- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 180 - อาจารย์ผู้เกรี้ยวกราด! กระดูกจอมราชันย์จุติใหม่!
บทที่ 180 - อาจารย์ผู้เกรี้ยวกราด! กระดูกจอมราชันย์จุติใหม่!
บทที่ 180 - อาจารย์ผู้เกรี้ยวกราด! กระดูกจอมราชันย์จุติใหม่!
บทที่ 180 - อาจารย์ผู้เกรี้ยวกราด! กระดูกจอมราชันย์จุติใหม่!
เมื่อมองเห็นสำนักสู่เซียนอยู่ตรงหน้า หลี่เสวียนก็รู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว
ต่อให้โลกภายนอกจะสวยงามและน่าตื่นเต้นแค่ไหน
แต่ไม่มีที่ไหนจะทำให้อุ่นใจได้เท่ากับถิ่นของตัวเองอีกแล้ว
ทว่าในขณะที่หลี่เสวียนรู้สึกชิล มู่หรงฉิงที่ตามหลังมากลับมีท่าทีประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
เพราะสำหรับนางแล้ว ที่นี่คือสถานที่ใหม่ที่ไม่รู้จักใครเลยแม้แต่คนเดียว
หลี่เสวียนสังเกตเห็นความกังวลของนางจึงเอื้อมมือไปกุมมือนางไว้พร้อมรอยยิ้ม "ศิษย์น้อง ไม่ต้องกังวลไปหรอก คนที่นี่ใจดีกันทุกคน"
"และที่สำคัญที่สุดคือมีศิษย์พี่คนนี้อยู่ด้วย รับรองว่าเจ้าจะปรับตัวได้ในเวลาไม่นานแน่นอน"
คำพูดนั้นทำให้มู่หรงฉิงผ่อนคลายลงบ้าง
นั่นสินะ
ขอเพียงมีท่านศิษย์พี่อยู่ข้างๆ นางก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น
ขนาดความโหดร้ายและคำถากถางในวังหลวงตั้งหลายปีนางยังผ่านมาได้เลย... สถานการณ์ที่นี่คงไม่แย่ไปกว่านั้นหรอก
นางเดินตามหลี่เสวียนขึ้นสู่ยอดเขาเทียนเสวียน ทัศนียภาพอันเขียวขจีที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตปรากฏแก่สายตา
สมุนไพรวิเศษขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ ป่าไผ่สั่นไหวตามสายลม
ช่างเป็นสถานที่ที่สงบและงดงามราวกับภาพวาด
หลี่เสวียนตะโกนลั่นทันทีที่มาถึง "ข้ากลับมาแล้วโว้ย!"
ทว่ากลับไม่มีวี่แววของศิษย์น้องหรือบรรดากระต่ายวิ่งออกมาต้อนรับอย่างที่เขาคาดไว้
สิ่งเดียวที่ตอบกลับมาคือเสียงใบไผ่เสียดสีกันตามแรงลม
หลี่เสวียนถึงกับยืนงง
อ้าว?
ทุกคนหายไปไหนกันหมด?
เขาลองมองไปที่รังกระต่ายก็ไม่เห็นทั้งชิงชิงและเฮยเยว่
เขาเดินสำรวจไปรอบๆ ก็พบแต่ความว่างเปล่า ฝุ่นที่เริ่มจับอยู่บนโต๊ะแสดงให้เห็นว่าที่นี่ไม่มีคนอยู่มาสักพักใหญ่ๆ แล้ว
"อย่าบอกนะว่าแม้แต่ท่านอาจารย์ก็แอบหนีไปเที่ยวด้วยน่ะ?"
เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะพามู่หรงฉิงเดินมุ่งหน้าไปที่ถ้ำบำเพ็ญเพียรของหลิวเทียนเสวียน
ที่หน้าถ้ำ ต้นไผ่สีม่วงยังคงพริ้วไหวไปมา
"ท่านอาจารย์! ข้าพาศิษย์น้องคนใหม่มาพบท่านแล้วขอรับ"
"เข้ามาสิ"
เสียงอันแสนขี้เกียจของหลิวเทียนเสวียนดังแว่วออกมา
หลี่เสวียนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ท่านอาจารย์ยังอยู่จริงๆ ด้วย
นึกแล้วเชียว ยัยอาจารย์สายเนิร์ดคนนี้นอกจากนอนแล้วคงไม่คิดจะขยับตัวไปไหนหรอก
ภายในถ้ำ
ภาพที่ปรากฏยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน หลิวเทียนเสวียนนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงสีชมพูในชุดผ้าบางๆ ที่เผยให้เห็นสัดส่วนอันเย้ายวน
นางเพิ่งจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับหาวคำโตอย่างไม่รักกิริยา
เส้นผมสีเงินสลวยพาดผ่านหัวไหล่ที่เนียนละเอียด แววตาที่เป็นสีแดงทับทิมคู่สวยจ้องมองมาที่หลี่เสวียนและมู่หรงฉิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง
มู่หรงฉิงจ้องมองหญิงสาวผมขาวคนนี้ด้วยความตะลึง นี่หรือคือท่านอาจารย์ของนาง??
