- หน้าแรก
- เริ่มต้นเป็นมหาเศรษฐีระดับเทพ ด้วยการฮุบเงินระบบสายเปย์พันล้านล้าน
- บทที่ 59 ระดับผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่ต้อนรับ
บทที่ 59 ระดับผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่ต้อนรับ
บทที่ 59 ระดับผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่ต้อนรับ
เพิ่งจะก้าวเท้าออกจากห้องซ้อมเปียโน หลินชวนก็ได้รับสายจากจางจิ้ง "หลินชวน ตอนนี้นายอยู่ไหนน่ะ? ฉันติดต่อกองคลังของมหา'ลัยให้ได้แล้วนะ ทำไมอาจารย์โจวโทรหานายแล้วนายไม่รับสายล่ะ?"
หลินชวนเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้เพิ่งกดตัดสายเบอร์แปลกไป "พอดีฉันกำลังซ้อมเปียโนอยู่น่ะ ปกติเบอร์แปลกฉันก็ไม่ค่อยรับอยู่แล้ว"
การที่จางจิ้งเพิ่งจะติดต่อกองคลังของมหา'ลัยได้เอาป่านนี้ หลินชวนไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด
ต้องเข้าใจก่อนนะว่า หัวหน้าแผนกต่างๆ ในมหาวิทยาลัย ล้วนมีตำแหน่งเทียบเท่าระดับผู้อำนวยการกองกันทั้งนั้น
นักบัญชีอาวุโสที่สังกัดอยู่ใต้กองคลัง โดยทั่วไปก็มีวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญ ต่อให้เป็นแค่ผู้ช่วยนักบัญชี อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีวิทยฐานะระดับต้น เป็นข้าราชการตัวจริงเสียงจริง
ในขณะที่สภานักศึกษาเป็นแค่กลุ่มที่ตั้งกันขึ้นมาเอง ต่อให้เป็นถึงประธานสภานักศึกษา เวลาเจอหน้าผู้ช่วยนักบัญชียังต้องนอบน้อมเกรงใจเลย
ถึงแม้จางจิ้งจะมีตำแหน่งเป็นถึงประธานฝ่ายการเงินของสภานักศึกษา แต่พอไปถึงกองคลังของมหา'ลัย เธอก็เป็นแค่ลูกกระจ๊อกที่สถานะด้อยกว่าเด็กฝึกงานซะอีก ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเลยแม้แต่น้อย
จางจิ้งพูดด้วยความร้อนรน "เบอร์แปลกอะไรกันล่ะ นั่นเบอร์อาจารย์โจวนะ นายรีบโทรกลับไปหาอาจารย์เดี๋ยวนี้เลย"
เมื่อหลินชวนรู้ตัวตนของอีกฝ่ายแล้ว ตามมารยาทเขาก็ย่อมต้องโทรกลับไปหา ไม่นานปลายสายก็กดรับ
น้ำเสียงของอาจารย์โจวฟังดูสุภาพและเกรงใจเอามากๆ "นักศึกษาหลินชวน เมื่อกี้กำลังเรียนอยู่หรือเปล่า สายที่ครูโทรไปกวนเวลาเรียนของเธอไหม?"
ถ้าจางจิ้งมาได้ยินน้ำเสียงแบบนี้เข้าล่ะก็ รับรองว่าต้องช็อกแน่ๆ ถึงแม้อาจารย์โจวจะไม่ใช่คนเจ้าระเบียบเข้มงวดอะไรนัก แต่ต่อให้เวลาคุยกับประธานสภานักศึกษา เขาก็ยังวางมาดแบบผู้หลักผู้ใหญ่อยู่ดี
ถ้าเกิดอาจารย์โจวโทรหาประธานสภานักศึกษาแล้วอีกฝ่ายไม่รับสาย ต่อให้อาจารย์จะไม่โกรธ แต่ก็อาจจะแกล้งเมินประธานสภานักศึกษาไปพักใหญ่เลยก็ได้ คนที่ต้องเป็นฝ่ายนอบน้อมเกรงใจน่ะคือประธานสภานักศึกษาต่างหาก
แต่ในเวลานี้ หลินชวนเป็นฝ่ายกดตัดสายอาจารย์โจวทิ้ง แต่อาจารย์โจวกลับยังต้องมาคอยกังวลว่าจะไปรบกวนเวลาเรียนของหลินชวนซะงั้น
แต่อีกฝ่ายก็มีสถานะเป็นถึงอาจารย์ หลินชวนจึงตอบกลับด้วยความเคารพ "ไม่รบกวนเลยครับอาจารย์ ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมไม่ทราบว่าเป็นเบอร์ของอาจารย์โจวน่ะครับ"
อาจารย์โจวหัวเราะร่วน "ไม่เป็นไรๆๆ แค่ไม่ได้กวนเวลาเรียนของเธอก็พอแล้วล่ะ ได้ยินจากจางจิ้งว่าเธอตั้งใจจะบริจาคเงินเหรอ? ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนล่ะ เดี๋ยวครูไปหาเธอเพื่อคุยรายละเอียดเรื่องการบริจาคดีไหม?"
