- หน้าแรก
- ดราก้อนบอล ระบบฮาเร็มคริสตัลของโบรลี่
- บทที่ 70 - จุดกำเนิดความงมงาย
บทที่ 70 - จุดกำเนิดความงมงาย
บทที่ 70 - จุดกำเนิดความงมงาย
บทที่ 70 - จุดกำเนิดความงมงาย
"ตาน้ำไม่มีปัญหาเลย"
มันก็ต้องไม่มีปัญหาอยู่แล้วล่ะ เล่นระเบิดซะกลายเป็นทะเลสาบกลางหุบเขาไปแล้วนี่นา
ต่อให้เส้นทางน้ำใต้ดินมันจะอยู่ลึกแค่ไหน แต่มันก็คงไม่ลึกลงไปจนถึงตีนเขาหรอกมั้ง
"ถ้าอย่างนั้น ก็ถือว่าขุดตาน้ำสำเร็จแล้วใช่ไหม"
โบรลี่เอ่ยถาม
"สำเร็จแล้วล่ะ"
บาตูนันพยักหน้ารัวๆ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป อุตส่าห์ดันทุรังพยายามจะพลิกฟื้นแม่น้ำสายนี้มาตั้งสิบปี แต่พอมาเจอกับโบรลี่ แค่เลือกลงมือขุดจุดแรกก็แจ็กพอตแตกซะแล้ว
แต่ถ้าจะพูดให้ถูก คงต้องบอกว่าตู้หมุนรางวัลมันโดนไอ้เด็กตรงหน้าทุบจนพังยับเยิน แล้วเจ้าตัวก็เอามือล้วงเข้าไปหมุนวงล้อให้รูปรางวัลมันเรียงตรงกันเอาเองซะมากกว่า
"แล้วแบบนี้แม่น้ำจะกลับมามีน้ำไหลในเร็วๆ นี้เลยหรือเปล่า"
โบรลี่ถามต่อ
"คงไม่เร็วขนาดนั้นหรอก ถ้าคำนวณจากความเร็วในการไหลของน้ำ อย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาสักสิบวันถึงครึ่งเดือนนั่นแหละ แม่น้ำคาติซีมันแห้งขอดมานานมาก ชั้นดินบริเวณร่องแม่น้ำก็หนาเตอะ ถ้าอยากจะให้น้ำไหลท่วมจนมองเห็นได้จากผิวดิน อย่างน้อยๆ ดินเบื้องล่างก็ต้องดูดซับน้ำจนอิ่มตัวซะก่อน"
"มีวิธีทำให้มันเร็วขึ้นไหมล่ะ"
"ถ้าเป็นวิธีการของคนปกติทั่วไปคงทำไม่ได้หรอกนะ แต่ถ้าเป็นเธอล่ะก็ น่าจะพอมีหวังอยู่ ถ้าเธอสามารถขุดตาน้ำแบบนี้ (ทะเลสาบกลางหุบเขา) ตามเส้นทางน้ำใต้ดินบนที่สูงจุดอื่นๆ ได้อีก แล้วขุดคลองเชื่อมตาน้ำพวกนั้นเข้ากับร่องแม่น้ำ มันก็น่าจะช่วยเร่งความเร็วได้เยอะเลยล่ะ"
"ถ้างั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ พวกเราไปขุดกันต่อเถอะ ลุงช่วยชี้เป้ามาเลย เดี๋ยวฉันจะยิงพลังใส่เอง พวกเรามาร่วมมือกันสร้างความยิ่งใหญ่ ขุดตาน้ำที่นี่ให้มันเยอะๆ ไปเลย"
"ลูกพี่โบรลี่คะ อาหารใกล้จะเสร็จแล้วนะ จะไม่ทานข้าวก่อนเหรอคะ"
ตอนแรกโบรลี่กะจะแบกบาตูนันขึ้นบ่าแล้วเหาะไปเลย แต่พอได้ยินเสียงเรียกของสึคุชิ เขาก็รีบทิ้งตัวลงมานั่งแหมะอยู่ที่เดิมทันที
ต่อให้ฟ้าจะถล่มดินจะทลาย ก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการกินข้าวหรอกนะ
เรื่องขุดตาน้ำน่ะเอาไว้กินข้าวอิ่มแล้วค่อยไปทำก็ยังไม่สาย ไม่ต้องรีบร้อนอะไรหรอก
ระหว่างที่กำลังหม่ำอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เด็กคนอื่นๆ ก็คอยคีบอาหารส่งให้โบรลี่เป็นเรื่องปกติ
พอกลุ่มนักขุดบ่อน้ำที่อยู่ไม่ไกลเห็นภาพนั้น พวกเขาก็ซุบซิบอะไรกันบางอย่าง ก่อนจะมีคนเดินเอาอาหารมาประเคนให้โบรลี่บ้าง
"เอ๊ะ นี่ให้ฉันเหรอ"