ภาพลักษณ์ของอาจารย์ที่เป็นชายชราเครายาวดูน่าเลื่อมใสในจินตนาการของนางพังทลายลงในพริบตา
"เข้ามาใกล้ๆ สิ"
หลิวเทียนเสวียนกวักมือเรียกมู่หรงฉิง
นางหันไปมองหลี่เสวียน ซึ่งเขาก็พยักหน้าให้กำลังใจ
หลิวเทียนเสวียนเบ้ปากใส่หลี่เสวียน "ทำไม? กลัวข้าจะจับนางกินหรือไง?"
มู่หรงฉิงค่อยๆ เดินเข้าไปหาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
หลิวเทียนเสวียนยื่นมือที่เรียวงามออกมาเชยคางนางขึ้นมาพิจารณา แววตาแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
"น่าสนใจจริงเชียว อดีตที่เคยหยิ่งผยองจนไม่เห็นหัวใคร แถมยังตั้งชื่อตัวเองว่าหลิงเทียน (เหนือสวรรค์) แต่ตอนนี้กลับมีสภาพที่ดูขี้อายและน่าเอ็นดูขนาดนี้เลยหรือเนี่ย" หลิวเทียนเสวียนพูดพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย
มู่หรงฉิงทำหน้าฉงน
นางไม่เข้าใจเลยว่าสิ่งที่อาจารย์พูดนั้นหมายถึงอะไร
ทว่าทันใดนั้นเอง สีหน้าของหลิวเทียนเสวียนก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด นางเอื้อมมือไปสัมผัสที่หน้าอกของมู่หรงฉิง ทำเอาเด็กสาวหน้าแดงก่ำเพราะถูกสัมผัสในจุดที่ล่อแหลม
แต่พอนึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงเหมือนกัน นางจึงยอมยืนนิ่งไม่ถอยหนี
หลิวเทียนเสวียนขมวดคิ้วแน่น "กระดูกจอมราชันย์ชิ้นนี้ไม่ใช่ของเจ้า! มันเป็นของเจ้าเด็กเสวียนจื่อ! นี่เจ้าไปโดนใครขุดกระดูกมางั้นหรือ? เล่ามาให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้!"
"เรื่องมันเป็นอย่างนี้ขอรับ..."
หลี่เสวียนรีบก้าวเข้ามาอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
หลังจากฟังจบ เป็นครั้งแรกที่หลี่เสวียนเห็นใบหน้าของหลิวเทียนเสวียนมืดมนลงขนาดนี้
นางแค่นเสียงเย็นชา "ขุดกระดูกตัวเองช่วยคนอื่นงั้นหรือ? เสวียนจื่อ เจ้าช่างกล้าหาญเกินตัวจริงๆ นะ แถมยังทำเรื่องบ้าบิ่นขนาดนี้ท่ามกลางวงล้อมศัตรูนับแสนอีก!"
"ท่านอาจารย์ ตอนนั้นสถานการณ์มันคับขันจริงๆ ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่นา"
หลี่เสวียนตอบพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ
"เหอะ"
หลิวเทียนเสวียนยังคงมีอารมณ์กรุ่นๆ นางปรายตามองมู่หรงฉิงที่กำลังยืนทำตัวไม่ถูกแล้วเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าออกไปรอด้านนอกก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยกับศิษย์พี่ของเจ้าเป็นการส่วนตัว"
"รับทราบเจ้าค่ะ"
มู่หรงฉิงพยักหน้าแล้วเดินออกจากถ้ำไปอย่างว่าง่าย
"แล้วกระดูกเดิมของนางล่ะ?"
หลิวเทียนเสวียนถามเสียงเย็น
หลี่เสวียนหยิบกระดูกกระบี่จอมราชันย์ที่ขุดคืนมาจากมู่หรงเยว่ออกมา หลิวเทียนเสวียนรับมันไปก่อนจะออกแรงบีบจนมันแตกละเอียดคามือ!
เศษซากของกระดูกจอมราชันย์นั้นกลายเป็นกลุ่มพลังงานสีทองที่เข้มข้น
ก่อนที่นางจะซัดพลังงานนั้นกลับเข้าไปในหน้าอกของหลี่เสวียนอย่างรวดเร็ว
พริบตานั้น หลี่เสวียนสัมผัสได้ว่ากระดูกจอมราชันย์ที่เขาเคยขุดออกไป กำลังงอกเงยและจุติใหม่ขึ้นมาด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพียงครู่เดียวช่องว่างที่เคยโหว่อยู่ในอกก็ถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์
หลี่เสวียนอุทานด้วยความทึ่ง "กระดูกจอมราชันย์... มันงอกใหม่ได้ด้วยหรือ?!"
