- หน้าแรก
- ทนายสายดาร์กกับระบบพิพากษา
- บทที่ 50 - กำเนิดทนายความนายแบบ!
บทที่ 50 - กำเนิดทนายความนายแบบ!
บทที่ 50 - กำเนิดทนายความนายแบบ!
บทที่ 50 - กำเนิดทนายความนายแบบ!
"แบบนี้ก็ชนะได้เหรอ?!"
พาดหัวข่าวสีแดงสดที่แทงตาบนหน้าจอโทรศัพท์ ราวกับเข็มเหล็กร้อนๆ ที่ทิ่มแทงเข้าไปในลูกตาของจางเทา
"นี่มันคดีบ้าอะไรวะเนี่ย!" ริมฝีปากของเขาสั่นระริก ไม่อาจทำความเข้าใจกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏบนหน้าจอได้เลย
"ลูกความโดนจับเข้าคุกก็ว่าแย่แล้ว ทนายความยังโดนจับเข้าคุกไปด้วยได้ไงเนี่ย!"
นี่มันเรื่องน่าตกใจเกินไปแล้ว!
มันลบล้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายทั้งหมดที่เขาสั่งสมมาตั้งแต่เริ่มอาชีพนี้ไปเลย!
มือที่ถือโทรศัพท์ของจางเทาสั่นอย่างรุนแรง เขาฝืนใจอ่านต่อไป แล้วกดเข้าไปดูบทวิเคราะห์ของเหล่าบล็อกเกอร์สายกฎหมายที่พูดถึงการพิจารณาคดีของเจียงเฟิง
เมื่อเห็นข้อกล่าวหา "ความผิดฐานจัดตั้งลัทธินอกรีต" และ "ความผิดฐานยุยงให้กระทำความผิด" ที่เจียงเฟิงงัดออกมากลางศาล รวมถึงห่วงโซ่ตรรกะอันน่าสะพรึงกลัวที่เปลี่ยนคดีแพ่งเป็นคดีอาญาอย่างแยบยล จางเทาก็รู้สึกโลกหมุนคว้าง หูอื้ออึงไปหมด
นี่... นี่มันใช่สิ่งที่คนที่มีพื้นฐานกฎหมายลึกซึ้งจนน่ากลัวจะทำได้เหรอ?!
เขาเริ่มลนลานแล้ว
เหงื่อเม็ดโป้งผุดซึมจากหน้าผาก ไหลลงมาเปียกชุ่มจอนผม
เขายังจำได้ดีว่า ไม่กี่วันก่อนตัวเองเพิ่งจะอัดคลิปยาวเหยียดอย่างมั่นอกมั่นใจ ร่ายยาวบทวิเคราะห์เป็นหมื่นๆ คำ เพื่ออธิบายทั้งในแง่หลักกฎหมายและทางปฏิบัติแบบเจาะลึก ยืนยันว่าเจียงเฟิงมันก็แค่พวกหิวแสงไร้สาระ
เขาคิดว่า นี่คือโอกาสทองที่จะได้ล้างแค้นและกู้หน้ากลับคืนมา
แต่ผลปรากฏว่า... บูมเมอแรงที่เขาปาใส่เจียงเฟิง กลับพุ่งกลับมาด้วยความเร็วและแรงกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า ปักเข้าเป้าที่ตัวเขาเองอย่างจัง!
จางเทามือสั่นเทา กดเข้าไปดูชาร์ตวิดีโอยอดฮิต
ตามคาด! วิดีโอวิเคราะห์ของเขา ขึ้นแท่นอันดับสองในฮอตเสิร์ช!
ส่วนอันดับหนึ่งคือ #ทนายหวงเซิงอี้ไลฟ์สดทำตามสัญญา#
ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ไปสนใจเป็นตายร้ายดีของไอ้โง่หวงเซิงอี้แล้ว เขาคลิกเข้าไปดูช่องคอมเมนต์ในวิดีโอของตัวเองด้วยมือที่สั่นเทา
คอมเมนต์หลายหมื่นข้อความ ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ กลืนกินเขาจนมิด
"คารวะผู้ทำนายแบบกลับตาลปัตร! พี่เทา!"
