- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 290 - สองจอมจักรพรรดิมารปรากฏตัว! อัญเชิญหลิวเทียนเสวียน!
บทที่ 290 - สองจอมจักรพรรดิมารปรากฏตัว! อัญเชิญหลิวเทียนเสวียน!
บทที่ 290 - สองจอมจักรพรรดิมารปรากฏตัว! อัญเชิญหลิวเทียนเสวียน!
บทที่ 290 - สองจอมจักรพรรดิมารปรากฏตัว! อัญเชิญหลิวเทียนเสวียน!
หลี่เสวียนเพียงคนเดียวกดหัวพวกมหาจักรพรรดิมารจนอยู่หมัด
พลังต่อสู้อันแข็งแกร่ง ทำให้พวกมหาจักรพรรดิมารขวัญหนีดีฝ่อ!
แต่นี่ยังไม่จบแค่นี้
สิ่งที่หลี่เสวียนต้องการ ไม่ใช่แค่การกดดัน!
แต่เป็นการสังหารให้สิ้นซาก!
มหาจักรพรรดิมารหกคน เขาฆ่าไปแล้วสองคน ส่วนอีกสี่คนที่เหลือ ถ้าไม่ถูกเขาทำให้ขวัญเสียจนพลังใจถดถอยไปกว่าสามส่วน ก็ถูกเขาอัดจนบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว
เขามั่นใจว่าการจะฆ่ามหาจักรพรรดิมารสี่คนที่เหลือนี้ ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
เขาชักกระบี่ออกจากฝัก
ปราณกระบี่ปลิวว่อน แฝงไว้ด้วยพลังหมื่นลักษณ์อันไร้ที่สิ้นสุด!
แต่ทันใดนั้นเอง
จากในหุบเหวลึก ก็มีไอมารอันบ้าคลั่งสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมา บดขยี้ปราณกระบี่ของเขาจนแตกสลาย หลี่เสวียนเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า
"กะแล้วเชียว ว่ามันคงไม่ง่ายขนาดนั้น!"
ภายในหุบเหวลึก
มีร่างร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมา!
คนผู้นั้นสวมชุดคลุมยาวสีดำ สวมมงกุฎสีทองเหลืองอร่ามไว้บนศีรษะ
บนร่างมีเปลวเพลิงสีดำสนิทลุกโชน แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันเย่อหยิ่งจองหอง เมื่อมองดูเปลวเพลิงนั้นให้ดี จะพบว่ามันเกิดจากการควบแน่นของไอมารบริสุทธิ์ระดับสูง!
"จอมจักรพรรดิอ้าวเหยียน!"
พวกมหาจักรพรรดิมารตาเป็นประกาย
ผู้ที่มาเยือน คือจอมจักรพรรดิสายมาร!
แต่นี่ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้
เบื้องหลังของจอมจักรพรรดิอ้าวเหยียน ยังมีไอมารอันชั่วร้ายไหลเวียนออกมาอีกสายหนึ่ง
ไอมารนั้นแฝงไปด้วยความตายอันเข้มข้น ท่ามกลางไอมาร ปรากฏร่างสีดำสนิทร่างหนึ่ง ซึ่งมีปีกสีดำคู่หนึ่งงอกอยู่กลางหลัง
เมื่อสยายปีกออก กลิ่นอายแห่งความตายสีดำก็แผ่ปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน!
ทำให้โลกทั้งใบตกลงสู่เงามืดแห่งความตาย
"นั่นคือจอมจักรพรรดิปีกทมิฬ!"
"เยี่ยมไปเลย! จอมจักรพรรดิทั้งสองท่านปรากฏตัวแล้ว คราวนี้ข้าอยากจะรู้นักว่าไอ้เด็กนี่มันจะเอาอะไรมาอวดดีอีก!" บรรดามหาจักรพรรดิมารหัวเราะลั่น
พอเห็นแบบนี้ พวกเขาก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาทันที
ส่วนจอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนมองไปที่หลี่เสวียน แล้วฟาดเปลวเพลิงสีดำสายหนึ่งออกไป
เปลวเพลิงพุ่งทะลวงอากาศ แผดเผาทุกสรรพสิ่ง
หลี่เสวียนเร่งพลังค่ายกลกระบี่ขึ้นมาต้านทานเอาไว้
หลังจากการปะทะ หลี่เสวียนก็ถอยหลังไปหลายก้าว เปลวเพลิงสีดำสายนั้นก็สลายหายไปเช่นกัน เมื่อจอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนเห็นดังนั้นก็แววตาฉายความประหลาดใจ
"โอ้ เป็นแค่มหาจักรพรรดิสมบูรณ์แบบแต่กลับต้านทานการโจมตีของจอมจักรพรรดิได้ ไอ้หนู ฝีมือไม่เบาเลยนี่ มิน่าล่ะถึงทำให้พวกมหาจักรพรรดิมารหมดปัญญาได้"
พูดจบเขาก็กางนิ้วทั้งห้าออกคว้าจับกลางอากาศ
เปลวเพลิงสีดำสนิทค่อยๆ ควบแน่นกลายเป็นเกาทัณฑ์ยาวสีดำ!
จอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนง้างคันศร!
ดวงตาของพวกมารเป็นประกาย
"นั่นมันเกาทัณฑ์สุริยันทมิฬ! เป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของจอมจักรพรรดิอ้าวเหยียน! ตำนานเล่าว่าหากศรนี้ถูกยิงออกไป แม้แต่ดวงอาทิตย์ก็ยังร่วงหล่นได้!"
"ฮ่าๆ ต่อให้เป็นมหาจักรพรรดิที่แข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านทานพลังของเกาทัณฑ์นี้ได้หรอก!"
ส่วนหลี่เสวียนก็สัมผัสได้ถึงอานุภาพของเกาทัณฑ์สุริยันทมิฬเช่นกัน แววตาของเขาเป็นประกายวูบวาบ
ไม่ไกลออกไป บนเรือรบไท่ซวี
มู่หรงฉิงโยนกระบี่หลิงเทียนออกไป "ศิษย์พี่ รับกระบี่!"
กระบี่หลิงเทียนพุ่งเข้าสู่ค่ายกลกระบี่!
อานุภาพของค่ายกลกระบี่เพิ่มสูงขึ้นอีกเป็นกองในพริบตา!
ขณะเดียวกัน จอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนก็ได้ง้างสายเกาทัณฑ์สุริยันทมิฬจนสุด ลูกศรที่ควบแน่นจากเปลวเพลิงสีดำพุ่งทะยานแหวกอากาศออกไปแล้ว!
หลี่เสวียนขยับนิ้วกระบี่ ค่ายกลกระบี่เสริมพลังให้ปราณกระบี่ เขาคว้ากระบี่หลิงเทียนแล้วแทงสวนออกไป ปะทะเข้ากับลูกศรที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
ปัง!
คมกระบี่และหัวลูกศร ปะทะกันอย่างรุนแรง
คลื่นกระแทกแผ่ขยายออกไป ภูเขาและสายน้ำรอบๆ ระเบิดแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ!
หลี่เสวียนและจอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนต่างถูกกระแทกจนถอยร่นไปทั้งคู่
จอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนตกตะลึงอย่างมาก "ต่อให้เป็นจอมจักรพรรดิถ้ารับศรของข้าไปก็ต้องได้รับบาดเจ็บ นี่เจ้ากลับไม่เป็นอะไรเลยงั้นรึ?!"
เรื่องนี้ทำให้เขาช็อกสุดๆ
ส่วนจอมจักรพรรดิปีกทมิฬที่อยู่ข้างๆ แววตาแข็งกร้าวขึ้น เขากำหมัดกลางอากาศ ไอมารสีดำสนิทไหลเวียนมารวมกัน ก่อเกิดเป็นอาวุธที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายอันรุนแรง มันคือดาบมรณะสีเลือด!
คมดาบวูบไหว ราวกับมีวิญญาณแค้นนับไม่ถ้วนกำลังกรีดร้องและคร่ำครวญ!
"จอมจักรพรรดิอ้าวเหยียน ไอ้เด็กนี่ฝีมือร้ายกาจมาก ที่สำคัญที่สุดคือ มันเป็นแค่มหาจักรพรรดิสมบูรณ์แบบก็สามารถต่อกรกับจอมจักรพรรดิได้อย่างสูสี! หากปล่อยให้มันเติบโตไปจนถึงระดับจอมจักรพรรดิล่ะก็ สำหรับพวกเราแล้ว มันจะเป็นภัยคุกคามที่อันตรายถึงชีวิต!"
"ต้องฉวยโอกาสตอนที่มันยังไม่บรรลุถึงระดับนั้น สังหารมันทิ้งเสียที่นี่ ไม่อย่างนั้น... ภัยร้ายในภายภาคหน้าจะตามมาแน่!" จอมจักรพรรดิปีกทมิฬกล่าว
จอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง "พูดได้ถูกต้อง ไม่คิดเลยว่าเพิ่งจะทำลายผนึกออกมาก็มาเจอคู่ต่อสู้แบบนี้เข้าให้!
ประจวบเหมาะเลย ข้าจะขอใช้เลือดของมัน มาฉลองการทำลายผนึกของเผ่ามารพวกเราในวันนี้ก็แล้วกัน!"
บารมีของสองจอมจักรพรรดิระเบิดออก ครอบงำหลี่เสวียนเอาไว้
หลี่เสวียนถือกระบี่ ยืนหยัดอย่างมั่นคงไม่ถอยหนี ราวกับเทพกระบี่สถิตกลางนภา ไม่อาจมีผู้ใดล่วงละเมิดได้!
เพียงแต่ในใจของเขาก็แอบรู้สึกหวั่นๆ อยู่บ้าง
ยังไงเสีย เขาก็ยังไม่เคยสู้กับจอมจักรพรรดิพร้อมกันถึงสองคนมาก่อน
ที่สำคัญที่สุดคือ ในหุบเหวมารแห่งนี้ มีแค่จอมจักรพรรดิสองคนนี้จริงๆ หรือเปล่า ยังมีจอมจักรพรรดิคนอื่นที่ยังไม่โผล่หัวมาอีกไหม
สิ่งที่ไม่รู้ นี่แหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด!
การต่อสู้ครั้งใหญ่ พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ
แต่จู่ๆ หลี่เสวียนก็ชักจะไม่อยากสู้แล้วสิ
มันน่ารำคาญเกินไปหน่อย
ดูทรงแล้ว ถึงเขาจะชนะได้ ก็คงต้องเจ็บตัวไม่น้อยแน่ๆ
แล้วเขาก็เป็นพวกกลัวเจ็บซะด้วยสิ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วโยนกระบี่หลิงเทียนคืนให้มู่หรงฉิง
เมื่อทุกคนเห็นดังนั้นก็พากันประหลาดใจ
ทำอะไรน่ะ
มหาจักรพรรดิหลี่เสวียนทำไมจู่ๆ ถึงทิ้งกระบี่ไม่ยอมใช้แล้วล่ะ
หรือว่าเขาถอดใจยอมแพ้แล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ ผู้คนก็อดไม่ได้ที่จะหวาดผวา
ขนาดหลี่เสวียนยังยอมแพ้ แล้วพวกเขาจะไปเหลืออะไรล่ะ
"หึ ไอ้หนู ถือว่ารู้รักษาตัวรอดเป็นยอดคน แทนที่จะดิ้นรนขัดขืนให้ต้องเจ็บตัวเปล่าๆ สู้ยอมยื่นคอมาให้เชือดจะตายสบายกว่า"
จอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนกล่าวกลั้วหัวเราะ
ทว่าหลี่เสวียนกลับพยักหน้ารับ "เจ้าพูดถูก ยื่นคอให้เชือดย่อมตายสบายกว่าจริงๆ แต่ไม่ใช่ข้านะ เป็นพวกเจ้าต่างหาก"
"พวกเรางั้นรึ"
"ใช่แล้ว เพราะคู่ต่อสู้ที่พวกเจ้ากำลังจะได้เผชิญหน้า คือตัวตนที่พวกเจ้าไม่มีปัญญาจะต้านทานได้ยังไงล่ะ!" หลี่เสวียนประกาศกร้าว
"น่าขัน! บนดินแดนแห่งนี้ นอกจากเจ้าแล้ว จะมีใครกล้ามาต่อกรกับพวกเราได้อีก!" จอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนพูดอย่างหยิ่งผยอง
เขาใช้สัมผัสเทวะกวาดตรวจดูทั่วทั้งดินแดนแล้ว
และพบว่ามีผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิอยู่สองสามคนจริงๆ
แต่นอกจากหลี่เสวียนแล้ว มหาจักรพรรดิคนอื่นๆ ก็ไม่น่ากลัวเลยสักนิด!
เขากับจอมจักรพรรดิปีกทมิฬ ไม่ได้เห็นพวกนั้นอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ
เมื่อหลี่เสวียนเห็นดังนั้นก็ยิ้มบางๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ หยิบป้ายหยกที่หลิวเทียนเสวียนให้มาขึ้นมา "ถ้าอย่างนั้นก็จงเตรียมรับมือกับความหวาดกลัวด้วยตัวเองเถอะ!"
"ดูข้า อวิชาอัญเชิญขั้นสุดยอด! ท่านอาจารย์ช่วยข้าด้วย!!"
หลี่เสวียนถ่ายทอดพลังของตัวเองเข้าไปในป้ายหยก
ชั่วพริบตานั้น ป้ายหยกก็เปล่งประกายแสงเจิดจรัสไร้ที่เปรียบ!
แสงนั้นสว่างวาบบาดตา ยิ่งใหญ่ตระการตา!
และท่ามกลางแสงสว่างนั้น ร่างเงาของสตรีก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น นางมีผมสีขาวและดวงตาสีแดง รูปร่างสูงโปร่ง ท่วงท่าสง่างามดุจเซียนจุติ กลิ่นอายหลุดพ้นจากทางโลก
เมื่อเห็นนาง จอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนและจอมจักรพรรดิปีกทมิฬก็ขมวดคิ้ว
ก่อนจะพากันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "อะไรนะ นี่น่ะเหรอตัวตนที่แสนจะน่ากลัวที่ต้านทานไม่ได้ของเจ้า ตลกชะมัด!"
"ฮ่าๆ ข้าไม่รู้หรอกนะว่าอาจารย์ของเจ้ามีระดับพลังอยู่ขั้นไหน แต่ที่เจ้าอัญเชิญออกมามันก็แค่ร่างจำแลงของนางเท่านั้น! แค่ร่างจำแลงร่างเดียวคิดจะมาจัดการพวกเรา บนโลกนี้จะมีเรื่องตลกแบบนี้ได้ยังไงกัน"
"ไร้เดียงสา โง่เขลาสิ้นดี..."
ในขณะที่จอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนกำลังหัวเราะร่วนอยู่นั้น หลิวเทียนเสวียนที่ถูกอัญเชิญมาก็ปรายตามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าหมับ
พลังไอวิญญาณอันมหาศาลรวมตัวกันเป็นฝ่ามือยักษ์ บีบคว้าจอมจักรพรรดิอ้าวเหยียนเอาไว้ แล้วจับห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวทำให้เสียงหัวเราะของสองจอมจักรพรรดิหยุดชะงักไปในทันที!
เหมือนถูกบีบคออย่างกะทันหัน หัวเราะไม่ออกอีกต่อไป!
"เสี่ยวเสวียนจื่อ ที่เจ้าอัญเชิญข้าออกมา ก็เพื่อจะให้มาจัดการไอ้ขยะสองตัวนี้น่ะเหรอ" หลิวเทียนเสวียนเอ่ยเสียงเรียบ
สายตาที่นางมองสองจอมจักรพรรดิ ราวกับกำลังมองดูมดปลวกสองตัว
และพร้อมที่จะบดขยี้พวกมันให้แหลกคามือได้ทุกเมื่อ!
[จบแล้ว]