- หน้าแรก
- เริ่มต้นเป็นมหาเศรษฐีระดับเทพ ด้วยการฮุบเงินระบบสายเปย์พันล้านล้าน
- บทที่ 55 ลองพยายามเปลี่ยนเงินเป็นอำนาจครั้งแรก
บทที่ 55 ลองพยายามเปลี่ยนเงินเป็นอำนาจครั้งแรก
บทที่ 55 ลองพยายามเปลี่ยนเงินเป็นอำนาจครั้งแรก
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบว่าค่าความประทับใจของจางเหยียนเพิ่มขึ้นมาอีก 5 แต้ม หลินชวนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเบิกบานใจ
ภารกิจหลักที่สี่ไม่เพียงแต่ต้องทำให้ยอดรวมค่าความประทับใจเพิ่มขึ้นถึง 400 แต้มเท่านั้น แต่ยังต้องดึงค่าความประทับใจของสาวสวยระดับ 8 คะแนนจำนวนสามคนให้ถึง 80 แต้ม และสาวสวยระดับ 8 คะแนนขึ้นไปอีกหนึ่งคนให้ถึง 90 แต้มด้วย
วันนี้ค่าความประทับใจของจางเหยียนพุ่งขึ้นมา 15 แต้มจนมาอยู่ที่ 77 แต้มแล้ว ห่างจาก 80 แต้มแค่คืบเดียวเท่านั้น
แน่นอนว่าหลินชวนก็ยังไม่อยากเป็นฝ่ายไปปั๊มแต้มค่าความประทับใจจากจางเหยียนอยู่ดี ช่างเถอะ เดี๋ยวเธอก็มโนจนแต้มมันเด้งขึ้นมาเองนั่นแหละ
ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น หัวหน้าห้องสวีฉี่หมิงเดินเข้ามาพลางเอ่ยถาม "หลินชวน นี่นายไปล่วงเกินใครในสภานักศึกษาเข้าหรือเปล่าเนี่ย?"
หลินชวนแอบสงสัย "ก็ไม่น่าจะทีนะ ทำไมถามแบบนั้นล่ะ?"
สวีฉี่หมิงตอบ "เพิ่งจะได้รับประกาศจากสภานักศึกษาน่ะสิ ว่ามะรืนนี้จะมีการประชุม เพื่อหารือเรื่องการคัดชื่อสมาชิกที่ผลการปฏิบัติงานไม่ดีและผลการเรียนตกต่ำออก ซึ่งชื่อนายหราอยู่บนสุดเลย"
"ถึงแม้ผลงานนายจะไม่ได้โดดเด่นอะไร แถมช่วงนี้ยังโดดเรียนไปบ้าง แต่ตามหลักแล้ว มันก็ยังไม่ถึงขั้นต้องคัดชื่อออกเลยนะ การประชุมครั้งนี้ ดูเหมือนจงใจเพ่งเล็งมาที่นายชัดๆ"
"ฉันถึงได้ถามไงว่านายไปล่วงเกินใครมาหรือเปล่า เดาว่าน่าจะเป็นคนระดับบิ๊กๆ ในสภานักศึกษาซะด้วย"
หลินชวนลูบคางตัวเองเบาๆ "ฉันออกจะเป็นคนผูกมิตรกับทุกคนแถมยังทำตัวโลว์โพรไฟล์ไม่โดดเด่นขนาดนี้ จะไปล่วงเกินใครได้ยังไงล่ะ?"
รูมเมททั้งสามคนอดไม่ได้ที่จะมองบนใส่ มีดาวคณะถึงสี่คนมารุมล้อมแกแบบนี้ แกเรียกมันว่าทำตัวไม่โดดเด่นงั้นเหรอ?
ซุนเป่ารุ่ยออกความเห็น "พี่สาม หรือว่าจะเป็นพวกที่ตามจีบฉินปิงชิง หลิงอู่ซ่า แล้วก็เย่เม่ยเซิงครับ? คนชอบพวกเธอมีตั้งเยอะตั้งแยะ ในสภานักศึกษาก็มีไม่น้อยเลยนะ"
พูดถึงเรื่องนี้ สวีฉี่หมิงก็ทั้งเห็นด้วยทั้งอิจฉาตาร้อน "ฟังดูแล้วก็เป็นไปได้สูงเลยนะ ไอ้หนุ่ม เมื่อก่อนแกเป็นแค่ไอ้โบ้แท้ๆ ทำไมจู่ๆ ถึงพลิกโฉมได้ขนาดนี้วะเนี่ย?"
