- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวร้ายในนิยายน้ำเน่า ผมต้องเอาตัวรอดในร่างโลลิสายโหด
- บทที่ 7: พบปะหนึ่งในพระเอก
บทที่ 7: พบปะหนึ่งในพระเอก
บทที่ 7: พบปะหนึ่งในพระเอก
แม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะมีความอิจฉาริษยา แต่เป้าหมายที่เธอพุ่งเป้าโจมตีก็มีเพียงแค่ซูเถาคนเดียวเท่านั้น
ในบรรดานักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง หรือแม้แต่เพื่อนๆ ในคลาสเรียนเดียวกัน ความนิยมของเจ้าของร่างเดิมก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียว
พูดง่ายๆ ก็คือ ขอแค่คุณเอ่ยปากชมเจ้าของร่างเดิมสักสองสามประโยค คุณก็สามารถผูกมิตรกับเธอได้อย่างง่ายดายแล้ว
ถึงเธอจะมีเพื่อนผู้หญิงน้อย...
แต่กลับมีผู้ชายมาตามขายขนมจีบอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ
ทันทีที่รูปถ่ายหน้าสดแสนซีดเซียวถูกโพสต์ลงไป พร้อมกับข้อความขอโทษยาวเหยียดที่ถูกพิมพ์ซ้ำๆ วนไปวนมา มันก็ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวที่เจ้าของโพสต์กำลังเผชิญอยู่
คอมเมนต์แสดงความห่วงใยและสับสนงุนงง เริ่มทยอยปรากฏขึ้นใต้โพสต์นั้น
โหยวเก๋อ: "เสี่ยวเฉิง เธอเป็นอะไรหรือเปล่า? ไม่สบายเหรอ? ทำไมถึงเอาแต่พิมพ์ขอโทษล่ะ? ใครทำอะไรให้เธอเสียใจบอกฉันมาได้เลยนะ!"
ฮวาฮวาจวินจื่อ: "ผู้หญิงในรูปที่เสี่ยวเฉิงโพสต์นี่ใครกันน่ะ? โคตรน่ารักเลย!"
อยากเป็นหมาของเสี่ยวเฉิง: "นี่ต้องเป็นรูปหน้าสดของเสี่ยวเฉิงแน่ๆ เลย ถึงหน้าจะดูซีดๆ ไปหน่อย แต่ก็สวยมากกก! ปกติเธอแต่งหน้าทำไมเนี่ย? เครื่องสำอางมันทำให้เธอดูแย่ลงชัดๆ!"
ดอกไม้บานสะพรั่ง ตอบกลับ อยากเป็นหมาของเสี่ยวเฉิง: "เครื่องสำอางทำให้ดูแย่ลงงั้นเหรอ? แกจะไปเข้าใจความสวยงามของการแต่งหน้าได้ยังไงไอ้ผู้ชายหน้าเหม็น! ถ้าไม่รู้อะไรก็อย่ามาทำตัวเกรียนใต้โพสต์คนอื่นเขาได้ป่ะ? แล้วไอ้ชื่อโปรไฟล์แกเนี่ย... ไม่คิดว่ามันทุเรศไปหน่อยหรือไง?"
ดอกไม้บานสะพรั่ง @ฉือเสี่ยวเฉิง: "เฉิงเฉิง ไม่ต้องไปสนใจพวกมันหรอกนะ การแต่งหน้าสวยๆ นี่แหละคือแหล่งพลังงานความมั่นใจของผู้หญิงอย่างเรา ตอนนี้แกดูโทรมกว่าตอนแต่งหน้าตั้งเยอะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า? เล่าให้ฉันฟังได้นะ"
หยาง: "เหอะ! ถ้าผู้หญิงในรูปนี่คือฉือเสี่ยวเฉิงจริงๆ ล่ะก็ ฉันยอมกินขี้สามชั่งเลยเอ้า! นี่มันใช้แอปแต่งรูปบวกฟิลเตอร์ระดับสิบชัดๆ!"
เมื่อเห็นคอมเมนต์ที่เต็มไปด้วยความสงสัยเหล่านั้น ฉือเสี่ยวเฉิงก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองอะไร
ด้วยความที่ได้รับอิทธิพลมาจากพวก 'เพื่อนสาวคนสนิท' เจ้าของร่างเดิมจึงมักจะแต่งหน้าจัดเต็มเสมอเวลาที่โพสต์รูปลงโซเชียลหรือเวลาที่ต้องออกไปพบปะผู้คน
ดังนั้น การที่หน้าสดของเธอจะดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน จนทำให้หลายคนเกิดความแคลงใจ มันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
แต่ไอ้คนที่ใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า 'ดอกไม้บานสะพรั่ง' นี่สิ...
