- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 222: ตามหาผู้ชายคนหนึ่งไปทั่วทั้งถนน
บทที่ 222: ตามหาผู้ชายคนหนึ่งไปทั่วทั้งถนน
บทที่ 222: ตามหาผู้ชายคนหนึ่งไปทั่วทั้งถนน
บทที่ 222: ตามหาผู้ชายคนหนึ่งไปทั่วทั้งถนน
ซูเสี่ยวเนี่ยนมองดูชั้นลิฟต์ แล้วยกมือขึ้นกดชั้นสาม ญาติผู้ป่วยที่อยู่ในลิฟต์ตัวเดียวกันมองเธอด้วยความประหลาดใจ "แม่หนู หน้าตาเธอดูคุ้น ๆ นะ ฉันเหมือนเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อนเลย"
ซูเสี่ยวเนี่ยนตอบอย่างถ่อมตัว "อืม คงงั้นมั้งคะ... ห้องพักฟื้นของแม่ฉันอยู่ชั้นสิบหก ส่วนห้องพักฟื้นของคุณปู่อยู่ชั้นสาม ฉันก็เลยต้องวิ่งไปวิ่งมาทั้งสองฝั่ง คุณจะเคยเห็นฉันก็ไม่แปลกหรอกค่ะ"
"อย่างนี้นี่เอง แหม ขอโทษทีนะ บ้านเธอนี่... ทำไมถึงมีแต่คนป่วยล่ะ น่าสงสารจริง ๆ อายุแค่นี้ก็ต้องมาคอยดูแลคนแก่ซะแล้ว" ญาติผู้ป่วยคนนี้เป็นคนช่างจ้อ พร่ำบ่นและกำชับเธอเกี่ยวกับข้อควรระวังในการดูแลผู้ป่วยอีกหลายอย่าง
ซูเสี่ยวเนี่ยนก็ตั้งใจฟังอย่างจริงจัง พอถึงชั้นสาม เธอก็หันหลังเดินออกไป โบกมือลาญาติผู้ป่วยจอมบ่นอย่างร่าเริง "ลาก่อนค่ะคุณป้า"
ชั้นสาม แผนกกระดูก ชั้นสิบหก ห้องพักฟื้น VIP แค่พูดไปส่งเดช แต่ดันมาเจอคุณป้าขี้บ่นผู้ใจดีเข้าซะได้
ซูเสี่ยวเนี่ยนยิ้ม ๆ ไปยืนอยู่ตรงหน้าต่างโถงชั้นสามแล้วมองลงไปข้างล่าง ด้านล่างมีรถยนต์สีดำสองคันจอดอยู่ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่ครู่ต่อมา จู่ ๆ ก็มีผู้ชายหลายคนลงมาจากรถ แล้วเริ่มวิ่งเข้าไปในตัวตึกโรงพยาบาล
"อืม มาจับฉันงั้นเหรอ ? " ซูเสี่ยวเนี่ยนยิ้มบาง ๆ มองดูในห้องพักแพทย์ชั้นสามที่บังเอิญไม่มีคนอยู่พอดี เธอก้าวเท้ายาว ๆ เดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนไปใส่เสื้อกาวน์สีขาวของหมอแล้วเดินออกมา...
คิดไปคิดมา พอเห็นบนโต๊ะมีกล่องแว่นตาวางอยู่ ก็หยิบออกมาดู บังเอิญเป็นแว่นสายตาปกติพอดี
หึ ! อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ก็เลยถือวิสาสะสวมแว่นตาเดินออกมาด้วยซะเลย
เสื้อกาวน์บวกกับแว่นตา ทำเอาดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน... ยิ่งใส่หน้ากากอนามัยเข้าไปอีก ก็ยิ่งไม่มีใครจำเธอได้
บังเอิญมีผู้ป่วยนั่งวีลแชร์กำลังจะออกจากโรงพยาบาลพอดี ซูเสี่ยวเนี่ยนรีบเดินเข้าไปหา พูดอย่างจริงจังว่า "คุณป้าคะ การดูแลผู้ป่วยเขาไม่ทำกันแบบนี้นะคะ คุณป้าทำตามฉันนะ..." แล้วเธอก็ลงมือเข็นวีลแชร์เข้าไปในลิฟต์หน้าตาเฉย
ญาติผู้ป่วยที่อยู่ด้านหลัง: ...... หืม ! แค่ออกจากโรงพยาบาล เข็นวีลแชร์แค่นี้เนี่ยนะ หรือว่าเรื่องความเร็วจะมีเคล็ดลับอะไรด้วย ?