หลินชวนตอบ "ผมกำลังเดินอยู่บนถนนพอดีเลยครับ ตอนนี้อาจารย์อยู่ที่ตึกสำนักงานใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมเดินไปหาที่ตึกเลยก็ได้ครับ"
อาจารย์โจว "ครูอยู่ที่ตึกจ้ะ งั้นเดี๋ยวเธอเดินมาที่ตึกสำนักงานเลยนะ?"
พอหลินชวนเดินมาถึงตึกสำนักงาน ก็เห็นอาจารย์โจวกับจางจิ้งยืนรออยู่ชั้นล่างเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้จางจิ้งมีสีหน้าตกตะลึงสุดขีด เธอนึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าอาจารย์โจวจะถึงขั้นลงมารอรับด้วยตัวเองแบบนี้
ถึงแม้เธอจะมีตำแหน่งเป็นประธานฝ่ายการเงินของสภานักศึกษา แต่ตรรกะความคิดของเธอก็ยังสลัดคราบความเป็นนักศึกษาทิ้งไปไม่ได้ทั้งหมด
เธอยังคงรู้สึกว่า การที่อาจารย์โจวผู้มีวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญแถมยังมีสถานะเป็นอาจารย์ ต้องลงมารอรับนักศึกษาด้วยตัวเองแบบนี้ มันดูหลุดโลกเกินไปแล้ว
หลินชวนก็เป็นแค่นักศึกษาคนนึง การให้เกียรติเบอร์นี้มันจะไม่เว่อร์ไปหน่อยเหรอ?
เธอไม่รู้ซึ้งถึงสัจธรรมข้อหนึ่งเลยว่า 'มีเงินก็คือพระเจ้า' ต่อให้อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย กฎข้อนี้ก็ยังคงศักดิ์สิทธิ์เสมอ
"นักศึกษาหลินชวนนี่รูปร่างหน้าตาดีสมคำร่ำลือเลยนะเนี่ย หล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว" ด้วยสถานะความเป็นอาจารย์ อาจารย์โจวย่อมไม่มีทางแสดงความนอบน้อมประจบประแจงนักศึกษาอยู่แล้ว เขาจึงเลือกที่จะเอ่ยปากชมในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่ง
หลินชวนยิ้มตอบ "อาจารย์โจวก็ชมเกินไปครับ ผมว่าอาจารย์โจวต่างหากที่ดูภูมิฐานน่าเกรงขามสุดๆ เมื่อก่อนก็เคยได้ยินพวกนักศึกษาหญิงพูดชื่นชมอาจารย์อยู่บ่อยๆ วันนี้ได้มาเจอตัวจริง สมคำร่ำลือจริงๆ ครับ"
อาจารย์โจวหัวเราะชอบใจ "ฮ่าๆๆ พวกเราเลิกอวยกันเองได้แล้วล่ะ ไปเถอะ ไปคุยกันที่ห้องรับรองดีกว่า"
ทั้งสองคนเดินคุยหัวเราะกันไปตลอดทางจนถึงห้องรับรอง เมื่อจางจิ้งเห็นภาพนั้น ก็ยิ่งอึ้งกิมกี่หนักกว่าเดิม
ถึงแม้อาจารย์โจวจะไม่ได้แสดงท่าทีประจบประแจงอะไร แต่เธอก็รู้สึกว่าบรรยากาศมันดูแปร่งๆ ชอบกล ท่าทางของอาจารย์โจวไม่เหมือนกำลังต้อนรับนักศึกษา แต่เหมือนกำลังต้อนรับลูกชายของท่านผู้นำระดับสูงซะมากกว่า ถึงแม้จะวางตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่ทุกท่วงท่ากลับแฝงไปด้วยความเกรงอกเกรงใจอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังสังเกตเห็นว่า อาจารย์โจวไม่ได้พาหลินชวนไปคุยที่ห้องทำงาน แต่กลับพามาที่ห้องรับรองแทน
พอเข้าไปในห้องรับรอง จางจิ้งก็ยิ่งต้องช็อกค้าง เมื่อเห็นอาจารย์โจวลงมือชงชาด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่ปกติแล้วหน้าที่นี้ตกเป็นของผู้ช่วย ไม่ก็นักศึกษาที่มารับจ้างทำงานพาร์ตไทม์แท้ๆ