"พี่เทา คราวหน้าก่อนซื้อหุ้น ช่วยโพสต์คลิปบอกพวกเราก่อนได้ไหมว่าพี่ซื้อตัวไหน? พวกเราจะได้ทุ่มซื้อสวนพี่!"
"พี่เทา ปีนี้ผมสอบป.โท ขอร้องล่ะพี่ ช่วยทำนายทีว่าผมจะสอบไม่ติด! ผมกราบพี่ล่ะ! โป๊กๆๆ!"
เมื่อเห็นคอมเมนต์เยาะเย้ยถากถางเหล่านี้ จางเทาก็หน้ามืดตาลาย แทบจะอาเจียนออกมา
เขาพยายามเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ หวังจะพบคอมเมนต์สักข้อความที่ช่วยแก้ต่างให้ตัวเอง แต่กลับไปเจอคอมเมนต์ที่ได้ยอดไลก์หลายหมื่นจนถูกดันขึ้นไปอยู่บนสุด
ID ของคนโพสต์ อวดดีจนทำให้หางตาเขากระตุกยิกๆ
"สำนักงานทนายความซ่างผิ่น-เจียงเฟิง"
ส่วนเนื้อหาก็มีแค่ประโยคสั้นๆ เรียบง่าย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสมเพชและ "ความหวังดี"
"ทนายจาง ด้วยรูปร่างหน้าตาของคุณ เปลี่ยนสายไปเป็นนายแบบเถอะ รายได้ไม่น้อยกว่าเป็นทนายหรอก วงการกฎหมายน่ะ น้ำมันลึก คุณรับมือไม่ไหวหรอก"
"แม่มึงเอ๊ย!" จางเทาแผดเสียงคำราม รู้สึกได้ถึงเลือดที่สูบฉีดพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง!
"ด่าว่าฉันไม่รู้กฎหมาย? แถมยังไล่ให้ฉันไปเป็นนายแบบอีก! เจียงเฟิง! แกมันเกินไปแล้วนะ!"
หากคำเยาะเย้ยของชาวเน็ตเป็นแค่รอยขีดข่วน ประโยคนี้ของเจียงเฟิงก็เปรียบเสมือนมีดอาบยาพิษ ที่แทงเข้ากลางใจเขาทุกจังหวะ!
เขาจบปริญญาโทด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์หัวเซียเชียวนะ! นักเรียนหัวกะทิที่จบจากคณะนิติศาสตร์ชั้นนำของประเทศ!
แต่ตอนนี้ กลับโดนพวกโนเนมจากไหนก็ไม่รู้ มาด่าว่าเขาไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย!
แถมยังไล่ให้เขาไปเป็นนายแบบอีก?
บ้าอะไรวะ เอาความรู้ทางกฎหมายไปรวมกับการเป็นนายแบบเนี่ยนะ!
นี่มันคือการดูถูก! เป็นการดูถูกและเชือดเฉือนใจกันชัดๆ!
"หึ! นายแบบเหรอ?" จางเทาโกรธจนตัวสั่น แผดเสียงคำรามใส่ห้องทำงานที่ว่างเปล่า
"ฉันเป็นทนายความระดับอีลีทที่ทำรายได้ปีละหลายล้าน! แกมันก็แค่ไอ้พวกดีแต่ปากเท่านั้นแหละเจียงเฟิง!"
"ลูกค้าฉันเยอะจนรับงานแทบไม่ทัน! ฉันยุ่งจนหัวหมุน! หาเงินจนไม่มีเวลาพัก! ฉันจะไปเป็นนายแบบได้ยังไง!"
เขาตะโกนเสียงดัง ราวกับต้องการพยายามโน้มน้าวตัวเอง
แต่ในวินาทีนั้นเอง โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่บ่งบอกถึงสถานะความเป็นอีลีทของเขา ก็ส่งเสียงดังขึ้นอย่างไม่ถูกจังหวะ
สายเรียกเข้าเป็นของลูกค้าระดับองค์กรรายใหญ่
ความโกรธบนใบหน้าของจางเทาจางหายไปในพริบตา เขาฝืนยิ้มแบบมืออาชีพ แล้วรับสายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุด
"ฮัลโหล ประธานหวังครับ?"