"แถมพอพลิกโฉมปุ๊บ ก็ตกสาวทีเดียวสามสี่คนเลยนะ"
"ถ้าฉันไม่สนิทกับแกนะ ฉันคงอยากจะซัดหน้าแกสักหมัด ไม่สิ ตอนนี้ฉันก็อยากจะซัดหน้าแกอยู่เหมือนกันแหละ"
สือเหล่ยถามขึ้น "หัวหน้าห้อง ถ้ามีคนใช้เรื่องนี้มาเตะหลินชวนออกจริงๆ แบบนี้มันไม่ใช้อำนาจหน้าที่มาแก้แค้นส่วนตัวเหรอวะ?"
สวีฉี่หมิงพยักหน้า "ก็แก้แค้นส่วนตัวนั่นแหละ แต่ใครเขาจะมาบอกกันตรงๆ ล่ะ เดี๋ยวฉันช่วยสืบดูให้แล้วกัน ว่าพอจะขอร้องใครได้บ้าง หลินชวน แกเองก็ต้องหาทางด้วยนะ ทำผลงานให้มันดีๆ หน่อย แน่นอนว่าเอาเข้าจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก อย่างมากก็แค่ไม่ต้องไปยุ่งกับสภานักศึกษาอีก"
หลินชวนพยักหน้ารับ "ขอบใจมากหัวหน้าห้อง เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจัดการเองได้"
ความจริงจะให้อยู่สภานักศึกษาต่อหรือเปล่าเขาก็ไม่ได้แคร์หรอก แต่เขารับไม่ได้ที่จะต้องมาโดนเล่นตุกติกเตะโด่งออกไปแบบนี้
หลังจากสวีฉี่หมิงเดินจากไป สือเหล่ย จางอิงเจี๋ย และซุนเป่ารุ่ยก็จับกลุ่มสุมหัวกัน ถึงแม้พวกเขาจะอิจฉาหลินชวนในตอนนี้มากๆ แต่พอหลินชวนมีปัญหา พวกเขาก็อยากจะยื่นมือเข้ามาช่วยโดยสัญชาตญาณอยู่ดี
หลินชวนเองก็ขบคิดอยู่ในใจ หรือว่าจะเป็นจ้าวโม่เซวียน รองประธานสภานักศึกษาที่เจอในงานวันเกิดของเย่เม่ยเซิงวันนั้น? แต่ดูจากท่าทางวันนั้นแล้ว เขาก็ไม่น่าจะเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกแบบนั้นนะ
"แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นใครมันก็ไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญก็คือ แค่สภานักศึกษากระจอกๆ ก็ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบอารมณ์ได้แล้ว"
"ครั้งนี้แค่เตะออกจากสภานักศึกษา ครั้งหน้าอาจจะใช้ข้ออ้างเรื่องโดดเรียนมาทำให้ฉันชวดใบปริญญาก็ได้"
"ถึงแม้จะแก้ปัญหาได้ไม่ยาก แต่เวลาของฉันก็ไม่ควรเอามาตอแยกับพวกคนพรรค์นี้"
"ในเมื่อเงินของฉันยังไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นอำนาจ ดังนั้นต่อให้อยู่ในอาณาเขตเล็กๆ แค่นี้ ก็ยังอาจจะโดนเตะตัดขาได้"
"ถ้าออกไปอยู่ในสังคมจริงๆ ก็อาจจะโดนพวกผู้มีอำนาจบีบเอาได้ ในหลายๆ ที่ อำนาจมันก็เหนือกว่าเงิน"
ในวินาทีนี้เอง หลินชวนก็เกิดความคิดที่จะเปลี่ยนเงินให้เป็นอำนาจขึ้นมา ความคิดนี้ ได้กลายมาเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาของเขาในอนาคต
ก้าวแรกในตอนนี้ ก็ขอใช้พื้นที่เล็กๆ ในมหา'ลัยนี้เป็นสนามประลองฝีมือก็แล้วกัน เรื่องสภานักศึกษาอะไรนั่น ก็แค่จัดการไปเป็นเรื่องทางผ่าน
หลินชวนเปิดแอปคิวคิว อาศัยเส้นสายในสภานักศึกษานิดหน่อย ก็ได้คอนแทกต์ของจางจิ้ง ประธานฝ่ายการเงินมาอย่างง่ายดาย ความจริงเขาสามารถเดินตรงไปที่ห้องพักอาจารย์ได้เลย แต่กลับจงใจไปหาจางจิ้งแทน นั่นก็เพราะรูมเมทคนนึงของจางจิ้งเป็นดาวคณะ เขาจะได้ถือโอกาสปั๊มแต้มค่าความประทับใจไปในตัว
เขากดส่งคำขอแอดเพื่อนไป ไม่นานอีกฝ่ายก็กดยอมรับ หลินชวนไม่อ้อมค้อม "สวัสดีครับท่านประธานจาง ผมหลินชวนจากฝ่ายวิชาการครับ"
"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?" จางจิ้งแอบสงสัย ท้ายที่สุดแล้วหลินชวนก็อยู่ฝ่ายวิชาการ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลย ต่อให้มีงานต้องประสานกัน ประธานฝ่ายวิชาการก็ควรจะเป็นคนมาติดต่อเธอเองสิ
หลินชวนเอ่ยถาม "ได้ยินมาว่าทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ของมหา'ลัยเรา มีไม่ค่อยพอแจกจ่ายเหรอครับ?"
