หระ แถมบนใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จางๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นไอ้ตัวแสบที่น่าโดนซ้อมสักตั้งยังไงยังงั้น

จบบทที่ บทที่ 57 คุณจะโอนเงินหรือรูดบัตร?

คัดลอกลิงก์แล้ว