แต่อาจารย์โจวกลับไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยสักนิด หนำซ้ำยังพูดด้วยรอยยิ้มเบิกบาน "นักศึกษาหลินชวน ก่อนอื่นเลย ครูต้องขอขอบใจในความตั้งใจที่จะสนับสนุนมหา'ลัย แล้วก็ความมีน้ำใจต่อเพื่อนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ด้วยนะ ได้ยินจากจางจิ้งว่าเธออยากจะขอดูข้อมูลสถานการณ์ของมหา'ลัยก่อน เพื่อประกอบการตัดสินใจเรื่องยอดเงินบริจาค ครูเลยเตรียมสรุปข้อมูลทางการเงินของมหา'ลัยไว้ให้ล่วงหน้าแล้วล่ะ"
พูดจบ เขาก็ยื่นแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งให้หลินชวน
หลินชวนมีท่าทีสงบนิ่ง รับแฟ้มเอกสารมาเปิดอ่านด้วยท่าทางที่เป็นธรรมชาติสุดๆ
จางจิ้งที่ยืนมองอยู่ถึงกับรู้สึกเบลอๆ คล้ายกับเห็นภาพหลอนว่าหลินชวนคือท่านผู้นำที่กำลังตรวจแฟ้มงานอยู่ซะอย่างนั้น
หลังจากหลินชวนอ่านจบ เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เบื้องต้นผมขอประเดิมบริจาคก่อนหกล้านหยวนนะครับ แบ่งเป็นสองล้านหยวนสำหรับตั้งกองทุนการศึกษาและทุนเรียนดี สองล้านหยวนสำหรับปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้นักศึกษา และอีกสองล้านหยวนสำหรับสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ถ้าไม่มีเหตุขัดข้องอะไร ในช่วงสิบปีข้างหน้า ผมตั้งใจจะบริจาคอย่างต่อเนื่องปีละหกล้านหยวนครับ"
พอได้ยินตัวเลขยอดเงิน รูม่านตาของอาจารย์โจวก็หดเกร็งลงทันที ส่วนจางจิ้งถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนหุบไม่ลง บริจาคต่อเนื่องสิบปี ปีละหกล้านหยวน นั่นมันเท่ากับหกสิบล้านหยวนเลยนะเว้ย?
มหาวิทยาลัยเจียงไห่ไม่ได้เป็นเหมือนพวกมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ ยอดเงินบริจาคจากศิษย์เก่าไม่เคยมีตัวเลขสูงลิ่วขนาดนี้มาก่อน ยอดเงินหกสิบล้านหยวนนี้ ถือว่าเป็นสถิติระดับท็อปในประวัติศาสตร์การบริจาคของมหาวิทยาลัยเจียงไห่เลยทีเดียว
อาจารย์โจวพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมสีหน้า แต่ก็ไม่อาจซ่อนเร้นความตื่นเต้นและตกตะลึงบนใบหน้าไว้ได้มิด "นักศึกษาหลินชวน ครูขอเป็นตัวแทนนักศึกษาทั้งมหา'ลัย ขอบใจเธออีกครั้งจากใจจริงเลยนะ"
หลินชวนตอบกลับ "อาจารย์โจวไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมก็แค่อยากจะทำประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ให้กับมหา'ลัยของผมเท่านั้นเอง ความจริงแล้วนี่ก็ไม่ใช่ความคิดของผมคนเดียวหรอกครับ แต่เป็นความประสงค์ของผู้ใหญ่ที่บ้านสั่งการมาน่ะครับ"
แววตาของอาจารย์โจวไหววูบ สีหน้าดูจริงจังและให้ความเคารพมากขึ้นไปอีกขั้น
ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้ยินจางจิ้งบอกว่าหลินชวนจะบริจาคเงินอย่างน้อยหนึ่งล้านหยวน เขาย่อมต้องไปเช็กประวัตินักศึกษาของหลินชวนดูก่อนอยู่แล้ว ผลปรากฏว่า ฐานะทางครอบครัวของหลินชวนอยู่ในระดับที่ธรรมดามากๆ