นัยน์ตาของฉือเสี่ยวเฉิงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาเยือกเย็น
ยัยคนนี้คือหนึ่งในสามแกนนำแก๊ง 'เพื่อนสาวคนสนิท' ของเจ้าของร่างเดิม เธอรู้จักกับเจ้าของร่างเดิมมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย และหลังจากที่ทั้งคู่สอบติดมหาวิทยาลัยจิ่วโจว พวกเธอก็เลือกที่จะพักอยู่หอเดียวกัน
ในแต่ละวัน ยัยนี่ก็เอาแต่คอยปะเหลาะและเยินยอเจ้าของร่างเดิม ภายนอกดูเหมือนจะห่วงใย แต่แท้จริงแล้วกลับคอยสร้างความวิตกกังวลสารพัดให้เธออยู่ลึกๆ ความเกลียดชังที่เจ้าของร่างเดิมมีต่อซูเถานั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่วนหนึ่งก็เป็นฝีมือการเสี้ยมสอนของยัยเพื่อนนรกคนนี้แหละ
และประเด็นสำคัญก็คือ... ยัยเจ้าของร่างเดิมดันโง่เง่าหูเบา เชื่อคำพูดของพวกยัยนี่ซะสนิทใจเลยเนี่ยสิ!
เพิ่งจะทะลุมิติมาได้ไม่ทันไร ก็มีบัญชีหนี้แค้นให้ต้องตามชำระกันซะแล้ว
หลังจากนอนพักจนเรี่ยวแรงเริ่มกลับมา ฉือเสี่ยวเฉิงก็หยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่ง เพื่อวางแผนการรับมือในขั้นต่อไป
อย่างแรกเลย ก่อนที่พวกพระเอกจะแห่กันมาหาเรื่องเธอ เธอจะต้องเปิดอกเคลียร์ใจกับซูเถาก่อน
ถ้าเกิดเธอตกที่นั่งลำบากขึ้นมา เธอก็ยังสามารถพึ่งพาให้ซูเถาช่วยออกหน้าแก้ไขสถานการณ์ให้ได้
ลองคิดในมุมกลับกันดูสิ... ถ้าเธอเป็นซูเถา จู่ๆ เพื่อนสนิทวัยเด็กที่เอาแต่ตามจองล้างจองผลาญเธอมาตลอดสองปี คนที่เธอคิดว่าเข้าสู่โหมดมืดหม่นและเกลียดชังเธอเข้าไส้ ดันพลิกบทบาทกลับมาบอกว่าจริงๆ แล้วที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะ 'รัก' เธอ
แต่ความรักนั้น... มันได้แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นไปเสียแล้ว
เธอจะทำยังไงล่ะ? ถ้าคนที่เธอให้ความสำคัญมาตลอด กลับต้องกลายมาเป็นยันเดเระเพราะเธอ และเธอก็ไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไงดี?
"ก็ต้องไปปรึกษาคนรอบข้างไง!"
ฉือเสี่ยวเฉิงจดประเด็นนี้ลงไป
เมื่อลองเอาตัวเองไปสวมบทบาทเป็นซูเถา ด้วยคาแร็กเตอร์ของเธอแล้ว เมื่อถึงคราวที่ต้องเผชิญกับความสับสนวุ่นวายใจ เธอจะต้องหาที่พึ่งทางใจเพื่อขอคำปรึกษาอย่างแน่นอน
"และเธอจะไม่มีทางไปปรึกษาเรื่องนี้กับพวกพระเอกเด็ดขาด เพราะเรื่องนี้มันมีฉันเข้ามาเอี่ยวด้วย"
พวกพระเอกเกลียดขี้หน้าเธอเข้าไส้อยู่แล้ว ขืนเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาพวกนั้น มีแต่จะยิ่งทำให้เรื่องมันบานปลายไปกันใหญ่
และเป็นเพราะการกระทำของเธอ ซูเถาจึงไม่ได้รู้สึกสิ้นหวังในตัว 'ฉือเสี่ยวเฉิง' จนหมดเยื่อขาดใย และยอมปล่อยให้พวกพระเอกจัดการเขี่ยเธอให้พ้นทาง เหมือนอย่างในนิยายต้นฉบับ
ทว่าตอนนี้ สิ่งที่ซูเถากำลังรู้สึก... ก็คือความสับสนและว้าวุ่นใจต่างหากล่ะ!
"ถ้างั้น... ตามเนื้อเรื่องในนิยาย นอกจากฉันแล้ว ซูเถายังมีเพื่อนสนิทคนไหนอีกบ้างนะ..."