รีบเดินตามเข้าไปในลิฟต์ "คุณหมอคะ การเข็นวีลแชร์นี่ มีเคล็ดลับอะไรด้วยเหรอคะ ? "
"แน่นอนสิคะ" ซูเสี่ยวเนี่ยนขยับแว่นตาบนสันจมูก พูดเนิบ ๆ ว่า "ถ้าเข็นเร็วเกินไป บริเวณที่ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บจะเกร็งโดยสัญชาตญาณ ทำให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำซ้อนได้ง่าย แต่ถ้าเข็นช้าเกินไป... แล้วคุณไม่ต้องรีบไปไหนเหรอคะ ? "
อืม พูดได้มีเหตุผลสุดๆ จนเถียงไม่ออกเลยทีเดียว
ญาติผู้ป่วยอ้าปากค้างพยักหน้ารัว ๆ จนกระทั่งถึงชั้นหนึ่ง มองดูซูเสี่ยวเนี่ยนเดินออกจากลิฟต์ไป ก็ยังไม่รู้เลยว่าคุณหมอหญิงที่ดูเก่งกาจคนนี้ตกลงแล้วเป็นใครกันแน่
คนของฟางซีหยวน กำลังตามหาเธออยู่จริง ๆ ด้วย ทางออกทุกทางในโถงชั้นหนึ่ง หรือแม้แต่ทางออกลานจอดรถใต้ดิน ก็มีคนของเขาอยู่เต็มไปหมด
ซูเสี่ยวเนี่ยนสายตาเรียบเฉย สอดมือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างสบายอารมณ์ เดินออกไปอย่างใจเย็นภายใต้สายตาที่จ้องมองมาของผู้ชายตรงประตูทางออกหลัก ระหว่างที่เดินยังคงทักทายญาติผู้ป่วยที่เดินออกไปพร้อมกัน "ได้ค่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาหาหมอได้ตลอดเลยนะคะ"
เนียนใช้ได้เลยนะเนี่ย ถ้าไม่ใช่เพราะรู้อยู่แก่ใจล่ะก็ ตัวเธอเองก็คงโดนหลอกไปแล้วเหมือนกัน !
พอออกจากโรงพยาบาล ก็พุ่งตรงไปที่ฝั่งตรงข้ามของถนนทันที หาที่ลับตาคน ถอดเสื้อกาวน์บนตัวออก โยนทิ้งไว้ที่มุมหนึ่ง ซูเสี่ยวเนี่ยนเดินไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ ข้าง ๆ ซื้อบุหรี่มาหนึ่งซอง ไฟแช็กหนึ่งอัน แล้วก็มีดปอกผลไม้แบบมีปลอกอีกหนึ่งเล่ม แถมด้วยแอปเปิลอีกหลายชั่ง
หมดเงินไปทั้งหมดห้าสิบห้าหยวน จ่ายผ่านวีแชทเพย์ทั้งหมด
ออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต ก็เอาแอปเปิลที่ซื้อมายกให้ขอทานริมถนน เก็บมีดปอกผลไม้ไว้ ซูเสี่ยวเนี่ยนกดโทรศัพท์หาเหยียนเหวยหานอีกครั้ง... ก็ยังคงปิดเครื่องอยู่
โมโหปรี๊ดขึ้นมาทันที ! ตกลงกันแล้วว่าจะไปด้วยกัน แล้วแอบหนีมาคนเดียวแบบนี้มันหมายความว่าไง ? คิดจริง ๆ เหรอว่าอาการแพ้ผู้หญิงของตัวเองมันไม่ถึงตายหา ?
