เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 ล่วงเกินให้ถึงที่สุด

บทที่ 41 ล่วงเกินให้ถึงที่สุด

บทที่ 41 ล่วงเกินให้ถึงที่สุด


เจียงเสวี่ยหรูมองโจวหยางแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองอวี๋จินหลง บนใบหน้าของเธอประดับด้วยรอยยิ้ม

สิ่งนี้ทำให้อวี๋จินหลงเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าเจียงเสวี่ยหรูกำลังส่งซิกบอกให้เขาวางใจได้

อวี๋จินหลงคิดแบบนี้จริงๆ นั่นแหละ ยังไงซะพวกเขาก็เป็นพวกเดียวกัน โจวหยางต่างหากที่เป็นคนนอก

แต่ทว่าคำพูดประโยคต่อมาของเจียงเสวี่ยหรู...

"คุณโจวคะ หยกสีแดงของคุณก้อนนี้ ไม่ว่าจะมองในแง่ของสีสันหรือขนาด ล้วนเหนือกว่าหยกสีเหลืองก้อนเมื่อครู่นี้ค่ะ"

"ดังนั้น หลังจากพิจารณาองค์ประกอบต่างๆ รวมไปถึงความต้องการของตลาดแล้ว ฉันขอให้ราคาที่สี่ล้านห้าแสนหยวนค่ะ"

"ถ้าคุณโจวคิดจะปล่อยขายล่ะก็ ฉันยินดีรับไว้ในราคานี้เลยค่ะ!"

ราคาที่เจียงเสวี่ยหรูเสนอมา ไม่ทำให้โจวหยางผิดหวังจริงๆ

หยกสีแดงก้อนนี้ ตาทิพย์ของเขาประเมินราคาไว้ที่สี่ล้านแปดแสนหยวน ซึ่งโจวหยางก็รู้ดีว่าราคาจากตาทิพย์นั้นเป็นเพียงราคาอ้างอิงเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น ของชิ้นหนึ่งมีมูลค่าเท่าไหร่ มันก็เป็นแค่ราคาประเมินเบื้องต้น ย่อมมีการผันผวนขึ้นลงเป็นธรรมดา

ดังนั้น การที่เจียงเสวี่ยหรูเสนอราคามาที่สี่ล้านห้าแสนหยวน ความจริงก็ถือว่าเป็นราคาที่ไม่สูงและไม่ต่ำจนเกินไป

บอกได้แค่ว่าสีเขียวจักรพรรดิก้อนเมื่อเช้านี้ มันเป็นสายพันธุ์ที่หายากมาก ต่อให้ซื้อกลับไปในราคาสามสิบล้านหยวนแล้วแทบจะไม่เหลือกำไร ก็ยังน่าจะมีคนอยากได้อยู่ดี

"ตกลงครับ งั้นหยกสีแดงก้อนนี้ก็ตกเป็นของคุณ"

"อ้อ จริงสิ ยังมีหยกสีเหลืองก้อนนี้อีกก้อน!"

โจวหยางพูดจบก็ฉวยเอาหยกสีเหลืองจากมือของอวี๋จินหลงมาหน้าตาเฉย ในเมื่อล่วงเกินหมอนี่ไปแล้ว เขาก็ไม่กลัวที่จะล่วงเกินให้หนักขึ้นไปอีก

ต่อให้ตอนนี้โจวหยางจะใจกว้างยอมยกเลิกการท้าพนัน แล้วบอกว่าคิดซะว่าเป็นแค่เรื่องล้อเล่น เกรงว่าหมอนี่ก็คงจะโกรธแค้นเขาฝังหุ่นอยู่ดี

ยังไงซะนี่ก็เป็นเรื่องของการเสียหน้า แถมยังเป็นการเสียหน้าครั้งใหญ่เสียด้วย

เพราะฉะนั้นในเวลาแบบนี้ จะล่วงเกินหรือไม่ล่วงเกินก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันแล้ว แล้วเขาจะยอมทิ้งเงินไปทำไมล่ะ?