ปลายสาย เสียงเย็นชาไร้อารมณ์ดังตอบกลับมา
"อ้อ ทนายจาง ผมว่าความร่วมมือของเราคงต้องจบลงแค่นี้แล้วล่ะ ผมเห็นโพสต์วิเคราะห์ของคุณแล้วนะ ผิดหมดเลย ผมว่าความรู้ทางกฎหมายของคุณ น่าจะต้องปรับปรุงอีกเยอะนะ"
"ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด..." เสียงสัญญาณสายไม่ว่างดังขึ้น
รอยยิ้มบนใบหน้าของจางเทาแข็งค้าง
เขายังไม่ทันตั้งตัว เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างบาดหู
"ทนายจางครับ ผมว่าคุณคงไม่เหมาะที่จะร่วมงานกับบริษัทเราแล้วล่ะ... แค่นี้นะครับ..."
อีกรายแล้ว!
"หืม?!" โทรศัพท์ถูกตัดสายไปอีกครั้ง
ตามมาด้วยรายที่สาม รายที่สี่...
โทรศัพท์ของเขาราวกับเป็นระเบิดที่ถูกจุดชนวน ทั้งสายโทรเข้า ข้อความวีแชท อีเมล ต่างหลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ทุกข้อความมีจุดประสงค์เดียวกันหมด
ยกเลิกสัญญา!
หนังสือบอกเลิกสัญญาอันเย็นชาแต่ละฉบับ ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกของจางเทา ทำให้เขาหายใจไม่ออก
สิบนาทีสั้นๆ
สิบนาทีเต็มๆ!
ลูกค้ารายล่าสุดทั้ง 18 รายในมือเขา ส่งจดหมายบอกเลิกสัญญาที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงมาให้ทั้งหมด!
"นี่... นี่มัน... เป็นไปได้ยังไง!" จางเทาทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง
"วิดีโอ! ใช่! วิดีโอ! ต้องรีบลบ!" ในที่สุดเขาก็นึกขึ้นได้ ว่าวิดีโอวิเคราะห์ที่โดนแหกหน้านั่นแหละที่เป็นต้นเหตุของหายนะครั้งนี้!
ตอนนี้คนทั้งเน็ตต่างก็รู้ว่าเขาวิเคราะห์พลาด ความรู้ทางกฎหมายอ่อนด้อย ลูกค้าที่ฉลาดเป็นกรดพวกนั้น จะยอมเอาชีวิตและทรัพย์สินมาฝากไว้กับคน "ครึ่งๆ กลางๆ" อย่างเขาได้ยังไง!
เขาลุกลี้ลุกลนจะลบวิดีโอ แต่มันสายไปเสียแล้ว
บรรดาเพจและบล็อกเกอร์สายสั้นต่างก็นำคลิปวิดีโอของเขาไปตัดต่อรวมกับคอมเมนต์ "คำทำนายขั้นเทพ" ของเจียงเฟิง ใส่เพลงประกอบล้อเลียน แล้วแชร์ว่อนไปทั่วทุกซอกทุกมุมของอินเทอร์เน็ต!
"บัดซบเอ๊ย!" จางเทาทรุดตัวลงบนเก้าอี้ผู้บริหารหนังแท้ราคาแพง สายตาเหม่อลอย
ลูกค้า 18 ราย ยกเลิกสัญญาทั้งหมด
นั่นหมายความว่า อีกหลายเดือนข้างหน้า หรืออาจจะครึ่งปี เขาจะไม่มีรายได้เข้ามาเลยแม้แต่แดงเดียว!