เปิดมือถือ แล้วรีบกดโทรออกไปอีกเบอร์อย่างรวดเร็ว "ผู้จัดการเหยียน คุณรู้ไหมว่าท่านประธานเหยียนไปไหน ? "
เหยียนฉางชิงที่เพิ่งจะล้มตัวลงนอนพอได้รับสายนี้ ก็แทบจะโมโหจนเป็นโรคประสาท อ้าปากด่าทอทันที "นังปีศาจจิ้งจอกเอ๊ย ! เธอป่วนฉันที่บริษัทมายังไม่พออีกเหรอ ดึกดื่นป่านนี้ยังจะมากวนฉันอีก เชื่อไหมว่าฉันจะ..."
ปลายสายทางนี้ ซูเสี่ยวเนี่ยนแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา พูดแทรกเขาขึ้นมา "ผู้จัดการเหยียน ถ้าคุณกล้าพูดไร้สาระอีกแม้แต่คำเดียว เชื่อไหมล่ะว่าพรุ่งนี้ฉันจะให้ท่านประธานเหยียนไล่คุณออก ? "
"บัดซบเอ๊ย ! ฉันจะ..."
"ผู้จัดการเหยียน ! ลองคิดถึงจุดจบของเปียนลี่ย่งในแผนกคุณดูสิ แล้วค่อยตอบฉันมาดี ๆ ! "
เปียน... เปียนลี่ย่งงั้นเหรอ ? อ๊ากกก ! พนักงานดีเด่นของแผนก No.1 ของเขาเชียวนะ... ก่อนที่จะไปแหย่ซูเสี่ยวเนี่ยนก็ยังอยู่ดี ๆ แท้ ๆ แต่พอไปแหย่ซูเสี่ยวเนี่ยนเข้าปุ๊บ ตายสนิท หมดเนื้อหมดตัว !
จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าหัวใจสั่นสะท้านขึ้นมาทันที ฮือ ๆ ๆ เหยียนฉางชิงอยากจะตายซะให้รู้แล้วรู้รอด ไม่ยอมแพ้หรอกนะ แต่ก็ไม่กล้าแข็งข้อ ทำเสียงอ่อย ๆ พูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า "นังปีศาจ ! ถือว่าเธอแน่... ถึงฉันจะไม่รู้ว่าท่านประธานเหยียนอยู่ที่ไหน แต่ว่า เธอจะลองถามผู้ช่วยเหรินดูหน่อยไหมล่ะ ? "
ซูเสี่ยวเนี่ยน: ...... เหรินอีเฟยเหรอ ?
"ติ๊ด" กดวางสายไปทันที โทรหาเบอร์ของเหรินอีเฟยติดนะ แต่ดูเหมือนว่าจะมีผู้หญิงเป็นคนรับสาย
หึ ๆ ๆ ! ฮว๋าเจิงหน้าดำคร่ำเครียด นี่มันเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรกันเนี่ย ! Eric แกบอกมาเลยนะ ! หม่ามี้แกดึกป่านนี้มาตามหาไอ้โง่เหรินอีเฟย ตกลงว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรกันแน่ ?