ฉือเสี่ยวเฉิงขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกปวดหัวขึ้นมาตงิดๆ
ในชีวิตก่อนหน้านี้ เธอไม่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้จริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง ที่รู้จักก็เป็นเพราะว่านิยายเรื่องนี้มันดังพลุแตกมากๆ จนเธอมักจะเห็นคลิปสปอยล์นิยายเรื่องนี้ผ่านหูผ่านตาอยู่บ่อยๆ
เธอรู้แค่พล็อตเรื่องคร่าวๆ บางส่วนเท่านั้น แต่ไม่ได้รู้ลึกถึงรายละเอียดปลีกย่อยของเนื้อเรื่องทั้งหมด
"ระบบ ทำตัวให้มันมีประโยชน์หน่อยสิ อย่าเอาแต่ทำตัวไร้น้ำยาแบบนี้ได้ไหม"
ด้วยความจนปัญญา เธอจึงทำได้เพียงฝากความหวังเอาไว้กับไอ้ระบบขี้บ่นนี่เท่านั้น
ระบบตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ
【ขอแนะนำให้โฮสต์ใช้แต้มอารมณ์ซื้อนิยายเรื่อง "กำจัดตัวประกอบหญิงให้สิ้น พระเอกทั้งหลายล้วนสยบแทบเท้าฉัน" ครับ โดยใช้แต้มอารมณ์ 5 แต้ม ในการซื้อเนื้อหา 1 บท เพื่อทำความเข้าใจทิศทางและพัฒนาการของเนื้อเรื่อง】
ฉือเสี่ยวเฉิงค่อยๆ ผุดเครื่องหมายคำถามขึ้นมาบนใบหน้า "ฉันแค่ขอคำแนะนำ แต่นายเล่นเสนอทางออกซะฮาร์ดคอร์ขนาดนี้เลยเหรอ?"
"แถมแต้มอารมณ์ตั้ง 5 แต้ม ดันแลกเนื้อหาได้แค่บทเดียวเนี่ยนะ! ทำไมนายไม่ไปปล้นเขากินซะเลยล่ะ!"
ตอนนี้เธอเหลือแต้มอารมณ์อยู่แค่สิบกว่าแต้มเท่านั้น ซึ่งบางทีอาจจะเป็นเพราะโพสต์บนหน้าไทม์ไลน์นั่นแหละ ที่ทำให้เธอได้แต้มเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อยในช่วงที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่
"ฉันขอตารางสารบัญของนิยายเรื่องนี้มาดูก่อนได้ไหม?"
【ได้ครับ】
ผ่านทางหน้าจอโฮโลแกรมของระบบ ฉือเสี่ยวเฉิงรีบเลื่อนดูสารบัญไปจนถึงช่วงประมาณบทที่ 100
และแล้วในบทที่ 150 เธอก็เห็นชื่อตอนที่เขียนเอาไว้หราว่า - "จุดจบของฉือเสี่ยวเฉิง"
"การรักษาชีวิตรอดคือเป้าหมายอันดับแรกของฉัน และฉันก็จำเป็นต้องแทรกตัวเข้าไปในเนื้อเรื่องช่วงหลัง เพื่อกระตุ้นให้ตัวละครอื่นๆ ในเรื่องเกิดความผันผวนทางอารมณ์เพราะฉัน ถ้างั้น... ฉันก็ควรจะกว้านซื้อเนื้อหาช่วงหลังๆ มาอ่านให้ได้มากที่สุดสิ!"
แต่ในสถานการณ์แบบนี้... ใครล่ะที่จะสามารถมอบแต้มอารมณ์ให้เธอได้?
ฉือเสี่ยวเฉิงพยายามนึกถึงตัวละครต่างๆ ในนิยาย ก่อนที่สายตาของเธอจะไปหยุดอยู่ที่บัญชีผู้ใช้ชื่อ 'หยาง' ที่เพิ่งจะคอมเมนต์ใต้โพสต์ของเธอเมื่อครู่นี้
หนึ่งในบรรดาพระเอกของเรื่อง - ตงฟางหยาง
ตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ผู้ชายคนนี้คือหนึ่งในพระเอกที่เพิ่งจะปรากฏตัวออกมา และมีบทบาทพัวพันกับเจ้าของร่างเดิมน้อยที่สุด
"ถ้าฉันหน้าสดจริงๆ นายจะยอมกินขี้สามชั่งงั้นเหรอ?"
"อยากจะรู้จริงๆ แฮะ... ว่าระดับคุณชายอย่างเขา จะรักษาคำพูดของตัวเองหรือเปล่า"
ฉือเสี่ยวเฉิงเปิดแอปพลิเคชันวีแชทขึ้นมา แล้วพิมพ์ข้อความส่งไปหาเขา "อยู่ไหม?"
จับตาดูให้ดีล่ะ... นี่คือเกมระดับติวเตอร์
หยาง: "ฉือเสี่ยวเฉิง เธอยังกล้าทักมาหาฉันอีงั้นเหรอ?"