ยังไงซะนี่ก็ตั้งสามล้านหยวนนะ ต่อให้เป็นแค่สามแสนหยวน มันก็คือเงินอยู่ดี!

"แก!"

พอหยกสีเหลืองโดนโจวหยางฉกไป อวี๋จินหลงที่เดิมทีก็อยู่ในจุดเดือดอยู่แล้ว ตอนนี้ก็แทบจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่

"รองประธานอวี๋ใช่ไหมครับ?"

"การท้าพนันครั้งนี้คุณเป็นคนเสนอขึ้นมาเอง คงไม่คิดจะกลืนน้ำลายตัวเองหรอกนะ?"

"ถ้าตอนนี้คุณกล้าพูดต่อหน้าทุกคนว่า คำพูดก่อนหน้านี้ของคุณมันก็แค่การผายลม งั้นหยกสีเหลืองก้อนนี้ผมจะคืนให้คุณเลย"

"ไม่อย่างนั้น ประธานเจียงทางนี้ก็ต้องมารับผิดชอบแทนคุณนะ ตกลงคุณจะเอาไหม? ถ้าจะเอาก็บอกมาสิ เดี๋ยวผมคืนให้!"

โจวหยางพูดไปพลาง ก็ยื่นหยกสีเหลืองก้อนนั้นคืนไปให้พลาง ใช่แล้ว เขายื่นให้อวี๋จินหลงกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้แหละ

ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น ก็อาจจะรับหยกเจไดต์คืนมาจริงๆ อย่างมากก็แค่หน้าด้านหน้าทนหน่อย ยังไงซะหน้าตามันจะไปมีค่าสักเท่าไหร่กัน นี่มันเงินตั้งสามล้านหยวนเชียวนะ!

แต่อวี๋จินหลงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะตอนนี้เจียงเสวี่ยหรูกำลังยืนดูอยู่ข้างๆ

ถ้าตอนนี้เขาจะเบี้ยวสัญญา มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ยังไงซะการพนันครั้งนี้ก็เป็นแค่การตกลงกันปากเปล่า ไม่ได้มีลายลักษณ์อักษรขาวดำอะไร

ต่อให้เบี้ยว ก็คงโดนแค่คนด่าทอสาปแช่ง ในความเป็นจริง คนอื่นก็ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี

แต่เจียงเสวี่ยหรูยืนอยู่ตรงนี้ด้วย ครั้งนี้อวี๋จินหลงจึงทำได้แค่กลืนเลือดกินแห้ว แล้วยอมรับสภาพแต่โดยดี

"หึ! ก็แค่หินราคาสามล้านหยวนก้อนเดียว เงินแค่นี้ฉันไม่ระคายขนหรอก!"

ท้ายที่สุด อวี๋จินหลงก็ทำได้แค่ฝืนใจพูดประโยคนี้ออกมา

โจวหยางพยักหน้าอย่างเห็นด้วยอย่างยิ่ง จากนั้นก็หยิบบัตรเอทีเอ็มออกมาอีกครั้ง

"รองประธานอวี๋พูดถูกครับ เงินแค่นี้สำหรับคุณแล้วมันไม่ระคายขนหรอกครับ"

"อ้อ จริงสิ เมื่อกี้ตอนที่ผมซื้อหินหยกดิบ ผมจ่ายไปแปดแสนแปดหมื่นหยวน นี่ก็เป็นสิ่งที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว คุณช่วยจ่ายส่วนนี้ให้ด้วยนะครับ!"

"พรืด..."

เจียงเสวี่ยหรูถึงกับกลั้นไม่อยู่ หลุดขำพรืดออกมา เรื่องนี้เธอเองก็ลืมไปแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าโจวหยางจะยังจำได้แม่น

"ฉันขอท้าพนันกับแกอีกตา แกกล้ารับคำท้าไหมล่ะ?"