วางสายเสร็จ ก็รีบโทรหาตู้โต้วทันที
ตอนนี้ตู้โต้วหลับไปแล้ว พอรับสายของฮว๋าเจิง ก็ถึงกับงงเต็กไปเลยทีเดียว จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างจนใจ "โอเคฮะพี่ฮว๋าเจิง ผมรู้แล้วฮะ"
หยุดไปครู่หนึ่ง แล้วก็โทรหาหม่ามี้สุดที่รักของตัวเอง
ตู้โต้วแทบจะร้องไห้ "หม่ามี้... หม่ามี้ไม่ได้อยู่โรงพยาบาลเหรอฮะ ? ทำไมดึกป่านนี้ถึงได้วิ่งวุ่นไปทั่ว แถมยังโทรหาพี่ฮว๋าเจิงอีก ? "
ใช่แล้ว ด้วยความฉลาดของซูเสี่ยวเนี่ยน ไม่ช้าก็เร็วเธอก็ต้องรู้อยู่ดีว่าคนที่ถือโทรศัพท์ของเหรินอีเฟยอยู่คือฮว๋าเจิง ถึงแม้เธอจะสูญเสียความทรงจำไปบางส่วน แต่สัญชาตญาณความเป็นสายลับที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทำให้เธอจำเสียงที่เคยได้ยินได้แม่นยำ ไม่มีทางลืม
"เอ๊ะ ? เบบี๋ ดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีก แล้วลูกรู้ได้ไงว่าหม่ามี้..." พูดถึงตรงนี้ ซูเสี่ยวเนี่ยนก็ชะงักไปนิดนึง แล้วจู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา
ไอ้เด็กแสบคนนี้ นี่ยังติดต่อกับคุณครูฮว๋าของเขาอยู่อีกเหรอเนี่ย ! แค่ไม่รู้ว่า ทำไมฮว๋าเจิงถึงไปอยู่กับเหรินอีเฟยได้ล่ะ ? ความสัมพันธ์นี้... ซูเสี่ยวเนี่ยนตัดสินใจว่าจะต้องสืบให้รู้เรื่อง
"อ๋า หม่ามี้หมายถึงเรื่องนี้นี่เอง..." เสียงของตู้โต้วฟังดูห่างไกลออกไปนิดหน่อย แต่ก็ยังคงความน่ารักว่านอนสอนง่าย "หม่ามี้ฮะ เบบี๋แค่รู้มาว่าช่วงนี้พี่ฮว๋าเจิงเพิ่งจะมีแฟนใหม่ เป็นไปได้ว่า อาจจะเป็นคุณลุงเหรินอีเฟยก็ได้นะฮะ ! "
อืม ! ช่วยไม่ได้นี่ฮะ เพราะงั้นพี่ฮว๋าเจิงกับคุณลุงเหริน พวกพี่สองคนก็แกล้ง ๆ คบกันไปก่อนก็แล้วกันนะ !
พรวด ! ซูเสี่ยวเนี่ยนถึงกับพ่นลมหายใจพรืด นี่มันเป็นข้ออ้างที่โคตรจะเพอร์เฟกต์เลยจริง ๆ !
"ไอ้เด็กแสบ แกเสร็จแน่ ! " เหยียนเหวยหานระแวงฮว๋าเจิงขนาดไหน ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเธออีกแล้ว จะให้เธอเชื่อว่าคนของเหยียนเหวยหานไปคบเป็นแฟนกับฮว๋าเจิง สู้ให้เธอเชื่อว่าพรุ่งนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วตกทางทิศตะวันออก ยังจะดูเป็นไปได้มากกว่าซะอีก
"หม่ามี้ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แค่รู้สึกว่าในห้องพักฟื้นมันอุดอู้เกินไป ก็เลยออกมาเดินเล่นนิดหน่อย" หลังจากบอกฝันดีเสร็จ ซูเสี่ยวเนี่ยนก็กดวางสายอย่างเด็ดขาด... ยิ่งโมโหหนักกว่าเดิมอีก
ไปตายซะเถอะ ! ประสาทกลับไปแล้ว ดึกดื่นป่านนี้ไม่หลับไม่นอน ต้องมาเดินตามหาผู้ชายประสาทแดกที่แพ้ผู้หญิงไปทั่วทั้งถนนเนี่ยนะ ? เธอเองก็ประสาทกลับไปแล้วเหมือนกัน
"ช่างเถอะ ไม่หาแล้ว กลับไปนอนดีกว่า" บ่นอุบอิบ ซูเสี่ยวเนี่ยนก็ลุกขึ้นยืน
เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เบื้องหน้าก็มีเงาร่างสูงโปร่งดูภูมิฐานของผู้ชายคนหนึ่งค่อยๆ เดินเข้ามาหาเธอ
"เหนียนเนี่ยน" ผู้ชายคนนั้นถอนหายใจเบา ๆ ทำท่าทางจนใจกับเธอสุด ๆ "เหนียนเนี่ยน ทำไมถึงดื้อขนาดนี้ ? ร่างกายยังไม่ทันหายดีก็วิ่งวุ่นไปทั่ว ผมตามหาคุณตั้งนานแน่ะ"