เขานึกถึงคอนโดที่เขาซื้อไว้ใจกลางเมืองเทียนไห่ เพื่อยกระดับฐานะความเป็น "ทนายความระดับอีลีท" ของตัวเอง
ราคาตารางเมตรละแปดหมื่น ห้องเพนต์เฮาส์ขนาดสองร้อยตารางเมตร
เขาควักเงินเก็บทั้งหมดจ่ายไป แถมยังต้องแบกรับภาระผ่อนชำระเงินกู้มหาศาลเดือนละสามหมื่นหยวน!
ตราบใดที่ไม่มีคดีเข้ามา...
เขาก็จะไม่มีเงินจ่ายค่าผ่อนบ้าน!
จ่ายไม่ไหว ธนาคารก็จะยึดบ้าน!
เขาจะร่วงหล่นจากอีลีทบนยอดเขา กลายเป็นหมาจรจัดสิ้นเนื้อประดาตัวในพริบตา!
"อ๊ากกก! ไอ้เจียงเฟิงสารเลว!" จางเทากุมหัว ร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวัง
และในตอนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะอีกครั้ง
จางเทาเหลือบมองดูเบอร์ที่โทรเข้ามา
เจ๊หง
ลูกค้าเศรษฐินีของเขา และเป็นลูกค้า... รายสุดท้ายของเขาในตอนนี้
นี่คือฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายของเขา!
เขาเด้งตัวขึ้นนั่งหลังตรง สูดหายใจลึก ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีบีบเสียงประจบประแจงออกมา
"เจ๊หง! เจ๊วางใจได้เลยครับ! ผมพร้อมสแตนด์บาย ให้บริการสนับสนุนทางกฎหมายอย่างมืออาชีพที่สุดสำหรับเจ๊เสมอ!"
ปลายสาย เสียงผู้หญิงวัยกลางคนที่ฟังดูมีอายุเล็กน้อยตอบกลับมา น้ำเสียงแฝงไปด้วยความปลอบโยน
"เสี่ยวจางเอ๊ย เรื่องในเน็ตพวกนั้น เจ๊เห็นหมดแล้วนะ เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เจ๊ก็เห็นใจเธอเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรหรอก การแพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดาของนักรบ เธอต้องเข้มแข็งเข้านะ"
กระแสความอบอุ่นไหลซ่านเข้าสู่หัวใจของจางเทาทันที
ขอบตาเขาร้อนผ่าว แทบจะร้องไห้ออกมา
ในที่สุด ในที่สุดก็ยังมีคนเข้าใจเขา ปลอบใจเขา!
"ครับ เจ๊หง ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ! ผม... ผมแค่อยากจะทำอะไรที่พอจะช่วยเจ๊ได้บ้าง" น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย
แต่ทว่า วินาทีต่อมา น้ำเสียงของเจ๊หงก็เปลี่ยนไป แฝงไปด้วยความคาดหวังและคำเชิญชวนอย่างไม่ปิดบัง
"ไม่ต้องท้อใจไปหรอกจ้ะ ส่วนเรื่องที่จะช่วยอะไรเจ๊ได้บ้างนั้น..."
"ที่จริง... เจ๊น่ะ เอ็นดูเธอมากเลยนะ"
"เอาอย่างนี้ไหมล่ะ... คืนนี้มาที่บ้านเจ๊สิ มาสอน... 'ความรู้ด้านกฎหมาย' ให้เจ๊เป็นการส่วนตัวหน่อย?"
ความตื้นตันใจบนใบหน้าของจางเทา แข็งค้างในทันที
กระแสความอบอุ่นที่เพิ่งก่อตัวขึ้น แปรเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งเย็นเฉียบเสียดแทงกระดูก
มุมปากของเขากระตุกยิกๆ ความโกรธแค้นในใจแทบจะพุ่งทะลุปรอท!
มาสอนกฎหมายบ้าอะไรล่ะ! เจ๊แค่อยากจะกินตับผมต่างหาก!
จางเทาเกือบจะหลุดปากด่าออกไป และปฏิเสธอย่างเด็ดขาดตามสัญชาตญาณ
แต่คำว่า "ค่าผ่อนบ้าน" สองคำ ราวกับภูเขาลูกยักษ์ที่กดทับลงมากลางอกเขา
อย่างที่สุภาษิตว่าไว้ ผู้ชายที่มีภาระผ่อนบ้าน มักจะไม่มีสิทธิ์เลือก
หรือว่า... จะไปสอนกฎหมายแบบเจาะลึกดูสักหน่อยดี?
ยังไงซะก็ไม่มีลูกค้ารายอื่นแล้ว ค่าผ่อนบ้านเดือนนี้ก็ไม่มีจ่ายแน่ๆ ดูเหมือนนี่จะเป็นหนทางเดียวที่เหลืออยู่...
และในตอนนั้นเอง คำพูดเยาะเย้ยของเจียงเฟิงก็ดังก้องขึ้นในหัวเขาอีกครั้ง ราวกับเสียงกระซิบจากปีศาจ
—"เอาความรู้ทางกฎหมายไปรวมกับการเป็นนายแบบดูสิ รับรองว่ามีทางรอด"
"เชี่ย!" จางเทาสะดุ้งเฮือก ราวกับถูกฟ้าผ่า
"นี่กู... ต้องไปเป็นนายแบบจริงๆ เหรอเนี่ย?!"
"เจียงเฟิง! แก... ทำไมแกถึง... ฮือๆๆ..."
ร้องไห้แล้ว
ผู้ชายวัยสามสิบกว่า อีลีทระดับท็อป ศิษย์เก่าหัวกะทิจากมหาวิทยาลัยรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์หัวเซีย นั่งร้องไห้โฮราวกับเด็กน้อยอยู่ในห้องทำงานที่ว่างเปล่า
จบสิ้นแล้ว
จบสิ้นกันหมดแล้ว
เขารู้ดีว่า ชื่อเสียงในสายอาชีพของเขา ได้พังพินาศไปพร้อมกับวิดีโอนั่นและชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเจียงเฟิงแล้ว
หนทางในอนาคต อาจจะเหลือเพียงแค่... การเอาความรู้ทางกฎหมายไปประยุกต์ใช้ในการเป็นนายแบบจริงๆ
"ทำไม! ทำไมเจียงเฟิงมันถึงเดาเรื่องนี้ออกด้วย!" จางเทาแผดเสียงร้องตะโกนออกมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
จู่ๆ เขาก็นึกถึงน้ำหนักตัวเฉียดร้อยกิโลกรัมของเจ๊หง รวมถึงตำนานสยองขวัญในแวดวงเศรษฐินีที่เล่าลือกัน...
อะไรนะ ลูกเหล็กขัดหม้อเอย ส้นสูงเอย การรุมโทรมแบบมาราธอนเอย...
ไม่รู้ว่าร่างกายบอบบางของเขา จะทนรับเรื่องพวกนี้ไหวไหม...
ยิ่งคิด จางเทาก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น ใบหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความอมทุกข์
ในขณะที่เขาเข้าสู่ภาวะสิ้นหวังนั้นเอง นอกห้องทำงานก็เกิดความวุ่นวายขึ้น
ร่างหนึ่งที่ดูเหมือนคนเสียสติ พุ่งพรวดออกมาจากสำนักงานทนายความจวินหย่งที่อยู่สุดทางเดิน วิ่งไปพลางแหกปากร้องอย่างคนบ้าไปพลาง "ฉันจะกินขี้แล้ว! ฉันจะกินขี้แล้ว!"
ร่างนั้นผมเผ้ายุ่งเหยิง ชุดสูทหลุดลุ่ย คนคนนั้นก็คืออัจฉริยะนักกฎหมายที่เพิ่งมีชื่อเสียงโด่งดัง ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนดู—หวงเซิงอี้ นั่นเอง
ดวงตาของเขาเหม่อลอย ท่าทางเหมือนคนบ้า พูดจบก็พุ่งตัวตรงไปยังทิศทางของห้องน้ำ โดยมีหวงโปผู้เป็นพ่อพยายามดึงตัวไว้แต่ก็สู้แรงไม่ไหว!
หวงเซิงอี้เป็นคนที่ชีวิตราบรื่นมาตลอด เติบโตมาพร้อมกับคำว่าอัจฉริยะค้ำคอ จนกระทั่งมาเจอเจียงเฟิง
ความพ่ายแพ้ที่ย่อยยับครั้งนี้ ได้บดขยี้ความภาคภูมิใจอันเปราะบางของเขาจนป่นปี้
ด้วยความที่ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อความกดดันใดๆ เขาจึงทำได้เพียงแค่... เป็นบ้าไป
เมื่อเห็นฉากนี้ ในใจของจางเทาถึงได้เกิดความรู้สึกปลอบประโลมเล็กๆ น้อยๆ แบบวิปริตขึ้นมา
ถ้าเทียบกับการต้องกินขี้แล้ว... การไปเป็นนายแบบ ก็เหมือนจะไม่เลวเท่าไหร่นะ...
...
เมื่อเทียบกับความวุ่นวายและเสียงร้องคร่ำครวญทางฝั่งนี้แล้ว
อีกฟากหนึ่งของเมืองเทียนไห่ รถออดี้ เอ6 สีดำคันหนึ่งกำลังพุ่งทะยานไปตามท้องถนน
บรรยากาศภายในรถตึงเครียดจนแทบจะแข็งเป็นน้ำแข็ง
รองประธานศาลประชาชนระดับสูงเมืองเทียนไห่—เซี่ยหยวนเผิง กำลังถือโทรศัพท์มือถือ สีหน้าเขียวปัด ฟังรายงานจากลูกน้อง
งานของเขายุ่งมาก เพิ่งจะจัดการเอกสารที่กองเป็นภูเขาเสร็จ ก็ได้รับรายงานผลการพิจารณาคดีขั้นสุดท้ายของเจียงเฟิง
ไม่คิดเลยว่า มันจะเป็นข่าวที่ระเบิดเถิดเทิงขนาดนี้!
"ไอ้เด็กเจียงเฟิงนี่ มันคิดว่าคดีบูลลี่ในโรงเรียนครั้งก่อนยังเล่นใหญ่ไม่พอใช่ไหม!" เซี่ยหยวนเผิงคำรามใส่โทรศัพท์ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ
"ให้แกไปว่าความคดีหย่าร้าง แต่แกดันจับทนายอีกฝั่งส่งเข้าคุกไปด้วยเนี่ยนะ?!!!"
เขาจะไม่เป็นห่วงได้ยังไง!
ถ้าทนายความทั่วประเทศเอาเป็นเยี่ยงอย่าง วันหน้าเวลาขึ้นศาลก็ไม่ต้องพูดถึงหลักกฎหมายกันแล้ว มัวแต่วัดกันว่าเล่ห์เหลี่ยมของใครสกปรกกว่า โหดกว่า สาดเวทมนตร์ใส่กันตูมตาม แบบนั้นจะวุ่นวายขนาดไหน!
ถึงเวลานั้น คงมีคดีสะเทือนขวัญเกิดขึ้นมากมาย สังคมคงเดือดพล่านและปั่นป่วนแน่ๆ!
คดีบูลลี่ในโรงเรียนครั้งที่แล้ว เขาก็เพิ่งถูกศาลฎีกาเรียกตัวไปตักเตือนและสั่งให้ "ควบคุมทิศทางสังคมและรักษาเสถียรภาพของกระบวนการยุติธรรม" ไปหมาดๆ ครั้งนี้ยังจะสร้างเรื่องอีก!
เก้าอี้รองประธานศาลของเขายังอยากจะนั่งต่อไหมเนี่ย!
"เร็ว! ขับให้เร็วกว่านี้อีก!" เซี่ยหยวนเผิงเร่งคนขับรถ
เขาต้องรีบไปที่ศาลชั้นต้นเดี๋ยวนี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องบอกให้เจียงเฟิงเพลาๆ ลงหน่อยตอนให้สัมภาษณ์กับนักข่าว!
ต้องควบคุมกระแสสังคมให้ได้!
จะปล่อยให้ "ผู้บุกเบิกนิติเวช" คนนี้ จุดชนวนระเบิดในสังคมอีกไม่ได้เด็ดขาด!
(จบแล้ว)