- หน้าแรก
- ดราก้อนบอล ระบบฮาเร็มคริสตัลของโบรลี่
- บทที่ 50 - ใช้ฝีมือผูกมิตร
บทที่ 50 - ใช้ฝีมือผูกมิตร
บทที่ 50 - ใช้ฝีมือผูกมิตร
บทที่ 50 - ใช้ฝีมือผูกมิตร
"บัดซบ ได้เปรียบขนาดนี้ยังแพ้ได้อีกเรอะ"
"ไม่รู้ทำไมแฮะ ฉันแทงพนันข้างอเล็กซ์นะ แต่พอเห็นไอ้หมอนั่นลงไปกองแบบนั้น ฉันกลับรู้สึกสะใจชะมัด"
"เยี่ยมมาก โบรลี่"
บนอัฒจันทร์ในลานประลองหลัก ทันทีที่กรรมการประกาศผลการแข่งขันคู่ที่สี่จบ เสียงเซ็งแซ่ก็ดังระงมไปทั่ว
มีทั้งคนที่ร่วมแสดงความยินดีกับเด็กชายที่คว้าชัยชนะมาได้ และคนที่ก่นด่าอเล็กซ์ว่างี่เง่าเต่าตุ่น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการกระทำของอเล็กซ์เมื่อครู่นี้สร้างความไม่พอใจให้กับคนหมู่มาก
พอเขามาตกม้าตายกะทันหันแบบนี้ ก็เลยทำให้ใครหลายคนสะใจไปตามๆ กัน
แน่นอนว่ายังมีพวกผีพนันที่เสียพนันจนตาแดงก่ำ พวกเขาไม่ได้มองว่าความพ่ายแพ้ของอเล็กซ์เป็นเพราะฝีมือของโบรลี่เลยสักนิด แต่มองว่าเป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของตัวอเล็กซ์เองต่างหาก ถึงได้โยนชัยชนะที่ใสสะอาดทิ้งไปดื้อๆ
เทียบกับความโกรธแค้นเด็กชายที่ชนะมาได้ด้วยความโชคดี พวกเขาเกลียดขี้หน้าไอ้โง่อเล็กซ์นั่นมากกว่า เสียดายที่ตอนนี้อยู่ในงานประลองยุทธ์ ไม่งั้นป่านนี้คงมีใครสักคนคว้ามีดไปแทงอเล็กซ์ที่นอนสลบเหมือดเพราะเป้าแตกไปแล้วแหงๆ
"ความประมาทเป็นศัตรูตัวฉกาจของนักสู้ อเล็กซ์นี่มันไอ้โง่ของแท้เลย"
ในโซนนักสู้ บรรดาผู้เข้าแข่งขันที่เห็นฉากพลิกล็อกเมื่อครู่ ต่างก็วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน
[ประมาทจริงๆ งั้นเหรอ]
เอสเดธขมวดคิ้วพลางคิดในใจ ความเร็วในการโจมตีจุดตายที่จู่ๆ ก็ปะทุขึ้นมาในวินาทีสุดท้ายของเด็กคนนั้น เธอเห็นเต็มสองตาเลยล่ะ
ถึงแม้ระยะห่างและมุมมองจะทำให้เอสเดธมองเห็นการโจมตีนั้นไม่ถนัดนัก แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่ามันมีอะไรแปลกๆ ซ่อนอยู่ แค่อธิบายไม่ถูกว่ามันแปลกตรงไหน
ไม่ไกลออกไปนัก เมอร์เรดไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติอะไรเลย เธอแค่คิดว่าเด็กคนนั้นคงรีดเร้นพลังแฝงเฮือกสุดท้ายออกมาสู้
การรีดเร้นพลังแฝงแบบนี้เป็นเรื่องปกติมากในการฝึกฝนนักฆ่า ก็อย่างว่าแหละ หมาจนตรอกยังหันมาแว้งกัดเลย
โบรลี่ถูกเจ้าหน้าที่หามลงจากเวทีด้วยเปลหาม โดยให้นอนคว่ำหน้าลง ไมน์เคยกำชับไว้ว่าร่างกายของเขาไร้รอยขีดข่วน ทางที่ดีพยายามอย่าให้ใครเข้ามาสังเกตเห็นสภาพร่างกายใกล้ๆ จะดีที่สุด
ทันทีที่โบรลี่ถูกหามมาถึงห้องพยาบาลของงานประลองยุทธ์ ไมน์ก็นำทีมเพื่อนซี้บุกเข้ามาในฐานะญาติสนิทมิตรสหายทันที เธออ้างว่าพวกเขารู้จักกับหมอเทวดาอยู่แล้ว จึงปฏิเสธการตรวจรักษาจากหมอประจำสนามแข่ง ก่อนที่แก๊งเด็กน้อยจะช่วยกันหามลูกพี่ของตัวเองหนีเตลิดไป
"บ้าชะมัด ไม่ยอมเชื่อฝีมือพวกเรา แต่ดันไปเชื่อพวกหมอเถื่อนข้างนอกซะงั้น"