อวี๋จินหลงกัดฟันกรอด โอนเงินแปดแสนแปดหมื่นหยวนให้ แล้วก็เริ่มท้าทายอีกรอบ

โจวหยางไม่มีอารมณ์จะตอบคำถาม เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงครึ่งตอนเย็นแล้ว ซึ่งก็ถือว่าไม่เช้าแล้ว

เขายังมีหยกเจไดต์อีกสองก้อนที่ยังไม่ได้ทำการซื้อขาย กว่าจะจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จ ก็คงจะเกือบๆ ห้าโมงเย็น

นอกจากนี้เขายังต้องกลับไปที่บ้านพักตากอากาศอีก ดังนั้นเวลาคงจะไม่ทันแล้ว

"วันนี้คงไม่สะดวกครับ ผมยังมีธุระต้องไปจัดการ ถ้าคุณอยากจะพนันหินหยกกับผมจริงๆ เอาเป็นพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ก็แล้วกันครับ ส่วนเวลาคุณเป็นคนกำหนดเลย"

"แต่เราต้องตกลงกันก่อนนะว่า ถ้าแพ้แล้วห้ามเบี้ยวเด็ดขาด!"

โจวหยางพูดจบก็ไม่ได้สนใจหมอนี่อีกต่อไป เขาหันไปยื่นหยกสีเหลืองให้เจียงเสวี่ยหรู

"หยกสีเหลืองก้อนนี้เมื่อกี้คุณก็เป็นคนประเมินราคาเอง เพราะงั้นผมจะปล่อยให้คุณในราคาที่คุณว่ามาก็แล้วกันครับ หยกสองก้อนรวมเป็นเงินเจ็ดล้านห้าแสนหยวนครับ"

"นี่เลขบัญชีครับ!"

โจวหยางพูดไปพลางก็ยื่นบัตรเอทีเอ็มให้เจียงเสวี่ยหรูไปพลางเช่นกัน ความหมายชัดเจนมากว่า โอนเงินมาสิครับ?

เจียงเสวี่ยหรูพยักหน้ารับโดยไม่ได้พูดอะไรมาก หยกสองก้อนนี้รวมกันแล้วก็มีมูลค่าตามราคานี้จริงๆ

ดีไม่ดีราคาหยกสีแดงเธอก็แอบกดราคาลงมานิดหน่อยด้วยซ้ำ ดังนั้นการรับซื้อกลับไป ไม่เพียงแต่จะไม่ขาดทุน แต่ยังได้กำไรอีกด้วย

เพียงแต่ฝ่ายที่ได้กำไรคือบริษัท ส่วนฝ่ายที่เสียเงินคือบางคนก็เท่านั้นเอง

"คุณโจวคะ ฉันขอเบอร์โทรศัพท์คุณหน่อยได้ไหมคะ?"

"อีกอย่าง เย็นนี้ไม่ทราบว่าคุณโจวพอจะมีเวลาว่างไหมคะ ฉันอยากจะเชิญคุณไปทานมื้อเย็นด้วยกัน ไม่ทราบว่าสะดวกหรือเปล่าคะ?"

โจวหยางเช็กยอดเงินในบัตรเอทีเอ็ม เมื่อแน่ใจว่าเงินถูกโอนเข้ามาเรียบร้อยแล้ว เขาก็บอกปัดผู้หญิงคนนี้ไปตรงๆ

"วันนี้คงไม่สะดวกจริงๆ ครับ เมื่อกี้ผมก็บอกไปแล้วว่า วันนี้ผมมีธุระต้องไปจัดการน่ะครับ!"

"เอาไว้วันหลังก็แล้วกันครับ วันหลังเดี๋ยวผมเป็นเจ้ามือเลี้ยงคุณเอง!"

"ส่วนเบอร์โทรศัพท์ เดี๋ยวผมบอกแล้วคุณจดเอาก็แล้วกันครับ!"

