เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ปั่นกระแสคู่จิ้นกับหลิวเทียนเซียน

บทที่ 6 ปั่นกระแสคู่จิ้นกับหลิวเทียนเซียน

บทที่ 6 ปั่นกระแสคู่จิ้นกับหลิวเทียนเซียน


บทที่ 6 ปั่นกระแสคู่จิ้นกับหลิวเทียนเซียน

เมิ่งเหลียงเฉินนอนทอดกายล่อนจ้อนหลับสนิทไปได้ราวสองชั่วโมง เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังแผดลั่นก็ปลุกเขาให้หลุดจากภวังค์ พอปรือตาขึ้นมองเห็นชื่อสายเรียกเข้าว่าเป็น 'จินจื้อหย่วน' ผู้จัดการส่วนตัวจอมเขี้ยว เขาก็รีบกดรับสายในทันที

"เมิ่งเหลียงเฉิน มาพบฉันที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้ บริษัทมีโปรเจกต์ใหม่ให้นายทำ" จินจื้อหย่วนกรอกเสียงสั่งมาตามสาย

เมิ่งเหลียงเฉินตอบรับอย่างขะมักเขม้น "ได้ครับพี่หย่วน ว่าแต่... ห้องทำงานพี่อยู่ตรงไหนของตึกนะครับ?"

"..." ปลายสายเงียบกริบไปอึดใจใหญ่

เมิ่งเหลียงเฉินสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้ตัวว่าเผลอไผลหลุดปากถามคำถามโง่ๆ ออกไป เขาจึงรีบละล่ำละลักแก้ไขสถานการณ์ "อ๋อ! ผมจำได้แล้วครับ จำตำแหน่งห้องทำงานพี่ได้แม่นแล้ว เดี๋ยวผมพุ่งตัวไปเดี๋ยวนี้เลย!"

จินจื้อหย่วนด่าสวนกลับมาทันที "เรียกฉันว่าลุงหย่วนโว้ย! ฉันอายุอานามมากกว่าพ่อนายอีกนะเนี่ย แม่งเอ๊ย ถ้าสมัยเรียนฉันใจกล้าหน้าด้านกว่านี้อีกนิด ป่านนี้ฉันคงได้เป็นพ่อนายจริงๆ ไปแล้ว!"

เมิ่งเหลียงเฉินในตอนนี้ไม่ได้ยึดติดกับภาพลักษณ์ไอดอลจอมปลอมอีกต่อไป เขาคว้าเสื้อกล้ามสีซีดมาสวมทับกางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้นจู๋ จากนั้นก็สวมรองเท้าแตะเดินลากเท้าเสียงดังแกรกๆ เข้าสู่สำนักงานใหญ่ของบริษัทซิงถู ทำเอาพนักงานต้อนรับสาวสวยที่หน้าประตูถึงกับยืนอึ้งตาค้างจนปากจู๋ ปกติแล้วบริษัทซิงถูเอนเตอร์เทนเมนต์เข้มงวดเรื่องการบริหารจัดการภาพลักษณ์ของศิลปินประดุจกฎอัยการศึก โดยเฉพาะพวกบอยแบนด์ที่กำลังเป็นบ่อเงินบ่อทองหลัก แต่การที่เมิ่งเหลียงเฉินเดินกึ่งนุ่งกึ่งแก้มาแบบนี้ มันไม่ต่างจากการก่อกบฏประกาศสงครามกับฝ่ายภาพลักษณ์ชัดๆ!

พนักงานต้อนรับสาวรีบยกหูโทรหาหวังเชาทันที "ศิลปินของนายบ้าไปแล้ว! รีบมาลากตัวเขาไปเดี๋ยวนี้เลยนะ สงสัยต้องใช้โซ่ตรวนมามัดแล้วล่ะ สภาพนี้ต่อให้เป็นพวกสาย SM ก็คงเอาไม่อยู่แล้ว!"

เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องทำงานของจินจื้อหย่วน สภาพการแต่งตัวของเมิ่งเหลียงเฉินก็ทำเอาผู้จัดการรุ่นใหญ่สะดุ้งตัวโยนจนเกือบตกเก้าอี้ จินจื้อหย่วนขมวดคิ้วแน่นจ้องมองศิลปินในสังกัดด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างในตัวเด็กคนนี้ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด แต่มันคือความผ่อนคลายที่ดูเป็นธรรมชาติจนน่าประหลาดใจ จินจื้อหย่วนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า แต่ก่อนเวลาเมิ่งเหลียงเฉินเจอเขาจะตัวสั่นงันงกเหมือนหนูเจอแมว รอยยิ้มก็มีแต่ความประจบประแจงแบบขลาดกลัว แต่ตอนนี้ล่ะ?

"แหะๆ ลุงหย่วน มีงานด่วนอะไรก็ส่งข้อความสั่งการมาทาง เว่ยป๋อ หรือแชตมาก็ได้นี่ครับ" เมิ่งเหลียงเฉินฉีกยิ้มกว้างอย่างหน้าด้านๆ "เรียกผมมาคุยเป็นทางการขนาดนี้ คงไม่ใช่ว่าจะเซอร์ไพรส์ขึ้นเงินเดือนให้ผมหรอกนะ? แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะลุง อย่าขึ้นให้ผมเยอะเกินไปล่ะ ไม่อย่างนั้นถ้าเพื่อนในวงรู้เข้า ผมคงรู้สึกผิดจนนอนไม่หลับแน่ๆ"

จินจื้อหย่วนโกรธจนหน้าแดงก่ำแทบจะยกเท้าถีบไอ้เด็กนี่ให้กระเด็น ในใจก็นึกสงสัยว่ามันไปโดนตัวไหนมากระตุ้นกันแน่ หรือว่าการที่โดนกองถ่ายใช้สแตนด์อินถ่ายฉากกรีนสกรีนเมื่อเช้ามันจะทำลายระบบประสาทจนเพี้ยนไปแล้ว? ถึงแม้ทุกคนจะรู้ดีว่าคุณภาพงานเหล่านั้นมันคือขยะที่รอการรีไซเคิล แต่แฟนคลับเดนตายของหยางอิ๋งกับอู๋ต้าหว่านก็พร้อมจะอ้าแขนรับอยู่ดี

แต่ไอ้เด็กนี่สิ... มันเปลี่ยนไปจริงๆ

จินจื้อหย่วนนิ่งสงบสติอารมณ์ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก "เรื่องนี้มันเกี่ยวกับเงินจริงๆ นั่นแหละ แต่มันมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าที่นายคิด นายต้องจรดปากกาเซ็นสัญญาปกปิดความลับ (NDA) ก่อน ฉันถึงจะคายรายละเอียดทั้งหมดให้ฟังได้"

เมิ่งเหลียงเฉินจ้องมองปึกสัญญาปกปิดความลับที่ถูกยื่นมาตรงหน้า หัวใจเขากระตุกวูบด้วยสัญชาตญาณระวังภัย เขาก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวพลางถามด้วยน้ำเสียงหวาดระแวง "ลุงหย่วน ซีรีส์เรื่องต่อไปของเรา คงไม่ได้กะจะส่งผมไปขุดเหมืองที่เมียวดีหรอกนะ? ผมไม่ได้สู้คนเก่งเหมือนแฟนสาวในหนังของผมนะลุง!"

"พูดจาเลอะเทอะอะไรของแกเนี่ย" จินจื้อหย่วนถอนหายใจยาวพลางหยิบซิการ์ราคาแพงออกมามวนหนึ่ง เมิ่งเหลียงเฉินที่หัวไวประดุจลิงลมพุ่งเข้าประจบประแจงจุดไฟให้ทันทีอย่างรู้ใจ จินจื้อหย่วนมองการกระทำที่แสนจะลื่นไหลราวกับพนักงานต้อนรับมืออาชีพด้วยความอัศจรรย์ใจ นี่มันห่างไกลจากไอ้หนุ่มซื่อบื้อจากมณฑลเหมิงตะวันออกคนเดิมลิบลับ ถ้าจะบอกว่าเมิ่งเหลียงเฉินคนเก่าคือไอ้เซ่อ เมิ่งเหลียงเฉินคนนี้ก็คือ 'จอมกะล่อนตัวพ่อ' ดีๆ นี่เอง

เมิ่งเหลียงเฉินเอ่ยปากต่อ "ลุงหย่วน ลุงแย้มๆ มาหน่อยสิว่าทำไมต้องลึกลับซับซ้อนขนาดนี้ ผมเองก็ควรจะมีสิทธิ์รู้ชะตากรรมตัวเองบ้างนะ เผื่อลุงจะส่งผมไปรับงานใต้โต๊ะคอยนวดเฟ้นบริการพวกคุณป้าฝ่ายจัดซื้อละครของสถานีโทรทัศน์ ผมจะได้เตรียมกายเตรียมใจไปรับมือกับฝอยขัดหม้อขัดผิวไหว..."

"ไปไกลๆ เลยไป้!" จินจื้อหย่วนทั้งฉุนทั้งขำจนสำลักควันซิการ์ "บอกคร่าวๆ ก็ได้... คือนายต้องให้ความร่วมมือในการสร้างกระแส 'คู่จิ้น' กับศิลปินหญิงระดับแถวหน้าคนหนึ่ง บอกได้แค่นี้แหละ"

เมิ่งเหลียงเฉินหยุดคิดครู่หนึ่ง "เมื่อกี้ผมเพิ่งถามหวังเชาว่าวันนี้มีคนด่าผมกี่คน หวังเชาบอกว่าคอมเมนต์ด่าพุ่งทะลุ 880,000 ข้อความ มากกว่าเมื่อวานตั้งแสนกว่า ลุงว่าดาราสาวคนนั้นเขาหวังอะไรในตัวผมเหรอ? หวังจะมาช่วยหารจำนวนคำด่า? หรือหวังว่าผมจะไม่อาบน้ำล้างเท้าโชว์เธอ? หรือจริงๆ แล้วเธอเป็นพวกมาโซคิสต์สาย M ที่ชอบโดนด่าพร้อมกับผมกันแน่?"

จินจื้อหย่วนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "นายดูถูกพลังของตัวเองเกินไปหน่อยนะ เมื่อกี้จำนวนแฟนคลับของนายเพิ่งจะพุ่งทะลุสิบล้านคนไปหยกๆ ตอนนี้แกคือคนที่มีกระแสแรงที่สุดและน่าหยิบมาทำกำไรที่สุดในบริษัทแล้ว การที่เขาอยากจะมาสร้างกระแสคู่จิ้นกับนาย ก็เพราะเขามองเห็นผลประโยชน์มหาศาลที่จะตามมาจากการเกาะกระแสอันร้อนแรงนี้ ไม่อย่างนั้นใครจะอยากมาลดตัวยุ่งกับเด็กใหม่ที่เดบิวต์มาปีเดียว แถมยังมีชื่อเสียงด้านลบโดนด่าเปิงไปทั้งโซเชียลแบบแกกันล่ะ?"

เมิ่งเหลียงเฉินนึกย้อนถึงข้อสัญญา "ลุงหย่วน ตอนเซ็นสัญญาปีที่แล้ว ในนั้นเขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามสมาชิกในวงมีความรักภายใน 5 ปี การที่ผมมาปั่นกระแสคู่จิ้นหลอกลวงประชาชนแบบนี้ มันไม่ถือว่าผมทำผิดกฎจนโดนหักเงินรางวัลใช่ไหมครับ?"

จินจื้อหย่วนยืนยัน "ไม่นับว่าผิดหรอก มันคืองาน"

เมิ่งเหลียงเฉินขยับแว่น (ที่ไม่ได้ใส่) พลางกล่าวต่ออย่างมีหลักการ "ลุงหย่วน ลุงก็รู้ว่าผมเป็นคนมีจุดยืน ผมเชื่อฟังบริษัทประหนึ่งเป็นพ่อแท้ๆ มาตลอด แต่วันนี้เรื่องมันพิสดารเกินไป สัญญาปกปิดความลับนี่ทำเอาผมหลอนประหนึ่งจะโดนลักพาตัว คู่จิ้นแบบไหนกันต้องปิดบังประหนึ่งความลับระดับชาติขนาดนี้? ลุงหย่วน... คงไม่ใช่ผู้ชายหรอกนะ? พ่อผมสั่งนักสั่งหนาว่าถ้าผมไปเป็นสายเหลืองขุดทอง พ่อจะตามมาหักคอผมถึงบริษัทแน่ๆ..."

เส้นเลือดดำบนขมับของจินจื้อหย่วนปูดโปนออกมาอย่างน่ากลัว เขากัดฟันเค้นเสียงพูด "แม่งเอ๊ย! อีกฝ่ายคือ 'หลิวเทียนเซียน' โว้ย! ระดับนางฟ้าขนาดนั้นเขาถึงได้ต้องให้นายเซ็นสัญญาปิดปากให้สนิทไงล่ะ!"

ทันทีที่ชื่อนี้หลุดออกมา ภาพของ 'พี่สาวนางฟ้า' ผู้มีออร่าบริสุทธิ์สูงส่งดั่งเทพธิดาก็สว่างวาบขึ้นมาในหัวของเมิ่งเหลียงเฉินประหนึ่งหลอดไฟสปอตไลต์ หลิวเทียนเซียนนั้นเป็นความงามประเภทที่ว่า หากแยกพิจารณาเครื่องหน้าทีละส่วนอาจจะดูไม่สมบูรณ์แบบที่สุด ทว่าพอมารวมกันกลับกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่สวรรค์ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมา เป็นความงามที่เหนือคำบรรยายอย่างแท้จริง บังเอิญว่าในลิ้นชักความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ก็มีภาพเหตุการณ์ที่ได้เจอกับหลิวเทียนเซียนซุกซ่อนอยู่ด้วย นั่นคือเมื่อสองปีก่อน ณ วิทยาลัยดนตรีเซนต์บาร์เคลย์ในนิวซีแลนด์ ตอนที่เขาไปร่วมงานปาร์ตี้ริมหาดของเหล่านักเรียนแลกเปลี่ยน ในวินาทีที่เขากำลังเมามายสลบไสล เขาก็ได้สบตากับไอดอลสาวในดวงใจจนเกือบจะตื่นตระหนกกระโดดลงไปนอนในกองไฟ

ประวัติของเธอนั้นไม่ธรรมดา หลิวเทียนเซียนเริ่มแสดงภาพยนตร์เรื่อง แม่ในสวรรค์ ตั้งแต่ตอนอายุ 8 ขวบ ความฉายแววในตอนนั้นทำให้คนทั้งวงการฟันธงว่าอนาคตเธอคือราชินีจอเงินคนต่อไปแน่นอน

หลังจากนั้นเธอก็กลับไปมุ่งมั่นกับการเรียน และเดบิวต์อีกครั้งในวัย 15 ปี กับบทบาท 'นางฟ้าองค์เล็ก' ที่งดงามที่สุดในซีรีส์เซียนเสียเรื่อง เจ็ดนางฟ้ากับต่งหลาง ความงามที่สั่นสะเทือนไปทั้งปฐพีทำให้เธอได้รับฉายา 'หลิวเทียนเซียน' (หลิวนางฟ้า) มาครองอย่างสง่างาม

จากนั้นเธอก็ประหนึ่งเปิดสูตรโกงในวงการบันเทิง รับบทเทพธิดาผู้สูงส่งในซีรีส์ชื่อดังอย่างต่อเนื่อง ทั้ง เซียนกระบี่เมามาย, น้ำตาธุลีแดง, และ ปีศาจบุปผา ซึ่งเป็นการตอกเสาเข็มฉายา 'เทพธิดาเซียนเสียที่สวยที่สุดในใต้หล้า' ของเธอให้มั่นคงยิ่งขึ้นชนิดที่ใครก็โค่นไม่ลง

แต่ทว่าในวัย 19 ปี หลิวเทียนเซียนกลับตัดสินใจเบนเข็มเข้าสู่วงการเพลง ว่ากันว่าเธอโดนคารมของผู้จัดการส่วนตัวเป่าหูว่า 'ซูเปอร์สตาร์ที่แท้จริงต้องครบเครื่องทั้งการแสดงและการร้อง' เธอจึงยอมทุ่มเทเวลาอันมีค่าถึงสามปีเต็มเพื่อเดินบนเส้นทางสายดนตรี ออกอัลบั้มไปถึงสี่ชุด แต่ผลลัพธ์กลับน่าอนาถใจเมื่อไม่มีอัลบั้มไหนทำยอดขายได้เกินหนึ่งแสนแผ่นเลยสักชุดเดียว

ในขณะที่อัลบั้มรวมเพลงการ์ตูนของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีกวาดรายได้ถล่มทลายไป 2 ล้านแผ่น และนักร้องสาวชาวมองโกลอย่าง 'น่าเอ่อร์เล่อ' (ปัจจุบันคือเบอร์หนึ่งของค่ายซิงถู) ก็ทำยอดขายพุ่งปรี๊ดไปถึง 3 ล้านแผ่น ทิ้งให้หลิวเทียนเซียนต้องยืนเคว้งคว้างอยู่ท้ายแถว