เห็นได้ชัดว่าเขารู้เรื่องที่ซูเถาถูกเจ้าของร่างเดิมลักพาตัวไปขังไว้แล้ว
และในเวลานี้ ตัวเขาเองก็น่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลส่วนตัวแห่งนั้นแล้วเช่นกัน
ตอนแรกฉือเสี่ยวเฉิงตั้งใจจะส่งเป็นข้อความเสียงไป เพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำเสียงโลลิอันน่ารักของเธอ แต่พอมาคิดดูอีกที ในเมื่อคะแนนความประทับใจที่อีกฝ่ายมีต่อเธอมันติดลบอยู่แล้ว ต่อให้น้ำเสียงจะไพเราะเพราะพริ้งแค่ไหน มันก็คงจะมีแต่สร้างผลลัพธ์ในทางตรงกันข้ามเสียเปล่าๆ
ดังนั้นเธอจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีพิมพ์ข้อความแทน "ฉันขอโทษนะ! ฉันรู้ตัวแล้วจริงๆ ว่าตัวเองทำผิดพลาดไปมหันต์! ฉันบอกกับซูเถาไปแล้วล่ะ ว่าต่อไปนี้ฉันจะไม่เข้าไปวุ่นวายในชีวิตของพวกคุณอีกแล้ว แต่ที่ฉันทักมา... ก็เพราะฉันอยากจะขอโทษนายเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ"
"ฉันสำนึกผิดแล้วจริงๆ นะ!"
เมื่ออยู่ต่อหน้าพวกพระเอกเหล่านี้ การสวมบทยันเดเระคงไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก
ตงฟางหยางตอบกลับมาด้วยความเย็นชา "หึ! เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอจะเลิกชอบฉัน และจะไม่มาวุ่นวายกับฉันอีกแล้วงั้นสิ?"
แม้จะไม่บ่อยนัก แต่เจ้าของร่างเดิมก็เคยไปสารภาพรักกับตงฟางหยางอยู่หลายครั้ง
และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด...
เธอถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดีในทุกๆ ครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น เป็นเพราะท่าทีร้ายกาจที่เจ้าของร่างเดิมมีต่อซูเถา มันก็ยิ่งทำให้ตงฟางหยางรู้สึกเกลียดขี้หน้าเธอมากขึ้นไปอีก
ถ้าจะพูดถึงตงฟางหยางแล้ว ในบรรดาพระเอกทั้งหมด เขาถือว่าเป็นพระเอกที่อยู่ในกลุ่ม 'หมาหัวเน่า' เลยก็ว่าได้
ในช่วงแรก เขามองนางเอกเป็นแค่น้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ค่อยๆ ถูกตกด้วยออร่านางเอกของซูเถาเข้าอย่างจัง แถมพลังทำลายล้างของคาแร็กเตอร์ 'แสงจันทร์กระจ่าง' มันก็รุนแรงเกินต้านทาน สุดท้ายเขาก็เลยต้องกระโจนเข้าร่วมวงชิงรักหักสวาทกับบรรดาพระเอกคนอื่นๆ ด้วย
ทว่าคะแนนความประทับใจที่เขามีต่อซูเถานั้น ยังไม่ได้ถลำลึกถึงขั้นยอมถวายหัวให้ ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมฉือเสี่ยวเฉิงถึงเลือกที่จะเข้าหาเขาเป็นคนแรก
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็พิมพ์ข้อความสไตล์ 'ดอกบัวขาว' ส่งกลับไป "ฉันขอโทษจริงๆ นะ หลังจากที่ได้ปรับความเข้าใจกับซูเถาในห้องใต้ดินแล้ว ฉันก็ตาสว่างและรู้ตัวแล้วว่าตัวเองทำผิดไปจริงๆ อีกอย่าง... คนระดับนายก็คงไม่มีวันชายตามองคนอย่างฉันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเป็นเพราะฉันมันไม่เจียมตัวเองแท้ๆ ถึงได้เอาแต่ไปสร้างความรำคาญให้นาย"
คำว่า 'ห้องใต้ดิน' สามารถกระตุ้นความสนใจของตงฟางหยางได้อย่างชัดเจน
ข้อความสองข้อความถูกส่งกลับมาติดๆ กัน
"รู้ตัวก็ดีแล้ว คนอย่างเธอมันไม่ควรจะมาทำตัวเพ้อเจ้อแต่แรกแล้ว ชาตินี้ทั้งชาติ ฉันไม่มีวันลดตัวลงไปสนใจผู้หญิงอย่างเธอหรอก!"
"ร้านกาแฟทาคาชิตะที่มหาลัย ฉันจะไปรอเธอที่นั่น เธอจะต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องใต้ดินให้ฉันฟังให้หมดเปลือก!"