เจียงเสวี่ยหรูนึกไม่ถึงเลยว่าโจวหยางจะปฏิเสธคำเชิญทานข้าวมื้อเย็นของเธอ แต่การที่ขอคอนแทคมาได้ ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งแล้ว

โจวหยางคนนี้ต้องเป็นคนที่มีความสามารถมากแน่ๆ ถ้ามองจากมุมมองทางธุรกิจ คนแบบนี้ควรจะผูกมิตรไว้ ไม่ควรไปล่วงเกินเด็ดขาด

โดยเฉพาะบริษัทประเภทแบบพวกเขา ในแต่ละปีต้องการหยกเจไดต์จำนวนมาก โดยเฉพาะหยกเจไดต์คุณภาพสูง

หลังจากแลกเบอร์ติดต่อกันเสร็จ โจวหยางก็หันหลังเดินจากไป เพราะเขามีธุระต้องไปจัดการจริงๆ

"เสวี่ยหรู ทำไมคุณถึงไปช่วยมันล่ะ?"

คล้อยหลังโจวหยางเดินจากไป อวี๋จินหลงก็เริ่มเปิดฉากซักไซ้ทันที ถึงแม้น้ำเสียงที่ใช้จะยังดูนุ่มนวลอยู่บ้าง แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เกรงใจเหมือนปกติแล้ว

สาเหตุหลักเป็นเพราะวันนี้เขาหน้าแตกยับเยิน แถมผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ช่วยเขาเลย กลับไปเข้าข้างคนนอกแทน

ดังนั้น เรื่องนี้จึงทำให้เขารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

เจียงเสวี่ยหรูปรายตามองอวี๋จินหลง ในใจก็ลอบด่าว่าไอ้โง่เอ๊ย แต่ภายนอกเธอกลับระบายยิ้มแล้วเริ่มอธิบาย

"เรื่องวันนี้คุณก็เห็นแล้วนี่คะ คนตั้งเยอะแยะยืนมุงดูกันอยู่ แถมมูลค่าของหยกเจไดต์สองก้อนนี้ คนตาดีมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าก้อนไหนมีราคาแพงกว่ากัน"

"อย่างหยกสีเหลืองก้อนนี้ ฉันก็แอบดันราคาขึ้นมาให้แล้วนะคะ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าหยกสีแดงก้อนนี้คุณภาพจะดีขนาดนี้?"

"เงินไม่กี่ล้านมันเป็นเรื่องเล็กค่ะ แต่ถ้าเรากลับดำเป็นขาว ชื่อเสียงของเราจะไม่ป่นปี้เอาเหรอคะ? วันข้างหน้ายังมีใครหน้าไหนกล้าเอาหยกเจไดต์มาขายให้เราอีกล่ะ?"

"อีกอย่าง วันนี้หมอนั่นก็แค่ฟลุคดวงดีเท่านั้นแหละ เมื่อกี้ตอนที่เขากำลังจะไป เขาไม่บอกเหรอคะว่า พร้อมรับคำท้าเสมอ!"

"ถ้าจะใช้ชื่อบริษัทไปท้าพนันกับเขามันคงไม่เหมาะแน่ๆ แต่ถ้าเป็นการท้าพนันแบบส่วนตัวล่ะก็..."

เจียงเสวี่ยหรูพูดทิ้งท้ายไว้แค่นี้ เพราะความหมายในคำพูดของเธอมันชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่แล้ว

เริ่มจากอธิบายว่าทำไมถึงไม่เข้าข้างอวี๋จินหลง จากนั้นก็พูดยุแยงให้หมอนี่ไปท้าพนันกับโจวหยางต่อในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้

ยังไงซะเงินที่เสียไปก็ไม่ใช่เงินของบริษัท แต่เป็นเงินส่วนตัวของอวี๋จินหลง แล้วแบบนี้มีอะไรจะไม่ดีล่ะ?

ดวงตาของอวี๋จินหลงเป็นประกายวาบขึ้นมา ที่แท้เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้นี่เอง

มิน่าล่ะเจียงเสวี่ยหรูถึงได้ไปขอเบอร์โทรศัพท์ของโจวหยางมา ที่แท้ทุกอย่างก็เตรียมไว้เพื่อเขานี่เอง!

"เสวี่ยหรู ขอบคุณคุณมากนะ ผมเกือบจะเข้าใจคุณผิดไปซะแล้ว!"

จบบทที่ บทที่ 41 ล่วงเกินให้ถึงที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว