- หน้าแรก
- พิชิตอเมริกา เริ่มต้นจากราชันกำปั้น
- บทที่ 91 ผู้ปรารถนาจะสวมมงกุฎ...
บทที่ 91 ผู้ปรารถนาจะสวมมงกุฎ...
บทที่ 91 ผู้ปรารถนาจะสวมมงกุฎ...
บทที่ 91 ผู้ปรารถนาจะสวมมงกุฎ...
คำปราศรัยของลิงก์ เบเกอร์ ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดน เมื่อถูกสื่อมวลชนตีแผ่ออกไป ก็เปรียบเสมือนระเบิดลูกใหญ่ที่ถูกทิ้งลงกลางวงการมวยโลก สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทุกหย่อมหญ้า
ชื่อเสียงของเขาที่สั่งสมมาจากโอลิมปิก เดิมทีก็โด่งดังข้ามทวีปอยู่แล้ว ทันทีที่มีข่าวการเทิร์นโปร แฟนมวยทั่วโลกต่างจับจ้องรอชมผลงานของ ‘แชมป์โอลิมปิก’ ผู้นี้อย่างใจจดใจจ่อ
เช้าวันนี้ ผู้คนตื่นมาหยิบหนังสือพิมพ์ หวังจะได้อ่านบทวิเคราะห์ฟอร์มการชกไฟต์แรกของลิงก์... แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตากลับเป็นพาดหัวข่าวที่ทำให้ต้องขยี้ตาซ้ำ
New York Post: (พาดหัวหน้าหนึ่ง) “แชมป์โอลิมปิก ลิงก์ เบเกอร์ ปากแจ๋วอีกครั้ง! ประกาศกร้าวจะกวาดล้างคู่ต่อสู้ทุกคนภายใน 100 วินาที!” (พาดหัวรอง) “เจ้าตัวมั่นใจ อดีตแชมป์โลกอย่าง มิคเคล เคสเลอร์, ลูเชียน บูเต้, อังเดร วอร์ด หรือแม้แต่ โจ คัลซากี ก็ยืนระยะต่อหน้าเขาได้ไม่เกิน 100 วินาที!”
USA Today: (พาดหัวหน้าหนึ่ง) “ลิงก์ เบเกอร์ ส่งคำเตือน ‘น็อกเอาต์’ ถึงคนทั้งโลก!” (พาดหัวรอง) “เตือนนักชกรุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวททุกคนให้ถอนตัว ถ้าไม่อยากโดนน็อกคาเวที!”
USA Express: (หน้าข่าวกีฬา) “เบื้องหลังการสละเข็มขัดของ โจ คัลซากี... ลิงก์ เบเกอร์ อ้างว่าเป็นเพราะ ‘กลัวเขา’!” (พาดหัวรอง) “ลิงก์เผย วิธีให้เกียรติคัลซากีที่ดีที่สุดคือการ ‘อัดให้ร่วง’ พร้อมแสดงความเสียดายที่อีกฝ่ายชิงหนีไปก่อน”
ผู้อ่านทั่วโลกต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
หมายความว่าไง... ปราบทุกคนใน 100 วินาที? หมายความว่าไง... โจ คัลซากี กลัวจนหัวหดทิ้งเข็มขัดหนี? หมายความว่าไง... จะน็อกคนทั้งโลก?
ลิงก์ เบเกอร์ เป็นบ้าไปแล้วเหรอ?
คนเขาแค่อยากรู้ผลแพ้ชนะ อยากรู้ว่าชนะน็อกยกไหน... ทำไมหน้าหนังสือพิมพ์ถึงเต็มไปด้วยคำประกาศสงครามบ้าเลือดแบบนี้?
มันคือแผนการตลาด... หรือของจริง?
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผู้คนรีบกวาดสายตาอ่านเนื้อข่าว ทีแรกนึกว่าสื่อพาดหัวเวอร์เรียกแขก แต่พออ่านเนื้อหาบทสัมภาษณ์จริง ๆ... กลับพบว่าพาดหัวข่าวยัง ‘เบา’ ไปด้วยซ้ำ
คำพูดของหมอนี่... มันบ้าบิ่นยิ่งกว่าพาดหัวข่าวหลายเท่า!