จู่ๆ ก็โดนพวกนักขุดบ่อน้ำเอาอาหารมาถวาย โบรลี่ก็เลยรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย
"ครับ นี่คือของที่ผมขอเป็นตัวแทนจากทุกคนตรงนู้น นำมาถวายให้ท่านครับ"
นักขุดบ่อน้ำที่นำอาหารมาให้มีท่าทีนอบน้อมสุดๆ เขาค่อยๆ บรรจงวางอาหารสารพัดอย่างลงตรงหน้าโบรลี่อย่างเบามือ
"ขอบใจมากนะ พวกนายเนี่ยเป็นคนดีกันจริงๆ เลย"
โบรลี่แจกการ์ดคนดีให้ตามธรรมเนียม ถึงแม้อาหารของพวกนักขุดบ่อน้ำจะดูไม่น่ากินเท่าฝีมือการทำอาหารของสึคุชิ แต่มันก็คืออาหาร ขอแค่มันเป็นของกินและรสชาติไม่ขมปี๋ โบรลี่ก็พร้อมจะฟาดเรียบโดยไม่เกี่ยงงอน พร้อมกับซาบซึ้งใจในความเอื้อเฟื้อของคนที่เอามาให้ด้วย
พอได้รับคำขอบคุณ นักขุดบ่อน้ำคนนั้นก็เกิดอาการตื่นเต้นดีใจสุดขีด เขารีบคุกเข่าโขกศีรษะให้โบรลี่อยู่หลายครั้ง ก่อนจะวิ่งหน้าบานกลับไปรวมกลุ่มกับพรรคพวก
"ฉันได้รับพรแล้ว ฉันได้รับพรจากท่านแล้ว..."
ท่ามกลางกลุ่มคน ชายคนนั้นเอาแต่พึมพำประโยคแปลกๆ ที่ฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ออกมา
"พวกเขาเป็นอะไรกันไปหมดน่ะ"
โบรลี่รู้สึกงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก เขาหยิบหมั่นโถวแป้งหยาบๆ ขึ้นมากัดกินหน้าตาเฉย
ข้างในหมั่นโถวมีแตงกวาดองสับชิ้นเล็กๆ ยัดไส้เอาไว้ รสชาติมันก็อร่อยเกินคาดเหมือนกันแฮะ
"พวกเขายกย่องให้เธอเป็นเทพเจ้าไปแล้วน่ะสิ สำหรับคนที่ทำอาชีพขุดบ่อน้ำในแคว้นคาติซี ถึงแม้พวกเขาจะไม่ค่อยงมงายกับคำสอนของลัทธิเทพแห่งโอเอซิสสักเท่าไหร่ แต่มันก็ต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจกันบ้าง อย่างเช่นความเชื่อเรื่องเจ้าที่เจ้าทางอะไรเทือกนั้น"
บาตูนันพูดอธิบาย พลางวางเสบียงแห้งของตัวเองลงตรงหน้าโบรลี่ด้วยอีกคน
"ลุงทำอะไรน่ะ"
โบรลี่ถามด้วยความสงสัย
"ปกติแล้วฉันเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าหรอกนะ แต่วันนี้พอได้เห็นภาพที่เธอขุดตาน้ำด้วยการระเบิดภูเขา แถมยังเหาะเหินเดินอากาศได้ ฉันก็ชักจะรู้สึกว่าตัวเองคงต้องหันมาพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูบ้างแล้วล่ะ"
พูดจบบาตูนันก็ยกมือขึ้นพนมไหว้โบรลี่ปะหลกๆ ปากก็พึมพำสวดมนต์ด้วยความเลื่อมใส "ข้าแต่โบรลี่เบื้องบน ขอท่านเทพไซย่าจงคุ้มครอง"
โบรลี่ทำหน้างงหนักกว่าเดิม
"ลูกพี่กลายเป็นเทพเจ้าไปแล้วเหรอครับ"
"เปล่าซะหน่อย"
"ตอนที่หนูไปเดินซื้อของในเมือง หนูบังเอิญเห็นพวกลัทธิเทพแห่งโอเอซิสกำลังเปิดรับคนเข้าลัทธิอยู่พอดี ตอนนั้นหนูก็โดนดึงตัวไปเยี่ยมชมลัทธิของพวกนั้นด้วย ดูเหมือนว่าพวกสาวกจะชอบบริจาคเงินทองกับอาหารให้กับเทพเจ้าที่พวกเขาเคารพบูชากันด้วยนะคะ"
สึคุชิเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมาเมื่อวันก่อนตอนที่ออกไปจ่ายตลาดให้ฟัง