"นั่นคือสิ่งที่คนเขาขนานนามว่าเป็น 'จอมราชันย์โดยกำเนิด' คิดว่ามันจะถูกพรากไปได้ง่ายๆ ขนาดนั้นเชียวหรือ? ขอเพียงมีเจตจำนงที่แข็งแกร่งและวาสนาที่เหมาะสม กระดูกจอมราชันย์ก็ย่อมงอกใหม่ได้เสมอ!
แต่ข้าดูนิสัยขี้เกียจของเจ้าแล้ว ต่อให้ผ่านไปทั้งชาติเจ้าก็คงทำให้นมันงอกใหม่เองไม่ได้หรอก ข้าเลยช่วยสงเคราะห์ให้เจ้าสักหน่อย"
หลิวเทียนเสวียนกล่าวเสียงเรียบ
หลี่เสวียนได้ยินแบบนั้นก็รีบปั้นหน้าประจบสอพลอทันที "ท่านอาจารย์ช่างเก่งกาจและมีเมตตาสูงล้ำจริงๆ มีท่านอยู่ข้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรอีกแล้ว!"
"นี่คือเหตุผลที่เจ้ากล้าไปทำเรื่องเสี่ยงตายแบบนั้นใช่ไหม?"
หลิวเทียนเสวียนถามต่ออย่างรู้ทัน
หลี่เสวียนรู้ว่านางยังโกรธอยู่ จึงเดินเข้าไปคว้าชายเสื้อของนางมาเขย่าเบาๆ พลางออดอ้อน "ท่านอาจารย์ ข้าก็แค่ไม่อยากเห็นศิษย์น้องตายไปต่อหน้าต่อตานี่นา ข้าสัญญาว่าคราวหน้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วเจ้าค่ะ... เอ่อ... ขอรับ!"
เมื่อเห็นลูกศิษย์คนโปรดทำท่าทางอ้อนวอนเหมือนเด็กน้อย หลิวเทียนเสวียนก็ถึงกับมุมปากกระตุก
เจ้าเด็กนี่...
กล้าดีมาใช้มุกอ้อนแบบนี้กับข้าเรอะ?!
นางถลึงตาใส่เขาด้วยความหมั่นไส้
"ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าได้แล้ว! เห็นหน้าเจ้าแล้วข้าปวดหัว!"
"รับทราบขอรับ!"
หลี่เสวียนยิ้มกริ่ม รู้ดีว่านางหายโกรธแล้ว
เขารีบชิ่งออกจากถ้ำไปในพริบตา
ที่ด้านนอก
มู่หรงฉิงยังคงยืนรออยู่ใต้ต้นไผ่ม่วงด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ
ทันทีที่เห็นหลี่เสวียนเดินออกมา นางก็รีบวิ่งเข้าไปหา "ท่านศิษย์พี่ ท่านอาจารย์โกรธท่านมากเพราะเรื่องที่ท่านยกกระดูกให้ข้าใช่ไหมเจ้าคะ?"
หลี่เสวียนลูบหัวนางพร้อมเสียงหัวเราะ "ไม่ต้องห่วงหรอก ท่านอาจารย์น่ะโกรธข้า แต่ไม่ได้โกรธเจ้าสักหน่อย"
"แต่มันเป็นเพราะข้า..."
นางยังคงรู้สึกผิด
หลี่เสวียนตัดบทนางทันที "ถ้าน้องรู้สึกผิดจริงๆ ละก็ สิ่งที่ควรทำคือตั้งใจฝึกฝนให้หนัก นั่นคือการตอบแทนศิษย์พี่ที่ดีที่สุดแล้วล่ะ"
มู่หรงฉิงฟังแล้วก็น้ำตาคลอด้วยความตื้นตัน
เขาเสียสละได้แม้กระทั่งกระดูกของตนเองโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ แถมยังคาดหวังให้ความช่วยเหลือนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้ตัวนางก้าวหน้า
ความอ่อนโยนของเขามันช่างยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ญาติพี่น้องคนไหนจะทำให้ได้
นางปาดน้ำตาพร้อมมองสบตาเขาด้วยความแน่วแน่ "ท่านศิษย์พี่ ท่านวางใจได้เลย ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน
ข้าจะใช้กระดูกจอมราชันย์ที่ท่านมอบให้ สร้างชื่อเสียงให้เกรียงไกรไปทั่วหล้า!
ข้าจะไม่ยอมให้การเสียสละของท่านต้องสูญเปล่าเด็ดขาด"
หลี่เสวียนยิ้มอย่างอ่อนโยน "แบบนี้สิถึงจะสมกับเป็นศิษย์น้องของข้า"
เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ในเมื่อกระดูกจอมราชันย์มันงอกใหม่ได้
แล้วถ้าวันหนึ่ง กระดูกกระบี่จอมราชันย์เดิมของมู่หรงฉิงงอกใหม่ขึ้นมาควบคู่ไปกับกระดูกที่เขามอบให้...
นางก็จะมีกระดูกจอมราชันย์ถึงสองชิ้นในร่างเดียวเลยน่ะสิ!
มู่หรงฉิงที่ครอบครองกระดูกเทพถึงสองอย่างจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันนะ...
ข้านี่มันช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ!
[จบแล้ว]