หมอประจำงานประลองยุทธ์รู้สึกเหมือนโดนหยามหน้า แต่ในเมื่อตัวนักสู้เองไม่ยอมรับการรักษา พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากบ่นกระปอดกระแปดไปสองสามคำ จะให้ไปบังคับกักขังคนไข้ไว้รักษาก็คงไม่ใช่เรื่อง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เด็กสาวผมยาวสีฟ้าน้ำแข็งเดินก้าวเข้ามาในห้องพยาบาล หลังจากที่เอสเดธเข้ามาแล้ว เธอก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อไม่พบเป้าหมายที่ตามหา จึงเอ่ยถามขึ้นมาว่า "นักสู้ที่เพิ่งถูกหามเข้ามาเมื่อกี้อยู่ไหนแล้วล่ะ"
"ญาติของเขามารับตัวไปแล้วล่ะ เห็นบอกว่ารู้จักหมอเทวดาข้างนอก เลยพาไปรักษาที่นั่นแล้ว"
หมอช่วยอธิบายให้ฟัง
"ดูเหมือนฉันจะมาสายไปสินะ"
เอสเดธหันขวับไป ก็เห็นเมอร์เรดในชุดสุดหวิวยืนอยู่ข้างประตู
"ไง เธอเองก็สนใจเขาเหมือนกันเหรอ"
เมอร์เรดเอามือทัดผมที่ข้างหูพลางเอ่ยถามเอสเดธ
"ฉันแค่มีเรื่องอยากจะยืนยันให้แน่ใจหน่อยน่ะ"
เอสเดธตอบกลับ
"แล้วเธอล่ะ กะจะมาสืบข้อมูลคู่ต่อสู้ของวันพรุ่งนี้ล่วงหน้างั้นเหรอ"
เธอถามกลับบ้าง
"เปล่า ฉันแค่ถูกใจเขา อยากได้เขามาเป็นลูกน้องของฉันก็เท่านั้นเอง"
เมอร์เรดตอบอย่างตรงไปตรงมา
"น่าเสียดายนะ เขามีคนมารับตัวไปซะแล้ว"
"ฉันรู้แล้วน่า"
ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรต่อ เอสเดธเดินสวนเมอร์เรดออกไป
เธอกลับไปที่โซนนักสู้ในลานประลองหลัก เพื่อเฝ้าดูการแข่งขันรอบสิบหกคนสุดท้ายเพื่อคัดเลือกแปดคนต่อไป เธออยากรู้ว่าจะมีคู่ต่อสู้คนไหนที่ทำให้เธอรู้สึกตื่นตาตื่นใจได้อีกบ้าง
แต่น่าเสียดาย หลังจากทนดูจนจบการแข่งขันคู่ที่แปด เอสเดธก็ไม่พบผู้เข้าแข่งขันคนที่สามที่คู่ควรให้เธอสนใจเลย
คนแรกที่สะดุดตาเธอคือเมอร์เรดจากกลุ่มที่ห้า ซึ่งจัดการคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดายเหมือนกัน แถมยังเป็นผู้เข้าแข่งขันหญิงอายุสิบสองปีเท่ากันอีกต่างหาก
คนที่สองคือโบรลี่ที่อายุน้อยกว่าเธอ ถึงแม้ว่าฟอร์มการชกจะดูห่วยแตกไปหน่อย แต่ความเร็วในการลงมือจู่โจมจุดตายในวินาทีสุดท้ายนั่น กลับทำให้เธอรู้สึกสนใจขึ้นมา
เอสเดธครุ่นคิดพลางเดินออกจากลานประลองหลักไป
หลังจากเดินออกมาข้างนอกและเลี้ยวเข้าตรอกแคบๆ จู่ๆ เธอก็หยุดฝีเท้าลง
"ใครน่ะ"
เธอเอ่ยถามพลางเอียงคอสี่สิบห้าองศามองไปด้านหลัง
"ฉันเอง ฉันโบรลี่จากกลุ่มที่เจ็ดไง"
โบรลี่ในสภาพพันแผลรอบตัวปรากฏตัวขึ้นที่นี่ เขาตั้งใจมาหาเอสเดธโดยเฉพาะ
"นายเองเหรอ ฟื้นตัวจนเดินเหินได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"
เอสเดธถามด้วยความสงสัย
"ต้องขอบคุณหมอเทวดาที่พวกเรารู้จักน่ะ"
โบรลี่หลบตาเอสเดธ พลางพูดโกหกตามที่ไมน์สอนมาเป๊ะๆ
"นายนี่มันจอมโกหก"
จู่ๆ เอสเดธก็โพล่งขึ้นมา
"เอ๊ะ"
"ตัวนายไม่มีกลิ่นเลือดเลยสักนิด ทั้งที่โดนซัดน่วมคาเวทีขนาดนั้น มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่มีกลิ่นเลือดสดๆ ลอยออกมาเลย นอกเสียจากว่าตัวนายจะไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่นิดเดียว"
เอสเดธพูดจบก็เดินเข้ามาใกล้ๆ เพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้วิเคราะห์พลาด เธอจึงยื่นหน้าเข้าไปดมกลิ่นบนตัวโบรลี่ใกล้ๆ
"บนตัวนายมีแค่กลิ่นสมุนไพรกับกลิ่นสบู่อ่อนๆ ไม่เห็นมีกลิ่นคาวเลือดเลยสักนิด นายไม่ได้บาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ สภาพสะบักสะบอมบนเวทีนั่นก็แค่ละครตบตา ฉันพูดถูกไหมล่ะ"
เอสเดธเอ่ยถาม โบรลี่เพิ่งอาบน้ำมาหมาดๆ ก่อนออกมาก็ยังแต่งหน้ากลบรอยแผลอีกรอบ ไม่นึกเลยว่าจะโดนว่าที่ภรรยาคนใหม่จับโป๊ะได้ตั้งแต่แวบแรก
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเธอนะ แค่ทำแบบนี้แล้วอัตราต่อรองของฉันที่โต๊ะพนันมันจะสูงขึ้นน่ะ ฉันกับเพื่อนกำลังหาเงินด้วยวิธีนี้อยู่"
โบรลี่รีบอธิบาย
"ที่แท้พวกนายก็กำลังปั่นราคาต่อรองอยู่นี่เอง ช่างเถอะ ฉันไม่สนเรื่องพวกนั้นหรอก ฉันแค่อยากรู้ว่าฝีมือจริงๆ ของนายน่ะเก่งเอาเรื่องเลยใช่ไหม"
เอสเดธถามตรงๆ
"อืม"
โบรลี่พยักหน้ารับ ตั้งแต่มาเยือนโลกใบนี้ เขายังไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่สูสีเลยสักคน
"ที่มาดักรอฉันตรงนี้ กะจะมากำจัดคู่แข่งอย่างฉันทิ้งตั้งแต่ตอนนี้เลยงั้นสิ"
เอสเดธย่อตัวลงต่ำ เตรียมพร้อมรับมือเต็มที่
เธอไม่สนหรอกว่าจะต้องสู้ที่ไหน หรือสู้กับใคร
เธอสนแค่ว่าไอ้หมอนั่นมันคู่ควรจะเป็นคู่ต่อสู้ของเธอหรือเปล่า
"เอ่อ เปล่านะ ฉันมาขอเป็นเพื่อนกับเธอต่างหาก"
แต่พอเจอกับรังสีอำมหิตที่เธอแผ่ออกมา โบรลี่ก็ทำหน้าเลิ่กลั่กเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะสารภาพจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา
"ขอเป็นเพื่อนเนี่ยนะ"
รังสีอำมหิตของเอสเดธชะงักกึก ไม่นึกเลยว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้
"เธอจะเป็นเพื่อนกับฉันได้ไหม"
เอสเดธมองมือของเด็กชายที่ยื่นมาให้ แล้วมองใบหน้าของเขาที่ดูอยากจะเป็นเพื่อนกับเธอใจจะขาด ความคิดที่อยากจะต่อสู้ก็เริ่มเลือนหายไป
"เป็นเพื่อนก็ได้ แต่ฉันไม่เคยคบคนอ่อนแอเป็นเพื่อนหรอกนะ เพราะเพื่อนที่อ่อนแอมักจะชิงตายไปก่อนเสมอ"
เอสเดธพูดจบก็เว้นจังหวะไปนิดนึงก่อนจะพูดต่อ "ถ้านายอยากเป็นเพื่อนกับฉันจริงๆ ล่ะก็ รอให้ชนะฉันให้ได้พรุ่งนี้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
"ตกลง"
โบรลี่ตอบตกลง แต่พอคิดดูอีกที เขาก็เสริมประโยคนึงเข้าไป "อ้อ ที่ฉันบอกว่าขอเป็นเพื่อนน่ะ หมายถึงว่าสุดท้ายฉันจะจับเธอมาเป็นภรรยาของฉันน่ะ"
"เอ๊ะ"
ได้ยินดังนั้น เอสเดธก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่พอตั้งสติได้ เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
"ถ้านายชนะฉันได้จริงๆ ล่ะก็ ฉันก็ถือเป็นเหยื่อที่นายล่ามาได้ ถึงตอนนั้นนายจะทำอะไรกับฉันก็ตามใจเลย"