- หน้าแรก
- ตำนานอนุบาลอุลตร้าแมน กับระบบทุบไข่กู้โลก
- (ฟรี) บทที่ 300 - พวกนายไม่เข้าใจนักปรัชญาเลยสักนิด
(ฟรี) บทที่ 300 - พวกนายไม่เข้าใจนักปรัชญาเลยสักนิด
(ฟรี) บทที่ 300 - พวกนายไม่เข้าใจนักปรัชญาเลยสักนิด
(ฟรี) บทที่ 300 - พวกนายไม่เข้าใจนักปรัชญาเลยสักนิด
◉◉◉◉◉
ไป๋หลี่หยวนไม่ได้เพียงแค่รับมือกับนินจาเท่านั้น แต่เขายังต้องคอยระวังปีศาจแมงมุมสาวที่อาจจะซ่อนตัวอยู่ด้วย
แม้ว่าการจัดการกับระดับเงินจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับไป๋หลี่หยวน แต่การที่อีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็ทำให้ไป๋หลี่หยวนรับมือได้ค่อนข้างลำบาก
เมื่อมองดูไข่ระดับทองแดงเจ็ดใบและระดับเงินอีกเจ็ดใบในมิติเก็บของ ไป๋หลี่หยวนก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
บางทีเขาอาจจะลองท้าทายศัตรูระดับทองคำดูบ้างแล้วล่ะ
ผ่านทางเครื่องมือสื่อสาร ไป๋หลี่หยวนก็ได้รับรู้สถานการณ์คร่าวๆ ของเหล่าโปเกมอนในตอนนี้ โปเกมอนบางตัวจับกลุ่มกัน บางตัวก็ฉายเดี่ยว แต่ตอนนี้พวกมันล้วนผ่านการต่อสู้มาแล้วหลายครั้ง มีทั้งแพ้และชนะ ส่วนของรางวัลที่ได้รับก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
ที่สำคัญที่สุดคือเหล่าโปเกมอนบอกว่าการต่อสู้แบบนี้มันสนุกมาก แถมพวกมันยังได้เรียนรู้อะไรอีกเยอะแยะเลย
คนที่สู้กับเหล่าโปเกมอนสามารถดูออกได้จากอุปกรณ์บนตัวของโปเกมอนว่าพวกมันมีเจ้าของแล้ว หลังจากสู้เสร็จถ้าพวกเขาแพ้ก็จะยอมมอบรางวัลให้แต่โดยดี หรือต่อให้ชนะก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย ท้ายที่สุดแล้วโปเกมอนก็เป็นแค่สัตว์พันธสัญญา ไม่ใช่ตัวจริงเสียหน่อย
นอกจากไข่สุ่มแล้ว โปเกมอนก็ไม่ได้พลาดของรางวัลอื่นๆ ไปเลยแม้แต่อย่างเดียว
ไม่ได้มีแค่ไป๋หลี่หยวนคนเดียวหรอกนะที่ปล่อยให้สัตว์พันธสัญญาแยกย้ายกันไปฝึกฝน ผู้ใช้ตราสัญลักษณ์คนอื่นๆ ก็มีความคิดแบบเดียวกัน
อย่างเช่นบาชาโมก็บังเอิญไปเจอศัตรูที่เป็นสัตว์พันธสัญญาเหมือนกัน และผลลัพธ์สุดท้ายก็คือบาชาโมเตะอีกฝ่ายจนสลบเหมือดไป
ในตอนนี้ ในด้านของการต่อสู้ทางกายภาพ โปเกมอนที่ใกล้เคียงกับเลโอมากที่สุดก็คือบาชาโม เลโอถนัดวิชาเตะ บาชาโมเองก็เช่นกัน ตอนนี้ทักษะการต่อสู้ของบาชาโมได้เป็นรูปเป็นร่างแล้ว แถมยังเริ่มก้าวเดินไปบนเส้นทางของตัวเอง โดยสามารถคิดค้นวิชาเตะที่คล้ายกับเลโอคิกขึ้นมาได้ แม้จะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิชานี้ช่วยยกระดับความแข็งแกร่งของบาชาโมให้พุ่งทะยานขึ้นไปอีกขั้น
ต่อให้ระดับจะต่างกันนิดหน่อย แต่แค่เตะทีเดียว บาชาโมก็สามารถส่งคู่ต่อสู้ปลิวขึ้นฟ้าไปได้สบายๆ
แต่ในอาคารไร้เงาแห่งนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไม้ตายเด็ดแบบนั้นหรอก
ไม่ได้มีแค่บาชาโมเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นไป๋หลี่หยวนหรือคนอื่นๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในอาคารไร้เงาแห่งนี้ เวลาต่อสู้แม้จะดูดุเดือด แต่พวกเขาจะไม่มีทางงัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้กันง่ายๆ อย่างแน่นอน
สู้กันอย่างดุเดือด แต่งัดไม้ตายออกมาไม่หมด นี่คือสถานการณ์การต่อสู้ที่เกิดขึ้นในอาคารไร้เงา
ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็มาที่นี่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และฝึกฝน ไม่ได้เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันเสียหน่อย จะสู้กันเอาเป็นเอาตายไปทำไมล่ะ
โดยปกติแล้วทั้งสองฝ่ายจะสู้กันแค่พอรู้แพ้รู้ชนะ ยกเว้นแต่ว่าจะเกิดบันดาลโทสะใส่กันจริงๆ
แม้แต่ไป๋หลี่หยวนก็ยังไม่ได้ใช้พลังจิตหรือความสามารถอื่นๆ เลย สิ่งที่เขานำมาใช้ส่วนใหญ่ก็คือทักษะการต่อสู้ทางกายภาพต่างๆ
ภายใต้ความกดดันจากการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ทักษะการต่อสู้ของไป๋หลี่หยวนกลับถูกขัดเกลาให้เฉียบคมยิ่งขึ้น
การฝึกซ้อมกับโปเกมอนและเฟิ่งหยวน แม้จะกดดันและช่วยพัฒนาฝีมือได้มาก แต่เมื่อเทียบกับการต่อสู้จริง มันก็ยังขาดความรู้สึกของการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์จริงอยู่ดี
ไป๋หลี่หยวนประเมินว่าหากเขาไม่ใช้พลังอื่นๆ ด้วยสภาพร่างกายระดับหกสิบและทักษะการต่อสู้ของเขา เขาอสามารถเผชิญหน้ากับโปเกมอนระดับต่ำกว่าห้าสิบได้สบายๆ
แม้ไป๋หลี่หยวนจะเป็นเผ่าพันธุ์อุลตร้า แต่เขาก็ยังอยู่ในวัยเด็ก หากโตเป็นผู้ใหญ่ ไป๋หลี่หยวนในระดับเดียวกันสามารถบดขยี้โปเกมอนในระดับเดียวกันได้สบายๆ
เรื่องนี้ไป๋หลี่หยวนเองก็จนปัญญาเหมือนกัน
ไป๋หลี่หยวนคิดว่าบางทีเขาควรจะลองหาวิธีที่ทำให้ตัวเองเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วดูบ้าง
แต่เรื่องนี้ไป๋หลี่หยวนก็ทำได้แค่คิดเท่านั้นแหละ การวิวัฒนาการและการเติบโตของสิ่งมีชีวิตมันเป็นเรื่องยากที่จะฝืนธรรมชาติ ปัญหาในการเร่งการเจริญเติบโตของตัวเองมันยากพอๆ กับการแก้ปัญหาความบกพร่องทางยีนของเขานั่นแหละ
ต่อให้เขาค้นคว้าข้อมูลในห้องสมุดมาสี่ห้าวันแล้ว ไป๋หลี่หยวนก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยแม้แต่น้อย
ในตอนที่ไป๋หลี่หยวนกำลังจะลงมือกับศัตรูระดับทองคำคนแรก เชตูก็โทรศัพท์เข้ามาพอดี
"ฮัลโหล อาจารย์ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ"
"คุณแมรี่หายตัวไปแล้ว" แม้น้ำเสียงของเชตูจะยังคงราบเรียบไร้อารมณ์ แต่ไป๋หลี่หยวนก็สัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งในน้ำเสียงของเขา
"ห๊ะ" ไป๋หลี่หยวนชะงักไป
แมรี่หายตัวไปงั้นเหรอ
"วันนี้คุณแมรี่กลับมาดึกมาก ฉันกับมู่จี๋ก็เลยออกไปตามหาตามเส้นทางที่คุณแมรี่ไปเป็นประจำ และในที่สุดพวกเราก็เจอกระเป๋าช้อปปิ้งกับกระเป๋าเงินของคุณแมรี่ในตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง แต่ไม่พบตัวคุณแมรี่เลย ฉันแจ้งหน่วยยามรักษาการณ์แล้ว และฉันกำลังจะออกไปตามหาคุณแมรี่ มู่จี๋ก็จะไปด้วย กำหนดการกลับของเราต้องเลื่อนออกไปก่อน ช่วงนี้เธออย่าเพิ่งออกจากห้องสมุดนะ อาคาโมอิไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ เรื่องนี้ฉันจะติดต่อไปหาผู้อำนวยการแอนดี้ด้วยตัวเอง แล้วจะแจ้งให้ทราบอีกทีว่ามีแผนยังไงต่อไป แค่นี้นะ" เชตูเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกำชับไป๋หลี่หยวน ก่อนจะวางสายไปโดยไม่รอให้ไป๋หลี่หยวนได้เอ่ยปากพูดอะไรเลย
เวลานี้เชตูกับมู่จี๋กำลังอยู่ในตรอกที่แมรี่เกิดเรื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่สืบสวนจากหน่วยยามรักษาการณ์ยืนอยู่ข้างๆ ส่วนมู่จี๋ที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าสักชิ้นก็ถูกเจ้าหน้าที่ยามรักษาการณ์สองคนขวางเอาไว้
"คุณครับ กรุณาตามพวกเราไปที่หน่วยยามรักษาการณ์ด้วยครับ"
"ถ้าคุณยอมใส่เสื้อผ้าก่อนก็คงจะดีมากเลยนะครับ!"
"พวกนายไม่เข้าใจนักปรัชญาเลยสักนิด" มู่จี๋แย้ง
"แต่พวกเราคิดว่าคุณเป็นพวกโรคจิตมากกว่านะครับ"
เชตู "..."
เชตูไม่ได้สนใจมู่จี๋กับหน่วยยามรักษาการณ์ที่กำลังเถียงกันอยู่ข้างๆ เขาขมวดคิ้วกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อประเมินสถานการณ์
สถานะของแมรี่ไม่ได้ธรรมดาเลย แม้พลังการต่อสู้จะไม่สูง แต่นางก็ไม่ใช่คนธรรมดา แมรี่คือผู้ที่เคยได้รับรางวัลความสำเร็จตลอดชีพ หากย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน แมรี่ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง แม้แต่ตอนนี้ ฐานะของแมรี่ในสังคมก็ยังมีคนให้ความเกรงใจอยู่ไม่น้อย
การหายตัวไปอย่างกะทันหันของแมรี่ย่อมส่งผลกระทบไม่ใช่น้อย
ไม่ใช่แค่เชตูที่คิดเรื่องนี้ได้ แต่หัวหน้าหน่วยยามรักษาการณ์ก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกัน
"คุณเชตูครับ จากการสืบสวนเบื้องต้น คนร้ายน่าจะเป็นปีศาจแมงมุมสาวตามที่มีข่าวลือกันครับ" หัวหน้าหน่วยยามรักษาการณ์เดินเข้ามาหาเชตูพร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ปีศาจแมงมุมสาวงั้นเหรอ" เชตูขมวดคิ้ว เขาย่อมรู้เรื่องข่าวลือของปีศาจแมงมุมสาวดี แต่ว่า...
"ปีศาจแมงมุมสาวไม่ได้เล่นงานแต่ผู้ชายหรอกเหรอ" เชตูหันไปถามหัวหน้าหน่วย
ทว่าหัวหน้าหน่วยกลับส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับคุณเชตู จากข้อมูลล่าสุดที่เรารวบรวมมาได้ พบว่าปีศาจแมงมุมสาวไม่ได้เลือกเหยื่อเป้าหมายตามเพศ เพียงแต่ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อน้อยกว่าเท่านั้น และสถานที่ที่ลงมือมักจะเป็นตามตรอกซอกซอยหรือบริเวณเปลี่ยว ซึ่งผู้หญิงที่เข้าไปในสถานที่เหล่านั้นมีจำนวนไม่มากครับ" หัวหน้าหน่วยอธิบาย ความหมายก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเมื่อผู้หญิงเข้าไปในสถานที่เหล่านั้นน้อย โอกาสตกเป็นเหยื่อก็น้อยตามไปด้วย
สีหน้าของเชตูยิ่งดูเคร่งเครียดขึ้นไปอีก
"แต่ข่าวดีในตอนนี้ก็คือ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากคนที่ถูกจับตัวไปครับ มีแค่การหายตัวไปเท่านั้น ดังนั้นยังมีความหวังที่จะช่วยพวกเขากลับมาได้ครับ" หัวหน้าหน่วยพยายามพูดปลอบใจ
"ยิ่งปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไปเท่าไหร่ อันตรายก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น" เชตูส่ายหน้าพลางกล่าว
"เรื่องนี้คุณวางใจได้เลยครับ หน่วยยามรักษาการณ์ของเราตามรอยปีศาจแมงมุมสาวได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็แค่ระบุตำแหน่งที่ชัดเจนของปีศาจแมงมุมสาวให้ได้ เราก็จะสามารถจับกุมตัวอีกฝ่ายได้แล้วล่ะครับ"
"อีกฝ่ายอยู่ที่ไหน" เชตูถาม
"มีสถานที่ที่อีกฝ่ายอาจจะใช้เป็นที่ซ่อนตัวอยู่หลายแห่ง แต่หลังจากคัดกรองแล้ว สถานที่ที่อีกฝ่ายน่าจะใช้เป็นที่ซ่อนตัวมากที่สุดก็คือ... ถนนเก่าทางตอนเหนือของเมืองครับ!"
[จบแล้ว]