แต่เขาก็ไม่ได้ประมาทหรือดูถูกเลยแม้แต่น้อย เพราะหลังจากนั้นไม่นานเขาก็สืบรู้เรื่องพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงนี้ของหลินชวน ซึ่งระดับการใช้จ่ายแบบนั้น มันไม่ใช่แค่คำว่า 'ฐานะธรรมดา' แล้ว แต่มันคือระดับเศรษฐีตระกูลใหญ่ชัดๆ
มีเงินมหาศาลขนาดนี้ แต่กลับปกปิดภูมิหลังและสถานะที่แท้จริงเอาไว้ ถ้าอย่างนั้น ผู้ใหญ่ที่บ้านของหลินชวน จะต้องเป็นบุคคลระดับบิ๊กที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
"นักศึกษาหลินชวน เธอรอครูอยู่ตรงนี้แป๊บนึงนะ เดี๋ยวครูรีบไปตามท่านผู้อำนวยการมาพบ จางจิ้ง เธอช่วยดูแลรับรองนักศึกษาหลินชวนไปก่อนนะ"
อาจารย์โจวไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเรื่องตัวตนของผู้ใหญ่ที่บ้านของหลินชวน ในเมื่ออีกฝ่ายตั้งใจจะปกปิด ถ้าขืนไปเซ้าซี้ถามก็คงจะดูเสียมารยาทเกินไป
เขารีบวิ่งกระหืดกระหอบออกไปจากห้อง ผ่านไปไม่ถึงห้านาที อาจารย์โจวก็ผลักประตูห้องรับรองเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับกลุ่มคนที่เดินเรียงคิวตามกันเข้ามา ทำเอาจางจิ้งถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
ภาพที่เห็นคือ หัวหน้าฝ่ายบริหารงบประมาณ รองผู้อำนวยการกองคลัง และผู้อำนวยการกองคลังของมหาวิทยาลัย เดินเรียงหน้ากันเข้ามา
เสิ่นเจิ้ง ผู้อำนวยการกองคลัง เป็นฝ่ายเดินเข้ามาจับมือกับหลินชวนด้วยตัวเอง พลางหัวเราะร่วน "นักศึกษาหลินชวน ในนามของมหาวิทยาลัยเจียงไห่ ผมขอฝากคำขอบคุณไปถึงคุณพ่อคุณแม่ของคุณด้วยนะครับ..."
สมองของจางจิ้งอื้ออึงไปหมด ขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว ผู้อำนวยการกองคลังของมหาวิทยาลัยเชียวนะ นั่นมันตำแหน่งผู้อำนวยการระดับสูงเลยนะเว้ย แต่เขากลับเป็นฝ่ายเดินเข้ามาจับมือกับหลินชวนก่อนเนี่ยนะ?
เธอยังไม่ทันจะได้สติกลับมา ประตูก็ถูกผลักเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เป็นคณบดีคณะสารสนเทศศาสตร์ "ได้ยินว่ามีนักศึกษาคณะเราบริจาคเงินตั้งหกสิบล้านหยวน เรื่องสำคัญระดับชาติขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครแจ้งผมเลยล่ะ?"
คณะวิศวกรรมอัตโนมัติที่หลินชวนเรียนอยู่ ก็สังกัดอยู่ในคณะสารสนเทศศาสตร์นี่แหละ แต่คณบดีไม่เคยเห็นหน้าหลินชวนมาก่อนเลย นักศึกษาตั้งเยอะตั้งแยะ เขาจะไปจำหน้าได้หมดได้ยังไง
ทว่าในเวลานี้ ท่าทีปกป้องลูกศิษย์ของเขา ดูราวกับอยากจะรับหลินชวนไปเป็นลูกหลานแท้ๆ ซะอย่างนั้น
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง รองอธิการบดีก็เดินทางมาถึง ท่าทีก็เต็มไปด้วยความเป็นมิตรและให้เกียรติสุดๆ ทันทีที่มาถึง ก็ฝากคำทักทายไปถึงผู้ใหญ่ที่บ้านของหลินชวนเป็นอันดับแรกเลย
แน่นอนว่าจางจิ้งลุกขึ้นยืนตัวตรงตั้งแต่แรกแล้ว งานนี้ไม่มีที่ให้เธอได้หย่อนก้นนั่งหรอก แม้แต่อาจารย์โจวเอง ตอนนี้ก็ยังต้องยืนอยู่เลย แต่ถึงแม้จะยืนหลบมุมอยู่เงียบๆ เธอก็ยังรู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่ดี