"ขอท่านเทพไซย่าจงคุ้มครอง ฉันว่าฉันลองเปลี่ยนอาชีพไปเป็นเทพเจ้าดูบ้างก็น่าจะดีนะ"
โบรลี่ตีหน้าขรึม แล้วรีบพูดขึ้นมาทันที
"ถ้าอย่างนั้น หนูขอเป็นสาวกที่ซื่อสัตย์ที่สุดของลูกพี่เองค่ะ"
โพนี่รีบเสนอตัวด้วยความดีใจ
"ไม่ได้ๆ สาวกที่ซื่อสัตย์ที่สุดต้องเป็นผมสิครับ"
เด็กๆ เริ่มเปิดศึกเถียงกันแย่งตำแหน่งสาวกเบอร์หนึ่ง
"นี่พวกเธอไม่ได้คิดจะตั้งลัทธิขึ้นมาเล่นๆ กันจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย"
เมอร์เรดสัมผัสได้ถึงกลิ่นทะแม่งๆ ก็เลยรีบเบรกความคิดนั้นเอาไว้ก่อน
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ"
นาจาโชสวนกลับทันควัน เขาคือแฟนคลับเบอร์หนึ่งผู้ซื่อสัตย์ของโบรลี่อยู่แล้ว
ถ้าการก่อตั้งลัทธิ (แฟนคลับ) จะสามารถดึงดูดให้ผู้คนมารุมล้อมและยกย่องลูกพี่ได้มากขึ้น
แล้วเรื่องอะไรพวกเขาจะไม่ทำล่ะ
"ถึงตอนนั้น อาคาเมะ เธอสามารถรับตำแหน่งเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ประจำลัทธิได้เลยนะ"
สึคุชิตักหัวไชเท้าตุ๋นเข้าปาก แล้วก็โพล่งประโยคนี้ขึ้นมา
"สตรีศักดิ์สิทธิ์คืออะไรเหรอ"
อาคาเมะถามทั้งที่ในปากยังเคี้ยวมันฝรั่งตุ๋นแก้มตุ่ย
"ก็คือผู้หญิงที่อุทิศร่างกายและจิตวิญญาณทั้งหมดเพื่อรับใช้เทพเจ้าไงล่ะ"
กรีนผู้รอบรู้เป็นคนช่วยอธิบายความหมายให้ฟัง
"ต้องอุทิศทุกอย่างให้เทพเจ้าเลยเหรอ ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้นด้วยล่ะ"
อาคาเมะบ่นพึมพำโต้แย้งทันที
"แต่เทพเจ้าองค์ที่ว่าก็คือลูกพี่โบรลี่นะ"
"อ๋อ ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่ว่าฉันคงยอมยกน้องสาวของฉันให้เขาไม่ได้หรอกนะ"
"แต่คุโรเมะก็เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์เหมือนกันนะ"
"งั้นฉันก็ยกพี่สาวของฉันให้เขาไม่ได้เหมือนกันแหละ"
"เอ๊ะ นี่พวกเธอไม่ได้เป็นปีก (ภรรยา) ด้วยกันหรอกเหรอ"
ไมน์ถามด้วยความแปลกใจ เธอยังจำภาพบาดตาบาดใจตอนที่เห็นทั้งสามคนทำท่ากางปีกนกอินทรีอินทัวร์อยู่ในห้องพักได้ติดตา
"พวกเราเป็นปีกก็จริง แต่นี่พี่สาว (น้องสาว) ของฉันนะ เรื่องอะไรจะยอมปล่อยให้ไปเป็นพี่สาว (น้องสาว) ของเขาด้วยล่ะ"
อาคาเมะกับคุโรเมะตอบกลับมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"สตรีศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ ฟังดูเป็นตำแหน่งที่ไม่เลวเลยแฮะ แต่ฉันชอบการต่อสู้และการล่าสัตว์มากกว่า งั้นฉันขอใช้ชื่อว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งการต่อสู้ หรือไม่ก็สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งการล่าสัตว์ก็แล้วกัน"
เอสเดธลูบคางครุ่นคิด ดูเหมือนเธอจะคิดฉายานำหน้าชื่อตำแหน่งของตัวเองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
เมอร์เรด "..."
ดูท่าทางไอ้เด็กพวกนี้จะเอาจริงแฮะ กะจะปั้นลัทธิขึ้นมาเป็นตัวเป็นตนเลยใช่ไหมเนี่ย
"แล้วถ้าเป็นฉัน ฉันควรจะเรียกว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งการลอบสังหารดีไหมนะ"
เมอร์เรดเริ่มคล้อยตาม เธอกำลังคิดว่าตัวเองก็ควรจะมีฉายาเท่ๆ นำหน้าชื่อเหมือนกัน
"เสียใจด้วยนะเมอร์เรด เธอไม่น่าจะถูกนับรวมอยู่ในหมวดหมู่ของสตรีศักดิ์สิทธิ์หรอก"
แต่ไมน์กลับดับฝันของเธอซะงั้น
"ทำไมล่ะ"
"เพราะสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการยอมรับจากลูกพี่โบรลี่อย่างเป็นทางการ ตอนนี้ก็น่าจะมีแค่พวกเราไม่กี่คนนี่แหละ"
ไมน์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง พลางชี้นิ้วไล่ไปที่อาคาเมะ คุโรเมะ เอสเดธ และก็ตัวเธอเอง
"ฉันก็อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้เหมือนกันนะ"
เมอร์เรดรีบร้อนเสนอตัว
"ต้องขอโทษด้วยนะ แต่ลูกพี่ปฏิเสธการอุทิศตัวของเธอไปแล้วล่ะ"
คุโรเมะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้กันเป็นรูปกากบาทเพื่อยืนยันการปฏิเสธ
"ไม่เป็นไรหรอกนะพี่เมอร์เรด พี่ก็เป็นแค่สาวกธรรมดาๆ ไปก่อนก็ได้นี่นา"
อาคาเมะพูดปลอบใจ
เมอร์เรด "..."
[สาวกธรรมดาบ้าบออะไรล่ะ นังเด็กแสบพวกนี้บังอาจมาจับมือเป็นพันธมิตรกีดกันฉันงั้นเหรอ รอให้ฉันเผด็จศึกโบรลี่ได้เมื่อไหร่ล่ะก็ แม่จะสั่งสอนให้รู้สำนึกเลยคอยดู]
เมอร์เรดเคี้ยวเนื้อตุ๋นในปากอย่างเคียดแค้น แต่คิดไปคิดมาใบหน้าของนักฆ่าสาวก็เริ่มแดงซ่านขึ้นมาซะอย่างนั้น เธอมองไปที่พวกอาคาเมะแล้วก็หลุดส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ
"คุณหนูคะ ช่วยรักษากิริยาอาการหน่อยเถอะค่ะ สภาพคุณหนูตอนนี้มันดูเหมือนตาลุงโรคจิตไม่มีผิดเลยนะคะ"
คาสซานดราแทบจะทนดูไม่ได้ เธอต้องงัดเอามือที่สามออกมาหยิบกระดาษทิชชูไปซับน้ำลายที่ยืดเยิ้มอยู่มุมปากของเมอร์เรด
เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างมื้ออาหาร และด้วยแรงบันดาลใจจากการกราบไหว้บูชาของเหล่านักขุดบ่อน้ำ ลัทธิเทพไซย่าก็ได้รับการก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการท่ามกลางวงสนทนาของกลุ่มเด็กๆ
พอกินข้าวอิ่ม โบรลี่ก็ไปยกก้อนหินก้อนเบ้อเริ่มมาวางแหมะไว้ตรงทางเชื่อมระหว่างตาน้ำกับร่องแม่น้ำ เพื่อเตรียมจะฝากฝีไม้ลายมือทิ้งชื่อเอาไว้เป็นที่ระลึกข้างๆ ตาน้ำ (ทะเลสาบกลางหุบเขา) แห่งนี้
"ลุงบาตูนัน ลุงจะลงชื่อจริงของลุงไว้ด้วยไหม"
ระหว่างที่กำลังจะเริ่มสลักตัวหนังสือลงบนหิน จู่ๆ โบรลี่ก็หันไปถามบาตูนันที่ยืนอยู่ข้างๆ
ก็แหม ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเคยลั่นวาจาเอาไว้ว่า ชื่อของเขาจะต้องถูกจารึกไว้เป็นชื่อแรกสุดนี่นา
"ไม่ล่ะๆๆ ท่านลงชื่อของท่านไปคนเดียวก็พอแล้วครับ"
บาตูนันรีบปฏิเสธพัลวัน การเปิดตาน้ำแห่งนี้มันเป็นผลงานของโบรลี่ล้วนๆ เขาไม่มีหน้าจะเอาชื่อตัวเองไปแปะคู่กันหรอก