จางจิ้งตอบ "จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ มีนักศึกษาที่ขาดแคลนบางส่วนไม่ได้รับทุนการศึกษา ความจริงมันก็ไม่ได้มีแค่มหา'ลัยเราหรอก มหา'ลัยส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น โควตามันมีจำกัด ก็ย่อมต้องมีคนถูกคัดออกเป็นธรรมดา"
"เฮ้อ พูดเรื่องนี้แล้วก็ปวดหัว ไม่รู้ว่านายเคยได้ยินชื่อเจียงจิ้นเยว่ ดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์ของเราบ้างหรือเปล่า ทางบ้านเธอฐานะไม่ค่อยดีนัก ตามหลักแล้วควรจะได้รับทุนการศึกษา แต่ยื่นเรื่องไปหลายรอบโควตาก็ไม่เคยพอ ดูท่ารอบนี้ก็คงโดนปัดตกอีกตามเคย"
หลินชวนถามต่อ "แล้วได้ยินมาว่าพวกงบประมาณเรื่องห้องสมุด หรือแอร์ในหอพักอะไรพวกนี้ ก็ขาดแคลนด้วยเหมือนกันเหรอครับ?"
จางจิ้งตอบ "ก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นแหละค่ะ มหา'ลัยเราค่าเทอมกับค่าหอพักค่อนข้างถูก สภาพแวดล้อมต่างๆ ก็ถือว่าพอใช้ได้ พอมีแผนจะปรับปรุงทีไร งบประมาณก็ไม่เคยพอสักที แต่เรื่องพวกนี้มันเป็นงานใหญ่ที่กองคลังของมหา'ลัยเป็นคนดูแล ฝ่ายการเงินของสภานักศึกษาอย่างเราเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้หรอกค่ะ"
ฝ่ายการเงินของสภานักศึกษาดูแลแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ โดยทั่วไปก็รับผิดชอบแค่การเงินภายในสภานักศึกษาเท่านั้น อย่างมากก็แค่ช่วยคัดกรองทุนการศึกษาเบื้องต้น ส่วนอำนาจตัดสินใจขั้นเด็ดขาดไม่ได้อยู่ในมือพวกเขาสักหน่อย
หลินชวนเข้าประเด็น "ถ้าอย่างนั้น รบกวนช่วยติดต่อผู้อำนวยการกองคลังของมหา'ลัยให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ผมจะบริจาคเงิน"
จางจิ้งถึงกับสตันท์ไปชั่วขณะ เรื่องนักศึกษาบริจาคเงินให้มหา'ลัยเนี่ย ปกติแล้วต้องเรียนจบไปจนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานแล้วถึงจะทำกัน มีนักศึกษาที่ยังเรียนอยู่คนไหนเขาบริจาคเงินกันบ้างล่ะ?