ข่าวนี้แพร่สะพัดรวดเร็วราวน้ำป่าหลาก ภายในเวลาไม่ถึงวัน สื่อยักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างพากันตีพิมพ์ซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น Bild ของเยอรมนี, The Guardian และ The Times ของอังกฤษ, Le Monde ของฝรั่งเศส หรือแม้แต่ Yomiuri Shimbun ของญี่ปุ่น
นักข่าวรีบยกหูโทรศัพท์สัมภาษณ์บุคคลที่ถูกพาดพิงทันที
โจ คัลซากี: ให้สัมภาษณ์ว่าคำพูดของลิงก์ “น่าสนใจดี” แต่ “ไม่เป็นความจริง” เขาประกาศสละเข็มขัดเพราะต้องการโฟกัสที่รุ่นไลต์เฮฟวี่เวท ไม่ใช่เพราะกลัวเด็กเมื่อวานซืน
นักข่าว The Times ถามต่อว่า ในอนาคตจะยอมรับคำท้าของลิงก์หรือไม่? คัลซากีตอบสั้น ๆ ว่า “ไม่ปฏิเสธ”
เมื่อถามถึงเรื่อง ‘100 วินาที’ คัลซากีหัวเราะร่า บอกว่าเป็นมุกตลกที่ใช้ได้ แต่เขาไม่เชื่อว่าลิงก์ (หรือมนุษย์หน้าไหน) จะทำได้จริง
มิคเคล เคสเลอร์: (อดีตแชมป์โลกและเต็งหนึ่งที่จะทวงเข็มขัด WBA คืน) ให้สัมภาษณ์กับ Le Monde “ลิงก์ เบเกอร์? ผมรู้จักนะ เขาทำได้ดีในโอลิมปิก... แต่นี่มันมวยอาชีพ ไอ้หนูนั่นคิดอะไรตื้นเกินไป”
เมื่อถามความมั่นใจหากต้องเจอกัน... เคสเลอร์ยักไหล่ “เขาอยากเจอผม? ไปผ่านด่าน อังเดร วอร์ด, เจอร์เมน เทเลอร์ หรือ ฌอง ปาสกาล เอาแชมป์ทวีปมาให้ได้ก่อนเถอะ... ถ้าเขาโชคดีรอดมาได้ ผมจะสอนวิธีพูดให้เขารู้สำนึกด้วยหมัดของผมเอง”
นอกจากนี้ สื่อยังไปสัมภาษณ์ อาร์เธอร์ อับราฮัม (อาร์เมเนีย), คาร์ล ฟรอช (อังกฤษ) และ อังเดร วอร์ด (อเมริกา)
ทุกคนล้วนเป็นพวกยอมหักไม่ยอมงอ พอได้ยินคำท้า ‘100 วินาที’ ต่างก็โกรธจนควันออกหู ด่าว่าลิงก์เป็นพวก ‘ดีแต่ปาก’ และขู่ว่าจะสั่งสอนให้หลาบจำถ้าริอาจมาเจอหน้ากันบนสังเวียน
...
“ดูสิ ลิงก์! ดูหนังสือพิมพ์นี่! แล้วก็ฉบับนี้! ฉบับนี้ด้วย!”
ในรถตู้ ดิโน่ ดูวา เขย่าหนังสือพิมพ์ในมือไปมาอย่างบ้าคลั่ง
“มิคเคล เคสเลอร์, อังเดร วอร์ด, โจ คัลซากี, ฌอง ปาสกาล... ทุกคนโกรธแกเป็นฟืนเป็นไฟกันหมดแล้ว!”
“แล้วไง?” ลิงก์ถามเสียงเรียบ
“แล้วไงงั้นเหรอ?!”
ดิโน่ชะงักไปครู่หนึ่ง “แกทำให้ทุกคนโกรธ! ตอนนี้ทุกคนคือศัตรูของแก... แกกำลังประกาศเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกนะเว้ย รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย?!”
ลิงก์ส่ายหน้าเบา ๆ “เป้าหมายของการชกคืออะไร?”
“ก็เพื่อชิงเข็มขัดแชมป์ไง!” ดิโน่ตอบทันควัน
“ถูกต้อง... ในเมื่อฉันต้องการเป็นราชาแห่งโลกมวย คนพวกนี้ก็ต้องเป็นคู่ต่อสู้ของฉันไม่ช้าก็เร็ว... จะเจอเร็วหรือช้ามันต่างกันตรงไหน?”