และที่น่าตลกกว่านั้นคือในช่วงที่เธอเป็นนักร้อง เธอก็ได้รับงานแสดงภาพยนตร์ไปอีกหกเรื่อง ซึ่งเพลงประกอบหนังทั้งหกเรื่องนั้นเธอก็เหมาทำเองหมด แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดวงของเธอไม่สมพงษ์กับหนังใหญ่หรือเพลงของเธอมันมีอาถรรพ์กันแน่ ภาพยนตร์ทั้งหกเรื่องนั้นถึงได้ขาดทุนย่อยยับจนแทบจะปิดบริษัทหนีทุกเรื่อง!

จนถึงขั้นที่ว่าในตอนนั้นไม่มีผู้สร้างหนังหน้าไหนกล้าเสี่ยงจ้างหลิวเทียนเซียนไปร่วมงานอีกเลย

เธอจึงตัดสินใจบินลัดฟ้าไปเรียนต่อที่ต่างประเทศพักใหญ่ และเมื่อเรียนจบกลับมาเธอก็คว้าบทนำในซีรีส์ มังกรหยกปราบอินทรี จนชื่อเสียงโด่งดังระเบิดระเบ้อประหนึ่งพลุแตก กลับมาทวงบัลลังก์ 'ราชินีซีรีส์' ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศได้สำเร็จ

แม้ว่าในวงการหนังใหญ่เธอจะถูกตราหน้าว่าเป็น 'ยาพิษแห่งบ็อกซ์ออฟฟิศ' แต่ด้วยความสวยระดับทำลายล้างมันก็เพียงพอแล้ว โลกนี้ไม่เคยขาดแคลนผู้ชายที่พร้อมจะยอมเปย์จนหมดตัวเพื่อเธอ ไม่ว่าหลิวเทียนเซียนจะย่างกรายไปที่ใด ที่นั่นย่อมต้องมีเสียงโห่ร้องสรรเสริญดั่งเทพธิดาลงมาจุติเสมอ

เมิ่งเหลียงเฉินกระโดดตัวลอยขึ้นมาจากเก้าอี้ด้วยความตื่นเต้นสุดขีด จนจินจื้อหย่วนสะดุ้งสุดตัวเกือบจะเอาซิการ์จี้เข้าที่หน้าตัวเอง เมิ่งเหลียงเฉินยืดอกสง่าผ่าเผยพูดด้วยน้ำเสียงอันดังฟังชัดอย่างฮึกเหิม "ผมคือฟันเฟืองชิ้นสำคัญของบริษัท! บริษัทสั่งให้ผมไปประจำจุดไหนผมก็พร้อมลุย! สั่งให้ผมไปสร้างกระแสคู่จิ้นกับนางฟ้าอย่างหลิวเทียนเซียน ต่อให้ต้องบุกป่าฝ่าดงระเบิดหรือลงนรกผมก็ยอมสู้ถวายหัวครับ!"

จินจื้อหย่วนกัดฟันกรอดพลางจ้องเขม็ง "เมิ่งเหลียงเฉิน... หรือว่าไอ้ความกะล่อนหน้าด้านที่แกเก็บซ่อนไว้ตลอดหนึ่งปีเต็ม มันเพิ่งจะระเบิดออกมาล้างโลกในวันนี้ใช่ไหม?"

เมิ่งเหลียงเฉินหัวเราะร่วน "ลุงหย่วนครับ ลุงช่วยแถลงรายละเอียดเรื่องการปั่นกระแสคู่จิ้นให้ผมฟังหน่อยสิ ผมยินดีที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจปั่นกระแสนี้อย่างสุดฝีมือเลยล่ะ ผมอยากจะให้โอกาสเธอได้รับชื่อเสียงไปพร้อมๆ กับผมจริงๆ นะลุง"

จินจื้อหย่วนพยายามระงับอารมณ์อยากจะถีบไอ้เด็กนี่ให้จมดิน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาประดุจน้ำแข็ง "เซ็นชื่อลงในสัญญาก่อน แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง"

"ได้เลยครับลุง!"

(จบบทที่ 6)

จบบทที่ บทที่ 6 ปั่นกระแสคู่จิ้นกับหลิวเทียนเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว