- หน้าแรก
- วงการบันเทิง จุดเริ่มต้นแห่งการแซะ
- บทที่ 2 เขามาแล้ว เขามาพร้อมกับระบบ
บทที่ 2 เขามาแล้ว เขามาพร้อมกับระบบ
บทที่ 2 เขามาแล้ว เขามาพร้อมกับระบบ
บทที่ 2 เขามาแล้ว เขามาพร้อมกับระบบ
เมื่อวานนี้ เมิ่งเหลียงเฉินได้รับแจ้งงานด่วนจากบริษัท ต้นสังกัดส่งเขามาเป็นนักแสดงรับเชิญในซีรีส์รักย้อนยุคเรื่องหนึ่ง โดยได้รับบทเป็น 'คุณชายตัวร้าย' ที่สุดท้ายต้องจนมุมเพราะความฉลาดของพระเอก จนต้องจบชีวิตตัวเองด้วยการเชือดคออย่างน่าอนาถ
แนวคิดของทีมผู้สร้างนั้นเรียบง่ายแต่โหดเหี้ยม: ในชั่วโมงนี้ไม่มีใครในใต้หล้าที่ไม่อยากเห็นเมิ่งเหลียงเฉินตายให้รู้แล้วรู้รอดเพื่อความสะใจ หากให้พระเอกใช้ไหวพริบบดขยี้เมิ่งเหลียงเฉินจนบีบให้ไอ้โง่นี่ฆ่าตัวตายได้สำเร็จ อารมณ์ร่วมของคนดูจะพุ่งทะลุปรอทขนาดไหน กระแสเรตติ้งต้องถล่มทลายอย่างไม่ต้องสืบ
ต้องยอมรับเลยว่า ทีมงานชุดนี้เขี้ยวลากดินและหัวใสเรื่องการเกาะกระแสจริงๆ!
ถึงขั้นยอมปั่นต้นฉบับแก้บทกันข้ามคืน!
เพียงเพื่อจะเพิ่มบท 'คุณชายเมิ่งจอมสวะ' เข้าไปให้มวลชนได้รุมสับ
ด้วยเหตุนี้ เมิ่งเหลียงเฉินจึงถูกลากตัวมาแบบงงๆ เขาต้องถ่างตาตื่นตั้งแต่นกยังไม่ทันออกจากรัง เพื่อเดินทางมายังเมืองภาพยนตร์และโทรทัศน์หมิงชิงไห่โจว
การแต่งหน้าทำผมผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขาอยู่ในชุดโบราณสีทองอร่ามแสบตาจนแทบบอด คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหนาเตอะ พร้อมมีสมุนอีกสองคนคอยขนาบข้าง นี่แหละคือลุคจอมสวะเลอค่าในแบบฉบับของเมิ่งเหลียงเฉิน
ปัญหาใหญ่คือ ตอนนี้มันเดือนสิงหาคม! อุณหภูมิในไห่โจวพุ่งสูงถึง 35 องศา และถ้าไปยืนกลางแจ้ง เปลวแดดที่แผดเผาจะขยับไปถึง 45 องศาจนเนื้อแทบสุก
เมิ่งเหลียงเฉินประเมินความอึดของตัวเองสูงเกินไป เขายังไม่ทันได้ขยับปากพูดบทสักคำ โลกทั้งใบก็เริ่มหมุนคว้างและมืดดับลง พอไปยืนหน้ากล้องปะทะสายตากับพระนาง เขาก็ทิ้งร่างล้มพับไปทันที และในวินาทีนั้นเอง วิญญาณจากโลกคู่ขนานที่มีชื่อแซ่เดียวกันก็ได้สวมรอยเข้ามาแทนที่อย่างเงียบเชียบ
เมิ่งเหลียงเฉินคนใหม่สะบัดหัวไล่ความมึนงง ในที่สุดเขาก็เรียบเรียงข้อมูลที่ได้รับมาได้ทั้งหมด
"สรุปว่า ฉันเด็กลงงั้นเหรอ?" เขาจ้องมองมือเรียวยาวขาวผ่องที่ผิวพรรณเต่งตึงไร้ริ้วรอยของตัวเอง ก่อนจะหันไปแบมือตรงหน้าผู้ช่วยทันที "เอาโทรศัพท์มา"
หวังเชา ผู้ช่วยคนสนิทรีบวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาส่งมือถือให้ พร้อมกับยื่นขวดเครื่องดื่มที่สวมจุกนมยางสีขุ่นมาให้ด้วย "พี่เฉิน อี้ต๋าของพี่ครับ"
"อี้ต๋าของแกสิ... ตัวอะไรวะเนี่ย? อี้ต๋าบ้าบออะไร? แล้วไอ้จุกนมนี่อีก นี่มัน... เชี่ยอะไรเนี่ย! ฉันเป็นผู้ชายอกสามศอก นายเอาขวดนมมีจุกมาให้ฉันทำซากอะไร?" เมิ่งเหลียงเฉินจ้องมองขวดน้ำที่มีจุกนมด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย
หวังเชาตอบอ้อมแอ้ม "พี่เฉิน นี่มันเครื่องดื่มโพรไบโอติกอี้ต๋าที่พี่ชอบไงครับ..."
เมิ่งเหลียงเฉินชี้ไปที่จุกนม เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ด้วยความโกรธ "ฉันถามถึงยี่ห้อน้ำที่ไหนล่ะ! ฉันหมายถึงไอ้นี่ต่างหาก ทำไมมันถึงมีจุกนมติดมาได้? มองหน้าฉัน มองตาฉันชัดๆ! นายบอกฉันมาสิว่าทำไมถึงต้องมีจุกนม? ทำ-ไม-มัน-ถึง-มี-จุก-นม! ตอบมาสิว่าทำไมฮะ!"
หวังเชาถูกออร่าความน่าเกรงขามที่เมิ่งเหลียงเฉินไม่เคยมีมาก่อนกดข่มจนขวัญหนีดีฝ่อ เขาตอบอย่างระมัดระวังราวกับกลัวจะโดนเตะ "พี่เฉิน... ก็พี่เป็นคนสั่งเองไม่ใช่เหรอครับ? พี่บอกว่าใช้ไอ้นี่ดื่มน้ำแล้วมันฟิน พี่เลยสั่งให้ผมเปลี่ยนฝาเครื่องดื่มทุกอย่างของพี่ให้เป็นจุกนมให้หมดเลยไง"
เมิ่งเหลียงเฉิน: "..."
เจ้าของร่างเดิมนี่กะจะทำตัวน่าขยะแขยงจนคนอื่นอ้วกพุ่งเลยใช่ไหม?
"ฉันมันโง่ แล้วนายก็ต้องโง่ตามไปด้วยหรือไง?" เมิ่งเหลียงเฉินด่ากราดไม่เว้นแม้แต่ตัวเอง "เอาไปทิ้งเดี๋ยวนี้เลยนะ ของพรรค์นี้มันน่าอุจาดตา!"
"ได้ครับ!"
หวังเชารีบดึงจุกนมออกแล้วโยนลงพื้น ก่อนจะกระทืบซ้ำอย่างแรงจนบี้แบน ราวกับจะระบายแค้นที่ต้องแบกมันมานาน จากนั้นก็เอาปลายเท้าขยี้ซ้ำอีกรอบจนพอใจ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นหวังจะขอคำชม แต่กลับเห็นเมิ่งเหลียงเฉินเปิดกล้องหน้ามือถือ หมอนั่นกำลังทำหน้าเคลิ้มชื่นชมความหล่อของตัวเองอย่างไม่ละสายตา ช่างหน้าไม่อายจริงๆ
แต่ก็ต้องยอมรับว่า 'พี่เฉิน' นั้นหล่อลากดินจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีแฟนคลับสมองใสกลุ่มใหญ่คอยอวยไส้แตกขนาดนี้ ตั้งแต่คนแก่ใกล้ฝั่งไปจนถึงเด็กเพิ่งหัดเดิน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กสาวที่อวยจนหน้ามืดตามัว ถึงขั้นรวมตัวกันตั้งกลุ่ม 'กองทัพตระกูลเมิ่ง' ที่แสนดุดันขึ้นมา
หวังเชาแอบเบะปากอยู่ในใจ ไอ้เด็กเรียนห่วยที่สอบได้แค่ 99 คะแนนเนี่ยนะ ดันกลายมาเป็นซุปตาร์เบอร์หนึ่งของเดือนสิงหาคมไปได้!
วงการบันเทิงประเทศนี้ คงถึงกาลอวสานในเร็ววันแน่ๆ!
เมื่อมองดูใบหน้าที่มีริมฝีปากแดงระเรื่อ ฟันขาวเรียบกริบ คิ้วเข้มพาดเฉียงดั่งกระบี่ และดวงตาสุกใสดั่งดวงดาวในจอภาพ เมิ่งเหลียงเฉินก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจให้กับความลำเอียงของสวรรค์ เจ้าของร่างเดิมนี่มันลูกรักพระเจ้าชัดๆ อาศัยแค่หน้าตาหากินไปวันๆ ทั้งที่ไม่มีความสามารถห่าเหวอะไรเลยสักอย่าง แต่ดันได้ที่สามในรายการ 'ซิงถูโหย่วหนี่' ซีซั่นสาม กวาดต้อนแฟนคลับไปได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
เมิ่งเหลียงเฉินลองตบหัวตัวเองเบาๆ ทันใดนั้นโลกเบื้องหน้าก็พลันเปลี่ยนไป หน้าต่างระบบโปร่งแสงปรากฏขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า ทำเอาเขาอึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ
หวังเชายื่นแก้วโคล่าใส่น้ำแข็งเย็นเฉียบมาให้ เมิ่งเหลียงเฉินโบกมือปฏิเสธแล้วเอ่ยเบาๆ "ฉันอยากอยู่เงียบๆ (จิ้งจิ้ง)"
"แบบนั้นไม่ได้หรอกครับ" หวังเชาแย้งทันควัน
"ทำไมล่ะ?"
"บอสสั่งไว้ชัดเจนครับ กฎเหล็กของบริษัทคือวงบอยแบนด์ห้ามเดตกับวงเกิร์ลกรุ๊ปเด็ดขาด แล้ว 'จิ้งจิ้ง' ก็เป็นถึงกัปตันวงเกิร์ลกรุ๊ปคู่อริเราด้วยนะพี่"
"..." เมิ่งเหลียงเฉินนิ่งไปสามวิ "ตอนบริษัทรับผู้ช่วยเนี่ย เขาคัดเลือกคนจากความจุสมองที่เหลือน้อยที่สุดหรือไง?"
หวังเชาทำหน้าซื่อ "งั้นจะให้ผมไป (ไกลๆ) ไหมครับ?"
"ไปให้พ้นหน้าเลยไป!"
พอทางสะดวก เมิ่งเหลียงเฉินก็จ้องหน้าต่างระบบพลางกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ในที่สุดเขาก็ได้รับ 'ของดี' สำหรับผู้ทะลุมิติมาครองแล้ว!
เขารีบใช้นิ้วจิ้มไปบนอากาศเพื่อสำรวจทันที
【ระบบไอดอลระดับโลก】
【ชื่อ: เมิ่งเหลียงเฉิน】
【ข้อมูลพื้นฐาน: อายุ 21 ปี, ส่วนสูง 185 เซนติเมตร, น้ำหนัก 65 กิโลกรัม (-)】
【ความสามารถ: (-)】
【สมรรถภาพทางกาย: (+)】
【ทักษะการแสดง: (+)】
【ทักษะการร้องเพลง: (+)】
【ทักษะการเต้น: (+)】
【ทักษะการแต่งเพลง: (+)】
【ทักษะพิเศษ: ไม่มี】
【แต้มแลกเปลี่ยน: 12 แต้ม】
【แพ็กเกจของขวัญมือใหม่ (+)】
เมิ่งเหลียงเฉินดีใจจนเนื้อเต้นระรัว ในฐานะนักอ่านนิยายตัวยง ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตาเขาบ้างแล้ว เขาสังเกตเห็นเครื่องหมาย (-) และ (+) จึงลองกดเล่นดู และพบว่ามันคือฟังก์ชันย่อซ่อนและขยายข้อมูล เขาจึงกดเปิดดูค่าสมรรถภาพทางกายของตัวเองทันที:
【สมรรถภาพทางกาย: พละกำลัง 6, ความเร็ว 8, ความอดทน 3, ความคล่องแคล่ว 5, ความยืดหยุ่น 4, การทรงตัว 8, พลังงาน 12, ความเยือกเย็น 13, เสน่ห์ 15】
【หมายเหตุ: ระบบประเมินขีดจำกัดสูงสุดของมนุษย์ไว้ที่ระดับ 20 หลังจากใช้แต้มทักษะอัปเกรดแล้ว ร่างกายจะพัฒนาอย่างรวดเร็วผ่านการฝึกฝน】
"เยส!" เมิ่งเหลียงเฉินกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวด้วยความตื่นเต้น "ขีดจำกัดคนปกติคือ 20 แต่ตอนนี้พละกำลังฉันแค่ 6? สูง 185 หนัก 65 สงสัยสารอาหารคงไหลลงไปเลี้ยง 'น้องชาย' หมดแล้วมั้ง นี่ฉันกลายเป็นไอ้ดาราอ่อนแอที่แค่อุ้มผู้หญิงก็แข้งขาอ่อนอีกคนแล้วเหรอเนี่ย? ไม่ได้การ... ฉันต้องผงาด ฉันจะกลับมาแข็งแกร่งให้ดู!!!"
เขารีบหันไปมองกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่ข้างเท้าหวังเชา ความทรงจำบอกว่านั่นคือสมบัติส่วนตัว จึงสั่งออกไปว่า "เสี่ยวเชา! โยนกระเป๋ามาให้หน่อย"
"โยน? ให้... พี่จริงๆ เหรอกครับ?"
"เออ"
"ไม่ใช่ให้ผมเดินไปส่งเหรอ?"
"โยนมาเถอะน่า อย่าถามเยอะ!" เมิ่งเหลียงเฉินสั่งอย่างรำคาญ
หวังเชาลังเล แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งโดยดุษฎี เขารวบสายกระเป๋าเป้แล้วเหวี่ยงออกไปสุดแรง
"ฟิ้ววว—"
เงาสีดำพุ่งแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็ว เมิ่งเหลียงเฉินเงยหน้าขึ้นพร้อมยื่นมือออกไปเตรียมคว้ากลางอากาศด้วยท่าทางมาดมั่นประหนึ่งยอดฝีมือ แต่ผลที่ได้คือเขากลับถูกกระเป๋าเป้กระแทกเข้ายอดหน้าอย่างจัง จนหงายหลังล้มตึงลงไปกองกับเก้าอี้ จุกจนหน้าเขียวหน้าเหลืองแทบจะขาดใจตายตรงนั้น
เขาพยายามหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอยู่นาน กว่าจะเงยหน้ามองหวังเชาด้วยสายตาที่แทบจะพ่นไฟออกมาได้ เขากัดฟันเค้นเสียงถามว่า "เสี่ยวเชา... ข้างในนี้แกยัดก้อนหินไว้หรือไง?"
"พี่เฉิน! ก็ในกระเป๋ามีฟิกเกอร์เมียรักของพี่ทั้งนั้นเลยไงครับ ทั้งเซเลอร์มูน อุลตร้าแมน มาคิเสะ คุริสุ แล้วก็น้องฮัตสึเนะ มิกุ..."
"เอาพวกมันไปเผาทิ้งให้เกลี้ยงเลยนะ!" เมิ่งเหลียงเฉินโยนกระเป๋าทิ้งไปราวกับมันเป็นขยะ สั่งเสียงเข้มลอดไรฟัน
หวังเชารีบละล่ำละลักปลอบ "พี่เฉิน นั่นมันตุ๊กตาสาวน้อย 2D สุดที่รักของพี่เลยนะครับ..."
"หยุด! หุบปากเดี๋ยวนี้!" เมิ่งเหลียงเฉินพุ่งเข้าไปตะครุบปากผู้ช่วยหนุ่มไว้จนมิด เขามองซ้ายมองขวาด้วยความเลิ่กลั่กแล้วกระซิบสั่งอย่างอับอายว่า "ห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาดนะเว้ย!"
หวังเชาได้แต่พยักหน้าหงึกๆ พลางค้านในใจว่า ก็พี่เองไม่ใช่เหรอที่สั่งให้ผมพกติดตัวไปทุกที่ แถมยังบอกอีกว่าถ้าวันไหนไม่ได้นอนกอดน้องมิกุ พี่จะนอนไม่หลับน่ะ...
(จบบทที่ 2)