“ถ้าฉันไม่ไปกวนตีนพวกเขา พูดจาสุภาพอ่อนน้อม... พวกเขาจะยอมยกเข็มขัดให้ฉัน หรือยอมศิโรราบให้ฉันไหม?”
ดิโน่อ้าปากพะงาบ ๆ... พูดก็ถูก แต่ตรรกะมันไม่ใช่แบบนี้โว้ย!
คนปกติเขาต้องค่อย ๆ เชือดทีละคน สร้างศัตรูทีละราย... ไม่ใช่กราดด่าบรรพบุรุษนักมวยทั้งวงการในรวดเดียวแบบนี้! นี่มันบ้าชัด ๆ!
“แก... ไม่รู้สึกกดดันบ้างเหรอ?”
ดิโน่อยากจะคว้าไมค์มาสัมภาษณ์ความรู้สึกหมอนี่จริง ๆ
เมื่อได้ยินคำถามนั้น... ลิงก์ก็นึกถึงประโยคทองคำประโยคหนึ่งขึ้นมาได้
เขาถอนหายใจยาว แววตาลึกล้ำราวกับนักปราชญ์ผู้แบกโลกไว้ทั้งใบ...
“ผู้ปรารถนาจะสวมมงกุฎ... ย่อมต้องแบกรับความหนักอึ้งของมัน!”
ขวับ!
ทุกคนในรถตู้หันขวับมามองเขาเป็นตาเดียว... ความรู้สึกเหมือนกำลังมองนักปรัชญาที่หลงทางมาต่อยมวย
“ลิงก์... คำคมบาดใจว่ะ ว่าง ๆ สอนฉันพูดเท่ ๆ แบบนี้บ้างสิ”
โมราเลสยิงฟันขาว หัวเราะชอบใจ
“อยากโดนกระทืบตายหรือไง?”
ดิโน่หรี่ตามอง “ปากแบบหมอนี่... ไม่ใช่ทุกคนจะพูดแล้วรอดมาได้นะเว้ย”
โมราเลสหุบยิ้มทันที... เออจริง
ลิงก์ส่ายหน้าเบา ๆ
เหตุผลที่เขาพูดแบบนั้น... เหตุผลที่เขาประกาศกร้าวต่อหน้านักข่าว ไม่ใช่เพื่อความเท่ หรือเพื่อสร้างกระแส...
เขาแค่ต้องการ “กดดันตัวเอง”
นับตั้งแต่มาถึงนิวยอร์ก... หรือพูดให้ถูกคือ ตั้งแต่กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านและแชมป์โอลิมปิก เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง ‘หย่อนยาน’ ลง
จิตใจเริ่มวอกแวก... เวลาซ้อมมวยก็เผลอคิดเรื่องผู้หญิง อยากโดดซ้อมไปเที่ยวกลางคืน บางคืนก็นอนไม่หลับเพราะฟุ้งซ่าน
ก่อนแข่งโอลิมปิก... อาการแบบนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้น
เขาเดาว่าเพราะความสำเร็จและเงินทอง ทำให้ ‘แรงกดดัน’ ที่เคยแบกรับมันหายไป... แรงขับเคลื่อนจึงลดลง ร่างกายและจิตใจที่เคยตึงเครียดกลับผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว
นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดี
เพื่อแก้ปัญหานี้... เขาจึงตัดสินใจสร้าง ‘แรงกดดันมหาศาล’ ให้ตัวเอง
ในเมื่อคู่ต่อสู้ในแมตช์จัดอันดับมัน ‘อ่อน’ เกินกว่าจะกดดันเขาได้... เขาก็เลยใช้วิธียั่วยุคนทั้งโลก ทุบหม้อข้าวตัวเอง ทิ้งไพ่ตายใบสุดท้าย
ทางเลือกมีแค่สองทาง: เอาชนะทุกคนภายใน 100 วินาที... หรือไม่ก็กลายเป็นตัวตลกที่โลกประณาม
ถ้าไม่อยากขายขี้หน้า... เขาก็ต้องซ้อมให้ตาย ถวายชีวิตบนสังเวียน!
ทุกวินาทีบนเวทีคือศักดิ์ศรีและเกียรติยศ... ถ้าเกิน 100 วินาทีเมื่อไหร่ เท่ากับเขาแพ้ภัยตัวเอง
อยากจะยิ่งใหญ่... ต้องกล้าขุดหลุมฝังตัวเองก่อน!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน