- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 210 - บรรพชนมังกรวารีทมิฬปรากฏตัว! ยังซ่อนไพ่ตายไว้อีกเท่าไหร่กัน!
บทที่ 210 - บรรพชนมังกรวารีทมิฬปรากฏตัว! ยังซ่อนไพ่ตายไว้อีกเท่าไหร่กัน!
บทที่ 210 - บรรพชนมังกรวารีทมิฬปรากฏตัว! ยังซ่อนไพ่ตายไว้อีกเท่าไหร่กัน!
บทที่ 210 - บรรพชนมังกรวารีทมิฬปรากฏตัว! ยังซ่อนไพ่ตายไว้อีกเท่าไหร่กัน!
"นี่คือความแข็งแกร่งของพวกเจ้างั้นหรือ น่าผิดหวังเสียจริง!"
หลี่เสวียนมองบรรพชนเทียนจี๋แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
บรรพชนเทียนจี๋จ้องมองเขา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "จะ เจ้าเป็นตัวประหลาดอะไรกันแน่! เป็นแค่จอมอริยะแท้ๆ ทำไมถึงมีพลังอำนาจได้ถึงเพียงนี้!!"
"ระดับพลังบำเพ็ญ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตัวกำหนดความแข็งแกร่งเสมอไปนะ มีชีวิตอยู่มาตั้งนาน พวกเจ้ายังไม่รู้เรื่องแค่นี้อีกหรือ ช่างน่าขายหน้าจริงๆ"
หลี่เสวียนส่ายหน้าไปมา
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป ยกกระบี่ยาวที่เพิ่งแย่งมาจากนักกระบี่คนนั้นชี้ไปที่บรรพชนเทียนจี๋ เจตจำนงกระบี่พวยพุ่ง ดุดันและน่าครั่นคร้าม!
ต่อให้บรรพชนเทียนจี๋จะมีเกราะรบกึ่งจักรพรรดิคอยปกป้อง
แต่หลี่เสวียนก็มั่นใจว่าเขาสามารถสังหารอีกฝ่ายได้!!
ทว่าในขณะที่เขากำลังจะลงมือ บนท้องฟ้าก็บังเกิดเมฆดำทะมึนม้วนตัวอย่างรุนแรง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน
แรงกดดันนี้รุนแรงยิ่งกว่ามหาจอมอริยะไร้ขอบเขตเสียอีก
หลี่เสวียนหรี่ตาลงเล็กน้อย "โอ้ ยังมียอดฝีมือซ่อนอยู่อีกงั้นหรือ!"
ขณะที่เขากำลังประหลาดใจ ดรรชนีกระบี่ก็ควบแน่นเตรียมพร้อมรับมือ
เมฆดำแหวกออกเป็นสองฝั่ง จากนั้นมังกรวารีทมิฬตัวหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏกายขึ้น กลิ่นอายปีศาจอันเข้มข้นแผ่กระจายออกมา!
คนของเผ่ามังกรวารีทมิฬพอเห็นอีกฝ่ายก็ดีใจจนแทบคลั่ง
"นะ นั่นท่านบรรพชนนี่นา!!"
"เยี่ยมไปเลย!"
"ท่านบรรพชนมาแล้ว ดูเหมือนว่าท่านบรรพชนจะยังไม่ทอดทิ้งพวกเราสินะ!"
หลี่เสวียนมองมังกรวารีทมิฬตัวนั้นแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย "โอ้ เผ่ามังกรวารีทมิฬ ยังมีบรรพชนอย่างเจ้าหลงเหลืออยู่อีกหรือเนี่ย"
บรรพชนมังกรวารีทมิฬจ้องมองหลี่เสวียนเขม็ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เดิมทีข้าไม่อยากจะฝ่าฝืนกฎของสำนักเพื่อลงมือเลย แต่หลี่เสวียน เจ้าทำเกินไปแล้วจริงๆ!
บรรพชนอย่างข้า จะนิ่งดูดายต่อไปไม่ได้อีกแล้ว!
วันนี้ ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ซึ้งว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า!!"
กฎของสำนักงั้นหรือ
บรรพชนมังกรวารีทมิฬผู้นี้ ยังเป็นคนของสำนักใดสำนักหนึ่งด้วยหรือเนี่ย หรือว่าจะเป็นขุมกำลังระดับจักรพรรดิที่ซ่อนตัวอยู่!
ทุกคนลอบคิดในใจ รู้สึกตื่นตระหนกไม่น้อย นึกไม่ถึงเลยว่าการจัดการกับหลี่เสวียนในครั้งนี้ จะดึงดูดขุมกำลังระดับจักรพรรดิให้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย
หลี่เสวียนมีปราณกระบี่ไหลเวียนอยู่รอบกาย เขามองบรรพชนมังกรวารีทมิฬตรงหน้าแล้วยิ้มบางๆ "ยังไงตอนนี้ก็มีคนอยากจะฆ่าข้าตั้งเยอะแยะอยู่แล้ว จะมีงูน้อยอย่างเจ้าเพิ่มมาอีกสักตัว ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก อยากจะสู้ก็เข้ามาเลย!"
งูน้อยงั้นหรือ
บรรพชนมังกรวารีทมิฬโกรธจัด ตวัดกรงเล็บตะปบออกไปทันที!
กลิ่นอายปีศาจพวยพุ่ง ทำเอาห้วงมิติแทบจะพังทลายลงมา!
หลี่เสวียนกำกระบี่แน่น อัดพลังทั้งหมดลงไป แล้วฟันออกไป ปะทะเข้ากับกรงเล็บยักษ์สีดำนั้นอย่างจัง!
ชั่วพริบตา หลี่เสวียนก็ถูกกระแทกจนถอยหลังไปนับสิบก้าว
กระบี่ยาวในมือถึงกับส่งเสียงกรอบแกรบ แตกละเอียดเป็นชิ้นๆ!
หลี่เสวียนหรี่ตาลงเล็กน้อย "โอ้ ระดับพลังนี้... กึ่งจักรพรรดิ!"
มังกรเฒ่าตรงหน้านี้ คือยอดฝีมือระดับกึ่งจักรพรรดิ!!
บรรพชนเทียนจี๋และคนอื่นๆ ตาเป็นประกายทันที
"เยี่ยมไปเลย นึกไม่ถึงว่าเผ่ามังกรวารีทมิฬจะมีบรรพชนระดับกึ่งจักรพรรดิอยู่ด้วย ซ่อนตัวได้มิดชิดจริงๆ!"
"มีผู้อาวุโสท่านนี้อยู่ด้วย ยังต้องกลัวว่าจะจัดการหลี่เสวียนไม่ได้อีกหรือ"
"ใช่แล้ว ต่อให้หลี่เสวียนจะเก่งแค่ไหน เขาก็เป็นแค่จอมอริยะ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบรรพชนระดับกึ่งจักรพรรดิ เขาไม่มีทางสู้ได้หรอก!"
ส่วนทางด้านบรรพชนมังกรวารีทมิฬเองก็แววตาไหววูบด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
กรงเล็บเมื่อครู่นี้ ถึงแม้เขาจะไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ แต่ก็ใช้ไปอย่างน้อยห้าส่วน แน่นอนว่าจอมอริยะทั่วไปไม่มีทางรับมือได้อย่างเด็ดขาด
ไม่สิ
ต่อให้เป็นมหาจอมอริยะไร้ขอบเขตก็รับมือไม่ไหว!
แต่หลี่เสวียนกลับทำได้ แถมยังไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยด้วย
ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกาจของหลี่เสวียนมาบ้าง แต่วันนี้เมื่อได้เห็นกับตาตัวเอง เขาถึงได้รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ร้ายกาจเหนือคำบรรยายจริงๆ!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น แววตาของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
"หลี่เสวียน ต่อจากนี้ข้าจะใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อสังหารเจ้าให้จงได้!"
บรรพชนมังกรวารีทมิฬประกาศกร้าว
จากนั้นร่างกายของมันก็ค่อยๆ ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา เกล็ดบนตัวส่องประกายมืดมิดสะท้อนแสงแดด
ราวกับจะกลืนกินแสงสว่างทั้งหมดบนโลกให้หายไป!
จากนั้น ร่างกายอันมหึมาของมันก็เริ่มหดเล็กลง
เพียงไม่นานก็กลายร่างเป็นครึ่งคนครึ่งมังกร ถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูไม่น่าเกรงขามเท่าร่างมังกรยักษ์เมื่อครู่นี้
แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า บรรพชนมังกรวารีทมิฬในร่างนี้ น่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่านัก!
ฟุ่บ!
บรรพชนมังกรวารีทมิฬหายวับไปในพริบตา ก่อนจะไปโผล่อยู่ตรงหน้าหลี่เสวียน
มันตวัดกรงเล็บทั้งห้าตะปบลงมา ราวกับจะฉีกกระชากห้วงมิติให้ขาดสะบั้น
กรงเล็บมังกรคู่นั้น ในเวลานี้ได้กลายเป็นสุดยอดศาสตราวุธที่แข็งแกร่งและดุดันที่สุดเท่าที่หลี่เสวียนเคยเห็นมา มันกระหน่ำโจมตีเข้าใส่อย่างไม่หยุดหย่อน
หลี่เสวียนใช้วิชาตัวเบาหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายไปได้หลายสิบกระบวนท่า
ก่อนจะคว้้ากระบี่เล่มหนึ่งกลางอากาศขึ้นมาป้องกันการโจมตีของอีกฝ่าย
แต่ก็เกิดเสียงดังกังวานขึ้น กระบี่เล่มนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ!
หลี่เสวียนถูกกระแทกจนถอยหลังไปหลายก้าว ส่วนบรรพชนมังกรวารีทมิฬก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสให้หลุดมือ พุ่งทะยานตามมาติดๆ หลี่เสวียนประสานนิ้วเป็นดรรชนีกระบี่ ชักนำกระบี่นับหมื่นเล่มให้รวมตัวกันเป็นกระแสน้ำกระบี่ พุ่งถล่มเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว!!
"ระเบิดพลังความมืด!!"
บรรพชนมังกรวารีทมิฬแผดเสียงคำรามต่ำ ซัดฝ่ามือออกไป พลังความมืดอันเข้มข้นถูกอัดแน่นอยู่ภายใน ก่อนจะระเบิดเข้าใส่กระบี่นับหมื่นเล่มนั้น
ชั่วพริบตาเดียว
กระบี่เหล่านั้นก็แตกกระจายอย่างบ้าคลั่ง! เพียงเสี้ยววินาที กระบี่นับร้อยนับพันเล่มก็กลายเป็นเพียงเศษเหล็ก!
ต่อให้เป็นสิ่งที่เรียกว่าศาสตราจอมราชันย์ หรือศาสตราอริยะก็ไม่เว้น!
กรงเล็บคู่นั้นของบรรพชนมังกรวารีทมิฬ น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว เมื่อบวกกับระดับพลังกึ่งจักรพรรดิของเขา มีเพียงศาสตราอริยะระดับสูงสุดเท่านั้นถึงจะต้านทานได้
"หลี่เสวียน เจ้ามีศาสตราจักรพรรดิอยู่ไม่ใช่หรือไง งัดมันออกมาสิ!"
บรรพชนมังกรวารีทมิฬตวาดลั่น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนถึงนึกขึ้นมาได้ว่าในมือของหลี่เสวียนยังมีทวนอสุราอยู่
นั่นมันศาสตราจักรพรรดิเชียวนะ!
แต่หลี่เสวียนกลับยังไม่ได้นำออกมาใช้เลยจนถึงตอนนี้!
ทำไมกัน
หลี่เสวียนยิ้มบางๆ "ยังไม่ถึงเวลา"
"ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าเจ้าจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน!"
บรรพชนมังกรวารีทมิฬหัวเราะร่า ก่อนจะบุกโจมตีต่อไป
มันตวัดกรงเล็บทั้งสองข้างไปมา อานุภาพดุดันจนถึงขีดสุด!
และสามารถกดดันหลี่เสวียนให้ตกเป็นรองได้สำเร็จ
ผู้คนในสำนักสู่เซียนเห็นดังนั้นก็รู้สึกร้อนใจดั่งไฟเผา มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มองออกว่า ถึงแม้หลี่เสวียนจะเสียเปรียบ แต่เขาก็ยังไม่ถึงขั้นพ่ายแพ้ ศึกครั้งนี้ ใครจะเป็นผู้ชนะ ยังยากที่จะคาดเดา!
และบรรพชนมังกรวารีทมิฬก็มองออกเช่นกัน
หลี่เสวียนดูเหมือนจะตกเป็นรอง แต่ในขณะที่เขารับมือกับมัน เขากลับไม่แสดงอาการลุกลนเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่า... รับมือได้อย่างใจเย็นและสุขุมสุดๆ
"สู้กันมาถึงขนาดนี้แล้ว เขายังมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่อีกงั้นหรือ"
บรรพชนมังกรวารีทมิฬรู้สึกตกใจ
ส่วนบรรพชนเทียนจี๋ก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาเช่นกัน
เขาหันไปมองบรรพชนแห่งสำนักค่ายกลเก้ามังกรที่อยู่ไม่ไกล อีกฝ่ายกำลังใช้ระฆังเก้ามังกรสะกดค่ายกลหมื่นยันต์เอาไว้ แต่มันก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว
เขาตระหนักได้ทันที "แย่แล้ว มันกำลังถ่วงเวลา!! หากค่ายกลถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง เมื่อมันอาศัยพลังจากค่ายกล มันก็จะไม่เกรงกลัวกึ่งจักรพรรดิอีกต่อไป!"
นั่นมันค่ายกลระดับจักรพรรดิเลยนะ
หากถึงตอนนั้น
บรรพชนมังกรวารีทมิฬอาจจะต้องมาจบชีวิตลงที่นี่ก็ได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น บรรพชนเทียนจี๋ก็จ้องมองแผ่นหลังของหลี่เสวียนเขม็ง ฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายกำลังถอยร่น ลอบโจมตีทันที!
เขาถึงกับยอมลดตัวลงมาลอบกัด!
หลี่เสวียนสัมผัสได้ถึงอันตราย แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
บรรพชนเทียนจี๋ซัดฝ่ามือเข้าที่กลางหลังของเขา ส่งผลให้เลือดลมในร่างปั่นป่วนจนแทบจะกระอักเลือดออกมา ร่างของเขากระเด็นลอยออกไป
บรรพชนเทียนจี๋เห็นดังนั้นก็ตาเป็นประกาย "โอกาสมาถึงแล้ว! รุมมันเลย!"
คนที่เหลือเมื่อเห็นโอกาสทอง ก็พากันกรูกันเข้าไปหาทันที
แต่หลี่เสวียนกลับไม่สะทกสะท้าน เขาหยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมากิน
นั่นก็คือโอสถอมตะสร้างสรรค์!
โอสถเม็ดนี้ ตราบใดที่ผู้ฝึกยุทธ์ยังมีลมหายใจอยู่ ก็สามารถฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว
ต่อให้เป็นมหาจอมอริยะก็ไม่มีข้อยกเว้น
ชั่วพริบตาเดียว
บาดแผลของหลี่เสวียนก็หายเป็นปลิดทิ้ง พลังกลับมาเต็มเปี่ยมเหมือนช่วงท็อปฟอร์ม!
ทุกคนเห็นดังนั้นก็ถึงกับยืนอ้าปากค้าง
ไอ้หมอนี่ ยังซ่อนไพ่ตายไว้อีกเท่าไหร่กันเนี่ย??
[จบแล้ว]