จางจิ้งถามกลับ "นายจะบริจาคเท่าไหร่ล่ะ แจ้งยอดกับฉันตรงนี้เลยก็ได้นะ"
หลินชวนตอบ "ขั้นต่ำก็หลักล้านครับ แต่จะบริจาคเท่าไหร่แน่ ก็คงต้องดูสถานการณ์ก่อน ผมอยากจะให้มั่นใจว่าเงินทุกหยวนถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่"
จางจิ้งถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก ขั้นต่ำหลักล้านเนี่ยนะ? ถ้ายอดเงินเยอะขนาดนี้ เธอคงไม่มีสิทธิ์รับเรื่องไว้เองแล้วล่ะ จึงรีบตอบกลับไปทันที "ได้ๆๆ เดี๋ยวฉันรีบติดต่องานกองคลังของมหา'ลัยให้เดี๋ยวนี้เลย"
เห็นได้ชัดเลยว่า หลินชวนตั้งใจจะเปย์หนัก
ท้ายที่สุด เรื่องมารยาททางสังคมและการเข้าหาผู้คน เขาก็ไม่ได้ถนัดนักหรอก ช่วงแรกๆ ก็ต้องมานั่งสังเกตสีหน้าท่าทางคนอื่น เสียทั้งเวลาเสียทั้งแรง
ในเมื่อเป็นแบบนี้ สู้ใช้เงินฟาดไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?
สิ่งที่เขาไม่ขาดแคลนที่สุดในตอนนี้ ก็คือเงินนี่แหละ
แค่บริจาคเงินสักหลายล้านหยวน รับรองว่าสถานะในมหาวิทยาลัยต้องพุ่งปรี๊ดขึ้นไปรัวๆ แน่นอน โดนสภานักศึกษาเตะออกเหรอ? นั่นมันเรื่องตลกชัดๆ
แถมช่างบังเอิญซะจริง เจียงจิ้นเยว่ ดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เป็นนักศึกษาขาดแคลนแต่ไม่ได้รับทุนการศึกษา การที่เขาทำแบบนี้ ก็เท่ากับได้ช่วยเหลือเธอไปในตัวโดยปริยาย น่าจะช่วยปั๊มค่าความประทับใจมาได้อีกทางด้วย
"น้องสาม กิจกรรมชมรมเปียโนตอนบ่ายแกจะไปไหม? แกต้องยุ่งเรื่องสภานักศึกษา คงไม่ได้ไปหรอกมั้ง?" จางอิงเจี๋ยถามขึ้นลอยๆ พลางหวีผมเตรียมตัวออกจากห้อง
เห็นได้ชัดว่าเขาแค่ถามไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้คิดว่าหลินชวนจะไปจริงๆ หรอก
ตอนแรกทั้งสองคนก็ไปสมัครพร้อมกัน จุดประสงค์ก็เพื่อไปเหล่สาวเหมือนกันนั่นแหละ แต่ที่ต่างกันก็คือ จางอิงเจี๋ยไม่ได้มีเป้าหมายตายตัว ส่วนหลินชวนพุ่งเป้าไปที่จางเหยียน เพียงเพราะจางเหยียนเคยพูดว่าผู้ชายเล่นเปียโนเป็นน่ะดูเท่มาก
ชมรมเปียโนมีสาวสวยอยู่ไม่น้อย แถมซูเฉี่ยนอวี่ ดาวมหาวิทยาลัยผู้เพียบพร้อมไปด้วยความสามารถก็มักจะแวะเวียนไปบ้างเป็นครั้งคราว ถ้าเกิดเธอไปล่ะก็ จะได้เสพทั้งอาหารตาและอาหารหูไปพร้อมๆ กันเลย ดังนั้น จางอิงเจี๋ยถึงได้ยืนหยัดอยู่ในชมรมต่อไปได้อย่างง่ายดาย
แต่ต่อมาหลินชวนกลับพบว่า จางเหยียนก็แค่อยากเรียนตามกระแสชั่ววูบ ความจริงไม่ได้สนใจเปียโนอะไรมากมายเลย เขาจึงหมดไฟ และค่อยๆ ห่างหายไปจากชมรมในที่สุด
เพราะงั้นจางอิงเจี๋ยเลยคิดว่า ครั้งนี้หลินชวนก็คงไม่ไปเหมือนเคย ขนาดเวลาปกติยังไม่ไป นับประสาอะไรกับตอนที่กำลังจะโดนสภานักศึกษาเตะโด่งออกอยู่รอมร่อแบบนี้
แต่นึกไม่ถึงเลยว่า หลินชวนจะลุกพรวดลงมาจากเตียง "ไปสิ ทำไมจะไม่ไปล่ะ?"
เรื่องงี่เง่าของสภานักศึกษานั่น รอให้บริจาคเงินเสร็จเมื่อไหร่ปัญหาทุกอย่างก็คลี่คลายเองแหละ ไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจเลยสักนิด
ถ้าอย่างนั้น ทำไมไม่ฉวยโอกาสที่ยังอยู่ในชมรมเปียโน ไปปั๊มแต้มค่าความประทับใจจากดาวมหา'ลัยด้วยเลยล่ะ?